Home / วาย / คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน / ตอนที่ 3: หน้ากากในออโรร่า ทาวเวอร์

Share

ตอนที่ 3: หน้ากากในออโรร่า ทาวเวอร์

last update publish date: 2026-10-20 16:36:17

ตอนที่ 3: หน้ากากในออโรร่า ทาวเวอร์

แสงแดดยามเช้าของนครอัศวินสะท้อนกับกระจกสูงเสียดฟ้าของ ออโรร่า ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานใหญ่ 88 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ตัวตึกสีเงินยวดยามนี้ดูคล้ายแท่งคริสตัลขนาดมหึมาที่โอบล้อมไปด้วยความเคลื่อนไหวอันเร่งรีบของผู้คนในวงการสื่อและบันเทิงระดับประเทศ

ที่โถงต้อนรับส่วนหน้า เสียงรองเท้าหนังแบรนด์เนมกระทบกับพื้นหินอ่อนเนื้อดีเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภีมภัทรในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมอิตาลีสีครีมเข้ารูปพอดิบพอดีกับรูปร่างโปร่งระหง กางเกงสแลกสีดำขับให้ช่วงขาดูเพรียวยาว สมฐานะนายแบบแถวหน้าของ ค่ายออโรร่า โมเดลส์ ดวงตาเรียวรีคู่สวยมองตรงไปข้างหน้า ขณะที่มือเรียวขยับปกเสื้อให้เข้าที่เล็กน้อย

"ภีม วันนี้เช็กตารางแล้ว ช่วงบ่ายมีฟิตติ้งเสื้อผ้าของแบรนด์นอกนะจะ ส่วนตอนเย็น..." พี่มิ้นท์ ผู้จัดการส่วนตัวร่างท้วมในชุดสูทสีสดใสเดินก้าวฉับ ๆ ตามพลางก้มมองไอแพดในมือ ปากก็ร่ายยาวไม่หยุด "อ๊ะ! ท่านประธานลงมาพอดี"

เสียงของพี่มิ้นท์สะดุดกึก พร้อมกับความเคลื่อนไหวรอบข้างที่คล้ายจะหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติ

ประตูลิฟต์ผู้บริหารสีทองเหลืองอร่ามที่แยกส่วนไว้เฉพาะเปิดออกอย่างเชื่องช้า ร่างสูงสง่าในชุดสูทสามชิ้นสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตบิดก้าวออกมา คิรากร อัครเดช ประธานบริหารสูงสุดวัย 32 ปี เดินนำออกมาด้วยท่วงท่าทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั้นนิ่งสนิท ไร้ความรู้สึกใด ๆ ดวงตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่แวะเวียนที่สิ่งใดรอบข้าง โดยมี ภาคิน เลขาส่วนตัวในชุดสูทสีดำสนิทเดินตามเยื้องไปทางด้านหลังอย่างรู้หน้าที่

ภีมภัทรหยุดฝีเท้าลงทันที ขยับกายหลบเข้าข้างทางอย่างนอบน้อม สองมือเรียวประกบเข้าหากัน ก้มหัวทำความเคารพผู้เป็นทั้งเจ้าของค่ายและ... คนที่นอนร่วมเตียงเดียวกันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

"สวัสดีครับท่านประธาน" น้ำเสียงของภีมภัทรนุ่มนวลและราบเรียบอย่างที่สุด

คิรากรเดินผ่านไป ฝีเท้าขยับเข้าใกล้จนภีมภัทรได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ปนกลิ่นยาสูบจาง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ ชายหนุ่มร่างสูงเพียงแค่ปรายตาคมปลาบลงมามองนิ่ง ๆ เสี้ยววินาทีหนึ่งที่สายตาสองคู่สบกันในความเงียบ ทว่าไม่มีแววตาแห่งความคุ้นเคยใด ๆ ปรากฏอยู่ในนั้น มันว่างเปล่า เย็นชา และห่างเหินราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยมีจุดร่วมใด ๆ ในชีวิต

รองเท้าหนังขัดเงาของคิรากรบดบังสายตาไปพร้อมกับการเคลื่อนผ่านทัพผู้บริหารที่เดินตามเป็นพรวน

ภีมภัทรค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงพ้นระยะสายตาไปแล้ว มือเรียวที่ประสานกันอยู่บีบเข้าหากันแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะคลายออก ใบหน้าหวานยังคงรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ได้อย่างไร้ที่ติ

"เฮ้อ..." พี่มิ้นท์พ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมาทันทีที่กลุ่มผู้บริหารเดินลับตาไป มือหนาทาบอกพลางขยับเข้ามากระซิบกระซาบกับนายแบบในดูแล "ท่านประธานคิรากรนี่สมฉายาราชาฝั่งสื่อจริงๆ เย็นชาจนขนลุก ขนแขนพี่สแตนด์อัปหมดแล้วภีม ขนาดเราเป็นตัวท็อปของค่าย เดินผ่านยังเหมือนเห็นอากาศธาตุเลย ออร่าความดุคือยืนหนึ่งจริง ๆ"

ภีมภัทรคลี่ยิ้มบางเบา ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ท่านประธานคงมีเรื่องให้คิดเยอะครับพี่มิ้นท์ เราไปกันเถอะครับ เดี๋ยวสาย"

"จ้ะ ๆ ไปจ้ะ" พี่มิ้นท์พยักหน้า พลางก้าวเดินนำไปทางลิฟต์โดยสารปกติ

ภีมภัทรก้าวตามไปเงียบ ๆ สัมผัสอุ่นวาบของอ้อมกอดเมื่อคืนยังคงหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้ว ทว่าสายตาอันเย็นชาเมื่อครู่กลับเปรียบเสมือนน้ำแข็งที่สาดซัดลงมาตอกย้ำความจริง หน้ากากในที่ทำงาน... คือสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนตกลงกันไว้เป็นอย่างดี และคิรากรก็ทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบจนน่าใจหาย

ช่วงสายหลังจากเข้าประชุมสรุปงานคร่าว ๆ ภีมภัทรขอตัวแยกออกมาเพื่อหาเครื่องดื่มอุ่น ๆ ดับความเหนื่อยล้า มอร์นิ่ง ลีฟ คาเฟ่ คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของตึกออโรร่า ทาวเวอร์ อบอวลไปด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่และขนมอบ ต้นไม้สีเขียวขจีที่ตกแต่งอยู่ตามมุมต่าง ๆ ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่สำหรับภีมภัทรในเวลานี้ มันกลับไม่ช่วยอะไรเลย

นายแบบหนุ่มเลือกนั่งที่โต๊ะมุมด้านในสุดซึ่งมีฉากกั้นต้นไม้ประดับช่วยบังสายตา ในมือมีแก้วชามะนาวอุ่น ๆ เขายกขึ้นจิบเล็กน้อย สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกอย่างใช้ความคิด

"นี่ ๆ รู้เรื่องแคมเปญใหญ่ตัวใหม่ของประเทศหรือยัง ที่เป็นโปรเจกต์คอลแลบของ ออโรร่า แอดเวอร์ไทซิ่ง น่ะ"

เสียงแหลมเล็กของพนักงานหญิงกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปด้านหลังต้นไม้ประดับดังแว่วเข้ามา แม้ไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่ชื่อของแคมเปญและชื่อค่ายก็ทำให้ภีมภัทรชะงักมือที่กำลังวางแก้วลง

"รู้สิ ที่เขาว่าวางตัวนายแบบหลักไว้แล้วใช่ไหม? สรุปว่าเป็นใครอะ ใช่ไทเกอร์ป่ะ หรือว่าเป็นเอวา?" สไตลิสต์หนุ่มอีกคนในกลุ่มร่วมวงทันทีด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

"จะใครซะอีกล่ะ ก็ภีมภัทรไง เซ็นสัญญาเรียบร้อยโรงเรียนออโรร่า โมเดลส์ ไปเมื่อวานนี้เองจ้า" เสียงแรกตอบกลับมา พร้อมกับเสียงตบโต๊ะเบา ๆ อย่างขัดใจ

"หืม? ภีมภัทรอีกแล้วเหรอ? งานใหญ่ขนาดนั้นเลยนะน่ะ" เสียงผู้หญิงอีกคนแทรกขึ้น "จะว่าไป ช่วงนี้ภีมภัทรได้แต่งานระดับบิ๊ก ๆ ทั้งนั้นเลยนะ งานแฟชั่นวีคคราวก่อนก็เดินฟินาเล่"

"ก็แน่ล่ะสิยะ..." น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นกระแนะกระแหนและเบาลงเล็กน้อย แต่ก็ยังดังพอที่คนในมุมมืดจะได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ "ในบริษัทเขาซุบซิบกันให้แซด ว่าภีมภัทรนี่ลูกรักคุณหญิงวารุณี ประจบคุณท่านจนได้ดี หรือบางคนก็บอกว่า... อาจจะใช้เต้าไต่ ไต่เต้าเข้าหาท่านประธานคิรากรเพื่อทางลัดหรือเปล่า? ไม่งั้นเด็กกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนจะขึ้นมาเป็นแถวหน้าได้เร็วขนาดนี้"

"อุ๊ย แรงมากแก แต่ก็จริงนะ ท่านประธานยิ่งไม่ชอบยุ่งกับใครเป็นพิเศษด้วย ถ้าไม่มีซัมติงคงไม่ปล่อยผ่านง่าย ๆ หรอก"

กึก.

แก้วเซรามิกในมือของภีมภัทรกระทบกับจานรองเสียงเบา มือเรียวเริ่มสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่น ความร้อนผ่าวลามเลียขึ้นมาบนใบหน้าจนถึงใบหู มันไม่ใช่ความโกรธ... แต่เป็นความเสียใจที่เกาะกินหัวใจจนชาหนึบ

เด็กกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้า...

ใช้ร่างกายเข้าหาเพื่อทางลัด...

คำพูดเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ นับพันเล่มที่ทิ่มแทงลงบนความพยายามตลอดห้าปีในวงการของเขา ภีมภัทรสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามควบคุมขอบตาที่เริ่มร้อนผ่าวไม่ให้มีน้ำตาไหลออกมา นายแบบหนุ่มหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวม ปิดบังใบหน้าที่บัดนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เงียบ ๆ หลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเหล่านั้น แล้วเดินก้าวออกจากคาเฟ่ไปอย่างรวดเร็ว

ความกดดันที่มองไม่เห็นเริ่มก่อตัวเป็นก้อนหนาหนักในอก ข่าวลือที่หนาหูขึ้นเรื่อย ๆ กำลังทำลายทุกความตั้งใจที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่บนชั้น 20 ของตึกออโรร่า ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นโซนบริหารของ ออโรร่า โมเดลส์ แฟ้มเอกสารหนาสามเล่มถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีเสียงดัง ปึก

รัญชิดา ผู้จัดการฝ่ายนายแบบ ยืนกุมมืออยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนภีมภัทรยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าหวานเรียบเฉย ทว่าดวงตาเรียวกลับฉายแววเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด

หลังโต๊ะตัวนั้น คิรากรนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึง ดวงตาคมกริบดุดันกวาดมองคนตรงหน้าอย่างไม่มีความปรานี

"เรื่องข่าวลือในบริษัทที่หนาหูขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงนี้ คุณคงรู้เรื่องแล้วใช่ไหมภีมภัทร" เสียงทุ้มต่ำของคิรากรราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงไปอีกหลายองศา

"ครับ" ภีมภัทรตอบรับสั้น ๆ สายตามองตรงไปที่เนคไทของคนตัวสูง

"ในฐานะประธานบริหาร ผมยอมให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหายเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่ได้" คิรากรเลื่อนแฟ้มเอกสารไปข้างหน้า "นี่คือตารางฝึกซ้อมใหม่ของคุณ รัญชิดา... เพิ่มชั่วโมงเรียนการแสดง การเดินแบบ และการดูแลรูปร่างของภีมภัทรขึ้นเป็นสามเท่าจากปกติ"

รัญชิดาเบิกตากว้างเล็กน้อย "เอ่อ... ท่านประธานคะ ปกติตารางของภีมก็แน่นจนแทบไม่มีเวลาพักอยู่แล้วนะค..."

"ผมสั่งให้เพิ่ม ก็ต้องเพิ่ม" คิรากรตัดบทเสียงเฉียบขาด สายตาคมปลาบจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเซียวของนายแบบหนุ่ม "และสัญญาแคมเปญใหม่ทั้งหมดของภีมภัทร ผมสั่งให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอย่างเข้มงวดที่สุด ทุกเงื่อนไข ทุกผลประโยชน์ ต้องเคลียร์และโปร่งใสกว่านายแบบคนอื่นในค่ายสามเท่า"

คิรากรขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าภีมภัทร ระยะห่างที่ใกล้กันทำให้ภีมภัทรต้องเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มร่างสูงก้มลงสบตากับคนตัวเล็กกว่า แววตาแข็งกร้าวไร้ความปรานี

"เพื่ออุดปากพวกที่นินทาเรื่องเด็กเส้น หรือเรื่องสกปรกอื่น ๆ ที่ไม่มีมูลความจริง คุณต้องพิสูจน์ตัวเองให้หนักกว่าคนอื่นหลายเท่า ถ้าทนไม่ได้... ก็แค่ถอนตัวออกไป"

คำพูดประโยคนั้นเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงบนกลางใจของภีมภัทร

เรื่องสกปรกอื่น ๆ...

คิรากรรู้ดีที่สุดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันคืออะไร แต่เขากลับเลือกที่จะใช้ถ้อยคำรุนแรงเช่นนี้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของบริษัท... หรืออาจจะเพื่อปกป้องตัวเองจากข่าวลือเหล่านั้น

ภีมภัทรสูดหายใจเข้าลึก ขอบตาร้อนผ่าวทว่าดวงตากลับขึงขังไม่ยอมแพ้ ร่างโปร่งระหงก้มหัวลงรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ไม่มีคำโต้แย้ง ไม่มีเสียงตัดพ้อหลุดรอดจากริมฝีปากบาง

"ทราบแล้วครับท่านประธาน ผมจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ"

เมื่อภีมภัทรเงยหน้าขึ้น สายตาเรียวคู่สวยที่สบเข้ากับดวงตาของคิรากรเต็มไปด้วยความตัดพ้อและเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง มันลึกซึ้งเสียจนคิรากรที่กำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างถึงกับใจกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอกจนต้องชะงักคำพูดไป

ภีมภัทรไม่รอให้ชายหนุ่มพูดอะไรต่อ ร่างโปร่งหันหลังและเดินก้าวออกจากห้องทำงานไปทันทีอย่างรวดเร็ว โดยมีรัญชิดารีบเดินตามออกไป

ในห้องทำงานอันเงียบสงัด คิรากรยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงขยับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดขึ้นหลังมือ ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความสับสนและความอึดอัดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มบดกรามเข้าหากันจนเป็นสันนูน ก่อนจะเลือกหันหลังกลับไป มองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ที่เห็นวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลของนครอัศวิน

ทิฐิและความปากแข็งบดบังความรู้สึกในใจจนหมดสิ้น เขาเลือกที่จะใช้หน้ากากแห่งความเย็นชาปกป้องคนตัวเล็กในแบบของเขา... โดยไม่รู้เลยว่าหน้ากากชิ้นนั้นกำลังกรีดหัวใจของภีมภัทรจนเป็นแผลลึกเกินกว่าจะเยียวยา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์

    ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ในห้องแต่งตัวของ บลู ริเวอร์ สตูดิโอ ส่องสว่างจนเห็นละอองแป้งที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เสียงไดร์เป่าผมทำงานสลับกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของทีมงานด้านนอก ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ บรรยากาศกลับอึดอัดจนชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องภีมภัทรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองเงาของตัวเองที่กำลังถูกช่างแต่งหน้าเติมแต่ง ไหล่บางเหยียดตรง แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอนจากสายตาของคนรอบข้างที่มองมาอย่างมีเลศนัยตั้งแต่เขาเดินก้าวเข้ามาในสตูดิโอแห่งนี้“พี่พิมครับ ขอรองพื้นตรงโหนกแก้มเพิ่มอีกนิดได้ไหมครับ วันนี้ฟิตติ้งเสื้อผ้าโทนเข้ม ผมกลัวหน้าจะลอย” ภีมภัทรเอ่ยเสียงนุ่ม พยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด“ได้จ้ะน้องภีม” พิม ช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายยิ้มรับ มือที่ถือพู่กันชะงักไปเล็กน้อย สายตาหล่อนเหลือบมองไปทางมุมห้องชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อที่มุมห้องนั้น ลลิน นักแสดงสาวชื่อดังที่เป็นพรีเซนเตอร์ร่วมในแคมเปญนี้กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟายาว หล่อนจิบชาคาโมมายล์พลางใช้นิ้วเรียวยาวเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะแสร้งทำเป็นถอน

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์

    ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดคลื่นหัวใจดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกหนักอึ้งอยู่ลึก ๆ ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่ากลับถูกกลบด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ที่วางอยู่ตรงมุมห้องคุณหญิงวารุณี อัครเดช ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนเอนหลังพิงหมอนใบโต ดวงตาที่ผ่านโลกมาเนิ่นนานทอดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ แม้ร่างกายจะซูบผอมลงไปบ้างตามวัยและอาการป่วย แต่สายตาและน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้ง ออโรร่า มีเดีย กรุ๊ป"คิรา... แกจำได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร"ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคิรากรดังรอดมาตามสัญญาณ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำตงฉินจะตอบกลับอย่างสุภาพ "จำได้ครับคุณย่า วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือน... ที่ผมกับภีมหมั้นกัน""จำได้ก็ดี" คุณหญิงวารุณีปรับท่านั่งเล็กน้อย ขยับปลายนิ้วเคาะลงบนขอบเตียงเป็นจังหวะ "ตั้งแต่ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์ ย่าไม่เห็นแกจะพาภีมออกไปไหนมาไหนบ้างเลย วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองเอกสารชั้นแ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"

    ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าเหนือโถงทางเดินของ ออโรร่า สกาย เรสซิเดนซ์ (Aurora Sky Residence) ทอดเงายาวลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ภีมภัทรก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์พร้อมกับอ้อมแขนที่โอบกอดช่อดอกยิปโซและคัตเตอร์สีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ ใบไม้สีเขียวสดแซมอยู่ระบายรอบขอบกระดาษคราฟต์ที่ห่อหุ้มอย่างประณีต กลิ่นหอมจาง ๆ ของมันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าหลังจากการถ่ายแบบตลอดทั้งวันภีมภัทรเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว วางช่อดอกไม้ลงอย่างเบามือ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดตู้ด้านบนเพื่อหาแจกันแก้วใสใบใหญ่ เขาหยิบแจกันออกมา ล้างฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ออกด้วยน้ำสะอาด เปิดก๊อกรองน้ำจนได้ระดับที่พอดี จากนั้นจึงหันกลับมาหยิบกรรไกรเตรียมจะเล็มปลายก้านดอกไม้เสียงปลดล็อกประตูระบบดิจิตอลดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยเสียงบานประตูหนาหนักที่เปิดออกและปิดลง คิรากรเดินเข้ามาในห้อง เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขนซ้าย กระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกสองเม็ด เนกไทสีเข้มคลายออกเล็กน้อย คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดมเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับช่อดอกไม้สีขาวบนเคาน์เตอร์ภีมภัทรหันไปมองตาม

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรู

    ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรูแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกใสบานสูงของล็อบบี้ตึกออโรร่า ทาวเวอร์ สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับ เสียงฝีเท้าของพนักงานและผู้มาติดต่อดังสลับกับเสียงพูดคุยเบา ๆ เป็นจังหวะปกติของตึกระฟ้าใจกลางนครอัศวิน จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับออร่าที่ดึงดูดสายตาคนทั้งบริเวณนที วรเวช พระเอกซีรีส์อันดับหนึ่งของวงการบันเทิงยุคนี้ เดินถือช่อดอกกุหลาบสีขาวขนาดใหญ่ก้าวเข้ามาในโถงกว้าง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนลุกสบาย ๆ คู่กับกางเกงสแลกสีครีมส่งให้บุคลิกของเขาดูอบอุ่นและเข้าถึงง่าย รอยยิ้มละมุนที่มักจะปรากฏอยู่บนหน้าจอทีวีบ่อย ๆ ตอนนี้กำลังจุดประกายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ขณะที่สายตามุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์โดยสารโซนออฟฟิศ"คุณภีมครับ" เสียงนุ่มทักทายขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปถึงภีมภัทร วัฒนกุล ชะงักเท้า ดวงตากลมโตหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซับหน้าหลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายแบบเซตล่าสุดดูประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาหา"คุณนที? ยังไม่กลับอีกเหรอครับ เห็นพี่มิ้นท์บอกว่าถ่ายพาร์ทของต

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืน

    ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืนแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกนิรภัยบานยักษ์ของห้องประชุม Diamond Hall บนชั้น 80 ของอาคารออโรร่า ทาวเวอร์ บรรยากาศด้านในเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้คงที่ แต่สิ่งที่ทำให้คนในห้องรู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าคือบรรยากาศการประชุมสรุปแผนงานประจำไตรมาสภีมภัทรนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งซ้ายของโต๊ะประชุมยาว ด้านข้างมีมิรินทร์ หรือพี่มิ้น ผู้จัดการส่วนตัวคอยส่งเอกสารให้อยู่ไม่ห่าง ฝั่งตรงข้ามคือทีมบริหารฝ่ายศิลปินและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนหัวโต๊ะ...คือตำแหน่งของประธานบริหารสูงสุดคิรากร อัครเดช ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกดย้ำปลายนิ้วลงบนหน้าจอไอแพด สายตาคมกริบไล่อ่านตารางงานของนายแบบในสังกัดออโรร่า โมเดลส์ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ทว่ามีรังสีความกดดันแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าประสานสายตาตรง ๆ"ตารางงานเดือนนี้ของภีมภัทร ใครเป็นคนจัด" เสียงทุ้มเรียบหักมุมความเงียบในห้องรัญชิดา ผู้จัดการฝ่ายนายแบบรีบยืดตัวขึ้น "ดิฉันร่วมกับคุณมิรินทร์จัดค่ะ มีทั้งงานถ่ายแบบพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางแบรนด์นอก แล้วก็งานเดินแบบปิดท้ายฟินาเล่ช่วงปลายเดือนค่ะ"คิรากรไม่ได้เงยหน้าขึ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬ

    ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬเครื่องปรับอากาศภายใน ออโรร่า สตูดิโอ วัน (Aurora Studio One) ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าบรรยากาศใจกลางสตูดิโอขนาดใหญ่กลับร้อนระอุสวนทางกับอุณหภูมิรอบข้าง แสงไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่หลายสิบดวงถูกจัดวางและปรับมุมองศาเพื่อจำลองแสงแดดอันจัดจ้าของฤดูร้อน ผืนทรายจำลองสีขาวละเอียดถูกปูลาดเต็มพื้นที่ถ่ายภาพ ฉากหลังเป็นผ้าแคนวาสเพนต์ลวดลายเกลียวคลื่นและผืนฟ้าสีครามจาง"เซ็ตนี้ขอแบบเซ็กซี่แต่ยังมีคลาสอยู่นะครับน้องภีม ธันวา"‘ปอนด์’ ปกรณ์ ช่างภาพมือหนึ่งของบริษัทในเครือ Aurora Models ละสายตาจากช่องมองภาพของกล้องโปรเฟสชันนัลราคาเหยียบแสน เขาโบกมือส่งสัญญาณให้สไตลิสต์เข้าไปตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายเป็นครั้งสุดท้าย‘ภีมภัทร’ ยืนนิ่งอยู่กลางฉากจำลอง ผิวเนียนละเอียดของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสามปีสะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเนื้อแก้ว เสื้อผ้าในคอนเซปต์ "Sensual Summer" ของเขาคือเสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อบางเบาสีขาวสะอาดตา ตัวเสื้อถูกปลดกระดุมออกจนถึงเม็ดบนสุดของกางเกง เผยให้เห็นแผ่นอกบางและแนวไหปลาร้าที่เด่นชัด ชายเสื้อฝั่งหนึ่งถูกปล่อยให้หลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกงขาสั้นสีเบจ โชว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status