ログインหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
หลังจากที่เรย์เดนไปดูการก่อสร้างที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ วันนี้ก็เป็นวันที่เขากับลิษาพากันเดินทางกลับมากรุงเทพฯ ฑิตากลับมาจากทำงานก็อาบน้ำแต่งตัว แล้วออกมานั่งในห้องนั่งเล่น พลางคิดว่านี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วที่คู่หมั้นของเธอไปทำงานที่ต่างจังหวัด “วันนี้เขาจะกลับมาไหม” เรียวปากสีหวานพึมพำออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกคิดถึงเขา ติ๊ด แกร่ก ประตูห้องคอนโดถูกสแกนเข้ามา ทำให้เจ้าของใบหน้าเรียวสวยหันไปมอง ก็เห็นร่างสูงเดินเข้ามา พลันหัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นร่างสูงที่ไม่ได้เห็นมาเป็นอาทิตย์แล้ว เธอเก็บสีหน้าและเก็บอาการตื่นเต้นไม่ให้เขาเห็น มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนเสียงทุ้มที่เดินเข้ามาจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ “กลับมาถึงนานแล้วเหรอ” “สักพักแล้วค่ะ” เธอละสายตาจากหน้าจอมือถือแล้วหันตอบเขาด้วยรอยยิ้มสดใส “กินอะไรหรือยัง” “ยังค่ะ” “งั้นเดี๋ยวฉันพาเธอออกไปกินข้างนอกนะ ฉันก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย” “เออ ค่ะ” เธอรับคำด้วยความกระอึกกระอักเมื่ออยู่ๆเขาก็ชวนเธอออกไปทานข้าวข้างนอก เพราะมาอยู่ที่นี่สองเดือนแล้ว แต่วันนี้เขาเพิ่งจะชวนเธอออกไปข้างนอกเป็นครั้งแรก “ฉันเอากระเป๋าเข้าไปเก็บก่อนนะ เดี๋ยวจะได้ออกไปเลย เธอจะไปทั้งชุดนั้น หรือจะเปลี่ยนเป็นชุดอื่น” “เปลี่ยนเป็นชุดอื่นดีกว่าค่ะ” จากนั้นหญิงสาวก็ลุกจากโซฟาแล้วสาวเท้าตามร่างสูงเข้าไปในห้องนอน เมื่อเธอสวมใส่ชุดเดรสเสร็จก็ออกไปจากห้องนอน เรย์เดนที่นั่งอยู่ในห้องโถงเมื่อเห็นร่างเล็กที่อยู่ในชุดเดรสสวยจึงลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนที่ทั้งสองจะพากันออกจากคอนโดไปขึ้นรถหรู มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เรย์เดนก็พาคู่หมั้นกลับคอนโด คอนโด เมื่อเรย์เดนกับฑิตาเดินมาถึงหน้าห้อง ประตูห้องฝั่งตรงข้ามก็ถูกเปิดออกมา ลิษาที่เห็นเรย์เดนยืนอยู่กับคู่หมั้นก็ออกอาการหึงหวงและชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “นายไปไหนมาเหรอ” “กลับมาจากกินข้าว” “นายไม่คิดจะชวนฉันไปด้วยเหรอ” “เธอเข้าห้องไปเถอะ” เรย์เดนบอกลิษาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายที่เห็นเธอแสดงความหึงหวงเขากับฑิตา ก่อนที่เขาจะหันมาสแกนคีย์การ์ดห้องตัวเอง ร่างสูงเดินเข้าห้องไปพร้อมกับฑิตา โดยไม่ได้ใส่ใจลิษาที่ยังยืนมองเขาอยู่ด้วยความรู้สึกหึงหวงและน้อยเนื้อต่ำใจ สามเดือนผ่านไป เป็นเวลาสามเดือนแล้วที่ฑิตาอยู่กับเรย์เดน เมื่อวานพ่อของเรย์เดนบอกให้เรย์เดนพาฑิตาไปร่วมงานแต่งของญาติฝั่งพ่อของเขาในวันพรุ่งนี้ตอนเย็น ร่างสูงที่เพิ่งกลับมาจากทำงานเข้ามาในคอนโดแล้วบอกกับคู่หมั้นที่นั่งอยู่ด้วยน้ำเสียงปกติ สีหน้าไม่ได้ยิ้มแย้ม “พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปงานแต่ง” “งานแต่งใครเหรอคะ” เธอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เป็นญาติฝ่ายพ่อฉันเอง” “อ๋อค่ะ” “เธอยังไม่มีชุดใส่ไปงานใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” “งั้นก็ไปแต่งตัว เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปซื้อ” “ค่ะ” รับคำเสร็จ ร่างบางก็ลุกจากโซฟาไปเข้าห้อง เมื่อฑิตาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ชายหนุ่มก็พาคู่หมั้นไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ห้างสรรพสินค้า เมื่อฑิตาเลือกชุดเดรสแบรนด์หรูที่เหมาะสำหรับใส่ไปงานแต่งเสร็จ เรย์เดนก็จัดการจ่ายค่าชุดด้วยบัตรเครดิต จากนั้นทั้งสองก็พากันออกไปจากร้าน ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะหันมาพูดกับเธอ “เดี๋ยวฉันจะซื้อเสื้อผ้าให้เธออีก” “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอหันมองร่างสูงแล้วบอกด้วยรอยยิ้มอ่อน “ฉันเห็นเสื้อผ้าเธอที่อยู่ในตู้มีน้อยมาก เธอไม่ชอบซื้อเสื้อผ้าเหรอ” เขาคิดว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชอบซื้อเสื้อผ้า แต่พอเขาเห็นเสื้อผ้าของเธอที่มีอยู่ไม่กี่ชุดจึงรู้สึกสงสัยว่าทำไมเสื้อผ้าของเธอถึงมีน้อยเกินไป “ฑิตาต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดค่ะ จะให้ซื้อของตามใจตัวเองคงไม่ได้” “ปกติพ่อเธอให้เงินใช้หรือเปล่า” “พ่อให้เงินฑิตาไปโรงเรียนและส่งเสียฑิตาจนเรียนจบม.6 พอขึ้นปีหนึ่ง ฑิตาก็ต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อที่จะต้องจ่ายค่าเทอมเองค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มตามประสา “พ่อเธอก็รวยมากนะ แล้วทำไมถึงต้องให้เธอทำงานหาเงินเรียนเองด้วยล่ะ” เขาคิดว่าคงไม่มีคนรวยที่ไหนที่จะให้ลูกตัวเองออกไปทำงานพาร์ทไทม์เพื่อส่งตัวเองเรียน ถ้าเป็นครอบครัวที่ยากจนก็ว่าไปอย่าง “พอฑิตาจบม.6 คุณป้าสิรินก็บอกให้ฑิตาหางานทำ เพราะคุณป้าสิรินบอกว่าจะไม่จ่ายค่าเทอมให้ค่ะ” “อืม” เขาพยักหน้ารับรู้พลางคิดว่าเพราะเธอเป็นลูกเมียน้อยสินะ ภรรยาหลวงของพ่อเธอถึงได้เอาความโกรธแค้นที่ผัวนอกใจมาลงกับลูกเลี้ยงอย่างเธอแบบนี้ “งั้นเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้านะ แล้วก็ของทุกอย่างที่ผู้หญิงควรจะมี” “ขอบคุณค่ะ” ว่าแล้วเรย์เดนก็พาคู่หมั้นไปซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ฑิตาไม่เคยได้ซื้อ เขาซื้อให้เธอหลายชุดหลายยี่ห้อ เขาซื้อรองเท้าและกระเป๋าให้เธอ เสร็จแล้วทั้งสองจึงพากันกลับคอนโด เมื่อมาถึงคอนโด เรย์เดนก็ลงจากรถแล้วเดินมาหยิบถุงของแบรนด์เนมที่มีอยู่หลายถุงออกมาจากท้ายรถ “คุณเรย์เดนส่งมาให้ฑิตาช่วยถือบ้างก็ได้ค่ะ” เขายื่นถุงเสื้อผ้าสองถุงให้เธอเอาไปถือ และอีกหลายถุงเขาถือเอง จากนั้นทั้งสองจึงพากันเข้าไปในคอนโดหรูที่มีหลายสิบชั้นบ้านอรรณพ เรย์เดนสาวเท้าเข้ามาในบ้านก็เห็นไปรยานั่งอยู่ในห้องรับแขกโดยอรรณพกับสิรินก็นั่งอยู่ด้วย ชายหนุ่มที่เห็นผู้ใหญ่สองคนนั่งอยู่จึงยกมือไหว้พร้อมทักทายด้วยท่าทีสุภาพ “สวัสดีครับคุณอา คุณน้า” “นั่งก่อนสิเรย์เดน” อรรณพเอ่ยด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ร่างสูงทิ้งตัวนั่ง ก่อนไปรยาจะหันไปพูดกับเขาที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ที่ไปรยาให้พี่เข้ามา เพราะไปรยาอยากพูดกับพี่เรื่องถอนหมั้นค่ะ” “…” ชายหนุ่มชะงักพลันรู้สึกโล่งอก พลางคิดว่าเรื่องธุระที่เธอจะคุยกับเขาก็คือเรื่องเดียวกันกับเรื่องที่เขาจะคุยกับเธอ “ไปรยาต้องขอโทษพี่ด้วยนะคะที่ทำให้พี่กับฑิตาต้องแยกจากกัน ทั้งที่พี่กับฑิตาก็อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน” เธอพูดด้วยความรู้สึกผิด เพิ่งมาคิดได้ว่าตัวเองเอาแต่ใจแล้วไปทำลายความสุขของเขากับฑิตา แล้วสิรินที่นั่งข้างอรรณพก็เอ่ยกับเรย์เดนด้วยความรู้สึกผิดเช่นกัน “น้าก็ต้องขอโทษเรย์เดนด้วยนะที่ตามใจไปรยามากไป จนไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน” “ครับ ไม่เป็นไร” เขาระบายยิ้มอ่อนแล้วพูดออกไปอย่างไม่ได้อะไรตามมารยาทเมื่อคิดว่าสองแม่ลูกคงรู้สึกผิดแล้วจริงๆ ก่อนอรรณพจะเอ่ยกับเรย์เดนด้วยท่าทีจริงจัง “อาขอถามอะไรเ
ด้านฑิตา เมื่อเธอเข็นรถมาถึงหน้าห้องพักของลูกค้า ก็เคาะประตูสามครั้งติดต่อกัน จากนั้นไม่ถึงสามวินาทีประตูบานหรูก็ถูกเปิดออกมา ก่อนเสียงหวานจะพูดออกไปด้วยท่าทีสุภาพ “เซอร์วิสรูมค่ะ” หมับ! “อ๊ะ!” เธออุทานด้วยความตกใจเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ของคนด้านในคว้าข้อมือแล้วดึงเธอเข้าไปในห้อง ร่างสูงลากรถเข็นที่มีขวดเบียร์วางอยู่เข้ามาในห้องแล้วปิดประตู ก่อนจะก้าวเข้ามายืนตรงหน้าเธอ “คุณเรย์เดน!” เธอเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงเมื่อคนที่ดึงเธอเข้ามาคืออดีตคู่หมั้น “ฉันโทรหาเธอมาเป็นอาทิตย์แล้ว ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์” เขาถามด้วยสีหน้านิ่ง น้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างไม่ได้จริงจัง “ฑิตาคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับคุณ ฑิตาก็เลยไม่อยากรับค่ะ” “วันนี้ฉันจะลงโทษเธอที่ไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉัน ด้วยการที่เธอจะต้องอยู่ในห้องนี้กับฉันทั้งวัน” เขาลากร่างบางมาที่เตียงแล้วจับเธอให้นั่งลง “คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ฑิตาเป็นพนักงานของที่นี่ จะให้มาอยู่กับลูกค้าได้ไง” “ฉันเป็นลูกค้าคนสำคัญของเธอนะ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องอยู่ในห้องนี้จนกว่าฉันจะพอใจ” พูดจบ เรย์เดนก็ไม่รีรอที่จะผลักร่างบางนอนลงแล้วกอดและจูบเธอด้วยความค
วันต่อมา อรรณพตื่นตั้งแต่เช้าแล้วมาหาฑิตายังห้องพักที่เธออาศัยอยู่ตั้งแต่อายุสิบขวบ ก๊อกๆ แกร่ก “คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเปิดประตูแล้วเอ่ยถามคนเป็นพ่อด้วยความรู้สึกแปลกใจที่พ่อมาหาเธอตั้งแต่เช้า “พ่ออยากให้ลูกออกไปอยู่ที่อื่น เก็บเสื้อผ้าเถอะ” “…” ฑิตานิ่งขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนอรรณพจะอธิบายให้คนเป็นลูกได้เข้าใจ “พ่อไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ห้องคนใช้แบบนี้อีกแล้ว ออกไปอยู่ที่อื่นดีกว่า” “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างไม่เรื่องมากและพอจะเข้าใจความต้องการของพ่อ “ถ้าเก็บเสื้อผ้าเสร็จก็ไปขึ้นรถหน้าบ้านนะ พ่อจะไปส่ง” “ค่ะคุณพ่อ” ว่าแล้วชายวัยกลางคนก็เดินกลับไปบ้าน จากนั้นฑิตาก็กลับเข้าห้องไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เมื่ออรรณพเดินเข้ามาในบ้านก็เจอกับสิรินที่ยืนอยู่ สิรินที่เห็นสามีจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อน น้ำเสียงไม่แข็งกระด้างเหมือนก่อนๆ “คุณไปไหนมาเหรอ” “ผมไปบอกให้ฑิตาเก็บเสื้อผ้า เพราะผมจะให้ฑิตาย้ายออกไปอยู่ที่อื่น” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “คุณจะย้ายไปอยู่ที่อื่นด้วยเหรอ” สิรินเอ่ยถามด้วยความรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี “ก็ไม่แน่นะ” เขาพูดด้วยสีหน้าไม่ได้แยแส “คุณอย่าไปอยู่ที่
ห้องคอนโดเรย์เดน เรย์เดนฉุดกระชากลากถูร่างเล็กของฑิตามาถึงห้องคอนโดของเขา เพราะเธอไม่ยอมลงจากรถดีๆ เขาจึงต้องใช้วิธีนี้ “คุณพาฑิตามาที่นี่ทำไม” เธอถามด้วยน้ำเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองคนตรงหน้าอย่างขุ่นเคืองเมื่อเขาใช้วิธีบีบบังคับพาเธอมาที่นี่ “แล้วเธอคิดว่าฉันพาเธอมาทำอะไรล่ะ” นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์ ฑิตาที่เห็นก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองพลางดวงตากลมสวยฉายแววความหวั่นวิตก “เข้าห้องไปอาบน้ำกันดีกว่านะ” เขาเอ่ยพลางเลื่อนมือมาจับข้อมือเรียวบาง “ฑิตาจะกลับบ้าน” หญิงสาวขืนตัวเองไว้อย่างไม่ยอม แต่ร่างสูงก็ลากพาเธอเข้าไปในห้องนอนจนได้ เขาจัดการถอดเสื้อผ้าให้เธอ ร่างบางขัดขืนอย่างไม่ยอมแพ้ “อย่านะคุณ” แต่เรย์เดนก็ไม่หยุด เขายังคงจัดการกับเสื้อผ้าของเธออย่างทุลักทุเล เขารูดซิปที่ด้านหลังของเธอลงไปถึงเอว “คุณเรย์เดน หยุดนะ!” เธอห้ามเสียงแข็ง ก่อนที่เขาจะถอดชุดของเธอออกจนเหลือแต่ชุดชั้นใน “คุณมันบ้าไปแล้ว!” เธอว่าออกไปด้วยอารมณ์เคืองโกรธ ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับยิ้มอ่อนมองร่างกายสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ พร้อมกับรั้งร่างนุ่มนิ่มที่เกือบเปลือยเปล่าเข้ามากอด “ฉันไ
หนึ่งเดือนผ่านไป เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เรย์เดนกับฑิตาถอนหมั้นกัน ในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เรย์เดนก็มาหาไปรยาที่บ้าน อยู่รับประทานอาหารเย็นกับไปรยาและพ่อกับแม่ของไปรยาบ่อยๆ หรือบางทีเรย์เดนก็พาไปรยาออกไปทานข้าวนอกบ้านบ้างตามประสาที่เขาต้องทำหน้าที่เป็นคู่หมั้นของเธอ ช่วงสองอาทิตย์ให้หลังมานี้ เรย์เดนไม่ได้ไปหาฑิตาที่ห้องและไม่ได้เจอเธอเลย เพราะเขาก็ไม่อยากทำให้เธอต้องเดือดร้อนถ้าเกิดใครไปเห็นว่าเขาไปหาฑิตาที่ห้อง ด้านฑิตา เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ภัทรกับฑิตาก็พากันเดินออกมาจากโรงแรมหรู ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น “ฉันอยากไปซื้อเสื้อผ้า ก็เลยอยากให้เธอไปช่วยเลือกหน่อย พอซื้อเสร็จ ฉันจะไปส่งเธอที่บ้านเอง” “เอางั้นก็ได้” เธอหันตอบชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มตามประสา “งั้นก็ไปขึ้นรถเถอะ” ว่าแล้ว ภัทรก็พาฑิตาไปขึ้นรถหรูของเขา จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อภัทรได้เสื้อผ้าที่ถูกใจแล้วโดยฑิตาช่วยเลือกให้ จากนั้นเขาก็พาฑิตาไปรับประทานอาหารในร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า เสร็จแล้วชายหนุ่มก็ไปส่งเธอที่บ้าน บ้านอรรณพ เมื่อรถหรูของภัทรเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ ฑิตาก็ลงจากรถก่อน
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา วันนี้เรย์เดนไม่เข้าบริษัทจึงมาหาไปรยาที่บ้านในช่วงเย็น เมื่อเขามาถึง ไปรยาที่เห็นคนตัวสูงจึงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและตื่นเต้นหลังจากที่เธอไม่ได้เจอเขามาหนึ่งอาทิตย์แล้ว “วันนี้พี่เรย์เดนมาพาไปรยาออกไปกินข้าวใช่ไหมคะ” “ใช่” เขาตอบด้วยสีหน้าปกติ ไม่ได้มีรอยยิ้ม “งั้นพี่นั่งรอก่อนนะคะ ไปรยาขอไปแต่งตัวก่อน” ว่าแล้วไปรยาก็สาวเท้าขึ้นชั้นบนไป ก่อนเรย์เดนจะเดินออกไปจากบ้านก็เจอกับฑิตาที่กลับมาจากทำงาน ฑิตาที่เห็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็ชะงัก ก่อนจะละสายตาจากร่างสูงแล้วสาวเท้าไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่หลังบ้าน โดยเรย์เดนก้าวเดินตามมาจนถึงห้องของเธอ ฑิตาที่เห็นจึงหันถาม “คุณตามฑิตามาทำไมคะ คุณมาหาพี่ไปรยาไม่ใช่เหรอ” “ไปรยาขึ้นไปแต่งตัว ฉันก็เลยมาหาเธอ” เขายิ้มอ่อนๆมองใบหน้าเรียวสวยที่เขาไม่ได้เจอมาเป็นอาทิตย์แล้ว “มาหาฑิตาทำไมคะ” “ก็อยากมาคุยกับเธอ” “แต่ฑิตาไม่มีเรื่องที่จะต้องคุยกับคุณค่ะ คุณไปอยู่ที่บ้านใหญ่เถอะ อย่ามาอยู่ที่ห้องคนใช้เลยค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็ไขกุญแจเข้าไปในห้อง โดยมีร่างสูงก้าวตามเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ฑิตาเปิดพัดลมแล้วหันมาพูดกับชาย
ร่างสูงกลับเข้ามาในห้องคอนโดของตัวเอง เมื่อเห็นร่างบางนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น จึงเดินเข้ามาหย่อนตัวนั่งข้างเธอด้วยความคุ้นเคย เพราะหนึ่งเดือนที่เธอนอนเตียงเดียวกับเขา มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะพูดอธิบายออกไป“ลิษากับฉันเคยเป็นเพื่อนกันตอนเรียนมอปลาย พอจบมอปลายฉันกับลิษาก็ไม่
ฑิตาทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น แต่ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อกๆหญิงสาวเดินไปส่องตาแมวที่ประตู เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวที่อยู่ห้องตรงข้ามจึงเปิดประตู พร้อมกับลิษาที่เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร“เธอเป็นคู่หมั้นของเรย์เดนสินะ”“ใช่ค่ะ คุณมีธุระอะไรกับคุณเรย์เดนหรือเปล่า”“ฉันไม่ได้มีธุร
ตอนเย็นเรย์เดนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบห้าโมงเย็น สายตาคู่คมมองไปรอบๆห้องเพราะคิดว่าเธอที่เป็นคู่หมั้นคงจะอยู่ในห้องเมื่อไม่เห็นเธออยู่ในนี้ จึงขยับตัวลุกจากเตียง ร่างสูงหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำเมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ออกไปจากห้องนอนจึงเห็นหญิงสาวกำลังทำอาหารอยู่ในครัวเขาละสายตาจากร
เรย์เดน อายุ27ปี สูง 188 CMเรียนจบวิศวกรรมโยธาทายาทเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างตึกและคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของประเทศฑิตา อายุ22ปี สูง 163 CMทำงานโรงแรมตั้งแต่เรียนปี1 จนถึงปัจจุบัน ทำแผนกเซอร์วิสรูม......ตัวอย่าง“ฑิตาคืนแหวนหมั้นให้คุณค่ะ”ร่







