تسجيل الدخولดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'
“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”
งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์
ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้
“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”
อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอน
นางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลา
อรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้ เพราะรอบบ้านเต็มไปด้วยความร่มรื่นน่าอยู่อย่างมาก
อีกทั้งเมื่อมองไปไกลๆ เธอก็เห็นรถกระบะวิ่งเข้าออก เดาว่าน่าจะเส้นทางไปไร่ของชายหนุ่มแน่ อำพลเคยบอกว่าตลอดสิบปีมานี้เมฆินทร์เป็นผู้ดูแลไร่แทนคุณลุงสันต์
เขาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างและสร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัวมากมาย เมฆินทร์ยังคงทำไร่ข้าวโพดและมันสำปะหลัง และขยายเนื้อที่เพิ่มทำผักปลอดสารพิษจนมีชื่อเสียง ซึ่งจะว่าไปอรรัมภาก็เป็นหนึ่งในลูกค้าผักปลอดสารพิษของเขาด้วยนั่นเอง
“คุณเมฆ คุณเมฆคะ” เสียงร้องเรียกดังมาจากหน้าบ้าน อรรัมภารีบเดินออกไปดูว่าใครมา
“อ้าว นี่เธอ มาอยู่ใหม่เหรอ คุณเมฆอยู่ไหนล่ะ”
ผู้มาใหม่เป็นหญิงสาวหน้าตาดีแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีชมหูหวานฉ่ำ โดยรวมแล้วสวยสดใสไม่น้อย แต่เมื่อเห็นอรรัมภาปรากฎตัวขึ้นสีหน้าก็มีความสงสัยไม่น้อย
“เธอเป็นใคร แล้วคุณเมฆล่ะ อย่าบอกนะว่ามาเฝ้าคุณเมฆ” ปลายเสียงกระชากเล็กน้อยสายตาเธอเริ่มไม่เป็นมิตร
“คุณเมฆินทร์เข้าไปที่ไร่ยังไม่กลับมา ป้าแช่มออกไปซื้อของอีกสักพักคงกลับ” อรรัมภาตอบเสียงสุภาพ
“แล้วเธอเป็นใคร ทำไมมาอยู่ที่นี่” คนมาใหม่ถามด้วยความอยากรู้ ใช้สายตามองอรรัมภาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
“มาจากไหน ลูกเต้าเหล่าใคร มากี่วันแล้ว คุณเมฆให้มาหรือตามมาเอง ถ้าเขาไม่ให้อยู่ก็ไม่ต้องเสียเวลามาเฝ้า ถ้าคุณเมฆต้องการใครเดี๋ยวเรียกเอง เธอไม่รู้เหรอ”
อรรัมภานิ่งไปเล็กน้อย ฟังที่พูดมาทั้งหมดหรือว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขามีผู้หญิงข้างกายไม่ขาดอยู่ที่ว่าจะเลือกใคร
แว่ปหนึ่งหญิงสาวรู้สึกผิดที่การผูกมัดระหว่างทั้งสอง ทำให้เขาไม่อาจทำอะไรตามอำเภอใจได้ แต่ไม่ต้องห่วงเธอพร้อมจะคืนอิสรภาพให้ตลอดเวลา และยิ่งรู้แบบนี้ก็จะยิ่งทำให้เร็วที่สุด
“ฉันเพิ่งมาเมื่อวานค่ะ” อรรัมภาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“คุณเข้ามานั่งในบ้านก่อนไหมคะ ไม่ทราบว่านัดกับคุณเมฆินทร์ไว้หรือเปล่า”
“ทำไมต้องนัด ปกติคุณเมฆกลับมากินข้าวเที่ยงทุกวันอยู่แล้ว และคนอย่างฉันจะมาเมื่อไรเขาก็พร้อมต้อนรับเสมอ ว่าแต่เธอเถอะ มาจากไหน มาทำอะไรที่นี่ จะอยู่กี่วันแล้วนอนห้องไหน”
คำถามที่ถามรวดเดียวพร้อมกับการก้าวเข้ามาในบ้านเพื่อสำรวจสิ่งที่ค้างคาใจ ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้อีกว่า หรือว่าเมฆินทร์จะหว่านเสน่ห์ไปทั่ว จนมีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาที่นี่ และอาจจะเคยเกิดรถไฟชนกันมาแล้ว
“เอ่อ คุณรอที่ห้องรับแขกก่อนดีไหมคะ” อรรัมภารีบบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเปิดประตูห้องนอนของชายหนุ่มเข้าไป
“เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร จะซอกไหนมุมไหนของบ้านนี่ฉันก็รู้ดีกว่าใครทั้งหมด” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็เปิดประตูห้องนอนเข้าไปทันที
อรรัมภาทำได้แค่ยืนอยู่ด้านนอกและปล่อยให้เธอสำรวจตามใจชอบ เมื่อออกจากห้องของเมฆินทร์แล้ว เป้าหมายต่อไปก็คือห้องตรงข้ามซึ่งเป็นห้องนอนของเธอนั่นเอง
“นี่ห้องฉันคะ” อรรัมภารีบบอก
“นอนห้องนี้เลยเหรอ” คนถามยิ่งสงสัยในตัวอรรัมภามากขึ้น เธอเปิดประตูเข้าในทันทีก่อนจะหันมาถามว่า
“ทำไมไม่มีของใช้ของเธอเลย” สายตาจับผิดของคนถามทำให้อรรัมภารู้สึกไม่ค่อยชอบใจ แต่ก็วางตัวนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันเพิ่งมาเมื่อวาน แล้วก็ต้องอยู่กระทันหันเลยไม่ได้เตรียมตัวมาค่ะ แต่ว่าเดี๋ยวคนที่บ้านฉันจะส่งของตามมา”
ยิ่งอรรัมภาอธิยายก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีมากขึ้น เธอก็งงเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแย่แบบ มันเหมือนกับปิดบังอะไรอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ตกลงเป็นใครกันแน่ บอกมาตรงๆ ดีกว่า ตามมาเฝ้าใช่ไหม” สายตาคาดคั้นคู่นั้นทำให้อรรัมภาพูดไม่ออก
เฝ้าอะไรกัน แค่อยู่ด้วยยังไม่อยากจะอยู่เลย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
“ค่ะ ฉันต้องขอโทษแทนนุด้วย” อรรัมภาพนมมือไหว้อีกครั้ง พอเข้าใจได้ในสิ่งที่เขาไม่พอใจ“ต่อไปฉันจะพยายามทำให้คุณไม่พอใจอีก”“ไม่ใช่พยายามแต่ควรเรียนรู้ เธอพูดเองนี่ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะให้รู้เรื่องของอีกฝ่ายทุกเรื่องทันทีเป็นไปไม่ได้ เพราะงั้นเธอเรียนรู้ และฉันก็จะเรียนรู้ด้วย” เขาสบตาสาวน้อยที่สีหน้าเริ่มจะผ่อนคลายความกังวลลงได้“ตกลงค่ะ เรียนรู้” อรรัมภายอมรับ“ที่นี่ก็มาพูดเรื่องข้อตกลงของเราจริงๆ เสียที” เมฆินทร์วกมาประเด็นสำคัญที่ทำให้ใจจี๊ดทุกครั้งที่ได้ยิน“ห้ามพูดเรื่องหย่า ใบหย่าอีก”ท่าทางที่จริงจัง น้ำเสียงที่ชัดเจน แววตาที่มุ่งมั่นของเมฆินทร์ บ่งบอกให้รู้ว่าเอาจริงกับสิ่งที่พูดอรรัมภาทำได้แค่พยักหน้าเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ในใจมีความสงสัยผุดขึ้นมาหลายอย่าง‘หรือเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีพันธะทางกฎหมายกับเธอ’‘เขาจะไม่หย่าให้ และใช้เรื่องนี้บังคับให้เธออยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะพอใจงั้นหรือ’ก่อนที่ความสงสัยของอรรัมภาจะมากมายในหัว เมฆินทร์ก็เป็นผู้เฉลยเสียเองว่า เหตุใดเขาจึงไม่ต้องการพูดเรื่องหย่าอีก“ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ตอนไหน เมื่อไร อย่างไร ไม่ต้องให้ใครพูดซ้ำ”อรรัมภานิ่
“นั่นซิคะ นายยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย กินก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวราดหน้าเย็นหมด ไปค่ะ เข้าข้างในกัน มาค่ะ คุณอร” นางแช่มกระวีกระวาดพาอรรัมภาเดินเข้าไปด้านในเมฆินทร์มองหน้าลูกน้องที่ยืนไม่พูดไม่จา เขารู้ว่าไม่ควรเอาความหงุดหงิดมาลงกับใคร แต่มันก็ห้ามใจไม่อยู่เพราะตอนที่เดินออกมาเห็นอรรัมภาและเหล่าลูกน้อง ดูสนิทสนมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันโดยมีนางแช่มเป็นตัวประสาน“อยากพักก็ไปพักให้สบายใจ แล้วอย่าลืมตามงานที่สั่งให้เรียบร้อย”แค่นี้แหล่ะ คนฟังก็โล่งอก หายใจคล่องขึ้นมาทันทีส่วนเมฆินทร์เดินกลับเข้าไปในออฟฟิศหมายจะจัดการกับคนมาใหม่ที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์หงุดหงิดให้สาแก่ใจราดหน้าร้อนๆ ในจานเติมเครื่องปรุงนิดหน่อยมาพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นชื่นใจ เมฆินทร์แสร้งทำว่าไม่เห็นสิ่งที่วางตรงหน้า สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างไม่ลดละ ทั้งที่กลิ่นหอมนั้นเร่งให้เสียงร้องของกระเพาะดังขึ้นเป็นระยะ“กินข้าวก่อนค่อยทำงานก็ได้ค่า คุณเมฆ”นางแช่มที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรก เดินเข้ามาเพื่อเชื้อเชิญให้เจ้านายหนุ่มกินข้าว แต่เมฆินทร์ยังเฉย ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอรรัมภาที่พอจะมองบรรยากาศในเวลานี้ออกก็รู้ว่าควรทำเช่นไร
“แล้วนายของป้าแช่มล่ะคะ” อรรัมภาอยากรู้ว่าคนอยู่ไหนมากกว่า“อยู่ในไร่ค่ะ ตอนนี้กำลังยุ่ง” หญิงวัยกลางคนถือของเข้ามาในครัวแล้วเอ่ยต่อว่า“ป้าซื้อของสดมาให้คุณทำกินคนเดียว ช่วงนี้นายไม่ได้มาที่นี่ ปิดบ้านให้ดีนะคะ ถ้ามีอะไรก็โทร.หาป้าได้ค่ะ” นางแช่มเขียนหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของตนให้“นายของป้าแช่มนี่มีหลายบ้านซินะคะ” อรรัมภารับกระดาษมาถือไว้ในมือพร้อมกับคิดในใจว่า หรือว่าที่นี่จะเป็นที่อยู่ที่จัดไว้ให้เธอเฉพาะ“ปกติก็เห็นอยู่แต่ที่นี่นะคะ นอกจากถ้ามีใครมาก็อาจจะพาไปนั่งกินนั่งคุยชมดาวที่ท้ายไร่บ้าง”“แล้วตอนนี้ไปอยู่บ้านใครล่ะคะ ถ้ามีบ้านแค่สองที่”“นอนออฟฟิศค่ะ”นางแช่มเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่เมฆินทร์ถึงได้ให้ตนจัดหาที่นอนมาไว้ในห้องทำงาน เท่าที่สังเกตหลายวันนี้เขาแทบไม่กลับมาที่นี่เลย เมื่อเช้าก็แค่สั่งให้จัดการเรื่องอาหารการกินให้หญิงสาว“ก็ดีค่ะ งานยุ่งไม่ใช่เหรอ เขาอาจจะอยากทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาหาได้บ่อย สะดวกขึ้นมั้งคะ” อรรัมภาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดไปแบบนั้นตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่เคยย่างกรายไปไหน วันๆ วนอยู่แต่ในบ้านนอกบ้านเท่านั้น ตั้งแต่เขาไม่กลับมาสายสวาทก็
“ปกติคุณเมฆไม่ปรุง กินรสอร่อย ราดหน้าเธอทำ ก็ต้องรู้ซิ อ่อนอะไร” สายสวาทเอ่ยต่อไปอีกว่า“ถ้ามาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานบ้านให้คุณเมฆ ก็ควรต้องรู้ว่าเจ้านายกินอยู่อย่างไร เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันจะบอกให้ คุณเมฆชอบ...”“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก คนที่อยู่ต้องหันมอง หันสนใจ” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนจานราดหน้าไปทางอรรัมภา“ถ้างั้นลองชิมรสที่ฉันกินไหมคะ” อรรัมภาตักราดหน้าในจานตัวเองแบ่งให้เมฆินทร์ชิมคำแรก“ชอบไหมคะ ถ้าชอบ ฉันจะได้ปรุงรสนี้ให้”เมฆินทร์มองแล้วตักชิมคำแรก ความจริงรสชาติราดหน้าที่อรรัมภาทำอร่อยถูกปากเขามาก เพียงแต่มันไม่อร่อยลิ้นก็ตรงที่เห็นภานุอยู่ที่นี่ และสายสวาทที่ไม่ยอมกลับไปดึงดันจะตามมาให้ได้นี่แหล่ะแต่เมื่อได้ชิมราดหน้าจากจานของอรรัมภาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าการไม่ปรุงเสียอีกมิน่าเล่า ภานุถึงได้กินไม่พูดไม่จา“เผ็ดไปหน่อย แต่ก็พอกินได้”ราดหน้าในจานค่อยน่ากินขึ้นมา เมื่ออรรัมภาใส่ใจปรุงให้โดยไม่ใส่พริก แม้จะไม่เหมือนจานที่เจ้าตัวกิน แต่เมฆินทร์ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากหญิงสาวบรรยากาศที่ขมุขมัวเริ่มสว่างขึ้น เมื่อภานุที่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานขอตัวกลับหลังกิน
พอใกล้เที่ยงก็ลงมือเข้าครัวทำสิ่งที่เตรียมไว้เรียบร้อย เหลือเพียงรอให้คนอยากกินกลับมาเท่านั้น“คุณอร” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้อรรัมภาแปลกใจที่เห็นภานุอีกครั้ง“เมื่อวานเจอฝนไหม” หญิงสาวถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจอ วันนี้ตั้งใจมาหาคุณอร” ภานุเอ่ยตามจริงวันนี้ไม่มีคำสั่งของใคร แต่เป็นเพราะเห็นท่าทีของเมฆินทร์เมื่อวานทำให้เขาไม่วางใจเท่าไรนัก วันนี้จึงตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง“นุ มีอะไรหรือเปล่า” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย“เปล่า เมื่อวานไม่มีเวลาได้คุย วันนี้ผมว่างก็เลยแวะมาเพื่อจะถามว่า คุณอรขาดเหลืออะไรไหม ต้องการอะไรอีกหรือเปล่า ผมจะพาไปจัดการวันนี้ครับ อ้อ คุณอรชาร์ตแบตโทรศัพท์หรือยัง ผมเอาที่ชาร์ตมาให้แล้วนะ ยังไม่ชาร์ตอีกเหรอ เมื่อกี้โทร.มาติดต่อไม่ได้”“ที่พี่อำพลเตรียมมาให้ก็พอแล้ว อีกอย่างอรอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก ขอบคุณนุมากนะที่เป็นห่วง โทรศัพท์เดี๋ยวเอ่อ ค่อยชาร์ตก็ได้”อรรัมภาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ขืนพูดมากไปจะทำให้พี่ชายเป็นห่วง อีกอย่างถ้ามีเรื่องด่วนอะไร พี่ชายคงติดต่อมาทางเมฆินทร์เอง“แล้ว เขาทำอะไรไม่ดีกับคุณอรหรือเปล่า”จะว่าไปเรื่องนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่เขาห่วงที่สุด ท
ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดกลิ่นกายสาวหอมละมุนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที คนใต้ร่างคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมานานถึงแปดปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้“คุณเมฆินทร์ ปล่อยนะ ฉันอึดอัด”อรรัมภาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ให้นิยามว่ามันคือความอึดอัด เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องวางตัว วางสีหน้าหรือวางใจอย่างไรก็ในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้แน่นทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้สึกร้อนเท่านั้นแต่เนื้อตัวเธอดูจะนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปเสียทุกส่วน ถึงได้ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระชับเรือนร่างให้แนบแน่น ตามอ้อมแขนของเมฆินทร์ลมหายใจร้อนที่รดผ่าวลงมาที่บ่าสาว เฉียดไปเฉียดมาใกล้ข้างแก้มหรือใบหู แม้เพียงผ่านไปมาเหมือนไม่จงใจ แต่ทุกครั้งที่มันสัมผัสก็สร้างความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยิ่งนานเข้าก็ดูเหมือนว่า อรรัมภาจะรู้สึกดีกับการตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยซ้ำ“จะนอนดีๆ ได้หรือยัง” เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหูถ้าประสาทสัมผัสของอรรัมภาไม่ผิด ริมฝีปากที่เอ่ยถามเมื่อครู่เพิ่งสัมผัสผิวแก้วสาวไปหมาดๆ ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันทีท







