LOGINตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬ
เครื่องปรับอากาศภายใน ออโรร่า สตูดิโอ วัน (Aurora Studio One) ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าบรรยากาศใจกลางสตูดิโอขนาดใหญ่กลับร้อนระอุสวนทางกับอุณหภูมิรอบข้าง แสงไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่หลายสิบดวงถูกจัดวางและปรับมุมองศาเพื่อจำลองแสงแดดอันจัดจ้าของฤดูร้อน ผืนทรายจำลองสีขาวละเอียดถูกปูลาดเต็มพื้นที่ถ่ายภาพ ฉากหลังเป็นผ้าแคนวาสเพนต์ลวดลายเกลียวคลื่นและผืนฟ้าสีครามจาง "เซ็ตนี้ขอแบบเซ็กซี่แต่ยังมีคลาสอยู่นะครับน้องภีม ธันวา" ‘ปอนด์’ ปกรณ์ ช่างภาพมือหนึ่งของบริษัทในเครือ Aurora Models ละสายตาจากช่องมองภาพของกล้องโปรเฟสชันนัลราคาเหยียบแสน เขาโบกมือส่งสัญญาณให้สไตลิสต์เข้าไปตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายเป็นครั้งสุดท้าย ‘ภีมภัทร’ ยืนนิ่งอยู่กลางฉากจำลอง ผิวเนียนละเอียดของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสามปีสะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเนื้อแก้ว เสื้อผ้าในคอนเซปต์ "Sensual Summer" ของเขาคือเสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อบางเบาสีขาวสะอาดตา ตัวเสื้อถูกปลดกระดุมออกจนถึงเม็ดบนสุดของกางเกง เผยให้เห็นแผ่นอกบางและแนวไหปลาร้าที่เด่นชัด ชายเสื้อฝั่งหนึ่งถูกปล่อยให้หลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกงขาสั้นสีเบจ โชว์สะโพกเพรียวสอบและเรียวขาขาวจัดที่เปรอะเศษทรายเล็กน้อยตามคำสั่งของผู้กำกับภาพ "น้องภีมครับ พี่ขอซับมันตรงช่วงไหล่อีกนิดนึงนะ ละอองน้ำที่ฉีดไว้เริ่มแห้งแล้ว" ‘ต้น’ ธนกฤต สไตลิสต์ประจำกองรีบวิ่งเข้าไปพร้อมขวดสเปรย์น้ำแร่และพู่กันปัดหน้า "ได้ครับพี่ต้น" ภีมภัทรขยับยิ้มบาง อ่อนโยนและว่าง่ายเสมอจนเป็นที่รักของคนทั้งกองถ่าย ข้าง ๆ กันนั้นคือ ‘ธันวา’ หรือที่ในวงการรู้จักกันในชื่อ อาร์มิน นายแบบรุ่นพี่สุดฮอตและไอดอลชายที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่น ธันวาอยู่ในชุดกางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีเข้ม ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้ออกและหน้าท้องที่เรียงตัวเป็นลอนสวย ผิวสีแทนของเขาชโลมด้วยออยล์จนดูฉ่ำวาวสะท้อนแสงแฟลช "พร้อมนะคิวถ่ายคู่" เสียงผู้กำกับภาพตะโกนผ่านโทรโข่งขนาดเล็ก "ธันวา ขยับเข้าไปใกล้ภีมอีกครับ คอนเซปต์คือความโหยหาและความร้อนรุ่มในฤดูร้อน" ธันวาก้าวเท้าลุยทรายเข้าไปชิดแผ่นหลังของภีมภัทร ความต่างของขนาดรูปร่างทำให้ภีมภัทรดูตัวเล็กขนาดย่อมลงไปในทันตา ธันวายกแขนแกร่งขึ้นโอบรอบเอวบางของรุ่นน้องจากทางด้านหลัง ฝ่ามือหนาที่อุ่นจัดวางแปะลงบนหน้าท้องราบเรียบผ่านเนื้อผ้าลินินบางเบา ภีมภัทรสั่นสะท้านเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่ในฐานะนายแบบมืออาชีพ เขารีบควบคุมลมหายใจและจัดระเบียบร่างกายทันที ใบหน้าหวานเอียงไปด้านหลังเล็กน้อยตามที่เคยซักซ้อมบอร์ดมา ทำให้ปลายจมูกของธันวาคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส ลมหายใจอุ่นของรุ่นพี่เป่ารดผิวคอของภีมภัทรจนเขารู้สึกขนลุกซู่ "ดีครับ! นิ่งไว้ตรงนั้น ธันวา กดสายตาลงมองปากน้องภีม ส่วนน้องภีมเงยหน้าขึ้นมองกล้อง ปากเผยอเล็กน้อย...เยี่ยม!" เสียงชัตเตอร์ของปอนด์รัวถี่ยิบ แชะ! แชะ! แชะ! แชะ! "มิ้น...พี่ว่ามันไม่ใกล้ไปหน่อยเหรอ" ‘มิรินทร์’ หรือ มิ้น ผู้จัดการส่วนตัวของภีมภัทรที่ยืนอยู่ข้างจอมอนิเตอร์กระซิบกระซาบกับคอสตูมพลางขมวดคิ้ว "ในบอร์ดมันแค่หันหลังชนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมผู้กำกับหน้างานสั่งแก้ให้เนื้อแนบเนื้อขนาดนี้ล่ะ" "โอ๊ยแก ฤดูร้อนมันก็ต้องร้อนแรงสิ อีกอย่างธันวาก็กำลังดัง ประกบคู่กันแบบนี้เคมีกระจาย เรตติ้งนิตยสารพุ่งกระฉูดแน่นอน" สไตลิสต์ตอบขำ ๆ โดยไม่ได้คิดอะไร ในฉาก ธันวาขยับมือล่นต่ำลงมาเล็กน้อย จากหน้าท้องย้ายลงมาวางพักไว้ตรงช่วงบนของสะโพกเพรียว นิ้วโป้งของเขาจงใจลูบไล้ผ่านเนื้อผ้ากางเกงขาสั้นเบา ๆ เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมตามที่ผู้กำกับต้องการ ภีมภัทรพยายามโฟกัสกับกล้องตรงหน้า แม้จะรู้สึกอึดอัดกับสัมผัสที่ดูจะเกินเลยไปบ้าง แต่อาชีพนายแบบทำให้เขาต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววยั่วยวนตามคอนเซปต์ ครืด— ประตูเหล็กบานหนาของสตูดิโอวันถูกเลื่อนเปิดออกโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ลมเย็นจากโถงทางเดินภายนอกพัดเข้ามาวูบหนึ่ง พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนที่ทำให้เสียงพูดคุยจอกแจกจอแจภายในกองถ่ายเงียบกริบลงในวินาทีนั้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บประณีตของแบรนด์ยุโรปชื่อดังเดินนำเข้ามา สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบหน้าคมคายไอเย็นยะเยือก ‘คิรากร อัครเดช’ ประธานบริหารสูงสุดของ Aurora Media Group ก้าวเข้ามาในสตูดิโอด้วยท่วงท่าทรงพลังและน่าเกรงขาม โดยมี ‘ภาคิน’ เลขาส่วนตัวเดินตามหลังมาติด ๆ พร้อมกับแท็บเล็ตในมือ "ท่านประธาน..." เสียงผู้กำกับสั่นไปนิคนหนึ่งเมื่อหันไปเห็นบอสใหญ่ขององค์กร ทีมงานทุกคนในสตูดิโอ รวมไปถึงสไตลิสต์ ช่างแต่งหน้า และผู้ช่วยช่างภาพ ต่างรีบพากันก้มหัวทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศที่เคยร้อนรุ่มด้วยแสงไฟและคอนเซปต์ฤดูร้อน พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบจนแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง คิรากรไม่ได้รับไหว้ใครเป็นพิเศษ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้ทุกคนทำงานต่อ ทว่าเขากลับไม่ได้เดินผ่านไปยังห้องพักรับรอง VIP แต่ก้าวตรงดิ่งมายังโต๊ะควบคุมการถ่ายภาพ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่วางอยู่ข้างจอมอนิเตอร์หลักหน้าตาเฉย "ทำงานต่อสิ ไม่ต้องสนใจฉัน" เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิท ทว่ามีอำนาจสั่งการเด็ดขาดในตัวเอง ปอนด์ ช่างภาพหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก เขารีบยกกล้องขึ้นแนบตาอีกครั้ง แต่คราวนี้มือที่เคยนิ่งกลับสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ เพราะสายตาของประธานหนุ่มไม่ได้มองมาที่เขา แต่มองตรงไปยังภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูง บนจอภาพขนาดใหญ่ปรากฏภาพถ่ายพรีวิวของภีมภัทรและธันวาอย่างชัดเจน สายตาคมกริบของคิรากรจดจ้องไปที่จุดเดียว...คือฝ่ามือของธันวาที่กำลังวางอยู่บนสะโพกของภีมภัทร และใบหน้าของนายแบบรุ่นพี่ที่แทบจะฝังลงบนซอกคอขาวของคนตัวเล็ก คิรากรขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ มือทั้งสองข้างที่สอดอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็กส์กำแน่นเข้าหากันจนผิวข้อขึ้นสีขาว กลิ่นอายรังสีทมิฬและความกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกจากร่างสูงใหญ่จนเลขภาคินที่ยืนอยู่ข้างหลังต้องลอบปาดเหงื่อ ภีมภัทรที่ยืนอยู่กลางผืนทรายจำลองมองสบตากับคิรากรผ่านความว่างเปล่าในสตูดิโอ ใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาคุกรุ่นของคู่หมั้นหนุ่ม คิรากรกำลังโกรธ...และสายตาคู่นั้นดูเหมือนกำลังตำหนิเขาอย่างรุนแรง "ธันวา ขยับหน้าเข้าไปอีกนิด...เอ่อ..." เสียงผู้กำกับแผ่วลงเรื่อย ๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงกระแสความไม่พอใจที่ส่งมาจากเก้าอี้ข้างมอนิเตอร์ "หยุดก่อน" คำพูดสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากปากของคิรากรไม่ได้ใช้เสียงตะโกน แต่ความเรียบต่ำและเยือกเย็นของมันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ทุกอย่างในสตูดิโอหยุดชะงักลงราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา ช่างภาพละนิ้วออกจากปุ่มชัตเตอร์ ธันวาชะงักข้อมือ ส่วนภีมภัทรได้แต่ยืนนิ่งทิ้งแขนลงข้างลำตัว คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมกริบละจากจอมอนิเตอร์หันไปมองหน้าผู้กำกับและช่างภาพโดยตรง หน้าตาของเขาเรียบเฉย นิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับทึบอึดอัดจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง "มีอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน" ผู้กำกับเอ่ยถามเสียงอ้อมแอ้ม พยายามรักษาอาการลนลาน "เปลี่ยนคอนเซปต์" คิรากรสั่งการเสียงเรียบ "ลดการสัมผัสเนื้อตัวทั้งหมด ภาพลักษณ์ของ Aurora Models เน้นความหรูหรา ไฮคลาส ไม่ใช่ขายเนื้อหนังราคาถูก" คำพูดตรงไปตรงมาและดุดันนั้นทำให้ทีมงานหลายคนหน้าถอดสี ผู้กำกับอึกอักพลางหันไปมองภาคินเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เลขาหนุ่มทำได้เพียงส่งสายตาเห็นใจกลับมาเท่านั้น "แต่...แต่ว่าท่านประธานครับ สตอรี่บอร์ดใบนี้ คอนเซปต์นี้ ท่านประธานเป็นคนเซ็นอนุมัติด้วยตัวเองเมื่อตอนเช้านี้เองนะครับ" ผู้กำกับพยายามชี้แจงอย่างสุภาพที่สุด คิรากรปัดสายตามองผู้กำกับช้า ๆ "เมื่อเช้าคือเมื่อเช้า ตอนนี้คือตอนนี้ ฉันดูหน้างานแล้วมันใช้ไม่ได้ ภาพออกมาดูจงใจยั่วยวนเกินไป ไม่เหมาะกับแบรนด์เสื้อผ้าที่เป็นสปอนเซอร์หลัก" เขาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปทางธันวาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "แยกกันถ่าย หรือถ้าจะถ่ายคู่ ก็ให้ยืนห่างกันหนึ่งช่วงแขน ห้ามมีการถึงเนื้อถึงตัว" "รับทราบครับ! เปลี่ยนคอนเซปต์เดี๋ยวนี้เลยครับ!" ผู้กำกับรีบตอบรับทันทีเพราะรู้ดีว่าการขัดใจคิรากรหมายถึงอนาคตการทำงานในวงการนี้อาจจะจบลง ภีมภัทรที่ยืนอยู่กลางฉากจำลองเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจและรู้สึกหน่วงในอก ‘ไม่เน้นขายเนื้อหนังราคาถูก’ คำพูดนั้นของคิรากรมันเหมือนใบมีดโกนอาบยาพิษที่กรีดลงบนความรู้สึกของเขา คิรากรกำลังตำหนิเขาใช่ไหม? กำลังมองว่าเขาทำตัวไร้ค่า ปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาจับเนื้อต้องตัวเพื่อแลกกับงานใช่หรือเปล่า... เด็กหนุ่มก้มหน้าลงต่ำ มองเศษทรายบนพื้นเพื่อซ่อนแววตาเจ็บปวด โดยที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่า ภายใต้ท่าทางนิ่งเฉยดุจหุ่นสลักและมือที่กำแน่นในกระเป๋ากางเกงของคิรากรนั้น บอสใหญ่แห่งออโรร่ากำลังหงุดหงิดตัวเองจนแทบบ้า ‘บ้าชะมัด...’ คิรากรสบถในใจอย่างหงุดหงิดใจ เขารู้ดีว่ามันคืองาน รู้ดีว่ามันคือความเป็นมืออาชีพของภีมภัทร แต่ทันทีที่เห็นสายตาของธันวาที่มองคู่หมั้นของเขา และฝ่ามือที่ลูบไล้อยู่บนตัวของภีมภัทร ความเจ็บปลาบและเปลวไฟแห่งความหึงหวงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ปะทุขึ้นมาจุกอยู่ที่อก จนเขาไม่สามารถทนดูผู้ชายคนอื่นแตะต้องตัวคนของเขาได้แม้แต่เพียงวินาทีเดียวตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ในห้องแต่งตัวของ บลู ริเวอร์ สตูดิโอ ส่องสว่างจนเห็นละอองแป้งที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เสียงไดร์เป่าผมทำงานสลับกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของทีมงานด้านนอก ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ บรรยากาศกลับอึดอัดจนชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องภีมภัทรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองเงาของตัวเองที่กำลังถูกช่างแต่งหน้าเติมแต่ง ไหล่บางเหยียดตรง แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอนจากสายตาของคนรอบข้างที่มองมาอย่างมีเลศนัยตั้งแต่เขาเดินก้าวเข้ามาในสตูดิโอแห่งนี้“พี่พิมครับ ขอรองพื้นตรงโหนกแก้มเพิ่มอีกนิดได้ไหมครับ วันนี้ฟิตติ้งเสื้อผ้าโทนเข้ม ผมกลัวหน้าจะลอย” ภีมภัทรเอ่ยเสียงนุ่ม พยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด“ได้จ้ะน้องภีม” พิม ช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายยิ้มรับ มือที่ถือพู่กันชะงักไปเล็กน้อย สายตาหล่อนเหลือบมองไปทางมุมห้องชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อที่มุมห้องนั้น ลลิน นักแสดงสาวชื่อดังที่เป็นพรีเซนเตอร์ร่วมในแคมเปญนี้กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟายาว หล่อนจิบชาคาโมมายล์พลางใช้นิ้วเรียวยาวเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะแสร้งทำเป็นถอน
ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดคลื่นหัวใจดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกหนักอึ้งอยู่ลึก ๆ ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่ากลับถูกกลบด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ที่วางอยู่ตรงมุมห้องคุณหญิงวารุณี อัครเดช ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนเอนหลังพิงหมอนใบโต ดวงตาที่ผ่านโลกมาเนิ่นนานทอดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ แม้ร่างกายจะซูบผอมลงไปบ้างตามวัยและอาการป่วย แต่สายตาและน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้ง ออโรร่า มีเดีย กรุ๊ป"คิรา... แกจำได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร"ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคิรากรดังรอดมาตามสัญญาณ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำตงฉินจะตอบกลับอย่างสุภาพ "จำได้ครับคุณย่า วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือน... ที่ผมกับภีมหมั้นกัน""จำได้ก็ดี" คุณหญิงวารุณีปรับท่านั่งเล็กน้อย ขยับปลายนิ้วเคาะลงบนขอบเตียงเป็นจังหวะ "ตั้งแต่ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์ ย่าไม่เห็นแกจะพาภีมออกไปไหนมาไหนบ้างเลย วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองเอกสารชั้นแ
ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าเหนือโถงทางเดินของ ออโรร่า สกาย เรสซิเดนซ์ (Aurora Sky Residence) ทอดเงายาวลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ภีมภัทรก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์พร้อมกับอ้อมแขนที่โอบกอดช่อดอกยิปโซและคัตเตอร์สีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ ใบไม้สีเขียวสดแซมอยู่ระบายรอบขอบกระดาษคราฟต์ที่ห่อหุ้มอย่างประณีต กลิ่นหอมจาง ๆ ของมันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าหลังจากการถ่ายแบบตลอดทั้งวันภีมภัทรเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว วางช่อดอกไม้ลงอย่างเบามือ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดตู้ด้านบนเพื่อหาแจกันแก้วใสใบใหญ่ เขาหยิบแจกันออกมา ล้างฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ออกด้วยน้ำสะอาด เปิดก๊อกรองน้ำจนได้ระดับที่พอดี จากนั้นจึงหันกลับมาหยิบกรรไกรเตรียมจะเล็มปลายก้านดอกไม้เสียงปลดล็อกประตูระบบดิจิตอลดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยเสียงบานประตูหนาหนักที่เปิดออกและปิดลง คิรากรเดินเข้ามาในห้อง เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขนซ้าย กระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกสองเม็ด เนกไทสีเข้มคลายออกเล็กน้อย คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดมเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับช่อดอกไม้สีขาวบนเคาน์เตอร์ภีมภัทรหันไปมองตาม
ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรูแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกใสบานสูงของล็อบบี้ตึกออโรร่า ทาวเวอร์ สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับ เสียงฝีเท้าของพนักงานและผู้มาติดต่อดังสลับกับเสียงพูดคุยเบา ๆ เป็นจังหวะปกติของตึกระฟ้าใจกลางนครอัศวิน จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับออร่าที่ดึงดูดสายตาคนทั้งบริเวณนที วรเวช พระเอกซีรีส์อันดับหนึ่งของวงการบันเทิงยุคนี้ เดินถือช่อดอกกุหลาบสีขาวขนาดใหญ่ก้าวเข้ามาในโถงกว้าง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนลุกสบาย ๆ คู่กับกางเกงสแลกสีครีมส่งให้บุคลิกของเขาดูอบอุ่นและเข้าถึงง่าย รอยยิ้มละมุนที่มักจะปรากฏอยู่บนหน้าจอทีวีบ่อย ๆ ตอนนี้กำลังจุดประกายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ขณะที่สายตามุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์โดยสารโซนออฟฟิศ"คุณภีมครับ" เสียงนุ่มทักทายขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปถึงภีมภัทร วัฒนกุล ชะงักเท้า ดวงตากลมโตหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซับหน้าหลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายแบบเซตล่าสุดดูประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาหา"คุณนที? ยังไม่กลับอีกเหรอครับ เห็นพี่มิ้นท์บอกว่าถ่ายพาร์ทของต
ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืนแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกนิรภัยบานยักษ์ของห้องประชุม Diamond Hall บนชั้น 80 ของอาคารออโรร่า ทาวเวอร์ บรรยากาศด้านในเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้คงที่ แต่สิ่งที่ทำให้คนในห้องรู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าคือบรรยากาศการประชุมสรุปแผนงานประจำไตรมาสภีมภัทรนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งซ้ายของโต๊ะประชุมยาว ด้านข้างมีมิรินทร์ หรือพี่มิ้น ผู้จัดการส่วนตัวคอยส่งเอกสารให้อยู่ไม่ห่าง ฝั่งตรงข้ามคือทีมบริหารฝ่ายศิลปินและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนหัวโต๊ะ...คือตำแหน่งของประธานบริหารสูงสุดคิรากร อัครเดช ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกดย้ำปลายนิ้วลงบนหน้าจอไอแพด สายตาคมกริบไล่อ่านตารางงานของนายแบบในสังกัดออโรร่า โมเดลส์ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ทว่ามีรังสีความกดดันแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าประสานสายตาตรง ๆ"ตารางงานเดือนนี้ของภีมภัทร ใครเป็นคนจัด" เสียงทุ้มเรียบหักมุมความเงียบในห้องรัญชิดา ผู้จัดการฝ่ายนายแบบรีบยืดตัวขึ้น "ดิฉันร่วมกับคุณมิรินทร์จัดค่ะ มีทั้งงานถ่ายแบบพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางแบรนด์นอก แล้วก็งานเดินแบบปิดท้ายฟินาเล่ช่วงปลายเดือนค่ะ"คิรากรไม่ได้เงยหน้าขึ
ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬเครื่องปรับอากาศภายใน ออโรร่า สตูดิโอ วัน (Aurora Studio One) ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าบรรยากาศใจกลางสตูดิโอขนาดใหญ่กลับร้อนระอุสวนทางกับอุณหภูมิรอบข้าง แสงไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่หลายสิบดวงถูกจัดวางและปรับมุมองศาเพื่อจำลองแสงแดดอันจัดจ้าของฤดูร้อน ผืนทรายจำลองสีขาวละเอียดถูกปูลาดเต็มพื้นที่ถ่ายภาพ ฉากหลังเป็นผ้าแคนวาสเพนต์ลวดลายเกลียวคลื่นและผืนฟ้าสีครามจาง"เซ็ตนี้ขอแบบเซ็กซี่แต่ยังมีคลาสอยู่นะครับน้องภีม ธันวา"‘ปอนด์’ ปกรณ์ ช่างภาพมือหนึ่งของบริษัทในเครือ Aurora Models ละสายตาจากช่องมองภาพของกล้องโปรเฟสชันนัลราคาเหยียบแสน เขาโบกมือส่งสัญญาณให้สไตลิสต์เข้าไปตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายเป็นครั้งสุดท้าย‘ภีมภัทร’ ยืนนิ่งอยู่กลางฉากจำลอง ผิวเนียนละเอียดของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสามปีสะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเนื้อแก้ว เสื้อผ้าในคอนเซปต์ "Sensual Summer" ของเขาคือเสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อบางเบาสีขาวสะอาดตา ตัวเสื้อถูกปลดกระดุมออกจนถึงเม็ดบนสุดของกางเกง เผยให้เห็นแผ่นอกบางและแนวไหปลาร้าที่เด่นชัด ชายเสื้อฝั่งหนึ่งถูกปล่อยให้หลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกงขาสั้นสีเบจ โชว







