Início / วาย / คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน / ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืน

Compartilhar

ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืน

last update Data de publicação: 2026-10-23 09:50:00

ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืน

แสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกนิรภัยบานยักษ์ของห้องประชุม Diamond Hall บนชั้น 80 ของอาคารออโรร่า ทาวเวอร์ บรรยากาศด้านในเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้คงที่ แต่สิ่งที่ทำให้คนในห้องรู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าคือบรรยากาศการประชุมสรุปแผนงานประจำไตรมาส

ภีมภัทรนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งซ้ายของโต๊ะประชุมยาว ด้านข้างมีมิรินทร์ หรือพี่มิ้น ผู้จัดการส่วนตัวคอยส่งเอกสารให้อยู่ไม่ห่าง ฝั่งตรงข้ามคือทีมบริหารฝ่ายศิลปินและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนหัวโต๊ะ...คือตำแหน่งของประธานบริหารสูงสุด

คิรากร อัครเดช ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกดย้ำปลายนิ้วลงบนหน้าจอไอแพด สายตาคมกริบไล่อ่านตารางงานของนายแบบในสังกัดออโรร่า โมเดลส์ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ทว่ามีรังสีความกดดันแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าประสานสายตาตรง ๆ

"ตารางงานเดือนนี้ของภีมภัทร ใครเป็นคนจัด" เสียงทุ้มเรียบหักมุมความเงียบในห้อง

รัญชิดา ผู้จัดการฝ่ายนายแบบรีบยืดตัวขึ้น "ดิฉันร่วมกับคุณมิรินทร์จัดค่ะ มีทั้งงานถ่ายแบบพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางแบรนด์นอก แล้วก็งานเดินแบบปิดท้ายฟินาเล่ช่วงปลายเดือนค่ะ"

คิรากรไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอ เขาเลื่อนตารางดูทีละวัน ก่อนจะวางไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดัง แปะ แผ่วเบา แต่กลับทำให้คนฟังใจหายวาบ

"แน่นเกินไป" คิรากรเอ่ย เสียงของเขาเป็นทางการและห่างเหินราวกับกำลังประเมินชิ้นส่วนเครื่องจักร "สัปดาห์ที่สามมีทั้งงานอีเวนต์ช่วงเช้าและงานถ่ายแฟชั่นเซตยาวไปจนถึงดึก ร่างกายของนายแบบไม่ใช่เครื่องจักร ถ้าเกิดทรุดหรือหน้าตาอิดโรยระหว่างงาน ผลเสียจะตกอยู่กับภาพลักษณ์ของออโรร่า มีเดีย กรุ๊ป"

ภีมภัทรเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตลอบมองคนพูด คิรากรสบตาเขาเพียงเสี้ยววินาที เป็นสายตาที่ว่างเปล่า ปราศจากความรู้สึกเชื่อมโยงใด ๆ เหมือนคนที่เพิ่งนั่งทานข้าวเช้าด้วยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเป็นเพียงภาพลวงตา

"ผมไหวครับคุณคิรากร" ภีมภัทรตัดสินใจเอ่ยแทรก เสียงของเขานุ่มแต่หนักแน่น "งานถ่ายแฟชั่นเซตนั้นค่อนข้างสำคัญ และผมเตรียมตัวมานาน ไม่อยากให้ทีมงานต้องเลื่อนเพราะผม"

คิรากรหันไปสบตานายแบบหนุ่มตรง ๆ แววตาของประธานบริหารไม่มีความผ่อนปรน

"หน้าที่ของนายคือทำตามตารางที่บริษัทเห็นชอบ ภีมภัทร" คิรากรเอ่ยเรียกชื่อเต็มด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "การดันทุรังรับงานจนเกินกำลังไม่ได้แสดงถึงความรับผิดชอบ แต่มันแสดงถึงการจัดการที่ไม่เป็นระบบ คุณมิรินทร์...ไปปรับตารางวันนั้นออกซะ ตัดงานอีเวนต์เช้าให้คนอื่นแทน หรือไม่ก็เลื่อนคิวถ่ายแบบออกไป"

"รับทราบค่ะคุณคิรา" มิรินทร์รีบจดบันทึก

ภีมภัทรค่อย ๆ ลดมือที่ประสานกันบนตักลง ความรู้สึกหน่วงวาบแล่นริ้วเข้ามาในอก คำพูดที่ดูเหมือนจะห่วงใยในเรื่องสุขภาพ แต่แท้จริงแล้วกลับถูกตีกรอบด้วยคำว่า 'ภาพลักษณ์ของบริษัท' และ 'ผลเสียขององค์กร'

ในห้องประชุมนี้ คิรากรคือท่านประธานผู้มีอำนาจล้นมือ ส่วนเขา...เป็นเพียงฟันเฟืองชิ้นเล็ก ๆ ในอาณาจักรบันเทิงแห่งนี้ ไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ไม่มีตัวตนพิเศษ และไม่มีความสำคัญใด ๆ เกินไปกว่าคำว่าทรัพย์สินของบริษัท

"ถ้าไม่มีข้อกังขาตรงไหนแล้ว ปิดประชุมได้"

คิรากรลุกขึ้นยืนพลางติดกระดุมสูทเม็ดบน ภาคิน เลขาส่วนตัวรีบก้าวเข้ามาเก็บเอกสารและเดินตามประธานหนุ่มออกไปจากห้องทันที โดยที่คิรากรไม่ได้หันกลับมามองข้างหลังอีกเลย

ภีมภัทรถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ปล่อยให้ความเย็นของห้องประชุมกัดกินความรู้สึกที่เริ่มสับสนขึ้นเรื่อย ๆ

ค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ท้องฟ้าเหนือนครอัศวินถูกแทนที่ด้วยแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูง

เสียงสัญญาณดิจิตอลดังกิ๊งพร้อมกับบานประตูกระจกนิรภัยของ Aurora Sky Residence ที่เปิดออกและปิดลง ล็อคตัวเองโดยอัตโนมัติ ภีมภัทรก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์สุดหรูด้วยความเหนื่อยล้า เขาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะคอนโซลหน้าประตู ก่อนจะชะงักเมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากโซนห้องครัว

ร่างโปร่งเดินตามกลิ่นเข้าไป ก่อนจะพบกับภาพที่แตกต่างจากเมื่อกลางวันโดยสิ้นเชิง

คิรากรอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำเนื้อนุ่มสบายตัวกับกางเกงขายาวสีเข้ม ผมที่เคยเซตทรงอย่างประณีตบัดนี้ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย เขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารหินอ่อน บนโต๊ะมีจานซีฟู้ดจานใหญ่ที่มีปูนึ่งตัวโตควันฉุยส่งกลิ่นหอมฟุ้ง

ที่สำคัญคือ ในมือของประธานบริหารผู้เย็นชาคนนั้น กำลังถือคีมแกะเปลือกปูอย่างคล่องแคล่ว

"กลับมาแล้วเหรอ" คิรากรเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้า "ไปล้างมือสิ จะได้มากิน"

ภีมภัทรกะพริบตาปริบ ๆ พยายามปรับอารมณ์ให้ทันกับสถานการณ์ เขายอมเดินไปล้างมือที่อ่างล้างจานแล้วกลับมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ทันทีที่นั่งลง คิรากรก็เลื่อนจานกระเบื้องสีขาวใบเล็กมาให้ตรงหน้า

บนจานนั้นมีก้อนเนื้อปูแกะขาวอวบ เนื้อกรรเชียงปูชิ้นโตเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีเศษเปลือกติดอยู่เลยแม้แต่น้อย

"กินซะ" คิรากรบอกพลางวางคีมลง แล้วใช้ผ้าเช็ดมือ

"คุณคิราแกะเองหมดเลยเหรอครับ..." ภีมภัทรถาม เสียงอ้อมแอ้ม

"อืม ร้านนี้เนื้อดี น้ำจิ้มก็ใช้ได้" คิรากรยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แววตาคมทอดมองคนตรงหน้า "ช่วงนี้นายนายผอมไป แฟนคลับในทวิตเตอร์บ่นกันหนาหูว่าบริษัทใช้งานนายหนักจนหน้าตอบ ฉันยอมให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียเพราะโดนหาว่าทารุณกรรมศิลปินไม่ได้"

คำอ้างเรื่อง 'ภาพลักษณ์บริษัท' ถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาพร้อมกับเนื้อปูแกะสำเร็จรูปคำโต

ภีมภัทรพยักหน้ารับคำเบา ๆ "ขอบคุณครับ" เขาใช้ตะเกียบคีบเนื้อปูเข้าปาก รสชาติหวานสดของปูบวกกับน้ำจิ้มรสจัดจ้านช่วยเติมพลังงานที่สูญเสียไปได้ดี แต่อกข้างซ้ายกลับรู้สึกหน่วงจนบอกไม่ถูก

โหมดกลางวัน...เขาคือประธานใจร้ายที่ตัดตารางงานอย่างไม่ใยดีในห้องประชุม

โหมดกลางคืน...เขาคือผู้ชายที่นั่งแกะปูนึ่งให้ทานในเพนต์เฮาส์ส่วนตัว

ความย้อนแย้งสุดขั้วนี้ทำให้ภีมภัทรเริ่มสับสนจนวางตัวไม่ถูก ความเป็นทางการที่บริษัทกับความใกล้ชิดที่บ้าน มันห่างกันราวกับเป็นคนละคน จนเขาเริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งที่คิรากรทำอยู่ทุกวันนี้ ทำไปเพราะหน้าที่เพราะคำสั่งของคุณย่า หรือทำเพราะมีความรู้สึกอื่นแฝงอยู่กันแน่

"รับน้ำเพิ่มไหมครับ" ภีมภัทรเอ่ยทำลายความเงียบ หลังจากทานเนื้อปูไปได้พักใหญ่

"อืม" คิรากรตอบสั้น ๆ

ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือข้ามโต๊ะเพื่อไปหยิบเหยือกแก้วใส่น้ำดีไซน์หรู ทว่าจังหวะที่โน้มตัวลงไปนั้น ตะขอสร้อยคอเงินเส้นบางที่ซ่อนอยู่ใต้คอเสื้อยืดของภีมภัทรเกิดเกี่ยวเข้ากับพนักเก้าอี้โดยไม่ตั้งใจ แรงรั้งทำให้ตะขอที่ค่อนข้างหลวมอยู่แล้วหลุดออกทันที

กิ๊ง...

เสียงโลหะกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนในความเงียบ แหวนเพชรวงเรียบหรูซึ่งเป็นแหวนหมั้นที่คิรากรเคยสวมให้หลุดออกจากสร้อยและกลิ้งหลุน ๆ ไปหยุดอยู่แทบเท้าของชายหนุ่มร่างสูง

ภีมภัทรตาโตด้วยความตื่นตระหนก "อะ...แหวน"

เขารีบจะก้มลงไปเก็บ แต่ทว่าคิรากรกลับไวกว่า มือหนาก้มลงไปคว้าแหวนเพชรวงนั้นขึ้นมาไว้ในฝ่ามือได้อย่างรวดเร็ว

คิรากรยืนเต็มความสูง สายตาคมกริบจ้องมองแหวนเพชรในมือสลับกับใบหน้าที่ซีดลงเล็กน้อยของภีมภัทร บรรยากาศในห้องพลันเงียบสนิทลงไปถนัดตา ภีมภัทรรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เขาซ่อนแหวนวงนี้ไว้กับสร้อยคอมาตลอดเพราะไม่อยากให้ใครเห็นตามที่ตกลงกันไว้ แต่วันนี้มันกลับหลุดต่อหน้าเจ้าของตัวจริง

คิรากรก้าวเข้ามาใกล้ แบมือส่งแหวนคืนให้พลางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ทว่าจริงจังและกดต่ำจนคนฟังใจสั่น

"เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็น...ถ้านายยังไม่อยากให้เรื่องของเราพัง"

ภีมภัทรยื่นมืออันสั่นเทารับแหวนกลับมามากำไว้แน่น ดวงตากลมโตสบมองลึกลงไปในดวงตาของคิรากรที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

สำหรับคิรากร...คำว่า "ถ้านายยังไม่อยากให้เรื่องของเราพัง" หมายถึงความห่วงใยที่เขามีต่อภีมภัทร เขารู้ดีว่าวงการบันเทิงเต็มไปด้วยข่าวลือและการจับจ้อง หากมีใครเห็นแหวนหมั้นวงนี้ ข่าวลือจะทำลายอาชีพนายแบบที่กำลังรุ่งโรจน์ของภีมภัทรจนหมดสิ้น เขาจึงอยากปกป้องพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้เงียบที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคนตรงหน้า

แต่สำหรับภีมภัทร...คำเตือนนั้นกลับถูกแปลความหมายไปอีกทางหนึ่ง

ในใจของนายแบบหนุ่ม ความคิดแล่นไปถึงข้อตกลงและท่าทีอันแสนเย็นชาในเวลางาน ประโยคของคิรากรฝังลึกลงในความรู้สึกว่า ชายหนุ่มกำลังหวาดกลัวว่าความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะความต้องการของผู้ใหญ่จะหลุดรอดออกไป คิรากรคงกลัวว่าสถานะ 'คู่หมั้น' หรือ 'สามี' จะไปผูกมัดและขัดขวางชีวิตอิสระ ขัดขวางอนาคต หรือแม้กระทั่งใครบางคนที่คิรากรอาจจะอยากเลือกเองในวันข้างหน้า

"ครับ...ผมจะระวังให้มากกว่านี้" ภีมภัทรตอบกลับเสียงแผ่ว พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดลึก ๆ ไว้ในใจ

ความเข้าใจผิดในค่ำคืนนี้หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของทั้งคู่ คิรากรยังคงทำหน้าที่ปกป้องในแบบของเขา ส่วนภีมภัทรก็เริ่มสร้างกำแพงเพื่อเตรียมใจยอมรับวันที่จะต้องปล่อยมือจากผู้ชายคนนี้...ในวันที่เรื่องราวลับ ๆ นี้สิ้นสุดลง

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์

    ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ในห้องแต่งตัวของ บลู ริเวอร์ สตูดิโอ ส่องสว่างจนเห็นละอองแป้งที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เสียงไดร์เป่าผมทำงานสลับกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของทีมงานด้านนอก ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ บรรยากาศกลับอึดอัดจนชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องภีมภัทรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองเงาของตัวเองที่กำลังถูกช่างแต่งหน้าเติมแต่ง ไหล่บางเหยียดตรง แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอนจากสายตาของคนรอบข้างที่มองมาอย่างมีเลศนัยตั้งแต่เขาเดินก้าวเข้ามาในสตูดิโอแห่งนี้“พี่พิมครับ ขอรองพื้นตรงโหนกแก้มเพิ่มอีกนิดได้ไหมครับ วันนี้ฟิตติ้งเสื้อผ้าโทนเข้ม ผมกลัวหน้าจะลอย” ภีมภัทรเอ่ยเสียงนุ่ม พยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด“ได้จ้ะน้องภีม” พิม ช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายยิ้มรับ มือที่ถือพู่กันชะงักไปเล็กน้อย สายตาหล่อนเหลือบมองไปทางมุมห้องชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อที่มุมห้องนั้น ลลิน นักแสดงสาวชื่อดังที่เป็นพรีเซนเตอร์ร่วมในแคมเปญนี้กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟายาว หล่อนจิบชาคาโมมายล์พลางใช้นิ้วเรียวยาวเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะแสร้งทำเป็นถอน

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์

    ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดคลื่นหัวใจดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกหนักอึ้งอยู่ลึก ๆ ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่ากลับถูกกลบด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ที่วางอยู่ตรงมุมห้องคุณหญิงวารุณี อัครเดช ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนเอนหลังพิงหมอนใบโต ดวงตาที่ผ่านโลกมาเนิ่นนานทอดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ แม้ร่างกายจะซูบผอมลงไปบ้างตามวัยและอาการป่วย แต่สายตาและน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้ง ออโรร่า มีเดีย กรุ๊ป"คิรา... แกจำได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร"ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคิรากรดังรอดมาตามสัญญาณ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำตงฉินจะตอบกลับอย่างสุภาพ "จำได้ครับคุณย่า วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือน... ที่ผมกับภีมหมั้นกัน""จำได้ก็ดี" คุณหญิงวารุณีปรับท่านั่งเล็กน้อย ขยับปลายนิ้วเคาะลงบนขอบเตียงเป็นจังหวะ "ตั้งแต่ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์ ย่าไม่เห็นแกจะพาภีมออกไปไหนมาไหนบ้างเลย วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองเอกสารชั้นแ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"

    ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าเหนือโถงทางเดินของ ออโรร่า สกาย เรสซิเดนซ์ (Aurora Sky Residence) ทอดเงายาวลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ภีมภัทรก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์พร้อมกับอ้อมแขนที่โอบกอดช่อดอกยิปโซและคัตเตอร์สีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ ใบไม้สีเขียวสดแซมอยู่ระบายรอบขอบกระดาษคราฟต์ที่ห่อหุ้มอย่างประณีต กลิ่นหอมจาง ๆ ของมันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าหลังจากการถ่ายแบบตลอดทั้งวันภีมภัทรเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว วางช่อดอกไม้ลงอย่างเบามือ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดตู้ด้านบนเพื่อหาแจกันแก้วใสใบใหญ่ เขาหยิบแจกันออกมา ล้างฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ออกด้วยน้ำสะอาด เปิดก๊อกรองน้ำจนได้ระดับที่พอดี จากนั้นจึงหันกลับมาหยิบกรรไกรเตรียมจะเล็มปลายก้านดอกไม้เสียงปลดล็อกประตูระบบดิจิตอลดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยเสียงบานประตูหนาหนักที่เปิดออกและปิดลง คิรากรเดินเข้ามาในห้อง เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขนซ้าย กระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกสองเม็ด เนกไทสีเข้มคลายออกเล็กน้อย คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดมเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับช่อดอกไม้สีขาวบนเคาน์เตอร์ภีมภัทรหันไปมองตาม

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรู

    ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรูแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกใสบานสูงของล็อบบี้ตึกออโรร่า ทาวเวอร์ สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับ เสียงฝีเท้าของพนักงานและผู้มาติดต่อดังสลับกับเสียงพูดคุยเบา ๆ เป็นจังหวะปกติของตึกระฟ้าใจกลางนครอัศวิน จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับออร่าที่ดึงดูดสายตาคนทั้งบริเวณนที วรเวช พระเอกซีรีส์อันดับหนึ่งของวงการบันเทิงยุคนี้ เดินถือช่อดอกกุหลาบสีขาวขนาดใหญ่ก้าวเข้ามาในโถงกว้าง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนลุกสบาย ๆ คู่กับกางเกงสแลกสีครีมส่งให้บุคลิกของเขาดูอบอุ่นและเข้าถึงง่าย รอยยิ้มละมุนที่มักจะปรากฏอยู่บนหน้าจอทีวีบ่อย ๆ ตอนนี้กำลังจุดประกายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ขณะที่สายตามุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์โดยสารโซนออฟฟิศ"คุณภีมครับ" เสียงนุ่มทักทายขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปถึงภีมภัทร วัฒนกุล ชะงักเท้า ดวงตากลมโตหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซับหน้าหลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายแบบเซตล่าสุดดูประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาหา"คุณนที? ยังไม่กลับอีกเหรอครับ เห็นพี่มิ้นท์บอกว่าถ่ายพาร์ทของต

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืน

    ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืนแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกนิรภัยบานยักษ์ของห้องประชุม Diamond Hall บนชั้น 80 ของอาคารออโรร่า ทาวเวอร์ บรรยากาศด้านในเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้คงที่ แต่สิ่งที่ทำให้คนในห้องรู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าคือบรรยากาศการประชุมสรุปแผนงานประจำไตรมาสภีมภัทรนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งซ้ายของโต๊ะประชุมยาว ด้านข้างมีมิรินทร์ หรือพี่มิ้น ผู้จัดการส่วนตัวคอยส่งเอกสารให้อยู่ไม่ห่าง ฝั่งตรงข้ามคือทีมบริหารฝ่ายศิลปินและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนหัวโต๊ะ...คือตำแหน่งของประธานบริหารสูงสุดคิรากร อัครเดช ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกดย้ำปลายนิ้วลงบนหน้าจอไอแพด สายตาคมกริบไล่อ่านตารางงานของนายแบบในสังกัดออโรร่า โมเดลส์ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ทว่ามีรังสีความกดดันแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าประสานสายตาตรง ๆ"ตารางงานเดือนนี้ของภีมภัทร ใครเป็นคนจัด" เสียงทุ้มเรียบหักมุมความเงียบในห้องรัญชิดา ผู้จัดการฝ่ายนายแบบรีบยืดตัวขึ้น "ดิฉันร่วมกับคุณมิรินทร์จัดค่ะ มีทั้งงานถ่ายแบบพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางแบรนด์นอก แล้วก็งานเดินแบบปิดท้ายฟินาเล่ช่วงปลายเดือนค่ะ"คิรากรไม่ได้เงยหน้าขึ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬ

    ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬเครื่องปรับอากาศภายใน ออโรร่า สตูดิโอ วัน (Aurora Studio One) ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าบรรยากาศใจกลางสตูดิโอขนาดใหญ่กลับร้อนระอุสวนทางกับอุณหภูมิรอบข้าง แสงไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่หลายสิบดวงถูกจัดวางและปรับมุมองศาเพื่อจำลองแสงแดดอันจัดจ้าของฤดูร้อน ผืนทรายจำลองสีขาวละเอียดถูกปูลาดเต็มพื้นที่ถ่ายภาพ ฉากหลังเป็นผ้าแคนวาสเพนต์ลวดลายเกลียวคลื่นและผืนฟ้าสีครามจาง"เซ็ตนี้ขอแบบเซ็กซี่แต่ยังมีคลาสอยู่นะครับน้องภีม ธันวา"‘ปอนด์’ ปกรณ์ ช่างภาพมือหนึ่งของบริษัทในเครือ Aurora Models ละสายตาจากช่องมองภาพของกล้องโปรเฟสชันนัลราคาเหยียบแสน เขาโบกมือส่งสัญญาณให้สไตลิสต์เข้าไปตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายเป็นครั้งสุดท้าย‘ภีมภัทร’ ยืนนิ่งอยู่กลางฉากจำลอง ผิวเนียนละเอียดของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสามปีสะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเนื้อแก้ว เสื้อผ้าในคอนเซปต์ "Sensual Summer" ของเขาคือเสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อบางเบาสีขาวสะอาดตา ตัวเสื้อถูกปลดกระดุมออกจนถึงเม็ดบนสุดของกางเกง เผยให้เห็นแผ่นอกบางและแนวไหปลาร้าที่เด่นชัด ชายเสื้อฝั่งหนึ่งถูกปล่อยให้หลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกงขาสั้นสีเบจ โชว

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status