Share

บทที่ 2

Author: ลั่วหู
ตอนเดินออกมาจากสถานบันเทิง เมืองเจียงก็มีฝนตกลงมาพอดี

โทรศัพท์สั่นไม่หยุด

มีคนส่งคลิปเมื่อครู่นี้ลงในกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น

ภาพตอนที่ฉันฉีกจดหมายฉบับที่ 100 ถูกใส่เสียงร้องไห้เว่อร์ๆ พร้อมข้อความประกอบ

[พี่ต้วน รีบไปเก็บหน่อยเร็ว สัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ของพี่หลุดการเชื่อมต่อแล้ว]

ด้านล่างเต็มไปด้วยอีโมจิหัวเราะ

ฉันจ้องหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดออกจากกลุ่ม

พึ่งจะเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า รถคัลลิแนนสีดำคันหนึ่งก็ค่อยๆ เคลื่อนมาจอดข้างทาง

กระจกรถด้านหลังเลื่อนลง

เมื่อเขาเห็นฉันยืนตากฝน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ขึ้นรถ"

เมื่อก่อนเขาก็เป็นแบบนี้

ตอน ม.6 ปีนั้น ฉันถูกคนดักต้อนหัวเราะเยาะตรงโถงบันได เขาก็ยืนอยู่ข้างนอกผู้คนด้วยสีหน้าเย็นชาแบบนี้ แล้วพูดออกมาประโยคหนึ่ง

"หลีกไป"

หลังจากวันนั้น ฉันเคยคิดว่า อย่างน้อยสำหรับเขาแล้ว ฉันคงเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่น

แต่ตอนนี้ฉันถึงได้รู้ว่า ที่แท้เขาเพียงแค่เคยชินกับการควบคุมความรักไร้ค่าของฉันเท่านั้น

คนขับกางร่มลงจากรถ แล้วเปิดประตูให้ฉัน

"คุณจู้ ประธานต้วนให้คุณขึ้นรถครับ"

ฉันถอยหลังกลับไปครึ่งก้าว

“ไม่ต้อง”

ในที่สุดต้วนหมิงจิ้นก็เปิดประตูลงมาจากรถ

ร่มสีดำถูกกางขึ้นเหนือศีรษะของฉัน

เขาก้มหน้ามองไหล่ของฉันที่เปียกโชก แล้วเอียงร่มมาทางฉันเพิ่มอีกนิด

ไม่นานแขนเสื้ออีกฝั่งของเขาก็เปียกฝนไปครึ่งหนึ่ง

“เพิ่งหายจากอาการกระเพาะได้ไม่กี่วัน ก็ยังมาตากฝนแบบนี้อีก”

เสียงของเขาทุ่มต่ำลง

"เธอจะต้องทำตัวเองให้เข้าโรงพยาบาลให้ได้เลยใช่ไหม ถึงจะยอมอยู่นิ่งๆ?"

จู่ๆ ฉันก็อยากจะหัวเราะ

ทั้งที่เขายังจำได้ด้วยซ้ำว่าฉันกระเพาะไม่ดี

แต่กลับจำไม่ได้ว่าฉันก็เจ็บเป็น อับอายเป็น และในเวลาที่ถูกทุกคนหัวเราะเยาะ ฉันเองก็อยากมีใครสักคนยืนอยู่ข้างฉัน

ด้วยเหตุนี้ฉันจึงเดินเลี่ยงออกจากร่มไปข้างหน้า

ในที่สุดความอดทนของต้วนหมิงจิ้นก็หมดลง

เขาคว้าข้อมือฉันไว้แล้วลากฉันกลับมาใต้ร่ม

"จู้เหมียนเหมียน"

ทุกคำเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

"คืนนี้ฉันให้เกียรติเธอมากพอแล้วนะ"

"เธอฉีกจดหมายต่อหน้าผู้คน ฉันก็ไม่ได้ถือสาหาความกับเธอ เธอชักสีหน้าสะบัดตูดหนีออกมา ฉันก็ยังออกมารับเธอ"

"เธอคิดจะเอาอะไรอีก?"

หยดน้ำฝนไหลตามปลายผมเข้าไปในลูกตา

ฉันเงยหน้ามองเขา

“ฉันอยากอยู่ให้ห่างจากนายมากกว่านี้”

ต้วนหมิงจิ้นจ้องมองฉัน แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมา

รอยยิ้มนั้นแผ่วเบา แต่เย็นเยียบจนทำให้คนรู้สึกแข็งทื่อไปทั้งตัว

“อยู่ให้ห่างงั้นเหรอ?”

เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉัน

“เธอลืมไปแล้วหรือว่า ใครเป็นคนต่อสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ที่เธออยู่ตอนนี้ให้?”

หยดฝนไหลลงมาตามปลายผมของฉัน

ต้วนหมิงจิ้นยกมือขึ้นปัดปอยผมที่เปียกชื้นของฉันแล้วทัดไว้ที่หลังหู

การกระทำของเขาแผ่วเบา แต่น้ำเสียงกลับไร้ซึ่งความอ่อนโยน

"เพราะฉะนั้นอย่าพูดคำประชดประชันแบบนี้อีก"

"คืนพรุ่งนี้งานฉลองครบรอบโรงเรียน เธอไปเล่นดนตรีคลอให้จือเหยา"

ฉันชะงัก

“อะไรนะ?”

ต้วนหมิงจิ้นยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉัน

บนหน้าจอคือรายการแสดง

สวี่จือเหยาร้องเพลงเดี่ยว

ในช่องเล่นดนตรีคลอ มีชื่อของฉันเขียนไว้อย่างเด่นชัด

เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของฉัน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงราวกับเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว

“ช่วงนี้จือเหยากำลังเตรียมตัวเปิดตัวในวงการ งานฉลองโรงเรียนครั้งนี้สำคัญกับจือเหยามาก”

"เธอเองเล่นเปียโนเก่ง อย่าปล่อยให้เสียเปล่า"

เล็บของฉันจิกเข้าไปในกลางฝ่ามือ

"ฉันไม่ไป"

ต้วนหมิงจิ้นเหมือนได้ยินคำพูดประชดประชันของเด็กคนหนึ่ง

"เธอต้องไป"

เขาเปิดวิดีโออีกคลิปหนึ่งขึ้นมา

ในคลิปเป็นภาพตอนที่ฉันฉีกจดหมายแล้วเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง

มุมกล้องจงใจถ่ายให้ฉันดูน่าสมเพช ราวกับคนเสียสติที่ไม่สมหวังในความรัก

ข้อความประกอบก็ถูกเขียนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

【คุณหนูใหญ่ตระกูลจู้ทุ่มเทตามจีบเขามาสิบปีแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายคลั่งกลางงานเลี้ยงรุ่น】

เขาเก็บโทรศัพท์กลับไป ในแววตาไร้ซึ่งความหวั่นไหวแม้แต่น้อย

“พรุ่งนี้เล่นให้จบแต่โดยดี แล้วคลิปนี้จะไม่มีใครได้เห็น”

“แต่ถ้าเธอยังดื้อกับฉัน ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะให้คนทั้งเมืองเจียงได้เห็นว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเธอวิ่งตามฉันอย่างไร”

ฉันมองเขา

หัวใจเหมือนถูกบางอย่างกดทับทีละน้อย จนอึดอัดและเจ็บหน่วง

ทำไมเมื่อก่อนเพียงใบหน้านี้หันมามองฉันแวบเดียว ฉันก็ยอมกล้ำกลืนความน้อยใจทั้งหมดลงไปได้

แต่ในตอนนี้ ฉันกลับรู้สึกเพียงแค่มันน่าขยะแขยง?

ต้วนหมิงจิ้นเห็นฉันไม่พูดจา คิดว่าฉันอ่อนข้อลงแล้ว

เขายัดร่มใส่มือฉัน ก่อนลดเสียงลง

“กลับไปอาบน้ำอุ่นซะ”

“พรุ่งนี้ฉันจะให้คนเอาชุดราตรีไปส่งให้”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสริมอีกประโยคว่า

“ชุดสีแอปริคอตตัวนั้น เธอใส่แล้วดูน่ารักเรียบร้อยที่สุด"

พูดจบ เขาก็หันหลังขึ้นรถไป

ไฟท้ายรถหายลับไปในม่านฝนอย่างรวดเร็ว

ฉันยืนอยู่กลางสายฝน ก้มลงมองร่มสีดำคันนั้น

บนด้ามร่มสลักตัวอักษรย่อชื่อของเขาเอาไว้

ฉันเคยแอบลูบมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่ตอนนี้ ฉันกลับโยนมันลงถังขยะข้างทาง

จากนั้นก็หันหลัง โดยไม่หันกลับไปมองอีก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 10

    หนึ่งปีต่อมา ฉันจัดการแสดงเปียโนเดี่ยวขึ้นที่ต่างประเทศ บทเพลงสุดท้าย มีชื่อว่า 《ทางช้างเผือกแห่งวันวาน》ผู้ชมด้านล่างนั่งกันเต็มทุกที่นั่ง เมื่อแสงไฟส่องลงมา ฉันไม่ได้คิดถึงต้วนหมิงจิ้นอีกแล้ว ฉันนึกถึงเพียงแค่ตัวเองนึกถึงเด็กสาวคนนั้นที่แอบเขียนจดหมายเก้าสิบเก้าฉบับอย่างเงียบๆนึกถึงครั้งหนึ่งที่เธอเคยโง่เขลา จริงใจ และทุ่มเทรักใครคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ และนึกถึงวันที่ในที่สุดเธอก็ก้าวออกมาจากการทรมานตัวเองที่ยาวนานนั้นได้ หลังจากจบการแสดง เสียงปรบมือดังสนั่นกึกก้องไม่ขาดสายตอนที่ฉันลุกขึ้นโค้งขอบคุณผู้ชม ฉันเห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่ตรงแถวสุดท้าย ต้วนหมิงจิ้นเขาผอมลงไปมากนั่งอยู่ตรงมุมมืดสลัว ในมือกำช่อดอกไม้ดอกเล็กสีเหลืองเลมอนไว้ช่อหนึ่งฉันมองเพียงแค่แวบเดียว ก็ละสายตาออกไปหลังผู้ชมทยอยกลับกันหมดแล้ว เขามารอฉันอยู่หน้าหลังเวที เขาไม่ได้ออกคำสั่งให้ฉันหยุดเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้พูดให้ฉันกลับไปกับเขาอีก เขาเพียงยื่นช่อดอกไม้นั้นมาตรงหน้าฉัน แล้วพูดด้วยเสียงแหบพร่าอย่างมากว่า "เหมียนเหมียน วันนี้ฉันไม่ได้มารบกวนเธอนะ""ฉันแค่อยากจะฟังเธอเล่นบทเพลงนั้นจน

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 9

    วันที่ฉันเดินทางออกจากเมืองหนาน ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้ปรากฏตัวได้ยินจากผู้ช่วยว่า เขาย้ายกลับเมืองเจียงไปแล้วตระกูลต้วนเกิดเรื่องขึ้นหลังจากสวี่จือเหยาถูกบริษัทยกเลิกสัญญา เธอเกิดความแค้นเคืองอยู่ในใจ จึงนำวิดีโองานครบรอบโรงเรียนและเรื่องราวทั้งหมดของกล่องสุ่มจดหมายไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีเธออยากจะปัดความรับผิดชอบให้ตัวเองสะอาดหมดจด โดยบอกว่าทุกอย่างได้รับการยินยอมตกลงจากต้วนหมิงจิ้นแต่ชาวเน็ตไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเธอจะบริสุทธิ์จริงหรือไม่สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงการกลั่นแกล้งกันเป็นกลุ่มที่น่ารังเกียจอย่างถึงที่สุด ต้วนหมิงจิ้นถูกด่าจนติดเทรนด์คำค้นหา หุ้นตระกูลต้วนร่วงติดต่อกันสามวัน พาร์ทเนอร์ต่างเรียกร้องขอยกเลิกสัญญาพ่อของเขาโกรธจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ต้วนหมิงจิ้นประสบความล้มเหลวอย่างหนักถึงเพียงนี้ แต่ตอนที่ฉันได้ยินเรื่องพวกนี้ ฉันเพียงนั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ที่สนามบิน พี่ชายถามฉันว่า “ไม่ดูสักหน่อยเหรอ?” ฉันส่ายหน้า “ไม่ล่ะ” ก่อนขึ้นเครื่อง ฉันได้รับอีเมลฉบับหนึ่งผู้ส่งคือต้วนหมิงจิ้นในน

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 8

    ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้จากไปในทันทีเขาเช่าบ้านอยู่แถวๆ ศูนย์พักฟื้นทุกเช้าตอนเจ็ดโมงเช้า จะมีคนเอาอาหารเช้ามาส่งที่หน้าประตูเกี๊ยวน้ำไม่ใส่ต้นหอม น้ำเต้าหู้อุ่นๆ และลูกอมรสเลมอนและยังมีโน้ตเปียโนฉบับหายากที่ฉันเคยพูดลอยๆว่าอยากอ่านฉันไม่ได้รับไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียวจู้สิงโจวมองดูข้าวของที่ถูกนำมาวางกองไว้หน้าประตูวันแล้ววันเล่า สุดท้ายจึงให้เจ้าหน้าที่ดูแลนำทุกอย่างส่งคืนไปทั้งหมด ต้วนหมิงจิ้นก็ไม่ได้ก่อเรื่องอาละวาดเพียงแค่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามศูนย์พักฟื้นทุกวันบางครั้งฝนตก เขาก็ไม่ได้กางร่มฉันเคยยื่นหน้ามองลงมาจากหน้าต่างครั้งหนึ่งเขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน จนไหล่เสื้อสูทเปียกชุ่ม เหมือนกับภาพตรงหน้าสถานบันเทิงคืนนั้น ตอนที่เขาเอียงร่มมาทางฉัน แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้เดินลงไปข้างล่างพี่ชายยืนอยู่ด้านหลังฉัน"ใจอ่อนแล้วเหรอ?"ฉันส่ายหน้า "แค่รู้สึกว่า ในที่สุดเขาก็รู้จักความหนาวเย็นแล้ว"จู้สิงโจวไม่ได้พูดอะไร ผ่านไปนาน เขาจึงพูดขึ้นเบาๆ ว่า “เหมียนเหมียน อย่าเอาความเจ็บปวดของเขามาลงโทษตัวเองเลย” ฉันหันหลังกลับแล้วดึงม่านปิด “ฉันรู้” ต้วนหมิงจิ้นสต

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 7

    ต้วนหมิงจิ้นตามหาจนมาถึงเมืองหนาน ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนั้นฉันพึ่งจะเดินออกมาจากศูนย์พักฟื้น ในมือหิ้วยาที่ซื้อมาให้พี่ชายพอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเขายืนอยู่ข้างทางดูเหมือนเขาคงนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ในตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาด ตรงคางมีตอเคราเขียวๆ ขึ้นประปราย เสื้อสูทบนตัวยังคงเรียบร้อยเหมือนเดิม แต่คนทั้งคนกลับเหมือนถูกบางสิ่งสูบเอาเรี่ยวแรงไปจนหมด เมื่อเห็นฉัน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "เหมียนเหมียน"ฉันหยุดก้าวเท้าเขาก้าวเท้าฉับๆ เดินเข้ามา ยื่นมือเหมือนจะรับถุงยาในมือฉันฉันเบี่ยงตัวหลบมือของต้วนหมิงจิ้นชะงักค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งต่อมา เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันมารับเธอกลับ” ฉันมองเขา“กลับไปไหน?” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย"เมืองเจียง"“ฉันให้คนต่อสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ของเธอให้ใหม่แล้ว ส่วนวิดีโอตรงหอประชุมนั่นฉันก็จัดการแล้ว ไม่มีใครกล้าเอาไปแชร์ต่ออีก"เขาพูดออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับขอแค่สะสางเรื่องราวไปทีละเรื่องๆ ฉันก็ควรจะต้องยอมกลับไปกับเขา"ส่วนสวี่จือเหยาฉันสั่งให้ออกไปจากเมืองเจียงแล้ว""เรื่องกล่องสุ่ม ฉันจะให

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 6

    ตอนฉันไปถึงเมืองหนาน ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วตรงทางออกสถานีมีคนน้อยมากฉันลากกระเป๋าเดินออกไป ลมหนาวพัดจนแสบตา หลังจากเปิดโทรศัพท์ใหม่อีกครั้ง สายที่ไม่ได้รับก็เด้งขึ้นมาทีละสายๆและสิ่งที่มาพร้อมกันนั้นยังมีข้อความสั้นๆ【จู้เหมียนเหมียน รับโทรศัพท์】เว้นไปสองนาที ก็มาอีกข้อความหนึ่ง【เธออยู่ที่ไหน?】หลังจากนั้น น้ำเสียงในข้อความก็ไม่เหมือนคำสั่งอีกต่อไป 【เลิกงอนได้แล้ว ฉันจะไปรับเธอ】 ฉันมองข้อความเหล่านั้นอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจบล็อกเบอร์ของเขาในที่สุด คนขับรถแท็กซี่ถามฉันว่าจะไปไหนฉันบอกที่อยู่แห่งหนึ่งกับเขา ศูนย์พักฟื้นเมืองหนานตลอดสองปีที่ผ่านมาพี่ชายของฉันพักรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาตลอด หลังจากตระกูลจู้เกิดเรื่อง เขาช่วยรับมือเรื่องต่างๆ แทนฉันมากมาย และยังช่วยปิดบังหลายเรื่องให้ฉันด้วย ตอนรถไปถึงหน้าประตูศูนย์พักฟื้น ขอบฟ้าก็เริ่มสว่างแล้วทันทีที่ฉันลงจากรถ ก็เห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู จู้สิงโจวสวมเสื้อคลุมสีเข้ม เขาผอมลงไปมาก แต่ยังคงยืนตัวตรงเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเขาเห็นฉัน เขาไม่ได้ถามอะไรเลย เพียงแค่กางแขนออกให้ฉัน"เหมียนเหมียน"ฉันลากกระเป๋าเด

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 5

    ต้วนหมิงจิ้นเพิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง สวี่จือเหยานั่งพิงอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าซีดขาว"หมิงจิ้น ฉันทำให้นายตกใจหรือเปล่า?"ต้วนหมิงจิ้นก้มมองเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงรีบให้คนไปตามหมอ แล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าไม่สบายตรงไหน แต่ในเวลานี้ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับเป็นคำพูดสุดท้ายของฉันก่อนจากไป “ขอให้ต่อจากนี้ พวกเธอสองคนเหมาะสมกันแบบนี้ไปตลอดนะ” ไม่ได้เหมือนการพูดประชดประชัน แต่มันเหมือนการบอกลามากกว่าจู่ๆ ต้วนหมิงจิ้นก็ดึงแขนเสื้อของตัวเองกลับ สวี่จือเหยาชะงักไป"หมิงจิ้น?"เขาไม่ได้ตอบ แต่หันหลังผลักประตูเดินออกไปตรงทางเดินว่างเปล่าไร้ผู้คนทีมงานเดินเข้าเดินออกเก็บอุปกรณ์ พอเจอเขาก็รีบก้มหัวทักทายต้วนหมิงจิ้นยืนอยู่กับที่ สีหน้าค่อยๆ มืดมนลงทีละนิด"จู้เหมียนเหมียนล่ะ?"ทีมงานชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง"คุณจู้เดินออกไปเมื่อกี้แล้วครับ""ไปไหนแล้ว?"“ไม่ทราบครับ เธอลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กไปด้วย ดูเหมือนจะรีบมาก” กระเป๋าเดินทางใบเล็ก คำไม่กี่คำนี้เหมือนเข็มที่พุ่งแทงเข้าขมับของต้วนหมิงจิ้นอย่างไม่ทันตั้ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status