Share

บทที่ 7

Penulis: ปอเปี๊ยะสตรอว์เบอร์รี
เสิ่นเจียรุ่ยโทรหากู้เวินเหยียน พอโดนเขาตัดสายใส่ติดกันสามครั้ง เสิ่นเจียรุ่ยก็หมดความอดทน

เธอส่งข้อความหนึ่งไปให้กู้เวินเหยียน

“ไม่น่าแปลกใจเลย ยังไม่ถึงสองนาที ทางนั้นก็โทรกลับมเลย

เพียงแต่เสียงของกู้เวินเหยียนฟังดูอ่อนล้าอย่างมาก

“จินเซี่ยป่วยอยู่ ฉันต้องอยู่ดูแลเธอ”

“เรื่องสุดท้ายนั้น ไว้ค่อยคุยกันอีกสองวันข้างหน้าก็แล้วกัน”

เขาพูดจบก็จะวางสาย เสิ่นเจียรุ่ยรีบตะโกนใส่โทรศัพท์ว่า “ไม่ได้!”

ทันทีที่เธอพูดจบ กู้เวินเหยียนก็หัวเราะเย็นใส่เธอหนึ่งครั้ง

“แค่ช้าสองวันเอง ไม่ได้ผิดสัญญาสักหน่อย เสิ่นเจียรุ่ย เธอพอได้แล้ว!”

เสิ่นเจียรุ่ยจมูกแสบวูบขึ้นมา เกือบกลั้นความจุกแน่นที่แล่นขึ้นคอเอาไว้แล้วกลืนมันลงไป

เธอแกล้งทำเป็นสบาย ทั้งที่ทั้งตัวเจ็บปวดแทบตาย แต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมาได้

“กู้เวินเหยียน เหลือแค่เรื่องสุดท้ายเรื่องเดียวแล้วนะ ทำเสร็จแล้วนายก็เป็นอิสระแล้ว หรือว่านายเสียใจล่ะ? ยังอยากจะรักษาความสัมพันธ์แบบคู่สามีภรรยากับฉันต่อไปอีกเหรอ? ได้สิ ฉันไม่ติดอะไรอยู่แล้ว!”

กู้เวินเหยียนไม่เคยทนได้เวลาเธอใช้คำพูดพวกนี้มากระตุ้นเขา

เสิ่นเจียรุ่ยเห็นว่ามุกนี้ได้ผลทุกครั้ง พอวางสายไปแล้วก็ถือโทรศัพท์หัวเราะไม่หยุด

จนกระทั่งน้ำตาของเธอไหลลงข้างแก้มเข้าปากไป รสขมขื่นนั้นเหมือนมีมีดคอยกรีดและพลิกแทงอยู่ในหัวใจของเธอไม่หยุด

เธอกลัวว่ากู้เวินเหยียนจะสังเกตเห็นความผิดปกติ และก็กลัวว่าตอนใกล้ตายตัวเองจะยังต้องถูกเขาเยาะเย้ยอีก

เสิ่นเจียรุ่ยตั้งใจให้จี้ถานอิ่งแต่งหน้าให้ตัวเองไว้ก่อนที่เขาจะมา

“ลงบันไดแค่ห้านาทีก็ถึง แต่เสิ่นเจียรุ่ยกลับใช้เวลาเกือบยี่สิบนาที กว่าจะเดินไปถึงต่อหน้ากู้เวินเหยียน

“ชักช้าอะไรนัก เรื่องสุดท้ายแล้วนะ รีบพูดมาเร็ว!”

เห็นหน้าเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เสิ่นเจียรุ่ยกลับไม่รีบร้อนเลยสักนิด

เธอนั่งลงที่เบาะข้างคนขับของเขา แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเองเรียบร้อย

ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอจึงค่อยหันสายตามองไปที่กู้เวินเหยียน

“ง่ายมาก ทำอาหารกลางวันให้ฉันมื้อหนึ่ง”

กู้เวินเหยียนมองเธออย่างเหลือเชื่อ “แค่อาหารกลางวันมื้อเดียว?”

เสิ่นเจียรุ่ยพยักหน้าเบา ๆ

“แค่มื้อกลางวันมื้อเดียว”

สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยของกู้เวินเหยียน มองเธอซ้ำไปซ้ำมา

สี่เรื่องก่อนหน้านี้ เสิ่นเจียรุ่ยเอาแต่จับผิดและทำให้เขาลำบากตลอด

พอมาถึงเรื่องสุดท้าย เขานึกว่าเธอจะขออะไรที่ยากพอ ๆ กับการจะเอาพระจันทร์จากบนฟ้าเสียอีก

แต่ไม่คิดเลยว่า สิ่งที่เสิ่นเจียรุ่ยต้องการ มีแค่ได้กินอาหารกลางวันที่เขาเป็นคนทำให้เท่านั้น

เขามองเวลาไปหนึ่งที จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความให้คนอื่นอยู่สองสามข้อความ

จากนั้นก็ขับรถไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นเจียรุ่ยได้ไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตกับกู้เวินเหยียน

ทั้งสองคน ก็เป็นครั้งแรกที่ดูเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไปจริง ๆ

กู้เวินเหยียนเข็นรถเข็น ส่วนเสิ่นเจียรุ่ยก็ยืนข้าง ๆ คอยบอกว่าควรซื้ออะไร

ตอนจ่ายเงิน เสิ่นเจียรุ่ยก็ยืนอยู่ข้างเขา

มีเด็กวิ่งซนพุ่งเข้ามาข้าง ๆ เห็นท่าว่าจะชนเสิ่นเจียรุ่ยอยู่แล้ว

กู้เวินเหยียนยื่นมือมาปกป้อง ดึงเธอไว้ด้านหลังโดยไม่รู้ตัว

มือของเขาก็จับมือเธอไว้แน่นในตอนนั้นด้วย

เสิ่นเจียรุ่ยก้มตามองมือทั้งสองที่สอดประสานกันแน่น ดวงตาก็เริ่มพร่าอีกครั้ง

นี่เป็นครั้งที่สองที่กู้เวินเหยียนเป็นฝ่ายจับมือเธอก่อน

แต่ยังไม่ทันได้ซึมซับความอบอุ่นจากฝ่ามือ ก็ปล่อยมือเธอออกอย่างรวดเร็ว

เธอตามกู้เวินเหยียนกลับไปที่เรือนหอของพวกเขา

บ้านหลังนี้เป็นที่ที่พวกเขามีความทรงร่วมกันไม่มากนัก

กู้เวินเหยียนถูกบังคับให้แต่งกับเธอ หลังแต่งงานเขาก็ใช้สารพัดวิธีเพื่อต่อต้านเธอ

การนอกใจเก้าสิบเก้าครั้ง ก็เป็นแค่ส่วนเล็ก เท่านั้น

กู้เวินเหยียนเปลี่ยนรองเท้าเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปในครัวทันที

ลมหายใจที่เสิ่นเจียรุ่ยฝืนกลั้นไว้ตลอด พอเขาหันหลังเดินไป เธอก็ทรุดนั่งลงกับพื้น

พอเขาออกมาอีกครั้ง เธอก็สวมหน้ากากกลับไปตามเดิม มองอาหารที่กู้เวินเหยียนทำให้ด้วยท่าทีสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กู้เวินเหยียนทำอาหารเป็น เธอเพิ่งจะรู้เหมือนกัน

ผู้ชายที่หยิ่งผยองมาตลอดอย่างเขา กลับยอมไปเรียนทำอาหารเพราะผู้หญิงคนหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

กู้เวินเหยียนรักฟางจินเซี่ยจริง ๆ …

“ของกินเยอะขนาดนี้? แค่เราสองคนจะกินหมดเหรอ?”

เสิ่นเจียรุ่ยมองอาหารที่เขายกออกมาไม่หยุด แล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ด้วยสภาพร่างกายของเธอตอนนี้ เธอกินอาหารเยอะขนาดนี้ไม่ไหวเลย

เธอเกรงว่าแค่กินเพิ่มไปสองคำ ก็จะเผลอทำให้ความลับแตกได้

กู้เวินเหยียนวางจานสุดท้ายลง สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบเรียบเฉย

“ใครบอกล่ะว่าแค่เราสองคน?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 25

    เห็นเขากลายเป็นแบบนี้ จี้ถันอิ่งดีใจสุด ๆ เลยถ้าไม่ติดว่าถ่ายรูปไม่ได้ล่ะก็ เธอคงจะถ่ายภาพหนึ่งเอาไปเผาส่งให้เสิ่นเจียรุ่ยที่อยู่ใต้ดินดูด้วยแน่ ๆมองไปที่ จี้ถันอิ่ง เขาเลียริมฝีปากที่แห้งแตกของตัวเองเบา ๆ“เชือกแดงล่ะ?”จี้ถันอิ่งไม่ได้พูดถึงเชือกแดงแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ก้มลงหยิบสมุดโน้ตเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเท่านั้นกู้เวินเหยียนจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวบนมือของเธอโดยไม่กะพริบตาเลยแม้แต่นิดเดียวจี้ถันอิ่งยกสมุดบันทึกไปแนบกับผนังกระจก“นี่คืออะไร?” กู้เวินเหยียนไม่เข้าใจสิ่งที่เขาอยากดูคือเชือกแดงจี้ถันอิ่งไม่พูดอะไร เพียงแค่เปิดสมุดโน้ตให้เขาดูเท่านั้นพอเห็นเนื้อหาในสมุดโน้ต กู้เวินเหยียนก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันทีทุกหน้า ทุกบรรทัด ถูกเขียนด้วยลายมือที่คด ๆ งอ ๆ เต็มไปหมดจี้ถันอิ่งไม่ได้พูดอะไรเลย แต่เขากลับควบคุมริมฝีปากของตัวเองไม่ให้สั่นได้ไม่อยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง จี้ถันอิ่งก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ“กู้เวินเหยียน ตอนแรกที่คุณได้รับจดหมายนั้น มันไม่ใช่เจียรุ่ยเป็นคนเขียนเลย คุณย่อมไม่รู้หรอกว่า ตอนนั้นเธอเจ็บแค่ไหน ทรมานมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังพยายามสุดชีวิตเขียนคำพวกนี้ลงไ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 24

    เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ“ยังดีกว่าอะไรล่ะ?”ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาเวลาที่เขาเอ่ยถามออกมาคนที่พูดประโยคนั้นถึงกับเงียบไปเหมือนกลายเป็นใบ้ ดวงตาหดหลบเล็กน้อยก่อนจะถอยไปซ่อนด้านหลังทันทีเห็นดังนั้น กู้เวินเหยียนแค่นหัวเราะเยือกเย็นออกมา"ทำไมล่ะ? ไม่กล้าพูดแล้วเหรอ? หรือว่ากำลังเสียใจที่ตอนนั้นไม่ให้ลูกนอกสมรสคนนั้นกลับมา?"พ่อของเขามีลูกนอกสมรส เรื่องนี้ ที่แท้ทั้งบ้านตระกูลกู้ต่างก็รู้กันหมด มีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่รู้เลยตอนนั้นเขาแค่ประสบอุบัติเหตุรถชนจนตาบอดชั่วคราว แต่ทุกคนกลับเริ่มคิดหาวิธีให้เขาลงจากตำแหน่ง ถอนตัวออกมาเพื่อให้คนอื่นขึ้นแทนถ้าไม่ใช่เพราะเสิ่นเจียรุ่ยคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพราะเธออยู่เคียงข้างพาเขาก้าวผ่านทุกอย่าง เขาเกรงว่าคงถูกคนพวกนี้ฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดีไปนานแล้วพอคิดมาถึงตรงนี้ บริเวณกลางอกของเขาก็ปวดหน่วงบีบแน่นขึ้นมาอีกครั้งมองดูแต่ละคนที่ล้วนเบิกตากว้างด้วยความตกใจราวกับตกใจว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกันบนใบหน้าของกู้เวินเหยียนยิ่งเย็นเยียบจนทำให้คนมองรู้สึกขนลุกสั่น“ฉันไม่เพียงแค่จะไม่ยกเสิ่นซื่อกรุ๊ปให้คนตระกูลกู้ แต่ฉันยังจะไ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 23

    “เสิ่นเจียรุ่ย ให้ฉันช่วยแก้แค้นแทนเธอได้ไหม?” เขาพูดออกมาเบา ๆทันทีที่พูดจบ เขาก็ยกขวดเหล้าที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา ฟาดใส่หัวตัวเองดัง “กัง! กัง!” หลายครั้งอย่างแรงเลือดสดไหลออกมาทันที ย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาให้กลายเป็นสีแดงเขากอดรูปไว้อาลัยของเสิ่นเจียรุ่ยแล้วนอนลงบนโซฟา ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา“ขอโทษครับประธานกู้ โทรศัพท์ที่ติดต่อเข้ามาเรื่องประกาศตามหานั้นดังไม่หยุดเลย แต่ไม่มีสักรายที่เป็นเชือกแดงเส้นที่คุณต้องการครับ”“รู้แล้ว”เขาหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดวินาทีถัดมา เขาก็สั่งให้ผู้ช่วยจองตั๋วเครื่องบินทันทีในเมื่อหาเส้นเดิมกลับมาไม่ได้ เขาก็จะไปขอเชือกแดงเส้นใหม่ที่เหมือนกันทุกประการมาใส่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เครื่องบินก็ลงจอด กู้เวินเหยียนฝ่าภูเขาและสายน้ำมาจนถึงตีนเขาได้ยินชาวบ้านบอกว่าศาลานั้นสร้างอยู่บนยอดเขามีเพียงผู้ที่ตั้งใจอธิษฐานด้วยความศรัทธา และเป็นผู้มีวาสนาดีเท่านั้น จึงจะได้รับการพบหน้ากู้เวินเหยียนไม่เอ่ยสักคำ ก้มหน้าเดินมุ่งหน้าไปข้างหน้าเงียบ ๆเขาไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว แม้หน้าผากยังพันผ้าก๊อซอยู่ก็ตาม หลายครั้งที่อาการเวียนหัวถาโถมเ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 22

    ในโทรศัพท์ของกู้เวินเหยียน มีข้อความอวยพรวันเกิดส่งเข้ามามากมายเขาเพิ่งนึกขึ้นได้อย่างเลื่อนลอยว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขาเองเขาราวกับกลายเป็นเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก ปล่อยให้สมองหยุดทำงานไปนิ้วของเขาเลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว แล้วไม่รู้เป็นเพราะอะไร กลับเลื่อนไปเจอข้อความเก่าที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยส่งมาให้เขา2024.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”2023.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”2022.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”……ตัวอักษรบนหน้าจอโทรศัพท์ราวกับเป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินเขาเขารู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว ราวกับถูกสัตว์ร้ายที่มองไม่เห็นฉีกกัดอย่างโหดร้าย ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วแขนขาและทุกกระดูกในร่างกาย จนร่างทั้งร่างสั่นไหวโดยไม่อาจควบคุมได้โทรศัพท์หลุดจากฝ่ามือของเขา ร่วงตกกระแทกพื้นอย่างแรงหรือควรจะบอกว่าเสิ่นเจียรุ่ยรู้จักเขาดีเกินไปกันแน่?เธอรู้ดีว่าแม้จะส่งมา เขาก็จะไม่เปิดดูอยู่ดีหรือเป็นเพราะเขาเองที่สะเพร่ามากเกินไปเขาไม่เคยสังเกตเลยว่าทุกปีในวันเกิดของเขา เธอคือคนแรกที่อวยพรให้เสมอหัวใจของเขาเจ็

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 21

    กู้เวินเหยียนขังฟางจินเซี่ยเอาไว้ในวิลลาหลังนี้ยึดโทรศัพท์ของเธอไป เอาของทุกอย่างของเธอไปหมด และไม่เหลืออาหารอะไรไว้ในห้องเลยสักอย่างไม่สนเสียงร้องตะโกนของเธอ แล้วล็อกประตูแน่นหนาจากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินจากไปโทรศัพท์ของเขาเกือบจะโดนผู้ช่วยโทรเข้ามาจนระเบิดแล้วพอเขารับสาย ผู้ช่วยก็โล่งอกขึ้นมาทันที“ประธานกู้ ในที่สุดคุณก็รับสายแล้วครับ มีเรื่องใหญ่ต้องให้คุณรีบกลับมาจัดการด่วนครับ!”กู้เวินเหยียนไม่ตอบอะไร สีหน้าก็ไร้อารมณ์ ขณะออกคำสั่งไปยังปลายสาย“ไปซื้อเหล้ามาสักสองสามลัง ส่งไปที่บ้านฉัน”พูดจบเขาก็ตัดสายทันที แล้วไม่สนใจโทรศัพท์อีกเลยหน้าต่างห้องถูกเขาปิดตายสนิท ม่านก็ปิดแน่นจนแสงลอดไม่ได้ เขากอดหมอนที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยใช้ แล้วสูดดมกลิ่นที่ยังติดอยู่บนหมอนนั้นอย่างละโมบแต่ไม่นานเขาก็พบว่า แม้แต่กลิ่นเฉพาะตัวของเสิ่นเจียรุ่ย ก็ยังค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว อารมณ์ที่กดไว้เนิ่นนานถาโถมใส่เขาเหมือนคลื่นมหึมาจนพังทลายหมดสิ้นเขาตะโกนเรียกชื่อเสิ่นเจียรุ่ยด้วยความเจ็บปวดจนใจแทบขาด ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาปรารถนาให้เวลาย้อนกลับไปได้มากเท่าตอนนี้…ตอนท

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 20

    เขาคุกเข่าทรุดกึ่งนั่งยอง ร่างทั้งร่างชาไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นเพียงเปลือกกายที่ไร้วิญญาณเขาหยิบเงินกงเต็กออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วโยนลงไปในกะทะไฟเขาอยากรู้ว่าฝังศพเสิ่นเจียรุ่ยไว้ที่ไหนเขาคิดถึงเธอมากเหลือเกิน จนทั้งคืนทั้งคืนก็แทบไม่ได้นอนเลยเขาไปถามผู้ช่วยของเขาแต่เขากลับบอกเขาว่า ข่าวการเสียชีวิตของเสิ่นเจียรุ่ย เป็นสิ่งที่เขาได้รับมาจากจดหมายปริศนาฉบับหนึ่งในจดหมายนั้นมีรูปถ่ายใบยกเลิกบัตรประชาชนของเสิ่นเจียรุ่ย รวมทั้งประวัติการรักษาของเธอ นอกจากรูปหลุมศพที่มีเพียงชื่อปรากฏอยู่แล้ว ก็ไม่เหลือข้อมูลอื่นใดอีกเลยเขาเองก็ไม่รู้ว่าเสิ่นเจียรุ่ยถูกฝังไว้ที่ไหนกู้เวินเหยียนเมื่อได้ยินก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่แต่พอผ่านไปไม่นาน เขาก็นึกถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาอีก จี้ถันอิ่ง ผู้ที่เอาแต่แก้แค้นเขาอย่างบ้าคลั่งเธอเป็นเพื่อนของเสิ่นเจียรุ่ย แน่นอนว่าเธอต้องรู้ว่าเสิ่นเจียรุ่ยถูกฝังไว้ที่ไหนไม่แน่ว่าเสิ่นเจียรุ่ยอาจเป็นคนที่เธอเป็นคนฝังด้วยตัวเองก็ได้เขารีบพุ่งตรงไปที่บ้านของจี้ถันอิ่งโดยไม่คิดแม้แต่นิดเดียวแต่พอไปถึงกลับพบว่าเธอย้ายออกไปแล้วเบอร์โทรศัพท์ของจี้ถันอิ่ง

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 14

    เขาไม่มีวันลืมสายตาที่เสิ่นเจียรุ่ยมองเขาในตอนนั้นเลยเขาก็รู้ตัวว่ามันเกินไปหน่อย แต่เขาก็ยังไม่คิดจะลดตัวไปขอโทษเธอแล้วผลก็คือ พอตื่นขึ้นมาในวันถัดมา กู้เวินเหยียนก็พบว่าผมของตัวเองถูกเสิ่นเจียรุ่ยตัดไปแล้ว…ตอนที่กู้เวินเหยียนตามที่อยู่บนกระดาษมาถึง เขานึกว่าคนที่จะมาเปิดประตูคือเสิ่นเจียรุ่ย

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 12

    โทรศัพท์ดังได้ไม่นาน ก็มีคนกดรับสายเขาไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก ก็เป็นฝ่ายซักถามขึ้นมาก่อน“เสิ่นเจียรุ่ย เธอนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ เบี้ยวนัดฉัน เอาฉันมาล้อเล่นเหรอ? สนุกมากไหม? มันตลกสำหรับเธอมากนักหรือไง?”“เรื่องวุ่นวายของตระกูลเสิ่นฉันไม่คิดจะยุ่งอยู่แล้ว แต่แม้กระทั่งข่าวว่าพ่อเธอเสีย เธอก็ยังไม

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 15

    กู้เวินเหยียนไม่ได้ค้นหาแบบไร้จุดหมายในจดหมายของเสิ่นเจียรุ่ย ได้เขียนไว้อย่างละเอียดว่าหลังจากไปถึงหลินเฉิงแล้ว เธออยากทำอะไร อยากกินอาหารแบบไหน อยากชมวิวที่ไหน และยังรวมถึงโฮมสเตย์หลายแห่งที่เธอเลือกไว้ด้วยกู้เวินเหยียนเดินหาตามบ้านทีละหลัง ในที่สุดเขาก็หาโฮมสเตย์ที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยพักเจอเพร

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 10

    เวลาที่นัดกันไว้มาถึงนานแล้ว แต่กู้เวินเหยียนก็ยังเอ้อระเหย ไม่ยอมออกเดินทางเสียทีพอฟางจินเซี่ยถามเขาเป็นครั้งที่สาม เขาก็วางแก้วน้ำที่ยกมาให้เธอลง“อ้อ? ถึงเวลาแล้วเหรอ?”ฟางจินเซี่ยขมวดคิ้วแน่น มองกู้เวินเหยียนที่ใจลอยอยู่“อาเหยียน คุณเป็นอะไรไปเหรอ? หรือว่าคุณไม่อยากไปรับใบหย่ากับเสิ่นเจียร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status