Home / วาย / คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน / ตอนที่ 2: กฎเหล็กที่เพนต์เฮาส์หรู

Share

ตอนที่ 2: กฎเหล็กที่เพนต์เฮาส์หรู

last update publish date: 2026-10-20 16:35:55

ตอนที่ 2: กฎเหล็กที่เพนต์เฮาส์หรู

เสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมสีควันบุหรี่บดไปกับพื้นหินอ่อนขัดเงา มันเป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบงันภายในลิฟต์ความเร็วสูงซึ่งกำลังทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุดของ ออโรร่า สกาย เรสซิเดนซ์ (Aurora Sky Residence)

ภีมภัทร วัฒนกุล ยืนนิ่ง สายตาเหม่อมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มือเรียวขาวกระชับสายกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่บนบ่าแน่นขึ้นเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีครีมตัวโคร่งกับกางเกงสแลกสีดำขับให้รูปร่างที่โปร่งบางอยู่แล้วดูเพรียวลมยิ่งขึ้น ใบหน้าได้รูปของนายแบบแถวหน้าแห่งออโรร่า โมเดลส์ เรียบเฉย แต่ในอกกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ก้าวข้ามคำว่าสบายใจไปไกลลิบ

ติ๊ง—

เสียงสัญญาณเตือนพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่โถงส่วนตัวกว้างขวาง เพนต์เฮาส์แห่งนี้กินพื้นที่ทั้งชั้นของอาคารหรูใจกลางนครอัศวิน มันถูกออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี โทนสีเทา ดำ และขาว ส่องสะท้อนความมั่งคั่งทว่าเย็นชา ผนังกระจกบานยักษ์เปิดรับทัศนียภาพอันกว้างไกลของเมืองหลวง แต่ความโอ่อ่านั้นกลับไม่ได้ทำให้คนมาใหม่รู้สึกถึงคำว่า 'บ้าน' เลยแม้แต่น้อย

ภีมภัทรก้าวเท้าออกไป ล้อกระเป๋าหยุดกึกเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกรออยู่กลางห้องโถง

คิรากร อัครเดช ในวัย 32 ปี ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างกายกำยำสมส่วนในชุดลำลองเนี้ยบสนิท เสื้อยืดสีดำเนื้อดีคู่กับกางเกงขายาวสีเทาเข้ม แม้จะเป็นชุดอยู่บ้านแต่กลิ่นอายความเฉียบขาดในฐานะประธานแห่ง Aurora Media Group ก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลย ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบคู่ใต้คิ้วเข้มจดจ้องมายังผู้มาใหม่ นิ้วเรียวยาวแกร่งเคาะลงบนต้นแขนตัวเองเป็นจังหวะเชื่องช้า

"มาสายไปห้านาที" น้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิทเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก

ภีมภัทรก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท "ขอโทษครับ พอดีไฟลต์บินจากมิลานดีเลย์ตอนลงจอด แล้วรถค่อนข้างติด"

"ฉันไม่ต้องการข้อแก้ตัว ภีมภัทร" คิรากรผละแขนที่กอดอกออก เขาเดินตรงไปยังโต๊ะกระจกนิรภัยตัวยาวกลางห้อง ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดสีดำขอบทองโยนลงบนพื้นผิวใส เสียงวัตถุประทบกระจกดัง แกร็ก เบา ๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ

"นี่คีย์การ์ดของคุณ" คิรากรชี้มือไปทางปีกซ้ายและขวาของเพนต์เฮาส์ "โครงสร้างของที่นี่แบ่งชัดเจน ฝั่งขวาคือพื้นที่ของฉัน ห้องนอน ห้องทำงาน และห้องออกกำลังกายส่วนตัว ฝั่งซ้ายคือห้องนอนของคุณและห้องนั่งเล่นเล็ก ส่วนพื้นที่ตรงกลาง... ห้องโถง ห้องอาหาร และครัว เป็นพื้นที่ส่วนกลาง"

ภีมภัทรมองตามนิ้วมือของอีกฝ่าย พยักหน้ารับรู้ "ครับ"

"ฉันรักความเป็นส่วนตัวมาก และคิดว่าคุณคงรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วจากคุณย่า" คิรากรหมุนตัวกลับมาสบตา "การที่เราต้องมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน มันเป็นเพียงความต้องการของคุณย่าที่อยากให้เรา... 'ดูแลกัน' หลังจากการผ่าตัดของท่าน แต่ในความเป็นจริง เราต่างรู้ดีว่ามันคืออะไร"

"ผมทราบดีครับ" ภีมภัทรตอบสั้น ๆ น้ำเสียงไม่ได้ตัดพ้อและไม่ได้ประชดประชัน มันราบเรียบจนคิรากรแอบปรายตาประเมินอยู่เงียบ ๆ

"รู้ก็ดีแล้ว ย้ายของไปเก็บเถอะ จัดการตัวเองให้เรียบร้อย อีกครึ่งชั่วโมงออกมาเจอกันที่โต๊ะอาหาร เรามีเรื่องต้องคุยกัน" คิรากรทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าฝั่งขวาของตัวเองไปทันที โดยไม่แม้แต่จะถามว่าคนเพิ่งลงจากเครื่องบินล้าหรือเหนื่อยไหม

ภีมภัทรมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นจนลับสายตา เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก้มลงหยิบคีย์การ์ดบนโต๊ะกระจกขึ้นมากำไว้ในมือ ความเย็นของแผ่นพลาสติกซึมลึกเข้าสู่ผิวเนื้อ แต่ไม่มีอะไรเย็นเยียบไปกว่าสายตาและท่าทางของคู่หมั้นหมาด ๆ ของเขาอีกแล้ว

สามสิบนาทีต่อมา ภีมภัทรเดินกลับออกมาที่ห้องโถงกลางในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงผ้าฝ้ายขายาวสบาย ๆ ผมหน้าม้าที่เคยเซ็ตทรงอย่างดีสำหรับการถ่ายแบบเปียกชื้นเล็กน้อยจากการล้างหน้า บนโต๊ะอาหารตัวยาวที่มีอาหารหน้าตาเรียบง่ายทว่าถูกจัดวางอย่างประณีตโดยแม่บ้านที่เพิ่งกลับออกไป คิรากรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ในมือของเขามีแผ่นกระดาษเอสี่สองสามแผ่นพร้อมปากกาปลอกโลหะสีเงิน

"นั่งสิ" คิรากรปรายตาบอก

ภีมภัทรเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วทรุดตัวลงนั่ง แผ่นหลังเหยียดตรงตามบุคลิกภาพที่ดีที่ถูกฝึกฝนมาอย่างยาวนาน

คิรากรไม่รอให้เสียเวลา เขาเลื่อนแผ่นกระดาษเหล่านั้นข้ามโต๊ะมาตรงหน้าภีมภัทร "ในเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างน้อยก็จนกว่าอาการของคุณย่าจะคงที่ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต นี่คือข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันของเรา"

ภีมภัทรกวาดสายตามองหัวข้อในเอกสาร ลายมือและภาษาที่ใช้เป็นทางการราวกับสัญญาทางธุรกิจไม่มีผิด

"ข้อแรก" คิรากรเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ "ห้ามพาคนนอกเข้าบ้านโดยไม่บอกล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ผู้จัดการส่วนตัว หรือใครก็ตาม เพนต์เฮาส์นี้ระบบรักษาความปลอดภัยสูง และฉันไม่ชอบให้มีคนแปลกหน้าเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว"

"ข้อนี้ไม่มีปัญหาครับ ปกติพี่มิ้นก็แค่มาส่งผมที่หน้าตึกอยู่แล้ว" ภีมภัทรตอบพลางสบตา

"ข้อสอง" คิรากรเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ "ในเวลางาน หรือเมื่ออยู่ในขอบเขตของ Aurora Media Group ห้ามแสดงท่าทีสนิทสนม หรือทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราเด็ดขาด คุณคือนายแบบในสังกัด ส่วนฉันคือประธานบริหาร ทุกอย่างต้องเป็นไปตามความเป็นมืออาชีพ"

ภีมภัทรนิ่งไปเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมานิ่งสนิท "ข้อนี้คุณคิรากรไม่ต้องห่วงครับ ผมแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ดีเสมอ และผมก็ไม่เคยคิดจะใช้ชื่อเสียงของคุณมาส่งเสริมหน้าที่การงานของตัวเองอยู่แล้ว"

คิรากรเลิกคิ้วเล็กน้อย ราวกับแปลกใจในความตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อ "ข้อสุดท้าย... ต่างคนต่างมีอิสระในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในฝั่งของคุณ และคุณก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาในฝั่งของฉัน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนด้วย ตราบใดที่ไม่กระทบต่อชื่อเสียงของตระกูลอัครเดช"

ภีมภัทรรับฟังทุกถ้อยคำอย่างตั้งใจ ข้อตกลงสามประการนี้ชัดเจน ขีดเส้นแบ่งระหว่างพวกเขาไว้อย่างหนาแน่นจนไม่มีช่องว่างให้ขยับเขยื้อน มันยืนยันสถานะของเขาในบ้านหลังนี้ได้อย่างดีเยี่ยม... เขาไม่ใช่คู่หมั้น ไม่ใช่คนรัก แต่เป็นเพียงผู้อาศัยที่ระบุไว้ในเงื่อนไขกตัญญูเท่านั้น

ภีมภัทรหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมา เซ็นชื่อกำกับที่ท้ายกระดาษอย่างรวดเร็วโดยไม่มีท่าทีอิดออด เขาเลื่อนเอกสารกลับไปให้ร่างสูง

"เรียบร้อยครับ" ภีมภัทรประสานมือไว้บนตัก ส่งรอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูห่างเหินไปให้ "ทราบครับ ประธานคิรากร"

คำเรียกขานที่หลุดออกมาจากปากของคนอายุน้อยกว่าทำให้คิรากรชะงักไป ปากกาในมือของประธานหนุ่มหยุดนิ่งไปชั่วครู่ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ลึก ๆ ในใจเกิดความรู้สึกสะดุดและโหวงเหวงแปลก ๆ อย่างที่ไม่ควรจะเป็น คำว่า 'ประธานคิรากร' ที่ภีมภัทรใช้ มันช่างฟังดูเหินห่างและเต็มไปด้วยกำแพงหนาทึบ ต่างจากตอนเด็ก ๆ ที่อีกฝ่ายมักจะเดินตามหลังเขาแล้วเรียก "พี่คิรา" เสียงใส

คิรากรจ้องมองใบหน้าด้านข้างของภีมภัทรที่ตอนนี้ก้มลงตักข้าวทานเงียบ ๆ ดวงตาคมกริบฉายแววสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายทิฐิและนิสัยปากแข็งก็ทำให้เขาเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ นิ่งเฉย และไม่ได้ทักท้วงอะไรออกมา

มื้ออาหารค่ำดำเนินไปท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบา ๆ ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นอีกหลังจากนั้น เมื่ออิ่มแล้ว ภีมภัทรเป็นฝ่ายจัดการเก็บจานชามไปล้างด้วยตัวเองอย่างระมัดระวัง โดยมีคิรากรเดินแยกตัวกลับเข้าห้องทำงานไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ช่วงดึกของคืนนั้น ลมเอื่อย ๆ พัดผ่านระเบียงกว้างของเพนต์เฮาส์ชั้นที่ 88 ภีมภัทรในชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มเดินออกมานั่งรับลมตรงเก้าอี้หวายตัวยาว สายตาทอดมองไปเบื้องหน้า ทัศนียภาพของนครอัศวินยามค่ำคืนช่างงดงาม แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงและท้องถนนดูราวกับทะเลดาวบนดิน

ลมหนาวปะทะผิวหน้าจนรู้สึกชาเล็กน้อย ภีมภัทรยกมือซ้ายขึ้นมา ในความมืดเขาเอื้อมมือเข้าไปใต้คอเสื้อเชิ้ต ดึงสร้อยคอเงินเส้นบางออกมา บนปลายสร้อยนั้นมีแวนหมั้นทองคำขาวเรียบหรูห้อยอยู่ มันไม่ได้ถูกสวมไว้ที่นิ้วนางเนื่องจากลักษณะงานนายแบบของเขาที่ต้องเปลี่ยนเครื่องประดับบ่อย ๆ และอีกเหตุผลหนึ่ง... คือเจ้าของของมันไม่เคยปรารถนาจะให้เขาสวมมันตั้งแต่แรก

ภีมภัทรกำแหวนวงนั้นไว้ในอุ้งมือ ความอุ่นจากร่างกายซึมผ่านโลหะเย็น ๆ เขาก้มหน้าลงซบหน้าผากกับเข่า เตือนตัวเองในใจซ้ำ ๆ

‘อย่าคิดไปไกล ภีมภัทร... นายอยู่ที่นี่เพราะคุณย่าวารุณีขอร้องไว้เท่านั้น อย่าฝันในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้’

ความรู้สึกแอบรักที่เก็บซ่อนมาเนิ่นนานตั้งแต่วัยเยาว์ ยามที่เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่คุณหญิงรับมาอุปการะ และคิรากรคือคุณชายผู้สูงส่งที่ไม่เคยเอื้อมถึง ความรู้สึกเหล่านั้นถูกกดทับไว้ภายใต้ท่าทีที่นอบน้อมและสงบเสงี่ยม

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง แสงไฟจากห้องทำงานฝั่งปีกขวายังคงเปิดอยู่ คิรากรยืนอยู่หลังกระจกบานใหญ่ในห้องทำงานที่มืดสลัว ในมือถือแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดไปนานแล้ว สายตาคมกริบไม่ได้จับจ้องอยู่ที่หน้าจอแล็ปท็อปหรือเอกสารกองโตบนโต๊ะ หากแต่ทอดมองผ่านกระจกนิรภัยไปยังแผ่นหลังบางของภีมภัทรที่นั่งอยู่ตรงระเบียงฝั่งตรงข้าม

แสงจันทร์และแสงไฟจากเมืองส่องกระทบดวงหน้าหวานที่ดูเศร้าสร้อยและโดดเดี่ยว ร่างเล็ก ๆ นั้นดูบอบบางเหลือเกินเมื่ออยู่ท่ามกลางความกว้างใหญ่ของเพนต์เฮาส์แห่งนี้ คิรากรยกแก้วกาแฟขึ้นจรดริมฝีปาก คิ้วขมวดมุ่น สายตาเต็มไปด้วยความสับสนและปั่นป่วนในอกที่เจ้าตัวก็ยังหาคำตอบไม่ได้

เขาบอกตัวเองว่าเขาเกลียดการคลุมถุงชน เกลียดการถูกบังคับ แต่ทำไม... ยามที่เห็นแผ่นหลังที่ดูอ้างว้างนั้น หัวใจที่เคยนิ่งสนิทกลับรู้สึกไหวสั่น และมีความต้องการลึก ๆ ที่อยากจะเดินข้ามฝั่งไปคว้าไหล่บางนั้นมาโอบกอดไว้

คิรากรลดแก้วกาแฟลง ถอนหายใจยาวในความมืด ค่ำคืนแรกของการอยู่ร่วมกันเริ่มต้นด้วยความห่างเหินทว่าซ่อนไว้ด้วยกระแสน้ำวนแห่งความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างพยายามปกปิดมันไว้อย่างมิดชิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์

    ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ในห้องแต่งตัวของ บลู ริเวอร์ สตูดิโอ ส่องสว่างจนเห็นละอองแป้งที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เสียงไดร์เป่าผมทำงานสลับกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของทีมงานด้านนอก ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ บรรยากาศกลับอึดอัดจนชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องภีมภัทรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองเงาของตัวเองที่กำลังถูกช่างแต่งหน้าเติมแต่ง ไหล่บางเหยียดตรง แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอนจากสายตาของคนรอบข้างที่มองมาอย่างมีเลศนัยตั้งแต่เขาเดินก้าวเข้ามาในสตูดิโอแห่งนี้“พี่พิมครับ ขอรองพื้นตรงโหนกแก้มเพิ่มอีกนิดได้ไหมครับ วันนี้ฟิตติ้งเสื้อผ้าโทนเข้ม ผมกลัวหน้าจะลอย” ภีมภัทรเอ่ยเสียงนุ่ม พยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด“ได้จ้ะน้องภีม” พิม ช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายยิ้มรับ มือที่ถือพู่กันชะงักไปเล็กน้อย สายตาหล่อนเหลือบมองไปทางมุมห้องชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อที่มุมห้องนั้น ลลิน นักแสดงสาวชื่อดังที่เป็นพรีเซนเตอร์ร่วมในแคมเปญนี้กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟายาว หล่อนจิบชาคาโมมายล์พลางใช้นิ้วเรียวยาวเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะแสร้งทำเป็นถอน

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์

    ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดคลื่นหัวใจดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกหนักอึ้งอยู่ลึก ๆ ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่ากลับถูกกลบด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ที่วางอยู่ตรงมุมห้องคุณหญิงวารุณี อัครเดช ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนเอนหลังพิงหมอนใบโต ดวงตาที่ผ่านโลกมาเนิ่นนานทอดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ แม้ร่างกายจะซูบผอมลงไปบ้างตามวัยและอาการป่วย แต่สายตาและน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้ง ออโรร่า มีเดีย กรุ๊ป"คิรา... แกจำได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร"ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคิรากรดังรอดมาตามสัญญาณ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำตงฉินจะตอบกลับอย่างสุภาพ "จำได้ครับคุณย่า วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือน... ที่ผมกับภีมหมั้นกัน""จำได้ก็ดี" คุณหญิงวารุณีปรับท่านั่งเล็กน้อย ขยับปลายนิ้วเคาะลงบนขอบเตียงเป็นจังหวะ "ตั้งแต่ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์ ย่าไม่เห็นแกจะพาภีมออกไปไหนมาไหนบ้างเลย วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองเอกสารชั้นแ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"

    ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าเหนือโถงทางเดินของ ออโรร่า สกาย เรสซิเดนซ์ (Aurora Sky Residence) ทอดเงายาวลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ภีมภัทรก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์พร้อมกับอ้อมแขนที่โอบกอดช่อดอกยิปโซและคัตเตอร์สีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ ใบไม้สีเขียวสดแซมอยู่ระบายรอบขอบกระดาษคราฟต์ที่ห่อหุ้มอย่างประณีต กลิ่นหอมจาง ๆ ของมันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าหลังจากการถ่ายแบบตลอดทั้งวันภีมภัทรเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว วางช่อดอกไม้ลงอย่างเบามือ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดตู้ด้านบนเพื่อหาแจกันแก้วใสใบใหญ่ เขาหยิบแจกันออกมา ล้างฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ออกด้วยน้ำสะอาด เปิดก๊อกรองน้ำจนได้ระดับที่พอดี จากนั้นจึงหันกลับมาหยิบกรรไกรเตรียมจะเล็มปลายก้านดอกไม้เสียงปลดล็อกประตูระบบดิจิตอลดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยเสียงบานประตูหนาหนักที่เปิดออกและปิดลง คิรากรเดินเข้ามาในห้อง เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขนซ้าย กระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกสองเม็ด เนกไทสีเข้มคลายออกเล็กน้อย คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดมเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับช่อดอกไม้สีขาวบนเคาน์เตอร์ภีมภัทรหันไปมองตาม

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรู

    ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรูแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกใสบานสูงของล็อบบี้ตึกออโรร่า ทาวเวอร์ สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับ เสียงฝีเท้าของพนักงานและผู้มาติดต่อดังสลับกับเสียงพูดคุยเบา ๆ เป็นจังหวะปกติของตึกระฟ้าใจกลางนครอัศวิน จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับออร่าที่ดึงดูดสายตาคนทั้งบริเวณนที วรเวช พระเอกซีรีส์อันดับหนึ่งของวงการบันเทิงยุคนี้ เดินถือช่อดอกกุหลาบสีขาวขนาดใหญ่ก้าวเข้ามาในโถงกว้าง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนลุกสบาย ๆ คู่กับกางเกงสแลกสีครีมส่งให้บุคลิกของเขาดูอบอุ่นและเข้าถึงง่าย รอยยิ้มละมุนที่มักจะปรากฏอยู่บนหน้าจอทีวีบ่อย ๆ ตอนนี้กำลังจุดประกายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ขณะที่สายตามุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์โดยสารโซนออฟฟิศ"คุณภีมครับ" เสียงนุ่มทักทายขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปถึงภีมภัทร วัฒนกุล ชะงักเท้า ดวงตากลมโตหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซับหน้าหลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายแบบเซตล่าสุดดูประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาหา"คุณนที? ยังไม่กลับอีกเหรอครับ เห็นพี่มิ้นท์บอกว่าถ่ายพาร์ทของต

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืน

    ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืนแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกนิรภัยบานยักษ์ของห้องประชุม Diamond Hall บนชั้น 80 ของอาคารออโรร่า ทาวเวอร์ บรรยากาศด้านในเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้คงที่ แต่สิ่งที่ทำให้คนในห้องรู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าคือบรรยากาศการประชุมสรุปแผนงานประจำไตรมาสภีมภัทรนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งซ้ายของโต๊ะประชุมยาว ด้านข้างมีมิรินทร์ หรือพี่มิ้น ผู้จัดการส่วนตัวคอยส่งเอกสารให้อยู่ไม่ห่าง ฝั่งตรงข้ามคือทีมบริหารฝ่ายศิลปินและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนหัวโต๊ะ...คือตำแหน่งของประธานบริหารสูงสุดคิรากร อัครเดช ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกดย้ำปลายนิ้วลงบนหน้าจอไอแพด สายตาคมกริบไล่อ่านตารางงานของนายแบบในสังกัดออโรร่า โมเดลส์ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ทว่ามีรังสีความกดดันแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าประสานสายตาตรง ๆ"ตารางงานเดือนนี้ของภีมภัทร ใครเป็นคนจัด" เสียงทุ้มเรียบหักมุมความเงียบในห้องรัญชิดา ผู้จัดการฝ่ายนายแบบรีบยืดตัวขึ้น "ดิฉันร่วมกับคุณมิรินทร์จัดค่ะ มีทั้งงานถ่ายแบบพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางแบรนด์นอก แล้วก็งานเดินแบบปิดท้ายฟินาเล่ช่วงปลายเดือนค่ะ"คิรากรไม่ได้เงยหน้าขึ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬ

    ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬเครื่องปรับอากาศภายใน ออโรร่า สตูดิโอ วัน (Aurora Studio One) ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าบรรยากาศใจกลางสตูดิโอขนาดใหญ่กลับร้อนระอุสวนทางกับอุณหภูมิรอบข้าง แสงไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่หลายสิบดวงถูกจัดวางและปรับมุมองศาเพื่อจำลองแสงแดดอันจัดจ้าของฤดูร้อน ผืนทรายจำลองสีขาวละเอียดถูกปูลาดเต็มพื้นที่ถ่ายภาพ ฉากหลังเป็นผ้าแคนวาสเพนต์ลวดลายเกลียวคลื่นและผืนฟ้าสีครามจาง"เซ็ตนี้ขอแบบเซ็กซี่แต่ยังมีคลาสอยู่นะครับน้องภีม ธันวา"‘ปอนด์’ ปกรณ์ ช่างภาพมือหนึ่งของบริษัทในเครือ Aurora Models ละสายตาจากช่องมองภาพของกล้องโปรเฟสชันนัลราคาเหยียบแสน เขาโบกมือส่งสัญญาณให้สไตลิสต์เข้าไปตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายเป็นครั้งสุดท้าย‘ภีมภัทร’ ยืนนิ่งอยู่กลางฉากจำลอง ผิวเนียนละเอียดของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสามปีสะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเนื้อแก้ว เสื้อผ้าในคอนเซปต์ "Sensual Summer" ของเขาคือเสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อบางเบาสีขาวสะอาดตา ตัวเสื้อถูกปลดกระดุมออกจนถึงเม็ดบนสุดของกางเกง เผยให้เห็นแผ่นอกบางและแนวไหปลาร้าที่เด่นชัด ชายเสื้อฝั่งหนึ่งถูกปล่อยให้หลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกงขาสั้นสีเบจ โชว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status