Compartir

บทที่ 3

Autor: ลั่วหู
หลังจากกลับถึงอพาร์ตเมนต์ ฉันหยิบเอกสารสำคัญออกมาจากลิ้นชัก ยัดไว้ในช่องลึกสุดของกระเป๋า แล้วจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์

คืนนี้เล่นเปียนโนจบลงเมื่อไหร่ ฉันจะไม่กลับมาอีกแล้ว

หนึ่งทุ่มตรง หอประชุมสำหรับงานฉลองโรงเรียนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ

ทันทีที่ฉันลงจากรถ ลมหนาวก็พัดเข้ามาจากประตูด้านข้างของหอประชุม จนปลายนิ้วชาไปหมด

ต้วนหมิงจิ้นยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงทางเข้า

เมื่อเห็นฉัน เขาก็วางสายอย่างรวดเร็ว ก่อนเลื่อนสายตามาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของฉัน

“ทำไมสีหน้าแย่ขนาดนี้?”

เขาล้วงลูกอมเม็ดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วยื่นมาตรงหน้าฉัน

"อมไว้ก่อนสิ"

กระดาษห่อลูกอมเป็นสีเหลืองเลมอน

เป็นรสที่เมื่อก่อนฉันชอบกินที่สุด

เมื่อก่อนเขามักจะบ่นว่าลูกอมนี้เปรี้ยว แต่ก็ยังเตรียมไว้ในรถกล่องหนึ่งเสมอ

ฉันก้มมองลูกอมเม็ดนั้น แต่ไม่ได้ยื่นมือไปรับ

ต้วนหมิงจิ้นเหมือนจะเคยชินกับความเงียบของฉัน จึงถือโอกาสช่วยดึงผ้าคลุมไหล่ของฉันขึ้นมาอีกหน่อย

“อย่าเปิดไหล่มากนัก หลังเวทีอากาศเย็น”

ท่าทางของเขาช่างชำนาญเหลือเกิน

ชำนาญจนฉันเกือบจะลืมไปว่า เมื่อคืนก็คือมือข้างนี้นี่แหละที่กดเปิดคลิปเพื่อข่มขู่ให้ฉันขึ้นเวที

เสียงของสวี่จือเหยาจู่ๆ ก็ดังมาจากไม่ไกล

"หมิงจิ้น เหมือนอินเอียร์ของฉันจะมีปัญหานิดหน่อย”

มือของต้วนหมิงจิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง

ในวินาทีถัดมา เขาก็เก็บมือกลับไป แล้วหันหลังเดินตรงไปหาเธอ

"ฉันขอดูหน่อย"

สวี่จือเหยาสวมชุดกระโปรงยาวสีขาว กำลังถูกคนไม่กี่คนรุมล้อมช่วยเติมหน้า

เธอเอียงหัวเล็กน้อย ปล่อยให้ต้วนหมิงจิ้นโน้มตัวลงมาช่วยเช็กอินเอียร์ให้

ทั้งสองคนอยู่ใกล้ชิดกันมาก

ใกล้จนในแววตาที่ก้มมองของเขา เหมือนมีเพียงเธอคนเดียว

ฉันยืนอยู่กับที่ กำกระดาษห่อลูกอมจนยับยู่ยี่

แต่ความรู้สึกเปรี้ยวขมกลับตีขึ้นมาจุกที่ลำคอก่อนแล้ว

สวี่จือเหยามองเห็นฉันผ่านกระจก แล้วยิ้มตาหยี

"เหมียนเหมียน เธอมาจริงๆ ด้วยสินะ"

เธอยกมือขึ้นถอดอินเอียร์ออก ราวกับพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ จึงยิ้มแล้วเดินตรงมาหาฉัน

"ฉันยังคิดว่าเมื่อคืนเธอโกรธขนาดนั้น วันนี้คงจะไม่ยอมมาช่วยฉันแล้วเสียอีก"

เธอเอามือเข้ามาคล้องแขนฉันอย่างสนิทสนม

ต้วนหมิงจิ้นเห็นเข้า

แต่ปลายนิ้วของเธอกลับจงใจกดลงบนบริเวณที่ต้วนหมิงจิ้นเคยบีบจนเป็นรอยแดงเมื่อคืน

ความเจ็บทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อย

หัวคิ้วของเขาขยับเล็กน้อย แต่ก็ทำได้เพียงเตือนเสียงต่ำ

"อย่าไปโดนมือเหมียนเหมียน เดี๋ยวต้องเล่นเปียโนอีก"

ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงฉัน

เพียงแต่กลัวว่าฉันจะทำลายการแสดงของสวี่จือเหยาพัง

สวี่จือเหยารีบปล่อยมือจากฉัน แล้วกระพริบตาอย่างน้อยอกน้อยใจ

"ฉันก็แค่ดีใจมากไปหน่อยเท่านั้นเองนี่นา"

ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้ว่าอะไรเธอต่อ

แต่เธอกลับอาศัยจังหวะที่เขาหันหลังไปคุยกับทีมงาน ขยับเข้ามาใกล้หูฉันอีกครั้ง

"เธอรู้ไหม? กล่องสุ่มกล่องนั้น หมิงจิ้นเป็นคนให้คนยกออกมาจากห้องหนังสือของเขาเองเลยนะ"

"เดิมทีฉันตั้งใจจะอ่านแค่ไม่กี่ฉบับ แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร"

“เขาบอกว่า ยังไงเธอก็ไม่กล้าโกรธเขาอยู่แล้ว”

ลมหายใจของฉันสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนเงยหน้ามองต้วนหมิงจิ้นที่อยู่ไม่ไกล

เขากำลังก้มหน้าช่วยสวี่จือเหยาเช็กรายการแสดง ใบหน้าด้านข้างสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

ที่แท้คนที่ยื่นมันออกไปด้วยมือตัวเองก็คือเขา...

สวี่จือเหยาราวกับได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว จึงถอยออกไปพร้อมรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาและไร้ความผิด

"เหมียนเหมียน เธอเนี่ยน่าสงสารจังเลย"

ทีมงานวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เร่งให้สวี่จือเหยาไปรอแสตนบายข้างเวที

เธอพึ่งจะกำลังจะเดินไป ก็ไอขึ้นมาเบาๆ อีกครั้ง

ต้วนหมิงจิ้นรับน้ำมาอย่างคุ้นมือ หมุนเปิดฝาขวดแล้วยื่นให้เธอ

“จิบน้ำให้ชุ่มคอก่อน”

แต่เมื่อเขาหันกลับมามองฉันอีกครั้ง ความอ่อนโยนเมื่อครู่ก็จางหายไปแล้ว

"เธอเองก็ไปได้แล้ว"

"อย่าไปถ่วงเวลาขึ้นเวทีของจือเหยา"

ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงพิธีกรก็ดังมาจากหน้าเวที

"ลำดับถัดไป ขอเชิญคุณสวี่จือเหยาขึ้นมาร้องเพลงครับ"

เสียงปรบมือดังขึ้น

ฉันถูกทีมงานดันตัวไปประจำที่หน้าเปียโน

วินาทีที่ไฟสปอตไลต์ส่องสว่างลงมา ฉันแทบจะมองไม่เห็นผู้คนข้างใต้เวที

แต่ฉันรู้ดีว่า ต้วนหมิงจิ้นนั่งอยู่แถวแรก

เขาเป็นแบบนี้เสมอมา

นั่งอยู่ในจุดที่โดดเด่นที่สุด มองดูฉันก้มหัวให้เขา

สวี่จือเหยายืนอยู่กลางเวที ถือไมโครโฟนพร้อมรอยยิ้มหวาน

"เพลงนี้ ฉันอยากมอบให้กับเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน จู้เหมียนเหมียนค่ะ"

เสียงปรบมือจากด้านล่างดังขึ้นอย่างชื่นชม

เธอหันหน้ามามองฉัน แล้วยิ้มตาหยี

"ขอบคุณเธอหลายปีมานี้ ที่คอยช่วยฉันดูแลหมิงจิ้นมาตลอด"

เสียงปรบมือหยุดลงชั่วขณะ

ไม่นานก็เริ่มมีคนส่งเสียงหัวเราะคิกคัก

ปลายนิ้วของฉันวางลงบนคีย์เปียโน

ทันทีที่เสียงโน้ตตัวแรกดังขึ้น หัวใจก็เหมือนถูกฉีกออก

บทเพลงนี้ คือบทเพลงที่ฉันเขียนให้ต้วนหมิงจิ้นเมื่อตอน ม.6

ฉันไม่เคยเล่นให้คนอื่นฟังมาก่อนเลย

มีเพียงในจดหมายฉบับที่ 37 ที่ฉันเคยพูดถึงมันไว้ประโยคหนึ่ง

【รอถึงวันที่เรียนจบ ฉันอยากจะเล่นให้นายฟังนะ】

ที่แท้แม้แต่เรื่องนี้ เขาก็ยังเอามาใช้ปูทางให้สวี่จือเหยา

ตอนที่ร้องไปถึงท่อนฮุค จอภาพขนาดใหญ่ด้านหลังจู่ๆ ก็สว่างขึ้นมา

แต่สิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงเลยก็คือ กลับกลายเป็นจดหมายของฉันเอง

ฉบับแล้วฉบับเล่า ถูกสแกนไว้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน

【วันนี้ต้วนหมิงจิ้นให้ฉันยืมยางลบ ฉันอยากจะเก็บมันไว้ตลอดชีวิตเลย】

【วันนี้เขาไม่ได้หันกลับมามองฉัน แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าเขาเปล่งประกายเหลือเกิน】

【ถ้าวันหนึ่งเขาไปรักคนอื่น ฉันก็จะอวยพรให้เขามีความสุข】

ทั้งหอประชุมเงียบลงในตอนแรก

ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้

นิ้วมือของฉันแข็งทื่ออยู่บนคีย์เปียโน

ฉันกดโน้ตผิดไปหนึ่งตัว

สวี่จือเหยาหันกลับมา ทำท่าราวกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมหลังเวทีถึงเอาอันนี้มาเปิดล่ะ?"

เธอตาแดงก่ำหันไปมองต้วนหมิงจิ้นที่อยู่ใต้เวที

"หมิงจิ้น ฉันไม่ได้เป็นคนจัดฉากนะ......"

ในที่สุดต้วนหมิงจิ้นก็ลุกขึ้นยืน

แต่เขากลับก้าวขึ้นเวทีอย่างรวดเร็ว และสิ่งแรกที่ทำคือยืนบังสวี่จือเหยาเอาไว้ด้านหน้า

จากนั้นถึงค่อยหันหน้ากลับมา มองฉันด้วยสายตาเย็นชา

"จู้เหมียนเหมียน"

"เธอจำเป็นต้องทำลายบรรยากาศงานให้ออกมาสภาพนี้ด้วยเหรอ?"

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 10

    หนึ่งปีต่อมา ฉันจัดการแสดงเปียโนเดี่ยวขึ้นที่ต่างประเทศ บทเพลงสุดท้าย มีชื่อว่า 《ทางช้างเผือกแห่งวันวาน》ผู้ชมด้านล่างนั่งกันเต็มทุกที่นั่ง เมื่อแสงไฟส่องลงมา ฉันไม่ได้คิดถึงต้วนหมิงจิ้นอีกแล้ว ฉันนึกถึงเพียงแค่ตัวเองนึกถึงเด็กสาวคนนั้นที่แอบเขียนจดหมายเก้าสิบเก้าฉบับอย่างเงียบๆนึกถึงครั้งหนึ่งที่เธอเคยโง่เขลา จริงใจ และทุ่มเทรักใครคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ และนึกถึงวันที่ในที่สุดเธอก็ก้าวออกมาจากการทรมานตัวเองที่ยาวนานนั้นได้ หลังจากจบการแสดง เสียงปรบมือดังสนั่นกึกก้องไม่ขาดสายตอนที่ฉันลุกขึ้นโค้งขอบคุณผู้ชม ฉันเห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่ตรงแถวสุดท้าย ต้วนหมิงจิ้นเขาผอมลงไปมากนั่งอยู่ตรงมุมมืดสลัว ในมือกำช่อดอกไม้ดอกเล็กสีเหลืองเลมอนไว้ช่อหนึ่งฉันมองเพียงแค่แวบเดียว ก็ละสายตาออกไปหลังผู้ชมทยอยกลับกันหมดแล้ว เขามารอฉันอยู่หน้าหลังเวที เขาไม่ได้ออกคำสั่งให้ฉันหยุดเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้พูดให้ฉันกลับไปกับเขาอีก เขาเพียงยื่นช่อดอกไม้นั้นมาตรงหน้าฉัน แล้วพูดด้วยเสียงแหบพร่าอย่างมากว่า "เหมียนเหมียน วันนี้ฉันไม่ได้มารบกวนเธอนะ""ฉันแค่อยากจะฟังเธอเล่นบทเพลงนั้นจน

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 9

    วันที่ฉันเดินทางออกจากเมืองหนาน ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้ปรากฏตัวได้ยินจากผู้ช่วยว่า เขาย้ายกลับเมืองเจียงไปแล้วตระกูลต้วนเกิดเรื่องขึ้นหลังจากสวี่จือเหยาถูกบริษัทยกเลิกสัญญา เธอเกิดความแค้นเคืองอยู่ในใจ จึงนำวิดีโองานครบรอบโรงเรียนและเรื่องราวทั้งหมดของกล่องสุ่มจดหมายไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีเธออยากจะปัดความรับผิดชอบให้ตัวเองสะอาดหมดจด โดยบอกว่าทุกอย่างได้รับการยินยอมตกลงจากต้วนหมิงจิ้นแต่ชาวเน็ตไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเธอจะบริสุทธิ์จริงหรือไม่สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงการกลั่นแกล้งกันเป็นกลุ่มที่น่ารังเกียจอย่างถึงที่สุด ต้วนหมิงจิ้นถูกด่าจนติดเทรนด์คำค้นหา หุ้นตระกูลต้วนร่วงติดต่อกันสามวัน พาร์ทเนอร์ต่างเรียกร้องขอยกเลิกสัญญาพ่อของเขาโกรธจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ต้วนหมิงจิ้นประสบความล้มเหลวอย่างหนักถึงเพียงนี้ แต่ตอนที่ฉันได้ยินเรื่องพวกนี้ ฉันเพียงนั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ที่สนามบิน พี่ชายถามฉันว่า “ไม่ดูสักหน่อยเหรอ?” ฉันส่ายหน้า “ไม่ล่ะ” ก่อนขึ้นเครื่อง ฉันได้รับอีเมลฉบับหนึ่งผู้ส่งคือต้วนหมิงจิ้นในน

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 8

    ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้จากไปในทันทีเขาเช่าบ้านอยู่แถวๆ ศูนย์พักฟื้นทุกเช้าตอนเจ็ดโมงเช้า จะมีคนเอาอาหารเช้ามาส่งที่หน้าประตูเกี๊ยวน้ำไม่ใส่ต้นหอม น้ำเต้าหู้อุ่นๆ และลูกอมรสเลมอนและยังมีโน้ตเปียโนฉบับหายากที่ฉันเคยพูดลอยๆว่าอยากอ่านฉันไม่ได้รับไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียวจู้สิงโจวมองดูข้าวของที่ถูกนำมาวางกองไว้หน้าประตูวันแล้ววันเล่า สุดท้ายจึงให้เจ้าหน้าที่ดูแลนำทุกอย่างส่งคืนไปทั้งหมด ต้วนหมิงจิ้นก็ไม่ได้ก่อเรื่องอาละวาดเพียงแค่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามศูนย์พักฟื้นทุกวันบางครั้งฝนตก เขาก็ไม่ได้กางร่มฉันเคยยื่นหน้ามองลงมาจากหน้าต่างครั้งหนึ่งเขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน จนไหล่เสื้อสูทเปียกชุ่ม เหมือนกับภาพตรงหน้าสถานบันเทิงคืนนั้น ตอนที่เขาเอียงร่มมาทางฉัน แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้เดินลงไปข้างล่างพี่ชายยืนอยู่ด้านหลังฉัน"ใจอ่อนแล้วเหรอ?"ฉันส่ายหน้า "แค่รู้สึกว่า ในที่สุดเขาก็รู้จักความหนาวเย็นแล้ว"จู้สิงโจวไม่ได้พูดอะไร ผ่านไปนาน เขาจึงพูดขึ้นเบาๆ ว่า “เหมียนเหมียน อย่าเอาความเจ็บปวดของเขามาลงโทษตัวเองเลย” ฉันหันหลังกลับแล้วดึงม่านปิด “ฉันรู้” ต้วนหมิงจิ้นสต

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 7

    ต้วนหมิงจิ้นตามหาจนมาถึงเมืองหนาน ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนั้นฉันพึ่งจะเดินออกมาจากศูนย์พักฟื้น ในมือหิ้วยาที่ซื้อมาให้พี่ชายพอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเขายืนอยู่ข้างทางดูเหมือนเขาคงนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ในตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาด ตรงคางมีตอเคราเขียวๆ ขึ้นประปราย เสื้อสูทบนตัวยังคงเรียบร้อยเหมือนเดิม แต่คนทั้งคนกลับเหมือนถูกบางสิ่งสูบเอาเรี่ยวแรงไปจนหมด เมื่อเห็นฉัน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "เหมียนเหมียน"ฉันหยุดก้าวเท้าเขาก้าวเท้าฉับๆ เดินเข้ามา ยื่นมือเหมือนจะรับถุงยาในมือฉันฉันเบี่ยงตัวหลบมือของต้วนหมิงจิ้นชะงักค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งต่อมา เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันมารับเธอกลับ” ฉันมองเขา“กลับไปไหน?” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย"เมืองเจียง"“ฉันให้คนต่อสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ของเธอให้ใหม่แล้ว ส่วนวิดีโอตรงหอประชุมนั่นฉันก็จัดการแล้ว ไม่มีใครกล้าเอาไปแชร์ต่ออีก"เขาพูดออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับขอแค่สะสางเรื่องราวไปทีละเรื่องๆ ฉันก็ควรจะต้องยอมกลับไปกับเขา"ส่วนสวี่จือเหยาฉันสั่งให้ออกไปจากเมืองเจียงแล้ว""เรื่องกล่องสุ่ม ฉันจะให

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 6

    ตอนฉันไปถึงเมืองหนาน ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วตรงทางออกสถานีมีคนน้อยมากฉันลากกระเป๋าเดินออกไป ลมหนาวพัดจนแสบตา หลังจากเปิดโทรศัพท์ใหม่อีกครั้ง สายที่ไม่ได้รับก็เด้งขึ้นมาทีละสายๆและสิ่งที่มาพร้อมกันนั้นยังมีข้อความสั้นๆ【จู้เหมียนเหมียน รับโทรศัพท์】เว้นไปสองนาที ก็มาอีกข้อความหนึ่ง【เธออยู่ที่ไหน?】หลังจากนั้น น้ำเสียงในข้อความก็ไม่เหมือนคำสั่งอีกต่อไป 【เลิกงอนได้แล้ว ฉันจะไปรับเธอ】 ฉันมองข้อความเหล่านั้นอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจบล็อกเบอร์ของเขาในที่สุด คนขับรถแท็กซี่ถามฉันว่าจะไปไหนฉันบอกที่อยู่แห่งหนึ่งกับเขา ศูนย์พักฟื้นเมืองหนานตลอดสองปีที่ผ่านมาพี่ชายของฉันพักรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาตลอด หลังจากตระกูลจู้เกิดเรื่อง เขาช่วยรับมือเรื่องต่างๆ แทนฉันมากมาย และยังช่วยปิดบังหลายเรื่องให้ฉันด้วย ตอนรถไปถึงหน้าประตูศูนย์พักฟื้น ขอบฟ้าก็เริ่มสว่างแล้วทันทีที่ฉันลงจากรถ ก็เห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู จู้สิงโจวสวมเสื้อคลุมสีเข้ม เขาผอมลงไปมาก แต่ยังคงยืนตัวตรงเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเขาเห็นฉัน เขาไม่ได้ถามอะไรเลย เพียงแค่กางแขนออกให้ฉัน"เหมียนเหมียน"ฉันลากกระเป๋าเด

  • จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง   บทที่ 5

    ต้วนหมิงจิ้นเพิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง สวี่จือเหยานั่งพิงอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าซีดขาว"หมิงจิ้น ฉันทำให้นายตกใจหรือเปล่า?"ต้วนหมิงจิ้นก้มมองเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงรีบให้คนไปตามหมอ แล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าไม่สบายตรงไหน แต่ในเวลานี้ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับเป็นคำพูดสุดท้ายของฉันก่อนจากไป “ขอให้ต่อจากนี้ พวกเธอสองคนเหมาะสมกันแบบนี้ไปตลอดนะ” ไม่ได้เหมือนการพูดประชดประชัน แต่มันเหมือนการบอกลามากกว่าจู่ๆ ต้วนหมิงจิ้นก็ดึงแขนเสื้อของตัวเองกลับ สวี่จือเหยาชะงักไป"หมิงจิ้น?"เขาไม่ได้ตอบ แต่หันหลังผลักประตูเดินออกไปตรงทางเดินว่างเปล่าไร้ผู้คนทีมงานเดินเข้าเดินออกเก็บอุปกรณ์ พอเจอเขาก็รีบก้มหัวทักทายต้วนหมิงจิ้นยืนอยู่กับที่ สีหน้าค่อยๆ มืดมนลงทีละนิด"จู้เหมียนเหมียนล่ะ?"ทีมงานชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง"คุณจู้เดินออกไปเมื่อกี้แล้วครับ""ไปไหนแล้ว?"“ไม่ทราบครับ เธอลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กไปด้วย ดูเหมือนจะรีบมาก” กระเป๋าเดินทางใบเล็ก คำไม่กี่คำนี้เหมือนเข็มที่พุ่งแทงเข้าขมับของต้วนหมิงจิ้นอย่างไม่ทันตั้ง

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status