LOGINผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆที่ร้านเสื้อผ้าเศรษฐีไกรสรสั่งให้ไอ้เข้มพาปาริชาติกลับมาที่คฤหาสน์ของตนเองในยุคนั้นความเจริญรุ่งเรืองก็ไม่ได้มากมายนักใครที่มีรถยนต์ขับก็ถือว่าร่ำรวย
ต่างมีคนนับหน้าถือตาอย่างเศรษฐีไกรสรเขาร่ำรวยมาด้วยความสามารถและทรัพย์ที่พ่อแม่เคยทิ้งเอาไว้ให้แต่ก็พ้วงด้วยบุญบารมี เขานับถือครูบาอาจารย์ที่วัดแห่งหนึ่งเคยไปสักเอาไว้จนเต็มตัวใครเห็นก็ต้องเกรงขามแค่มองหน้าก็ยังต้องหลบสายตาที่ดุคมเข้มเหมือนกับพญาเสือจ้องมอง เมื่อมาถึงคฤหาสน์หนูน้อยปาริชาติที่ผ่านเจอเรื่องราวมากมายในวันนี้และเพิ่งจะเลิกเรียนมาเหนื่อยๆเธอจึงปล่อยหลับบนอกแกร่งของเศรษฐีไกรสร เขาจึงอุ้มปาริชาติด้วยสองมือของเขาเองเดินผ่านหน้าคนงานนับสิบคน ทุกคนจ้องมองมาที่ทั้งสองพร้อมกับพูดไปต่างๆนานาในสถานะที่ไม่ชัดเจนของปาริชาติ แต่ไม่ว่าปาริชาติจะอยู่ในสถานะอะไรทุกคนก็ไม่กล้าอาจเอื้อมแตะต้องเธอเพราะเศรษฐีไกรสรหวงปาริชาติยิ่งกว่าไข่ในหินนับตั้งแต่วันที่พาเธอมาจนถึงตอนนี้ก็ตามใจเธอทุกอย่างส่วนปาริชาติก็เป็นเด็กเรียบร้อยน่ารักและเตรียมตัว "ดูนั่นสิบุญของแม่หนูปาริชาติเนาะ ปกติท่านเศรษฐีไม่เคยให้ใครเข้ามาเหยียบคฤหาสน์หลังนี้เลยสักครั้ง ยกเว้นคุณพวงพยอมเจ้าประจำที่โดนไล่ตะเพิดแต่ก็ยังมา ฮิ ๆ"นางนวลพูดขึ้นขณะที่กำลังทำความสะอาดสวนอยู่กับป้าแขก "แต่แม่หนูน้อยคนนี้ท่านเศรษฐีดูแลประคบประหงม อย่างกับไข่ในหินไม่รู้ว่าถ้าโตเป็นสาว .จะหวงเหมือนจงอางหวงไข่. หรือเปล่าหน้าตาแม่หนูปาริชาติสวยซะขนาดนี้" ป้าแขกแม่บ้านอีกคนนึงพูดกับนางนวลที่กำลังช่วยกันทำความสะอาด ป้าแขกคือคนที่คอยช่วยทำความสะอาดตกแต่งสวนเธออยู่กับสามีของเธอที่นี่มาเป็นเวลาร่วมสิบปีหันมาพูดกับเหล่าบรรดาแม่บ้านที่กำลังเก็บกวาดใบไม้กันอยู่ "เอาทำความสะอาดกันเข้ามัวแต่ยืนนินทาเจ้านายอยู่นั่นแหละ" ป้าหน่อยแม่บ้านอาวุโสของบ้านได้ยินก็รีบเดินเข้ามาดุทันที "ไม่ได้นินทาสักหน่อยจ้ะป้า ก็แค่ชื่นชมความน่ารักของแม่หนูน้อยปาริชาติ ไม่รู้ว่าทำยังไงถึงได้ชนะใจท่านเศรษฐีไกรสรของเราได้ ใครๆ ก็รู้ว่าท่านใจแข็งเหมือนหินผา"นางนวลหันมาตอบป้าหน่อยแม่บ้านประจำบ้านอย่างทันควันเช่นกัน "ก็จริงอย่างที่นางนวลมันว่านะพี่หน่อย ไม่รู้ว่าแม่หนูน้อยปาริชาติ ทำบุญด้วยอะไรดูสิขนาดหลับอยู่บนตักยังต้องอุ้มเลยไม่ต้องปลุกให้เดิน เท้าแทบจะไม่แตะพื้น" ป้าแขกหันมาผสมโรงกับนางนวลเป็นตี่เป็นขลุ่ย "สงสัยไม่อยากจะทำงานกันละมั้ง งั้นออกจากงานแล้วไปนั่งคุยกันเลยดีไหม เดี๋ยวฉันจะเรียนนายท่านให้" ป้าหน่อยหันมาเอ็ดแล้วยื่นคำขาดแบบเรียบนิ่งทำให้ป้าแขกกับนางนวลวิ่งกระเจิดกระเจิงรีบเอาถุงขยะใส่ใบไม้แล้วหิ้วไปทิ้งคนละทิศละทางทันที "ว๊าย..!ป้าไม่ต้องขนาดนั้นหรอกจ้ะ ฉันก็อยากทำงานอยู่นะ" นางนวลพูดจบก็วิ่งคว้าไม้กวาดโกยขยะใบไม้แยกกับป้าแขกไปคนละทาง ป้าหน่อยที่เห็นท่าทางของเราควรใช้ของเจ้านายตัวเองก็ถึงกับส่ายหัวไปมาเพราะแต่ละคนก็เอาแต่พูดถึงเรื่องของแม่หนูน้อยปาริชาติ ส่วนนางตาลวัน ๆ ก็เอาแต่ชะเง้อคอมองท่านเศรษฐีไกรสรทุกวันเหมือนหมาเห่าเครื่องบินทำอย่างไรก็คงเอื้อมไม่ถึงยิ่งวันนี้เห็นว่าท่านเศรษฐีอุ้มแม่หนูน้อยปาริชาติเข้าไปบนตึกใหญ่นั่นก็ยิ่งสูงไฟแค้นอยากจะครอบครองท่านเศรษฐีเข้าไปอีกเป็นเท่าตัวนางจะอ่อยอย่างไรท่านเศรษฐีก็ไม่สน "คอยดูเถอะ ท่านเศรษฐีจะต้องเป็นของฉันสักวันหนึ่ง" นางตาลที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้มองเห็นทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ได้ยินเสียงของรถท่านเศรษฐีมาจอดหน้าคฤหาสน์ไม้สักทุกวัน นางจะมาแอบดูว่าท่านเศรษฐีจะกลับมาเมื่อไหร่ทำอะไรนางตาลจะรู้หมดแต่ก็ไม่อาจอาจเอื้อมแตะต้องเศรษฐีไกรสรได้แม้แต่ปลายเส้นผม ทางด้านเศรษฐีที่อุ้มแม่หนูน้อยปาริชาติขึ้นมาที่ชั้นสองแล้วก็อุ้มเธอเข้าไปนอนบนห้องของเธอบนเตียงกว้างขนาดใหญ่ที่เขาจัดสั่งทำขึ้นมาใหม่ เพราะทุกคืนเขามักจะมานอนกับปาริชาติเพียงแค่เปิดประตูกันข้างที่สั่งทำพิเศษสามารถทะลุไปหากันได้โดยสามารถล็อคได้แค่เพียงทางฝั่งของท่านเศรษฐีแต่ปาริชาติไม่สามารถล็อคประตูนี้ได้ ขณะที่วางร่างเล็กลงป้าแม่บ้านป้าหน่อยก็ขึ้นมาหาท่านเศรษฐีไกรสรเผื่อว่ามีอะไรจะให้เธอทำเธอจึงเคาะประตูขออนุญาตผู้เป็นนาย "นายท่านคะมีอะไรให้ป้าช่วยหรือเปล่า" เสียงหญิงสูงอายุตะโกนออกมาอยู่ด้านหลังประตูหน้าห้องนอนของหนูน้อยปาริชาติ "เข้ามา.." เสียงเศรษฐีไกรสรตะโกนตอบกลับไปแต่เขาก็ไม่อยากทำให้แม่หนูน้อยปาริชาติที่กำลังรับอุตุจะต้องตื่นขึ้นมา ป้าหน่อยป้าแม่บ้านเปิดประตูแล้วก็เดินเข้ามาหาผู้เป็นเจ้านายของตัวเองแล้วเอ่ยถามขึ้นว่านายท่านต้องการสิ่งใดให้ป้าเตรียมให้ไหมป้าหน่อยเอ่ย เศรษฐีไกรษรหันมามองหน้าของป้าหน่อยแล้วบอกออกไปว่า "เดี๋ยวป้าหน่อยช่วยให้เด็กเตรียมชุดของปาริชาติแล้วเอามาให้ฉันด้วย ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ" ป้าหน่อยแค่ได้ยินคำว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ปาริชาติก็มีใบหน้าอึดอัดเล็กน้อยเพราะหนูน้อยปาริชาติตอนนี้สิบสองขวบแล้ว "ป้าว่า ให้ป้าทำให้ดีกว่า ถ้าคุณท่านทำมันจะดูไม่เหมาะสม เพราะคุณหนูปาริชาติเธอเป็นเด็กผู้หญิง" ป้าหน่อยจึงหันมาพูดกับเศรษฐีไกรสรด้วยท่าทีจริงจัง "ขอโทษฉันลืมตัวไปน่ะ งั้นเดี๋ยวป้าจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ยัยหนูปาริชาติให้ผมทีแล้วกันผมก็จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน" พูดจบเศรษฐีไกรสรก็เดินกลับไปที่ห้องของตนป้าหน่อยถึงกับถอนหายใจโล่งอก หนูน้อยปาริชาติที่ผ่านเรื่องราวหนักหน่วงมาทั้งวันทำให้เธอนอนหลับสลบไสลแทบจะไม่รู้สึกตัวแต่เมื่อน้ำโดนตัวถูกเช็ดตัวจนทำให้เธอได้ตื่นขึ้นมาเธอเห็นฝ้าเพดานที่คุ้นเคยพร้อมโคมระย้าที่ตกแต่งอยู่ในห้องเธอก็พอจะนึกออกว่าเกิดอะไรขึ้นแต่สิ่งที่เธอเห็นก็คือเสื้อผ้าที่ถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว "ป้าหน่อยจ๊ะ ป้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หนูหรอ" หนูน้อยปาริชาติหันมาถามทำตาโตใสแป๋วด้วยความสงสัย "ป้าเปลี่ยนให้เองแหละ เห็นสภาพมอมแมมไปทำอะไรมาล่ะวันนี้" ป้าหน่อยถามด้วยความเอ็นดู ปาริชาติจึงเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ป้าหน่อยได้ฟังว่าเธอได้ไปพบไปเห็นอะไรมาบ้างและได้ทำวีรกรรมอะไรไว้ด้านนอก "เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างนี้แหละจ๊ะป้า" ปาริชาติตอบด้วยความภาคภูมิใจที่ได้กระโดดเอาตัวไปบังท่านเศรษฐีของเธอเอาไว้ ส่วนป้าหน่อยแม่บ้านอาวุโสที่ได้ฟังก่อนถึงเอามือทาบที่อกเพราะไม่คิดว่าปาริชาติที่ตัวเล็กแค่นีจะใจกล้าบ้าบิ่นกระโดดบังคนร้ายให้นายท่าน "วันหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะปาริชาติป้าเป็นห่วง"ป้าหน่อยหันมาแอบดุเบาๆ "ขอโทษจ้ะ แต่ป้าหน่อยไม่ต้องดุฉันแล้วนะ เพราะท่านเศรษฐีดุปาริชาติตั้งแต่อยู่บนรถแล้วจ้ะ"ปาริชาติส่งยิ้มแห้งๆพร้อมเกาหัวแกรกๆ "ดีแล้วที่ท่านยังดุ ถ้าหากเธอกระโดดไปรับคมมีดคมดาบแบบนั้น แล้วเกิดไม่รอดขึ้นมาจะทำยังไง เวลาทำอะไรเธอต้องคิดเยอะ ๆ นะปาริชาติ" แม่บ้านอาวุโสอย่างป้าหน่อยค่อย ๆ ขัดเกลาความคิดของปาริชาติค่อย ๆ เติบโตทีละเล็กละน้อย...ไกรสรนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขา มองดูแผ่นหลังเล็กๆ ของปาริชาติที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือภาพเล่มหนา เขาไม่อยากจะให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องวุ่นวายที่เขาก่อขึ้นในอดีตอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะควบคุมได้ เมื่อคนบางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความแค้น ไม่ยอมปล่อยวางเขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาปาริชาติและนั่งลงข้างๆ เธอ ปาริชาติเงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วยิ้มกว้าง "ท่านเศรษฐีคะ ท่านเศรษฐีจะมาอ่านหนังสือกับหนูเหรอคะ"เปล่าหรอก" ไกรสรพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน "ฉันแค่อยากจะมานั่งอยู่ข้างๆ เธอ"ปาริชาติวางหนังสือลงบนตัก แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาที่สงสัย "ท่านเศรษฐีมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ"ปาริชาติเธอลุกขึ้นยืนแล้วนั่งไปบนตักของเศรษฐีไกรสรอย่างคุ้นชินแล้วใช้สองมือเล็กๆคล้องคอของเศรษฐีไกรษรเธอจุ๊บลงบนแก้มสากๆของเขาไปมาซ้ายขวาสลับกันเพราะเธอคิดว่าเศรษฐีน่าจะอารมณ์ดีขึ้นไกรสรที่โดนทำแบบนี้เป็นประจำเขาก็คุ้นชินกับการที่โดนยัยหนูปาริชาติหอมแก้มเขาทั้งก่อนนอนไปโรงเรียนก็เป็นแบบนี้จนทุกคนในบ้านพากันชินตากับภาพที่เห็นยกเว้นนางน้ำตาลเห็นทีไรก็ปรี๊ดแตกต้องไประบายอารมณ์กับห้องครัวหลังคฤหาสน์เป็นประจำจนทุกคนหัวเราะมันว
"ผู้กำกับฯ ครับ...""ผู้กำกับฯ ครับ..." สารวัตรดอนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผม...""ไปได้แล้ว สารวัตรดอน" ผู้กำกับฯ พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้ดี"สารวัตรดอนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเดินออกจากห้องของผู้กำกับฯ ด้วยความรู้สึกที่พังทลาย เขาเคยคิดว่าการล้มเศรษฐีไกรสรจะทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียง แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เขาได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจที่คฤหาสน์ของไกรสร บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปาริชาติที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของไกรสร ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเขา เขานำเธอขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วจัดหมอนและผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ ไกรสรนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าใสซื่อของเด็กหญิงที่กำลังหลับใหล"หนูไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย" เขาพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความอันตราย เขาไม่เคยคิดว่าความบาดหมางในอดีตของเขาจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารักและห่วงใย ตอนนี้ปาริชาติเปรียบเสมือนลมหายใจและดวงใจของเขาเขาไม่สามารถขาดทั้งลมหายใจและดวงใจได้ เขาเห็นทุกการกระทำของปาริชาติตั้งแต่เรื่องที่เธอใช้ตัวกระโดดบังคนร้า
“ท่านผู้กำกับฯ” ทนายความของไกรสรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความจริงจัง “การกระทำของสารวัตรดอนนี่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ครับ”ผู้กำกับฯ หน้าถอดสี เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณไกรสร... เรื่องนี้ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ผมไม่ทราบเรื่องนี้เลย” เขาหันไปตวาดใส่สารวัตรดอนอย่างเหลืออด “ไอ้ดอน! แกไปทำอะไรไว้ แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“คุณผู้กำกับฯ! ผมแค่ทำตามหน้าที่ ผมได้รับแจ้งว่าไกรสรมีไม้พยุงหมายและพรากผู้เยาว์!” สารวัตรดอนโต้เถียงอย่างร้อนรนไกรสรหัวเราะในลำคอ ไม้พยุงเหรอ? คุณสารวัตรเห็นมันแล้วหรือยัง” เขาชี้ไปที่เด็กหญิงปาริชาติที่ยังคงหลบอยู่หลังเขา “ส่วนพรากผู้เยาว์... ผมรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า มีเอกสารรับรองถูกต้องทุกอย่าง แล้วที่สำคัญ...ใครเป็นคนแจ้งคุณว่าผมทำแบบนั้น”สารวัตรดอนหันไปมองพิมพ์ภัทราด้วยสายตาตำหนิ พิมพ์ภัทราหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าเธอเป็นคนให้ข้อมูล แต่เธอไม่ได้คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้“ไม่มีใครแจ้งหรอกครับ” ไกรสรพูดตัดบทพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “คุณแค่ต้องการจัดการผม...เพราะคุณคิดว่าผมเป็นคนที่คุณจัดการได้ง่าย ๆ สินะ”“ค
ภาพของเด็กหญิงที่กำลังถูกกระทำเหมือนกับถูกไฟช็อตเข้าที่กลางใจของไกรสร เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นความโกรธแล่นผ่านทุกอณูของร่างกาย ความสุขุมที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เขาก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว“ไอ้สารวัตรชั่ว!”ไกรสรยกขาขึ้นเตะเข้าที่หน้าอกของสารวัตรดอนเต็มแรงจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะรีบคว้าตัวปาริชาติเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน“ปาริชาติ ไม่เป็นไรแล้วนะ”ไกรสรพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เขาลูบหัวของปาริชาติที่ยังคงร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอยู่ไม่ขาดปาก สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางทางให้มอดไหม้จนหมดสิ้น ไกรสรปล่อยออร่าสังหารออกมาจากร่างกาย เขาต้องการสังหารคนที่บังอาจแตะต้องเด็กน้อยคนนี้!ไกรสรกอดปาริชาติไว้แน่น เขาลูบผมเธอปลอบโยนความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมจิตใจของเด็กน้อยอยู่ น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน “หนูปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”สารวัตรดอนที่ถูกเตะกระเด็นไปกองกับพื้น ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เขามองไกรสรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น “แก...ไอ้ไกรสร!”เขาเห็นไกรสรหันหลังให้ เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะจัดการกั
"ไม่น่าเลยจริง ๆ” เศรษฐีไกรสรพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาของเขากลับฉายชัดถึงความผิดหวัง“ไกรสร!” พิมพ์ภัทราตะโกน “คุณไม่น่ามาทำแบบนี้กับฉันเลย!”เธอก้าวเข้ามาข้างหน้าด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ พร้อมกับจ้องมองเศรษฐีไกรสรด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “คุณทิ้งฉันไปเพราะอะไรละค่ะ!”พิมพ์ภัทราที่เพิ่งเลิกกับเศรษฐีไกรสรไปได้ไม่นานก็เริ่มมีน้ำเสียงที่แผ่วลง แล้วเธอก็ชี้ไปที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังของเขา"เพราะเหตุผลเดียวคือฉันไม่ได้รักเธอมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันพิมพ์เลย คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้รักกัน”คำพูดราบเรียบแต่กรีดแทงหัวใจของพิมพ์หญิงสาวตรงหน้าแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดเธอรู้สึกโกรธเคืองแค้นและเสียหน้าไปทั้งเมืองระยองเมื่อถูกปฏิเสธการแต่งงานเศรษฐีไกรสรไม่ได้ต้องการเธอเป็นเจ้าสาวเพียงเพราะพ่อของทั้งสองสนิทกันทำให้พิมพ์คิดไปเองว่าเธอจะได้ไกลสรมาเป็นสามีในอนาคต“ไม่จริง! ถ้าไม่รักกันแล้วทำไมถึงมาหมั้นกับฉันตั้งแต่แรก” พิมพ์ภัทราสวนกลับทันทีทั้งที่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเหตุผลมันเกิดจากอะไรพิมพ์ภัทราเริ่มพรั่งพรูความในใจออกมา “เพราะคุณพ่อของคุณกับคุณพ่อของฉันเป็นเพื่อนกันใช่ไหมล่ะ”พิมพ
ไอ้กรที่เดินโซซัดโซเซออกมาจากโรงเลื่อย พลางสบถคำหยาบออกมาไม่หยุด เขานึกโกรธแค้นเศรษฐีไกรสรที่มาขัดขวางไม่ให้เขาได้เงินจากป้าแม้น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดกลัวดวงตาที่ราวกับพญาเหยี่ยวของชายคนนั้นที่จ้องมองมายังเขาเพราะสายตายิ่งมองลุ่มเล็กลงไปยิ่งเผยถึงความเยือกเย็น ไอ้กรนักเลงขี้คลอกถึงกลับไม่กล้าที่จะแตะต้องเศรษฐีไกรสรเลย“มึงเป็นใครวะ…” ไอ้กรพึมพำกับตัวเอง “กูจะไม่มีวันลืมเลย”เขาเดินเตลิดไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ในหัวคิดแต่เรื่องการหาเงินไปใช้หนี้พนันที่ติดไว้กับเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ ยิ่งนึกถึงเรื่องหนี้สินก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนเหมือนถูกไฟสุม“เหลือบ่ากว่าแรง” เขาถอนหายใจ “จะทำยังไงดีวะ”ในเมื่อป้าแม้นก็ไม่ยอมให้เงินส่วนพ่อก็ไม่รู้หายไปไหนทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกจากข้างหลัง ไอ้กรหันไปมองเห็นชายร่างใหญ่สองคนกำลังเดินเข้ามาหาเขา พวกเขาคือลูกน้องของเจ้าพ่อเงินกู้ที่เขาติดหนี้อยู่“ไงไอ้กร นึกว่าจะหนีรอด” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น “เงินที่ติดไว้เมื่อไหร่จะเอามาคืน”ชายร่างใหญ่ที่เห็นไอ้กรก็รีบมาดักหน้าดักหลังแล้วตะโกนถามเพราะกลัวไอ้กรจะหนีไปอีก“เดี๋ยว… เดี๋ยวนี้ยังไม่มีจริงๆ” ไอ้กรพูดเสียงสั่







