Share

บทที่ 3.3

last update publish date: 2026-09-15 16:23:00

ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่ม

นอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่

อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่

“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก

“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า

“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”

ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นใหม่ด้วย คืนนี้จะลองพูดเรื่องการหย่าอีกครั้ง และสายสวาทจะเป็นตัวแปรที่ดีที่สุด

“โอ๊ย ท่าจะยากค่ะ นายหวงตัวยังกะอะไรดี ไอ้ที่เห็นใกล้ชิดเนี่ยเพราะมีพวกเราอยู่ ถ้าวันไหนไม่มีใครอยู่ที่นี่ นายก็ให้เอาบัญชีไปไว้ที่ไร่” ท่าทางนางแช่มอยากจะพูดมากกว่านี้แต่ก็ยั้งไว้

“อ้าว แล้ววันนี้ให้เอามาที่นี่ทำไมล่ะคะ” อรรัมภาสงสัย

“ก็คงเห็นว่ามีคุณ มีป้าอยู่บ้านมั้งคะ แล้วก็เห็นว่าบ่ายนี้จะมีอะไรส่งมาจากกรุงเทพฯด้วย นายคงจะอยู่รอรับ”

“แล้วเรื่องที่คุณสายสวาทพูดว่ามีคนมาเฝ้าล่ะคะ มีจริงๆ เหรอคะป้า” หญิงสาวอยากรู้เรื่องนี้ด้วย

“โอ๊ย แกก็พูดไปค่ะ มันก็มีบ้างแหล่ะ คนหน้าตาดีเมียไม่มีก็ธรรมดานะคะ เมื่อก่อนก็มีคนโน้นคนนี้แวะมาบ้าง แต่ก็อย่างที่พูดนายหวงตัวจะตาย พวกนั้นเทียวไปเทียวมาไม่นานก็ท้อแล้ว มีแต่คุณสายนี่แหล่ะค่ะที่มีงานมาเป็นตัวเชื่อม แกก็เลยถือว่าใกล้ชิดนายมากกว่าคนอื่น”

“อ๋อ” อรรัมภาเข้าใจแล้ว

เสน่ห์แรงเหมือนกันนะเนี่ย แต่เอาเถอะ เดี๋ยวพอหย่าเรียบร้อย นายของป้าแช่มก็คงไม่ต้องหวงเนื้อหวงตัวอีกต่อไปแล้ว ถึงตอนนั้นคงมีสาวแก่แม่ม่ายมาต่อคิวอีกเพียบแน่

“ไม่น่าเชื่อนะคะ วันๆ ทำหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จากับใคร จะมีคนมาเฝ้ามาหาถึงบ้านได้ ท่าทางพวกนั้นคงจะชอบของแปลก” อรรัมภาอมยิ้ม

“แหม คุณก็พูดไป นายออกจะหล่อมาดดี นี่ถ้าคุณได้เห็นตอนใส่สูทล่ะก็ รับรองว่าต้องกรี๊ดแน่ ป้าจะบอกอะไรให้นะคะ ปีก่อนนายไป...”

“นินทาพอหรือยัง” เสียงเคร่งขรึมดังขึ้นด้านหลัง นางแช่มเงียบทันทีส่วนอรรัมภาปรับสีหน้าให้ดูนิ่งแทบไม่ทัน

“ถ้าพอก็รีบตากผ้าแล้วไปทำกับข้าวกลางวันได้แล้ว ส่วนป้าแช่มต่อไปนี้ไปช่วยงานที่ออฟฟิศ ทุกสามวันให้มาที่นี่เพื่อเตรียมเติมเสบียง ใครมีหน้าที่อะไรก็แยกย้ายกันไปทำได้แล้ว พูดเรื่องคนอื่นสนุกปากแต่ไม่ดูตัวเองเลยว่าทำอะไรไว้บ้าง”

คนพูดสะบัดหน้าเข้าบ้านไปรอกินข้าว ส่วนคนฟังและรับคำสั่งมีหนาวๆ ร้อนๆ กันพอควร นางแช่มได้แต่ส่งกำลังใจให้หญิงสาวแล้วก้มหน้าเตรียมตัวไปทำงานตามคำสั่ง

ส่วนอรรัมภาเร่งมือตากผ้าให้เสร็จ ในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกว่าคงต้องเตรียมหาวิธีรับมือกับเมฆินทร์ไว้บ้าง หากว่าเขายังไม่ยอมเสร็จใบหย่าให้เรียบร้อย

อรรัมภากินข้าวกลางวันได้ไม่กี่คำ นางแช่มก็เดินเข้ามาบอกว่ามีคนที่ชื่อภานุมาหา แค่ได้ยินชื่อเท่านั้นหญิงสาวก็ทิ้งข้าวกลางวันและทุกอย่างไว้บนโต๊ะรีบวิ่งออกไปทันที จึงไม่ทันเห็นสีหน้าบึ้งตึงของคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยอย่างเมฆินทร์

“นุ”

อรรัมภาทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ กระเป๋าเดินทางหลายใบถูกลำเลียงเข้ามาวางไว้ เดาว่าพี่ชายคงจัดการส่งข้าวของส่วนตัวมาให้แน่ๆ

“ผมอาสาคุณพลเอาของมาให้”

ภานุดีใจที่ได้เห็นหน้าอรรัมภา เขาสังเกตดูว่าเธอไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายหรือท่าทีผิดปกติก็ค่อยโล่งใจ

“คุณอรดูก่อนว่าครบไหม ถ้าขาดอะไรเดี๋ยวผมเอามาให้อีก หรือว่าจะออกไปซื้อวันนี้ก็ได้ ไปไหม” ชายหนุ่มถามอย่างกระตือรือร้น

“ไม่เป็นไรหรอกนุ ขาดอะไรเดี๋ยวก็หาเอาแถวนี้แหล่ะ ขอบคุณมากนะ” อรรัมภาพูดด้วยรอยยิ้ม

“เก็บไว้ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมเอาเข้าไปให้” ภานุทำท่าจะเข็นกระเป๋าเข้าไปให้ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นสายตาของชายอีกคนที่เดินเข้ามา

“เอ่อ คือ” ภานุอึกอักเล็กน้อย ถ้าให้เดาเขาคงเป็นเมฆินทร์เจ้าของบ้าน และเจ้าหนี้คนสำคัญของบริษัทแน่ๆ

“ไม่เป็นไรนุ เดี๋ยวอรจัดการเอง นุกินอะไรมาหรือยัง กินน้ำก่อนไหม” อรรัมภาเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นอย่างอื่นแทน

“ผมเรียบร้อยมาแล้ว คุณอรกินข้าวหรือยัง” ภานุหันมาคุยกับหญิงสาวต่อ

เขาชักเป็นห่วงอรรัมภาไม่น้อย ที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับคนหน้าตาดุดันที่ยืนจ้องไม่ห่างเช่นนั้น

“ไม่เป็นไร ว่าแต่พี่พลสั่งอะไรมาอีกหรือเปล่า” อรรัมภาพยายามไม่สนใจว่ามีใครอีกคนอยู่ตรงนั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 4

    เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พ

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.2

    ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอนนางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลาอรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.1

    นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหมเดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติหวานแสบไส้บ้าอะไร!อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ“ต้องการกาแฟใหม่ไหมค

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3

    อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอนใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจเมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงงนี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลยอรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีกระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลา

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.3

    ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่มนอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นให

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 2.3

    ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิมวินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทันโธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status