LOGINไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว
“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิม
วินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม
“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว
“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น
“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น
“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว
“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทัน
โธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี
“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”
“ฉันไม่หิวค่ะ” อรรัมภาปฏิเสธ
“ไม่หิวก็ต้องกิน”
ว่าแล้วเมฆินทร์ก็ลุกขึ้นไปหยิบทุกอย่างมาเอง เขาแบ่งบะหมี่ในชามให้เธอครึ่งหนึ่ง เลื่อนไปวางตรงหน้าแล้วรอว่าอีกฝ่ายจะตักเข้าปากหรือไม่
“นี่คุณกลัวขนาดนี้เลยเหรอ” อรรัมภาย้อนถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่กลัว แต่อยากให้ใครหัวเราะเพราะคิดจะแกล้งกันมากกว่า ถ้าเธอกินอาหารที่ตัวเองทำได้ ฉันก็กินได้ ตกลงจะกินไหม ฉันมีอย่างอื่นให้ทำอีก”
“แล้วคุณจะรู้ว่าอร่อยแค่ไหน” อรรัมภาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
หญิงสาวลงมือตักอาหารในชามกินอย่างสบายใจ ทีแรกรู้สึกว่าไม่หิวแต่พอได้กลิ่นได้ลิ้มรสชาติ บะหมี่ครี่งหนึ่งที่เขาตักให้ก็หมดอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวฉันล้างเองค่ะ” หญิงสาวอาสาเมื่อเมฆินทร์ยกชามบะหมี่ไปที่ล้างจาน
“ใครบอกว่าฉันจะล้าง นี่มันหน้าที่เธอ” เขาปรายตามองเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า
“รีบล้างให้เสร็จ อีกห้านาทีไปพบฉันที่หน้าห้องนอน” พูดจบชายหนุ่มก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อรรัมภามองตามด้วยความไม่เข้าใจ
เป็นอะไรหนักหนาเนี่ย คุณเมฆินทร์!
อรรัมภานับหนึ่งถึงสิบเป็นครั้งที่ยี่สิบ แต่คนที่อยู่ในห้องก็ยังไม่เปิดประตูออกมา เธอจะไม่ทนถึงครั้งที่ยี่สิบเอ็ดแน่ หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้าห้องตัวเองที่อยู่ตรงข้าม โดยไม่สนใจว่าเมฆินทร์จะออกมาตอนไหน
หญิงสาวเดินสำรวจห้องนอนของตนอย่างละเอียด ข้าวของเครื่องใช้ในตู้เสื้อผ้าก็ถือว่าครบ แม้ว่าชุดที่มีจะหลวมไปบ้างแต่ก็น่าจะพอใช้แก้ขัดไปก่อนได้
อรรัมภาเตรียมตัวจะอาบน้ำเข้านอนเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ยังไม่ทันที่จะทำอะไรประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกพร้อมใบหน้าถมึงทึงของเขา
“ใครใช้ให้เธอเข้ามานอน”
นอกจากสีหน้าที่บึ้งตึงแล้วน้ำเสียงก็ยังกระโชกโฮกฮากอีก อรรัมภาบอกตัวเองให้ใจเย็นกับเขาหน่อย
“งานยังไม่เสร็จจะนอนได้ไง” ว่าแล้วเมฆินทร์ก็คว้าข้อมือเธอกึ่งลากกึ่งจูงเดินไปห้องตัวเองทันที
“ปล่อยนะ คุณเมฆินทร์ ฉันเจ็บ” อรรัมภาตกใจกับการกระทำของเขาไม่น้อย
“พูดกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้เลย” หญิงสาวสะบัดข้อมือหนีการลากจูงของเขา
“แล้วจะให้ทำอะไรคะ ฉันรอคุณตั้งนานแล้ว”
“ต่อไปนี้ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ถ้าไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากฉัน เธอก็ต้องอยู่ตรงนั้นห้ามไปไหนทั้งสิ้น” เมฆินทร์เสียงเข้ม
“นี่ มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ ถ้าคุณให้ฉันรอแต่ฝนตกฟ้าร้อง ฉันก็ต้องทำตามอย่างนั้นเหรอ” อรรัมภาแย้งทันที
“ใช่” เขาตอบกลับเสียงเข้มแล้วเอ่ยต่อว่า
“ไม่มีข้อแม้ ถ้าไม่ทำตามถือว่าข้อตกลงของเราเป็นโมฆะ”
“คุณ เกินไปแล้วจริงๆ นะ” งานนี้อรรัมภาจะไม่ทนอีกต่อไป
“ไม่มีคำว่าเกินไปหรอก แล้วรู้ไว้ด้วยนะ พี่ชายเธอตกลงรับเงื่อนไขของฉันแล้ว”
“เงื่อนไขอะไรอีก แล้วคุณคุยกับพี่พลตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้เรื่องมาก่อน”
“เพิ่งคุยกันเสร็จเมื่อกี้ ตอนที่เธอบอกว่ายื่นรอไม่ไหวนั่นแหล่ะ แล้วฟังเงื่อนไขนี้ซะ”
“อะไรคะ” ทำไมอรรัมภาถึงรู้สึกว่า ทุกอย่างรอบตัวขึ้นลงเปลี่ยนแปลงเร็วไปหมดจนแทบจะตั้งตัวไม่ทันแล้ว
“เธอต้องอยู่ที่นี่สามเดือนในฐานะคนรับใช้ส่วนตัวของฉัน ไม่มีเงินเดือนไม่มีเบี้ยเลี้ยง ทำงานทุกอย่างตามที่ฉันสั่งหรือพอใจให้ทำ ครบสามเดือนเธอออกไปพร้อมใบหย่าแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามใจได้เลย ฉันจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเอาตัวเองมาจ่ายดอกเบี้ยให้ครบก็แค่นั้น แต่ถ้าขัดใจฉันเมื่อไร มีสองทางเลือกให้เธอ”
“อะไร” หญิงสาวเม้มปากแน่นด้วยความโมโห
“หนึ่งคือนับหนึ่งใหม่ไปอีกสามเดือน” ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์ เริ่มรู้สึกดีที่ยั่วโมโหให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียได้
“แล้วข้อสองล่ะ” อรรัมภาบอกตัวเองให้ใจเย็น เย็นที่สุดเท่าที่จะเย็นได้
“ข้อสองก็คือ ออกไปจากที่นี่แล้วไปหาเงินค่าดอกเบี้ยมาคืนให้ครบห้าล้าน ครบห้าล้านแล้วฉันถึงจะเซ็นใบหย่าให้”
“คุณนี่มัน”
เธอไม่มีทางออกให้ตัวเองเลยใช่ไหม อรรัมภาอยากจะเข้าไปบีบคอคนตรงหน้าที่ยิ้มยียวนกวนประสาทได้น่าหมั่นไส้ตอนนี้นัก แต่ที่ทำได้ในความเป็นจริงคือ ยืนนิ่งไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
“เอาล่ะ งานของเธอก็คือปูที่นอน เตรียมห้องน้ำแล้วก็อ่านหนังสือให้ฉันฟัง”
“อะไรนะคะ” หญิงสาวงงกับคำว่า ‘งาน’ ของเขาเหลือเกิน
“ไม่เข้าใจอะไร เรื่องง่ายๆ แบบนี้น่าจะทำไม่ยากใช่ไหม ให้เวลาสิบนาทีต้องน้ำต้องพร้อมนะ” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นอย่างสบายอารมณ์เดินออกไปทันที
ทิ้งให้คนฟังยืนงงทำตัวไม่ถูก แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปจัดการตามคำสั่งแต่โดยดี
เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พ
ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอนนางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลาอรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้
นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหมเดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติหวานแสบไส้บ้าอะไร!อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ“ต้องการกาแฟใหม่ไหมค
อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอนใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจเมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงงนี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลยอรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีกระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลา
ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่มนอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นให
ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิมวินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทันโธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”







