LOGINผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่ม
นอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่
อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่
“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก
“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า
“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”
ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นใหม่ด้วย คืนนี้จะลองพูดเรื่องการหย่าอีกครั้ง และสายสวาทจะเป็นตัวแปรที่ดีที่สุด
“โอ๊ย ท่าจะยากค่ะ นายหวงตัวยังกะอะไรดี ไอ้ที่เห็นใกล้ชิดเนี่ยเพราะมีพวกเราอยู่ ถ้าวันไหนไม่มีใครอยู่ที่นี่ นายก็ให้เอาบัญชีไปไว้ที่ไร่” ท่าทางนางแช่มอยากจะพูดมากกว่านี้แต่ก็ยั้งไว้
“อ้าว แล้ววันนี้ให้เอามาที่นี่ทำไมล่ะคะ” อรรัมภาสงสัย
“ก็คงเห็นว่ามีคุณ มีป้าอยู่บ้านมั้งคะ แล้วก็เห็นว่าบ่ายนี้จะมีอะไรส่งมาจากกรุงเทพฯด้วย นายคงจะอยู่รอรับ”
“แล้วเรื่องที่คุณสายสวาทพูดว่ามีคนมาเฝ้าล่ะคะ มีจริงๆ เหรอคะป้า” หญิงสาวอยากรู้เรื่องนี้ด้วย
“โอ๊ย แกก็พูดไปค่ะ มันก็มีบ้างแหล่ะ คนหน้าตาดีเมียไม่มีก็ธรรมดานะคะ เมื่อก่อนก็มีคนโน้นคนนี้แวะมาบ้าง แต่ก็อย่างที่พูดนายหวงตัวจะตาย พวกนั้นเทียวไปเทียวมาไม่นานก็ท้อแล้ว มีแต่คุณสายนี่แหล่ะค่ะที่มีงานมาเป็นตัวเชื่อม แกก็เลยถือว่าใกล้ชิดนายมากกว่าคนอื่น”
“อ๋อ” อรรัมภาเข้าใจแล้ว
เสน่ห์แรงเหมือนกันนะเนี่ย แต่เอาเถอะ เดี๋ยวพอหย่าเรียบร้อย นายของป้าแช่มก็คงไม่ต้องหวงเนื้อหวงตัวอีกต่อไปแล้ว ถึงตอนนั้นคงมีสาวแก่แม่ม่ายมาต่อคิวอีกเพียบแน่
“ไม่น่าเชื่อนะคะ วันๆ ทำหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จากับใคร จะมีคนมาเฝ้ามาหาถึงบ้านได้ ท่าทางพวกนั้นคงจะชอบของแปลก” อรรัมภาอมยิ้ม
“แหม คุณก็พูดไป นายออกจะหล่อมาดดี นี่ถ้าคุณได้เห็นตอนใส่สูทล่ะก็ รับรองว่าต้องกรี๊ดแน่ ป้าจะบอกอะไรให้นะคะ ปีก่อนนายไป...”
“นินทาพอหรือยัง” เสียงเคร่งขรึมดังขึ้นด้านหลัง นางแช่มเงียบทันทีส่วนอรรัมภาปรับสีหน้าให้ดูนิ่งแทบไม่ทัน
“ถ้าพอก็รีบตากผ้าแล้วไปทำกับข้าวกลางวันได้แล้ว ส่วนป้าแช่มต่อไปนี้ไปช่วยงานที่ออฟฟิศ ทุกสามวันให้มาที่นี่เพื่อเตรียมเติมเสบียง ใครมีหน้าที่อะไรก็แยกย้ายกันไปทำได้แล้ว พูดเรื่องคนอื่นสนุกปากแต่ไม่ดูตัวเองเลยว่าทำอะไรไว้บ้าง”
คนพูดสะบัดหน้าเข้าบ้านไปรอกินข้าว ส่วนคนฟังและรับคำสั่งมีหนาวๆ ร้อนๆ กันพอควร นางแช่มได้แต่ส่งกำลังใจให้หญิงสาวแล้วก้มหน้าเตรียมตัวไปทำงานตามคำสั่ง
ส่วนอรรัมภาเร่งมือตากผ้าให้เสร็จ ในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกว่าคงต้องเตรียมหาวิธีรับมือกับเมฆินทร์ไว้บ้าง หากว่าเขายังไม่ยอมเสร็จใบหย่าให้เรียบร้อย
อรรัมภากินข้าวกลางวันได้ไม่กี่คำ นางแช่มก็เดินเข้ามาบอกว่ามีคนที่ชื่อภานุมาหา แค่ได้ยินชื่อเท่านั้นหญิงสาวก็ทิ้งข้าวกลางวันและทุกอย่างไว้บนโต๊ะรีบวิ่งออกไปทันที จึงไม่ทันเห็นสีหน้าบึ้งตึงของคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยอย่างเมฆินทร์
“นุ”
อรรัมภาทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ กระเป๋าเดินทางหลายใบถูกลำเลียงเข้ามาวางไว้ เดาว่าพี่ชายคงจัดการส่งข้าวของส่วนตัวมาให้แน่ๆ
“ผมอาสาคุณพลเอาของมาให้”
ภานุดีใจที่ได้เห็นหน้าอรรัมภา เขาสังเกตดูว่าเธอไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายหรือท่าทีผิดปกติก็ค่อยโล่งใจ
“คุณอรดูก่อนว่าครบไหม ถ้าขาดอะไรเดี๋ยวผมเอามาให้อีก หรือว่าจะออกไปซื้อวันนี้ก็ได้ ไปไหม” ชายหนุ่มถามอย่างกระตือรือร้น
“ไม่เป็นไรหรอกนุ ขาดอะไรเดี๋ยวก็หาเอาแถวนี้แหล่ะ ขอบคุณมากนะ” อรรัมภาพูดด้วยรอยยิ้ม
“เก็บไว้ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมเอาเข้าไปให้” ภานุทำท่าจะเข็นกระเป๋าเข้าไปให้ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นสายตาของชายอีกคนที่เดินเข้ามา
“เอ่อ คือ” ภานุอึกอักเล็กน้อย ถ้าให้เดาเขาคงเป็นเมฆินทร์เจ้าของบ้าน และเจ้าหนี้คนสำคัญของบริษัทแน่ๆ
“ไม่เป็นไรนุ เดี๋ยวอรจัดการเอง นุกินอะไรมาหรือยัง กินน้ำก่อนไหม” อรรัมภาเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นอย่างอื่นแทน
“ผมเรียบร้อยมาแล้ว คุณอรกินข้าวหรือยัง” ภานุหันมาคุยกับหญิงสาวต่อ
เขาชักเป็นห่วงอรรัมภาไม่น้อย ที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับคนหน้าตาดุดันที่ยืนจ้องไม่ห่างเช่นนั้น
“ไม่เป็นไร ว่าแต่พี่พลสั่งอะไรมาอีกหรือเปล่า” อรรัมภาพยายามไม่สนใจว่ามีใครอีกคนอยู่ตรงนั้น
“ค่ะ ฉันต้องขอโทษแทนนุด้วย” อรรัมภาพนมมือไหว้อีกครั้ง พอเข้าใจได้ในสิ่งที่เขาไม่พอใจ“ต่อไปฉันจะพยายามทำให้คุณไม่พอใจอีก”“ไม่ใช่พยายามแต่ควรเรียนรู้ เธอพูดเองนี่ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะให้รู้เรื่องของอีกฝ่ายทุกเรื่องทันทีเป็นไปไม่ได้ เพราะงั้นเธอเรียนรู้ และฉันก็จะเรียนรู้ด้วย” เขาสบตาสาวน้อยที่สีหน้าเริ่มจะผ่อนคลายความกังวลลงได้“ตกลงค่ะ เรียนรู้” อรรัมภายอมรับ“ที่นี่ก็มาพูดเรื่องข้อตกลงของเราจริงๆ เสียที” เมฆินทร์วกมาประเด็นสำคัญที่ทำให้ใจจี๊ดทุกครั้งที่ได้ยิน“ห้ามพูดเรื่องหย่า ใบหย่าอีก”ท่าทางที่จริงจัง น้ำเสียงที่ชัดเจน แววตาที่มุ่งมั่นของเมฆินทร์ บ่งบอกให้รู้ว่าเอาจริงกับสิ่งที่พูดอรรัมภาทำได้แค่พยักหน้าเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ในใจมีความสงสัยผุดขึ้นมาหลายอย่าง‘หรือเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีพันธะทางกฎหมายกับเธอ’‘เขาจะไม่หย่าให้ และใช้เรื่องนี้บังคับให้เธออยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะพอใจงั้นหรือ’ก่อนที่ความสงสัยของอรรัมภาจะมากมายในหัว เมฆินทร์ก็เป็นผู้เฉลยเสียเองว่า เหตุใดเขาจึงไม่ต้องการพูดเรื่องหย่าอีก“ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ตอนไหน เมื่อไร อย่างไร ไม่ต้องให้ใครพูดซ้ำ”อรรัมภานิ่
“นั่นซิคะ นายยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย กินก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวราดหน้าเย็นหมด ไปค่ะ เข้าข้างในกัน มาค่ะ คุณอร” นางแช่มกระวีกระวาดพาอรรัมภาเดินเข้าไปด้านในเมฆินทร์มองหน้าลูกน้องที่ยืนไม่พูดไม่จา เขารู้ว่าไม่ควรเอาความหงุดหงิดมาลงกับใคร แต่มันก็ห้ามใจไม่อยู่เพราะตอนที่เดินออกมาเห็นอรรัมภาและเหล่าลูกน้อง ดูสนิทสนมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันโดยมีนางแช่มเป็นตัวประสาน“อยากพักก็ไปพักให้สบายใจ แล้วอย่าลืมตามงานที่สั่งให้เรียบร้อย”แค่นี้แหล่ะ คนฟังก็โล่งอก หายใจคล่องขึ้นมาทันทีส่วนเมฆินทร์เดินกลับเข้าไปในออฟฟิศหมายจะจัดการกับคนมาใหม่ที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์หงุดหงิดให้สาแก่ใจราดหน้าร้อนๆ ในจานเติมเครื่องปรุงนิดหน่อยมาพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นชื่นใจ เมฆินทร์แสร้งทำว่าไม่เห็นสิ่งที่วางตรงหน้า สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างไม่ลดละ ทั้งที่กลิ่นหอมนั้นเร่งให้เสียงร้องของกระเพาะดังขึ้นเป็นระยะ“กินข้าวก่อนค่อยทำงานก็ได้ค่า คุณเมฆ”นางแช่มที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรก เดินเข้ามาเพื่อเชื้อเชิญให้เจ้านายหนุ่มกินข้าว แต่เมฆินทร์ยังเฉย ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอรรัมภาที่พอจะมองบรรยากาศในเวลานี้ออกก็รู้ว่าควรทำเช่นไร
“แล้วนายของป้าแช่มล่ะคะ” อรรัมภาอยากรู้ว่าคนอยู่ไหนมากกว่า“อยู่ในไร่ค่ะ ตอนนี้กำลังยุ่ง” หญิงวัยกลางคนถือของเข้ามาในครัวแล้วเอ่ยต่อว่า“ป้าซื้อของสดมาให้คุณทำกินคนเดียว ช่วงนี้นายไม่ได้มาที่นี่ ปิดบ้านให้ดีนะคะ ถ้ามีอะไรก็โทร.หาป้าได้ค่ะ” นางแช่มเขียนหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของตนให้“นายของป้าแช่มนี่มีหลายบ้านซินะคะ” อรรัมภารับกระดาษมาถือไว้ในมือพร้อมกับคิดในใจว่า หรือว่าที่นี่จะเป็นที่อยู่ที่จัดไว้ให้เธอเฉพาะ“ปกติก็เห็นอยู่แต่ที่นี่นะคะ นอกจากถ้ามีใครมาก็อาจจะพาไปนั่งกินนั่งคุยชมดาวที่ท้ายไร่บ้าง”“แล้วตอนนี้ไปอยู่บ้านใครล่ะคะ ถ้ามีบ้านแค่สองที่”“นอนออฟฟิศค่ะ”นางแช่มเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่เมฆินทร์ถึงได้ให้ตนจัดหาที่นอนมาไว้ในห้องทำงาน เท่าที่สังเกตหลายวันนี้เขาแทบไม่กลับมาที่นี่เลย เมื่อเช้าก็แค่สั่งให้จัดการเรื่องอาหารการกินให้หญิงสาว“ก็ดีค่ะ งานยุ่งไม่ใช่เหรอ เขาอาจจะอยากทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาหาได้บ่อย สะดวกขึ้นมั้งคะ” อรรัมภาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดไปแบบนั้นตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่เคยย่างกรายไปไหน วันๆ วนอยู่แต่ในบ้านนอกบ้านเท่านั้น ตั้งแต่เขาไม่กลับมาสายสวาทก็
“ปกติคุณเมฆไม่ปรุง กินรสอร่อย ราดหน้าเธอทำ ก็ต้องรู้ซิ อ่อนอะไร” สายสวาทเอ่ยต่อไปอีกว่า“ถ้ามาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานบ้านให้คุณเมฆ ก็ควรต้องรู้ว่าเจ้านายกินอยู่อย่างไร เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันจะบอกให้ คุณเมฆชอบ...”“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก คนที่อยู่ต้องหันมอง หันสนใจ” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนจานราดหน้าไปทางอรรัมภา“ถ้างั้นลองชิมรสที่ฉันกินไหมคะ” อรรัมภาตักราดหน้าในจานตัวเองแบ่งให้เมฆินทร์ชิมคำแรก“ชอบไหมคะ ถ้าชอบ ฉันจะได้ปรุงรสนี้ให้”เมฆินทร์มองแล้วตักชิมคำแรก ความจริงรสชาติราดหน้าที่อรรัมภาทำอร่อยถูกปากเขามาก เพียงแต่มันไม่อร่อยลิ้นก็ตรงที่เห็นภานุอยู่ที่นี่ และสายสวาทที่ไม่ยอมกลับไปดึงดันจะตามมาให้ได้นี่แหล่ะแต่เมื่อได้ชิมราดหน้าจากจานของอรรัมภาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าการไม่ปรุงเสียอีกมิน่าเล่า ภานุถึงได้กินไม่พูดไม่จา“เผ็ดไปหน่อย แต่ก็พอกินได้”ราดหน้าในจานค่อยน่ากินขึ้นมา เมื่ออรรัมภาใส่ใจปรุงให้โดยไม่ใส่พริก แม้จะไม่เหมือนจานที่เจ้าตัวกิน แต่เมฆินทร์ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากหญิงสาวบรรยากาศที่ขมุขมัวเริ่มสว่างขึ้น เมื่อภานุที่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานขอตัวกลับหลังกิน
พอใกล้เที่ยงก็ลงมือเข้าครัวทำสิ่งที่เตรียมไว้เรียบร้อย เหลือเพียงรอให้คนอยากกินกลับมาเท่านั้น“คุณอร” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้อรรัมภาแปลกใจที่เห็นภานุอีกครั้ง“เมื่อวานเจอฝนไหม” หญิงสาวถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจอ วันนี้ตั้งใจมาหาคุณอร” ภานุเอ่ยตามจริงวันนี้ไม่มีคำสั่งของใคร แต่เป็นเพราะเห็นท่าทีของเมฆินทร์เมื่อวานทำให้เขาไม่วางใจเท่าไรนัก วันนี้จึงตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง“นุ มีอะไรหรือเปล่า” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย“เปล่า เมื่อวานไม่มีเวลาได้คุย วันนี้ผมว่างก็เลยแวะมาเพื่อจะถามว่า คุณอรขาดเหลืออะไรไหม ต้องการอะไรอีกหรือเปล่า ผมจะพาไปจัดการวันนี้ครับ อ้อ คุณอรชาร์ตแบตโทรศัพท์หรือยัง ผมเอาที่ชาร์ตมาให้แล้วนะ ยังไม่ชาร์ตอีกเหรอ เมื่อกี้โทร.มาติดต่อไม่ได้”“ที่พี่อำพลเตรียมมาให้ก็พอแล้ว อีกอย่างอรอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก ขอบคุณนุมากนะที่เป็นห่วง โทรศัพท์เดี๋ยวเอ่อ ค่อยชาร์ตก็ได้”อรรัมภาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ขืนพูดมากไปจะทำให้พี่ชายเป็นห่วง อีกอย่างถ้ามีเรื่องด่วนอะไร พี่ชายคงติดต่อมาทางเมฆินทร์เอง“แล้ว เขาทำอะไรไม่ดีกับคุณอรหรือเปล่า”จะว่าไปเรื่องนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่เขาห่วงที่สุด ท
ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดกลิ่นกายสาวหอมละมุนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที คนใต้ร่างคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมานานถึงแปดปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้“คุณเมฆินทร์ ปล่อยนะ ฉันอึดอัด”อรรัมภาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ให้นิยามว่ามันคือความอึดอัด เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องวางตัว วางสีหน้าหรือวางใจอย่างไรก็ในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้แน่นทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้สึกร้อนเท่านั้นแต่เนื้อตัวเธอดูจะนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปเสียทุกส่วน ถึงได้ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระชับเรือนร่างให้แนบแน่น ตามอ้อมแขนของเมฆินทร์ลมหายใจร้อนที่รดผ่าวลงมาที่บ่าสาว เฉียดไปเฉียดมาใกล้ข้างแก้มหรือใบหู แม้เพียงผ่านไปมาเหมือนไม่จงใจ แต่ทุกครั้งที่มันสัมผัสก็สร้างความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยิ่งนานเข้าก็ดูเหมือนว่า อรรัมภาจะรู้สึกดีกับการตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยซ้ำ“จะนอนดีๆ ได้หรือยัง” เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหูถ้าประสาทสัมผัสของอรรัมภาไม่ผิด ริมฝีปากที่เอ่ยถามเมื่อครู่เพิ่งสัมผัสผิวแก้วสาวไปหมาดๆ ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันทีท







