Share

จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง
จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง
Penulis: ลั่วหู

บทที่ 1

Penulis: ลั่วหู
ต้วนหมิงจิ้นเห็นฉันไม่พูดไม่จา จึงเดินเข้ามาง้อฉัน

“เหมียนเหมียน อย่ามางอแง ถ้าฉันไม่ชอบเธอ แล้วจะเก็บจดหมายพวกนี้ไว้นานขนาดนี้ได้ยังไง?”

เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ

ราวกับการทำให้ฉันอับอายเป็นความเมตตาอย่างหนึ่ง

ฉันจึงหยิบจดหมายฉบับที่ 100 ออกมาจากกระเป๋า

ต้วนหมิงจิ้นเห็นซองจดหมาย ก็ยื่นมือมารับอย่างเฉื่อยชา

“ในที่สุดก็ยอมเอามาให้ฉันแล้วเหรอ?”

ฉันมองเขา แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมา

จากนั้นก็ฉีกจดหมายออกเป็นสองแผ่นต่อหน้าทุกคน

"ต้วนหมิงจิ้น นายไม่ต้องอ่านแล้วล่ะ"

"และฉันก็จะไม่เขียนให้อีกแล้วด้วย"

......

เศษกระดาษร่วงหล่นลงบนกางเกงสแล็กสีดำของต้วนหมิงจิ้น

เขาก้มมองอยู่สองวินาที ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"จู้เหมียนเหมียน เธอทำอะไรของเธอน่ะ"

บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเงียบลงชั่วขณะ

ไม่นานก็มีคนหลุดหัวเราะคิกคักออกมา

"อ้าว โกรธจริงขึ้นมาซะงั้น?"

"พี่ต้วน รีบง้อหน่อยเร็ว คนคลั่งรักกำลังจะใจสลายแล้วนะ”

ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้หัวเราะ

เขาก้มลงเก็บกระดาษจดหมายครึ่งแผ่นนั้นขึ้นมา แล้วหรี่ตาลง

"ฉันถามเธออยู่นะ"

เมื่อก่อนแค่เขาขึ้นเสียงกับฉันเล็กน้อย ฉันก็จะลนลานทันที

ทั้งอธิบาย ทั้งขอโทษ ทั้งยอมอ่อนข้อ

พยายามปรับตัวเองให้กลายเป็นคนในแบบที่เขาชอบ

แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นอีกแล้ว

ฉันหยิบเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ แล้วเดินหลบเขาตรงไปยังประตู

แต่กลับมีคนคว้าข้อมือฉันจากด้านหลัง

ต้วนหมิงจิ้นออกแรงไม่มาก แต่ก็มากพอที่จะทำให้ฉันสะบัดไม่หลุด

เขาก้มมองฉัน แล้วกดเสียงต่ำลง

“คนตั้งเยอะแยะกำลังมองอยู่ จะต้องทำให้เรื่องมันน่าอายขนาดนี้เลยเหรอ?”

ฉันไม่ได้พูดอะไร

เพียงแต่รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าไร้สาระจริงๆ

ในระยะเวลาสิบปี ฉันมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอกกับต้วนหมิงจิ้น

แต่คำพูดบางคำพออยู่ที่ลำคอ กลับแหลกสลายไปหมด

จู่ๆสวี่จือเหยาก็ลุกขึ้นยืน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังห้ามไม่ให้เราทะเลาะกัน

"เหมียนเหมียน เธออย่าโกรธเลยนะ ทุกคนแค่ไม่ได้เจอกันนาน อยากจะครึกครื้นกันหน่อยเท่านั้นเอง"

เธอยื่นมือมาดึงแขนเสื้อของฉัน

“อีกอย่าง เมื่อก่อนไม่ใช่เธอหรอกเหรอที่ชอบพูดว่าชีวิตนี้จะมีแค่หมิงจิ้นคนเดียว? ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยเธอรำลึกถึงช่วงวัยรุ่น แล้วทำไมถึงกลับมาทำหน้าบึ้งใส่กันล่ะ?”

เพื่อนผู้ชายสองสามคนรีบเออออตามทันที

“นั่นสิ จู้เหมียนเหมียน อย่าทำเป็นรับไม่ได้สิ”

“เมื่อก่อนเธอตามจีบพี่ต้วนจนทั้งโรงเรียนรู้กันหมด แล้วตอนนี้จะมาแสร้งทำเป็นไม่สนใจอะไรเนี่ยนะ?”

"เขียนมาถึงฉบับที่ 100 แล้ว คงไม่ได้กะจะเปลี่ยนแผนเรียกร้องความสนใจเพื่อบีบให้พี่ต้วนแสดงท่าทีหรอกนะ?"

ต้วนหมิงจิ้นได้ยินประโยคสุดท้ายก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับในที่สุดก็พบคำตอบที่สมเหตุสมผล

เขาผ่อนแรงที่จับฉันลงเล็กน้อย แต่น้ำเสียงกลับแฝงความรำคาญ

"เหมียนเหมียน อย่าใช้มุกแบบนี้มาเรียกร้องความสนใจเลย"

“ถ้าเธออยากให้ฉันไปส่งที่บ้าน ก็บอกมาตรงๆ”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา

ใบหน้านี้ ฉันหลงรักมานานสิบปี

ชอบมากจนแค่เขายื่นน้ำให้ฉันขวดหนึ่ง ฉันก็ยังดีใจไปได้ตั้งครึ่งเดือน

ชอบมากจนตอนที่เขาโพสต์ในโซเชียลว่าปวดท้อง ฉันยังออกไปวิ่งหาซื้อยาให้เขาทั่วครึ่งเมืองตอนตีสาม

ชอบมากจนทุกคนรู้ว่า จู้เหมียนเหมียนขาดต้วนหมิงจิ้นไม่ได้

แต่ในวินาทีนี้ ฉันมองเขากลับรู้สึกราวกับมองคนแปลกหน้า

ที่แท้เมื่อคนคนหนึ่งไม่ได้รักเรา ต่อให้เป็นความเมตตาที่เขาคิดว่ามอบให้ ก็ยังแฝงไว้ด้วยคมมีดที่ทิ่มแทงเราได้เสมอ

ฉันค่อยๆ ดึงมือกลับทีละน้อย

ข้อมือถูกเขาบีบจนขึ้นรอยแดงเป็นวง

ต้วนหมิงจิ้นก้มลงเห็นรอยนั้น แววตาฉายความรู้สึกทนเห็นไม่ได้ขึ้นมาแวบหนึ่ง

"เจ็บเหรอ?”

เขากำลังจะยกมือมาแตะฉัน แต่สวี่จือเหยากลับกุมท้องน้อยขึ้นมา แล้วสูดหายใจเบาๆ

"หมิงจิ้น ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง สงสัยเมื่อกี้จะดื่มเหล้าเร็วไปหน่อย"

มือของต้วนหมิงจิ้นชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

เธอก้มหน้ายิ้มเบาๆ ราวกับกลัวว่าเกรงใจเขา

“ช่างเถอะ นายไปง้อเหมียนเหมียนก่อนเถอะ ฉันอดทนอีกสักหน่อยก็แล้วกัน”

แต่ในวินาทีถัดมา เขาก็หันกลับไปประคองเธอแล้ว

"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าดื่มของเย็น?”

ความร้อนใจที่ปิดไม่มิดในน้ำเสียงนั้นราวกับเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงกลางใจฉันเบาๆ

สวี่จือเหยาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงฉวยโอกาสคว้าแขนเสื้อของเขาไว้ ก่อนเอนกายครึ่งหนึ่งซบลงในอ้อมอกของเขา

ฉันมองต้วนหมิงจิ้นที่ค่อยๆ คลุมเสื้อให้เธออย่างระมัดระวัง

เสื้อคลุมตัวนั้น ฉันซื้อให้เขาเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว

ฉันสั่งตัดล่วงหน้าเป็นเดือน บริเวณขอบแขนเสื้อยังซ่อนรอยปักตัวเล็กๆ เอาไว้

——ต.ม.จ.

ตอนนั้นเขาแกะดูแค่แป๊บเดียว แล้วบอกว่าสีเรียบเกินไป

วันนั้นฉันกอดกล่องของขวัญนั่งอยู่จนดึกดื่น และยังปลอบตัวเองว่าเขาแค่ปากแข็ง

แต่ตอนนี้ นิ้วของเขากลับกดทับตัวอักษรสามตัวนั้นพอดี

ราวกับแม้แต่ความอับอายส่วนสุดท้ายที่ฉันยังไม่ยอมรับ ก็ถูกเขาตอกย้ำด้วยการเลือกปกป้องเธอคนนั้นด้วยตัวเอง

พนักงานบริการตรงประตูช่วยผลักประตูให้ฉัน

จู่ๆ สวี่จือเหยาก็คลายมือออก

"เอาล่ะหมิงจิ้น เธอเป็นแบบนี้ทุกทีนั่นแหละ ง้อสักหน่อยก็หายแล้ว"

ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้ผลักเธอออก

เขามองฉัน ราวกับกำลังให้โอกาสฉันยอมถอยเป็นครั้งสุดท้าย

"กลับไปนั่ง ดื่มเหล้าแก้วนี้ให้หมด แล้วเรื่องนี้ถือว่าแล้วกันไป"

ฉันไม่ได้รับแก้วเหล้านั้นมา

แต่กลับหันหลังผลักประตูห้องจัดเลี้ยงออกไป

ด้านหลัง ในที่สุดเสียงของต้วนหมิงจิ้นก็เย็นชาลง

"จู้เหมียนเหมียน ถ้าเธอเดินออกไปวันนี้ อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"

เท้าของฉันยังเดินต่อไป

ก่อนที่ประตูจะปิดลง ฉันได้ยินสวี่จือเหยาหัวเราะเสียงหวาน

“วางใจเถอะ อย่างมากเธอก็เดินลงไปถึงชั้นล่างเท่านั้นแหละ เธอเคยตัดใจไม่สนใจนายจริงๆ ที่ไหนกัน?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 10

    หนึ่งปีต่อมา ฉันจัดการแสดงเปียโนเดี่ยวขึ้นที่ต่างประเทศ บทเพลงสุดท้าย มีชื่อว่า 《ทางช้างเผือกแห่งวันวาน》ผู้ชมด้านล่างนั่งกันเต็มทุกที่นั่ง เมื่อแสงไฟส่องลงมา ฉันไม่ได้คิดถึงต้วนหมิงจิ้นอีกแล้ว ฉันนึกถึงเพียงแค่ตัวเองนึกถึงเด็กสาวคนนั้นที่แอบเขียนจดหมายเก้าสิบเก้าฉบับอย่างเงียบๆนึกถึงครั้งหนึ่งที่เธอเคยโง่เขลา จริงใจ และทุ่มเทรักใครคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ และนึกถึงวันที่ในที่สุดเธอก็ก้าวออกมาจากการทรมานตัวเองที่ยาวนานนั้นได้ หลังจากจบการแสดง เสียงปรบมือดังสนั่นกึกก้องไม่ขาดสายตอนที่ฉันลุกขึ้นโค้งขอบคุณผู้ชม ฉันเห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่ตรงแถวสุดท้าย ต้วนหมิงจิ้นเขาผอมลงไปมากนั่งอยู่ตรงมุมมืดสลัว ในมือกำช่อดอกไม้ดอกเล็กสีเหลืองเลมอนไว้ช่อหนึ่งฉันมองเพียงแค่แวบเดียว ก็ละสายตาออกไปหลังผู้ชมทยอยกลับกันหมดแล้ว เขามารอฉันอยู่หน้าหลังเวที เขาไม่ได้ออกคำสั่งให้ฉันหยุดเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้พูดให้ฉันกลับไปกับเขาอีก เขาเพียงยื่นช่อดอกไม้นั้นมาตรงหน้าฉัน แล้วพูดด้วยเสียงแหบพร่าอย่างมากว่า "เหมียนเหมียน วันนี้ฉันไม่ได้มารบกวนเธอนะ""ฉันแค่อยากจะฟังเธอเล่นบทเพลงนั้นจน

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 9

    วันที่ฉันเดินทางออกจากเมืองหนาน ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้ปรากฏตัวได้ยินจากผู้ช่วยว่า เขาย้ายกลับเมืองเจียงไปแล้วตระกูลต้วนเกิดเรื่องขึ้นหลังจากสวี่จือเหยาถูกบริษัทยกเลิกสัญญา เธอเกิดความแค้นเคืองอยู่ในใจ จึงนำวิดีโองานครบรอบโรงเรียนและเรื่องราวทั้งหมดของกล่องสุ่มจดหมายไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีเธออยากจะปัดความรับผิดชอบให้ตัวเองสะอาดหมดจด โดยบอกว่าทุกอย่างได้รับการยินยอมตกลงจากต้วนหมิงจิ้นแต่ชาวเน็ตไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเธอจะบริสุทธิ์จริงหรือไม่สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงการกลั่นแกล้งกันเป็นกลุ่มที่น่ารังเกียจอย่างถึงที่สุด ต้วนหมิงจิ้นถูกด่าจนติดเทรนด์คำค้นหา หุ้นตระกูลต้วนร่วงติดต่อกันสามวัน พาร์ทเนอร์ต่างเรียกร้องขอยกเลิกสัญญาพ่อของเขาโกรธจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ต้วนหมิงจิ้นประสบความล้มเหลวอย่างหนักถึงเพียงนี้ แต่ตอนที่ฉันได้ยินเรื่องพวกนี้ ฉันเพียงนั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ที่สนามบิน พี่ชายถามฉันว่า “ไม่ดูสักหน่อยเหรอ?” ฉันส่ายหน้า “ไม่ล่ะ” ก่อนขึ้นเครื่อง ฉันได้รับอีเมลฉบับหนึ่งผู้ส่งคือต้วนหมิงจิ้นในน

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 8

    ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้จากไปในทันทีเขาเช่าบ้านอยู่แถวๆ ศูนย์พักฟื้นทุกเช้าตอนเจ็ดโมงเช้า จะมีคนเอาอาหารเช้ามาส่งที่หน้าประตูเกี๊ยวน้ำไม่ใส่ต้นหอม น้ำเต้าหู้อุ่นๆ และลูกอมรสเลมอนและยังมีโน้ตเปียโนฉบับหายากที่ฉันเคยพูดลอยๆว่าอยากอ่านฉันไม่ได้รับไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียวจู้สิงโจวมองดูข้าวของที่ถูกนำมาวางกองไว้หน้าประตูวันแล้ววันเล่า สุดท้ายจึงให้เจ้าหน้าที่ดูแลนำทุกอย่างส่งคืนไปทั้งหมด ต้วนหมิงจิ้นก็ไม่ได้ก่อเรื่องอาละวาดเพียงแค่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามศูนย์พักฟื้นทุกวันบางครั้งฝนตก เขาก็ไม่ได้กางร่มฉันเคยยื่นหน้ามองลงมาจากหน้าต่างครั้งหนึ่งเขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน จนไหล่เสื้อสูทเปียกชุ่ม เหมือนกับภาพตรงหน้าสถานบันเทิงคืนนั้น ตอนที่เขาเอียงร่มมาทางฉัน แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้เดินลงไปข้างล่างพี่ชายยืนอยู่ด้านหลังฉัน"ใจอ่อนแล้วเหรอ?"ฉันส่ายหน้า "แค่รู้สึกว่า ในที่สุดเขาก็รู้จักความหนาวเย็นแล้ว"จู้สิงโจวไม่ได้พูดอะไร ผ่านไปนาน เขาจึงพูดขึ้นเบาๆ ว่า “เหมียนเหมียน อย่าเอาความเจ็บปวดของเขามาลงโทษตัวเองเลย” ฉันหันหลังกลับแล้วดึงม่านปิด “ฉันรู้” ต้วนหมิงจิ้นสต

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 7

    ต้วนหมิงจิ้นตามหาจนมาถึงเมืองหนาน ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนั้นฉันพึ่งจะเดินออกมาจากศูนย์พักฟื้น ในมือหิ้วยาที่ซื้อมาให้พี่ชายพอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเขายืนอยู่ข้างทางดูเหมือนเขาคงนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ในตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาด ตรงคางมีตอเคราเขียวๆ ขึ้นประปราย เสื้อสูทบนตัวยังคงเรียบร้อยเหมือนเดิม แต่คนทั้งคนกลับเหมือนถูกบางสิ่งสูบเอาเรี่ยวแรงไปจนหมด เมื่อเห็นฉัน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "เหมียนเหมียน"ฉันหยุดก้าวเท้าเขาก้าวเท้าฉับๆ เดินเข้ามา ยื่นมือเหมือนจะรับถุงยาในมือฉันฉันเบี่ยงตัวหลบมือของต้วนหมิงจิ้นชะงักค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งต่อมา เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันมารับเธอกลับ” ฉันมองเขา“กลับไปไหน?” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย"เมืองเจียง"“ฉันให้คนต่อสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ของเธอให้ใหม่แล้ว ส่วนวิดีโอตรงหอประชุมนั่นฉันก็จัดการแล้ว ไม่มีใครกล้าเอาไปแชร์ต่ออีก"เขาพูดออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับขอแค่สะสางเรื่องราวไปทีละเรื่องๆ ฉันก็ควรจะต้องยอมกลับไปกับเขา"ส่วนสวี่จือเหยาฉันสั่งให้ออกไปจากเมืองเจียงแล้ว""เรื่องกล่องสุ่ม ฉันจะให

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 6

    ตอนฉันไปถึงเมืองหนาน ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วตรงทางออกสถานีมีคนน้อยมากฉันลากกระเป๋าเดินออกไป ลมหนาวพัดจนแสบตา หลังจากเปิดโทรศัพท์ใหม่อีกครั้ง สายที่ไม่ได้รับก็เด้งขึ้นมาทีละสายๆและสิ่งที่มาพร้อมกันนั้นยังมีข้อความสั้นๆ【จู้เหมียนเหมียน รับโทรศัพท์】เว้นไปสองนาที ก็มาอีกข้อความหนึ่ง【เธออยู่ที่ไหน?】หลังจากนั้น น้ำเสียงในข้อความก็ไม่เหมือนคำสั่งอีกต่อไป 【เลิกงอนได้แล้ว ฉันจะไปรับเธอ】 ฉันมองข้อความเหล่านั้นอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจบล็อกเบอร์ของเขาในที่สุด คนขับรถแท็กซี่ถามฉันว่าจะไปไหนฉันบอกที่อยู่แห่งหนึ่งกับเขา ศูนย์พักฟื้นเมืองหนานตลอดสองปีที่ผ่านมาพี่ชายของฉันพักรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาตลอด หลังจากตระกูลจู้เกิดเรื่อง เขาช่วยรับมือเรื่องต่างๆ แทนฉันมากมาย และยังช่วยปิดบังหลายเรื่องให้ฉันด้วย ตอนรถไปถึงหน้าประตูศูนย์พักฟื้น ขอบฟ้าก็เริ่มสว่างแล้วทันทีที่ฉันลงจากรถ ก็เห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู จู้สิงโจวสวมเสื้อคลุมสีเข้ม เขาผอมลงไปมาก แต่ยังคงยืนตัวตรงเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเขาเห็นฉัน เขาไม่ได้ถามอะไรเลย เพียงแค่กางแขนออกให้ฉัน"เหมียนเหมียน"ฉันลากกระเป๋าเด

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 5

    ต้วนหมิงจิ้นเพิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง สวี่จือเหยานั่งพิงอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าซีดขาว"หมิงจิ้น ฉันทำให้นายตกใจหรือเปล่า?"ต้วนหมิงจิ้นก้มมองเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงรีบให้คนไปตามหมอ แล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าไม่สบายตรงไหน แต่ในเวลานี้ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับเป็นคำพูดสุดท้ายของฉันก่อนจากไป “ขอให้ต่อจากนี้ พวกเธอสองคนเหมาะสมกันแบบนี้ไปตลอดนะ” ไม่ได้เหมือนการพูดประชดประชัน แต่มันเหมือนการบอกลามากกว่าจู่ๆ ต้วนหมิงจิ้นก็ดึงแขนเสื้อของตัวเองกลับ สวี่จือเหยาชะงักไป"หมิงจิ้น?"เขาไม่ได้ตอบ แต่หันหลังผลักประตูเดินออกไปตรงทางเดินว่างเปล่าไร้ผู้คนทีมงานเดินเข้าเดินออกเก็บอุปกรณ์ พอเจอเขาก็รีบก้มหัวทักทายต้วนหมิงจิ้นยืนอยู่กับที่ สีหน้าค่อยๆ มืดมนลงทีละนิด"จู้เหมียนเหมียนล่ะ?"ทีมงานชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง"คุณจู้เดินออกไปเมื่อกี้แล้วครับ""ไปไหนแล้ว?"“ไม่ทราบครับ เธอลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กไปด้วย ดูเหมือนจะรีบมาก” กระเป๋าเดินทางใบเล็ก คำไม่กี่คำนี้เหมือนเข็มที่พุ่งแทงเข้าขมับของต้วนหมิงจิ้นอย่างไม่ทันตั้ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status