LOGINแสงอาทิตย์เทียมจากโดมกระจกชั้นบนสุดของเมือง นีโอ-กรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองหรูหรา แต่นั่นเป็นเพียงภาพจำลองที่ถูกคำนวณมาเพื่อรักษาดัชนีความสุขของกลุ่มคนระดับอีลิท (Elite) เท่านั้น สำหรับคนอย่าง เมริน ชีวิตของเธอคือการตื่นขึ้นมาบนเตียงต้านแรงโน้มถ่วงที่นุ่มนวลเหมือนนอนอยู่บนปุยเมฆ มีหุ่นยนต์รับใช้รุ่นล่าสุดคอยฉีดพ่นละอองมอยส์เจอไรเซอร์ผสมทองคำขาวใส่ผิวพรรณทันทีที่เธอขยับตัว
“คุณหนูคะ วันนี้มีนัดตรวจเช็กสภาพผิวและอัปเกรดชิปประมวลผลความงามตอนสิบเอ็ดโมงนะคะ” เสียงสังเคราะห์ที่อ่อนนหวานของเอไอประจำบ้านดังขึ้น เมรินยันตัวขึ้นนั่ง พลางเสยผมสีแพลตตินัมบลอนด์ที่ยาวสลวย “ยกเลิกไปก่อน ฉันอารมณ์ไม่ดี... เมื่อคืนรถคันโปรดฉันระเบิด แถมยังต้องไปเดินย่ำโคลนเน่าๆ ในสลัมชั้นล่างอีก แค่คิดก็อยากจะถอดประสาทสัมผัสการรับกลิ่นทิ้งไปซักอาทิตย์แล้ว” เธอนึกถึงใบหน้าของ ‘ไอ้ผู้ชายหน้าจืด’ คนนั้น คนที่กล้าทิ้งเธอไว้กลางดงเศษเหล็ก แทนที่จะอุ้มเธอไปส่งที่หน้าประตูคฤหาสน์ด้วยความสำนึกในบุญคุณที่ได้ช่วยชีวิตเจ้าหญิงอย่างเธอ “คอยดูนะ ถ้าฉันสืบรู้ว่านายทำงานที่ไหน ฉันจะให้คุณพ่อซื้อบริษัทนั้นแล้วไล่นายออกให้ดู!” เมรินพึมพำกับตัวเอง พลางจิกนิ้วลงบนหมอนผ้าไหมราคาแพง แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ในเช้าวันเดียวกันนั้น... ‘ไอ้ผู้ชายหน้าจืด’ ที่เธอกำลังอาฆาต กำลังเผชิญกับโลกที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง 06:00 น. ย่านอันเดอร์ซิตี้ (Lower District) เสียงนาฬิกาปลุกดังแผดสนั่นมาจากนาฬิกาปลุกรุ่นเก่าที่เป็นสนิม ก้องลุกขึ้นจากเตียงไม้กระดานที่ปูด้วยเสื่อน้ำมัน แสงแดดที่ส่องลงมาถึงที่นี่ไม่ใช่แสงอาทิตย์จำลองที่สวยงาม แต่มันคือแสงแดดจริงที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างตึกระฟ้าลงมาเป็นลำแคบๆ แฝงไปด้วยฝุ่นและควันสีเทา ก้องเดินไปที่ระเบียงห้องเช่าแคบๆ ขนาดไม่กี่ตารางเมตร เขาหยิบแผงวงจรที่ถอดซ่อมค้างไว้เมื่อคืนขึ้นมาตรวจเช็ก ความร้อนจากแรงระเบิดเมื่อคืนทิ้งรอยไหม้ไว้ที่แผ่นหลังและต้นแขนของเขา แผลแสบร้อนจนทำให้เขาต้องนิ่วหน้า “บ้าชะมัด... เมื่อคืนไม่น่าลืมเก็บกล่องปฐมพยาบาลไว้ในจักรยานเลย” เขาบ่นอุบ แต่ก็ทำเพียงแค่เอาน้ำก๊อกล้างแผลแบบส่งๆ ชีวิตของก้องไม่มีเวลาให้กับการสำออย เขาคือ "มดงาน" ในเครื่องจักรไซเบอร์พังก์ขนาดยักษ์ วันนี้เขาต้องรีบไปส่งงานซ่อมโดรนให้กับ "ป้าชื่น" เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย ก่อนที่จะต้องรีบไปตอกบัตรที่บริษัทไฟฟ้า ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าชื่น... บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงกระแทกกระทะเหล็ก เสียงคุยโวยวายของพวกกรรมกรไซบอร์กที่มากินมื้อเช้า และเสียงดนตรีลูกทุ่งเวอร์ชั่นเรโทรที่ดังออกมาจากวิทยุโฮโลแกรมรุ่นคุณปู่ “ป้าครับ โดรนส่งของป้าซ่อมเสร็จแล้วนะ ใบพัดมันแค่ติดเศษถุงพลาสติก ผมเปลี่ยนมอเตอร์มือสองคุณภาพดีให้แล้ว รับรองบินปร๋อ” ก้องวางโดรนสภาพเยินๆ ลงบนโต๊ะ “โอ๊ย! พ่อก้อง เทพบุตรของป้า!” ป้าชื่น หญิงวัยกลางคนที่อัปเกรดดวงตาข้างหนึ่งเป็นเลนส์ขยายเพื่อไว้เช็กสิ่งแปลกปลอมในชามก๋วยเตี๋ยว ตะโกนลั่น “ถ้าไม่มีเอ็ง ป้าคงต้องจ้างพวกหุ่นยนต์ส่งของแพงๆ ของบริษัทใหญ่แน่ๆ เลย นี่ๆ กินข้าวก่อนลูก วันนี้ป้าจัด ‘ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นนาโนผสมโปรตีนจิ้งหรีด’ สูตรพิเศษให้” “ขอบคุณครับป้า แต่ผมต้องรีบไป...” “รีบไปไหนวะไอ้ก้อง! นั่งลงก่อน!” เสียงทรงพลังดังมาจากโต๊ะข้างๆ จ็อด เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในชุดช่างน้ำมันนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับ "ไอ้ไข่แฝด" สองพี่น้องคู่หูตลกประจำซอยที่ชอบแต่งตัวเลียนแบบตัวละครในเกมย้อนยุค “เอ็งรู้เปล่าก้อง เมื่อคืนมีข่าวลือว่ามีรถสปอร์ตของพวกไฮโซตกมาแถวเขตเราว่ะ เขาบอกว่าเจ้าของเป็นลูกสาวเจ้าของสยามคอร์ป สวยหยาดเยิ้มเหมือนนางฟ้าตกสวรรค์เลยนะโว้ย” จ็อดทำตาโตขณะเคี้ยวลูกชิ้น ก้องชะงักไปนิดหนึ่ง “เหรอ...” “เออ! แต่เขาบอกว่ามี ‘ไอ้บ้า’ ที่ไหนไม่รู้เข้าไปช่วยไว้ แล้วดันทำตัวเสียมารยาทใส่คุณหนูเขาอีก จนเขาประกาศให้รางวัลนำจับไอ้คนนั้นในโซเชียลลับๆ ของพวกคนรวยแล้วนะวุ้ย!” ไข่คนพี่เสริมพลางหัวเราะร่า “ถ้าข้าเจอไอ้คนนั้นนะ ข้าจะตบหัวมันซักทีว่ะ มีโอกาสได้ใกล้ชิดนางฟ้าขนาดนั้น แทนที่จะขอเบอร์ หรือขอลายเซ็น ดันทำหน้ามึนใส่เขาซะงั้น” ก้องก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวเงียบๆ ไม่กล้าสบตาใครในกลุ่มเพื่อน “เขาอาจจะรีบไปเข้าเวรก็ได้ใครจะรู้...” “รีบไปตายเหอะ!” จ็อดด่าขำๆ “ถ้าเป็นข้านะ จะยอมโดนรถทับตายคาอกคุณหนูเลยว่ะ แหม... สวยระดับพรีเมียมขนาดนั้น แค่ได้กลิ่นน้ำหอมเขาก็นอนตายตาหลับแล้ว” ก้องขำในใจ ‘สวยระดับพรีเมียมงั้นเหรอ? ปากเสียระดับพรีเมียมมากกว่าน่ะสิ’ --- กลับมาที่ด้านบน... โลกของเมรินกำลังเริ่มสั่นคลอน ขณะที่เธอกำลังเลือกเครื่องประดับเพื่อไปงานเปิดตัวนาโนสเปรย์รุ่นใหม่ พ่อของเธอ ท่านเกริกพล ประธานบริษัทสยามคอร์ป เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “เมริน พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย” “คะพ่อ? เรื่องรถที่พังเหรอ? เมซื้อใหม่แล้วค่ะ รุ่น Limited Edition ที่เพิ่งเปิดตัว...” “ไม่ใช่เรื่องรถ!” เสียงของพ่อดังขึ้นจนเมรินสะดุ้ง “บัญชีส่วนตัวของลูก... พ่อสั่งระงับไว้ทั้งหมดแล้ว” เมรินอ้าปากค้าง “อะไรนะคะ? ทำไมล่ะคะพ่อ? เมไม่ได้ทำอะไรผิดนะ!” “ลูกใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไป และที่สำคัญ... ตอนนี้บริษัทเรากำลังถูกตรวจสอบเรื่องระบบภาษีโฮโลแกรม พ่อต้องการให้ลูกทำตัวติดดินลงบ้าง และเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ พ่อจัดที่พักใหม่ให้ลูกแล้ว อยู่ในเขตชั้นกลาง... เป็นอพาร์ตเมนต์ธรรมดา ไม่มีความสะดวกสบายระดับพรีเมียม จนกว่าลูกจะพิสูจน์ได้ว่าลูกเข้าใจคุณค่าของเงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง” “พะ... พ่อจะให้เมไปอยู่ในที่แบบนั้นงั้นเหรอคะ? ไม่นะ! เมทำไม่ได้! เมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีหุ่นยนต์ขัดหลัง!” เมรินโวยวาย แต่มันสายไปเสียแล้ว บ่ายวันนั้น เมรินถูกส่งตัวลงมาที่ "เขตพระนคร 2.0" ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างความเจริญกับความเสื่อมโทรม เธอสวมแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ยักษ์เพื่อบดบังสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความอับอาย มือเรียวสวยลากกระเป๋าเดินทางใบเล็ก (ที่เธอคัดมาแล้วว่าแพงที่สุด) เดินไปตามทางเท้าที่ขรุขระ “ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย... กลิ่นควันธูปผสมกลิ่นแก๊สเหรอ? อี๋!” เธอบ่นกระปอดกระแปดพลางมองดูแผนที่ในมือ ทันใดนั้นเอง จักรยานไฟฟ้าคันเดิมที่เธอคุ้นตา... คันที่เธอเพิ่งแช่งด่าไป ก็แล่นพ้นหัวมุมตึกมาอย่างช้าๆ ก้องที่เพิ่งเลิกงานและกำลังแบกถุงปุ๋ยใส่ขยะรีไซเคิลมาเพื่อจะไปขายต่อ ชะงักจักรยานของเขาลงตรงหน้าหญิงสาวที่ดู "ประหลาด" ที่สุดในย่านนี้ เขาเลิกคิ้วมองเธอ เมรินลดแว่นกันแดดลง สายตาของทั้งคู่ประสานกัน “คุณ...” ก้องเอ่ยออกมาสั้นๆ “นาย!” เมรินแผดเสียง “นี่นายตามฉันมางั้นเหรอ? หรือว่านายแอบติดตั้งชิปติดตามตัวฉันตอนที่ช่วยฉันไว้เมื่อคืน? ไอ้โรคจิต!” ก้องถอนหายใจยาวเหยียด เขาลงจากจักรยานแล้วยืนประจันหน้ากับเธอ “คุณหนูครับ... ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดไปเยอะเลยนะ ที่นี่คือย่านที่พักของผม“ เขาชำเลืองมองกระเป๋าเดินทางของเธอแวบหนึ่ง ”และดูเหมือนว่าอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ข้างหลังผมนี่แหละ คือที่ที่คุณกำลังจะย้ายมาอยู่” เมรินมองตามปลายนิ้วของก้องไปที่ตึกคอนกรีตเก่าๆ ที่มีป้ายไฟนีออนเขียนว่า "อุดมสุข อพาร์ตเมนต์: มีห้องว่าง ราคาเป็นกันเอง" “ไม่จริง...” เมรินแทบจะลมจับ “พ่อไม่มีทางทำกับเมแบบนี้!” “ทำใจเถอะครับ” ก้องพูดเสียงนิ่ง พลางยกถุงปุ๋ยขึ้นพาดบ่า “ที่นี่ไม่มีรูมเซอร์วิส ไม่มีแชมเปญชั้นเลิศ มีแต่เสียงด่าของยายเจ้าของหอตอนทวงค่าไฟ และ...” “และอะไร?” เมรินถามเสียงสั่น ก้องยิ้มมุมปาก ซึ่งเป็นยิ้มแรกที่เมรินเห็น และมันทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่งอย่างน่าโมโห “และกลิ่นน้ำมันเครื่องที่ผมใช้ทำงานไงครับ ยินดีต้อนรับสู่โลกของคนธรรมดาครับ คุณหนูเมริน”อากาศภายในสำนักงานสาขาย่อยของ บริษัท ไททัน เอสเตท (Titan Estate) เย็นเฉียบด้วยระบบปรับอากาศแบบ Central Air ที่ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 18 องศาเซลเซียส แต่มันกลับไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในใจของ นายวิโรจน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายได้เลยเขานั่งจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงสถานะการโอนเงิน ตัวเลขสีเขียวสว่างวาบระบุยอดเงินจำนวน 2,548,000 เครดิต (เงินต้นบวกดอกเบี้ยทบต้นมหาโหดตลอด 10 ปี) ที่เพิ่งถูกโอนเข้ามาเมื่อสามนาทีก่อนเบื้องหน้าเขา คือหญิงสาวร่างเล็กในชุดสูทสีดำทึบ (ที่ยืมพะแพงมา) สวมแว่นกันแดดสีชาปกปิดแววตาที่เหนื่อยล้า แต่ริมฝีปากกลับเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดที่เหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ“ตรวจสอบครบถ้วนแล้วใช่ไหมคะ?” เมริน เอ่ยถามเสียงเรียบ “ถ้าครบแล้ว ก็รบกวนประทับตรา ‘ชำระหนี้เสร็จสิ้น’ ลงในเอกสารไถ่ถอนจำนองด้วยค่ะ ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ ไม่อยากเสียเวลากับอากาศแย่ๆ ในห้องนี้นานนัก”วิโรจน์กัดฟันกรอด มือที่ถือตราประทับดิจิทัลสั่นระริก เขาไม่เคยคิดเลยว่า "ลูกไก่" ที่เขาคิดว่าจะบีบให้ตายคามือเมื่อวาน จะกลายร่างเป็น "นางพญาอินทรี" ที่บินโฉบเอาเหยื่อคืนไปได้ในชั่วข้ามคืนปึ้ก!เสียงตราประทับกระแทกลงบนกระดาษอ
ความเงียบที่ปกคลุมร้านก๋วยเตี๋ยวป้าชื่นในเช้าวันนี้ ช่างแตกต่างจากความเงียบสงบในยามเช้าทั่วไป มันคือความเงียบของ "จุดจบ"ป้ายสติกเกอร์สีแดงคำว่า "ห้ามใช้อาคาร (อันตราย)" ที่แปะคาดประตูเหล็กม้วนหน้าร้าน ดูเหมือนยันต์กันผีที่สะกดวิญญาณของทุกคนไว้ ป้าชื่น นั่งเหม่อลอยอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้เก่าแก่ ดวงตาที่เคยส่องประกายใจดีบัดนี้หม่นหมองไร้แวว“สองล้านห้าแสนเครดิต...” ป้าชื่นพึมพำตัวเลขหนี้สินรวมดอกเบี้ยทบต้น 10 ปี “ป้าจะไปหาที่ไหนมาทันใน 7 วัน... ขายไตป้ายังไม่พอเลย”เมริน นั่งกัดเล็บอยู่ข้างๆ สมองของเธอประมวลผลเร็วจี๋ราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ พยายามหาช่องทางกฎหมาย หรือทรัพย์สินอะไรก็ตามที่พอจะแปลงเป็นเงินได้ แต่ยิ่งคิด ทางออกก็ยิ่งตีบตัน‘ขายหุ้นส่วนตัว? ไม่ได้ พ่อบล็อกบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไว้... ยืมพะแพง? ไม่ได้ ยัยนั่นเพิ่งหมดตัวกับคอลเลกชันใหม่...’ทันใดนั้น ก้อง เดินเข้ามาวางสมุดบัญชีธนาคารเก่าๆ เล่มหนึ่งลงบนโต๊ะหินอ่อน“ป้าครับ... เอาเงินนี่ไป”เมรินและป้าชื่นเงยหน้ามอง ก้องเปิดสมุดบัญชีให้ดู ยอดเงินคงเหลือคือ 540,000 เครดิต“นี่คือเงินเก็บของผมทั้งหมด” ก้องพูดเสียงเรียบ “มันอาจจ
ค่ำคืนนี้ ย่านพระนคร 2.0 สว่างไสวยิ่งกว่าคืนวันลอยกระทงหลังจากใช้เวลาซ่อมแซมและรีโนเวทมาเกือบหนึ่งสัปดาห์ด้วยแรงกายแรงใจของทุกคน ในที่สุด "ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าชื่น (โฉมใหม่)" ก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ!ภาพลักษณ์ใหม่ของร้านทำเอาชาวบ้านและวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องขยี้ตาดู สังกะสีเก่าๆ ถูกขัดเงาและเพ้นท์ด้วยสีนีออนสะท้อนแสงเป็นลวดลายกราฟฟิตี้ไทยประยุกต์ (ฝีมือจ็อด) เสาเหล็กถูกดัดแปลงให้ดูเหมือนโครงสร้างยานอวกาศ (ฝีมือก้อง) และป้ายหน้าร้านเป็นโฮโลแกรมหมุนติ้วเขียนว่า "PA CHUEN: NEO-NOODLES" (ไอเดียเมริน)“โต๊ะ 4 เส้นเล็กแห้งสอง! โต๊ะ 7 เกาเหลาไม่งอก!”เสียงใสๆ ของ เมริน ดังแข่งกับเสียงเพลงหมอลำซิ่งรีมิกซ์ วันนี้เธอไม่ได้มาในมาดคุณหนูหรือผู้บริหาร แต่มาในชุดเด็กเสิร์ฟสไตล์ Cyber-Cheongsam (กี่เพ้าประยุกต์) สีแดงสดรัดรูปที่ พะแพง ส่งโดรนด่วนมาให้ใส่เพื่อเรียกแขกโดยเฉพาะ ผมสีบลอนด์ถูกมัดเป็นจุกคู่ดูทะมัดทะแมง“รับทราบครับเจ๊!” จ็อด ที่วันนี้รับบทเป็นผู้ช่วยเชฟตะโกนตอบ เขาคุมเครื่อง ‘Noodle Master 3000’ (แขนกลลวกก๋วยเตี๋ยวที่ซ่อมเสร็จแล้ว) อย่างคล่องแคล่ว แขนกลคาร์บอนไฟเบอร์สีชมพูสะ
เสียงเห่าขรมดังมาจากเพิงสังกะสีท้ายซอยที่เป็นที่พักของ ไข่ต้ม และ ไข่ตุ๋น สองแฝดจอมป่วนประจำย่านพระนคร 2.0 ปกติแล้วที่นี่คือเขตหวงห้ามที่ใครๆ ก็ไม่อยากเฉียดใกล้ เพราะกลัวโดนแฝดแกล้ง แต่เช้านี้ เมริน เดินดุ่มๆ เข้าไปพร้อมกับ ก้อง เพราะเธอสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง“เจ้าไข่แฝดแอบขโมยไส้กรอกร้านป้าชื่นไปอีกแล้วเหรอ?” เมรินถามก้องพลางขมวดคิ้ว “ฉันเห็นไข่ต้มวิ่งหน้าตื่นหอบถุงใหญ่เบ้อเริ่มเข้าไปในนั้น”“อาจจะ...” ก้องตอบไม่เต็มเสียง “แต่ช่วงนี้สองคนนั้นดูซูบๆ ไปนะ ทั้งที่แอบเอาของกินไปตั้งเยอะ”เมื่อทั้งคู่เดินไปถึงหลังเพิง ภาพที่เห็นทำเอาเมรินต้องหยุดชะงักไข่ต้มและไข่ตุ๋นไม่ได้กำลังนั่งกินไส้กรอกอย่างเอร็ดอร่อย... แต่พวกเขากำลังนั่งยองๆ ป้อนไส้กรอกเหล่านั้นให้กับ ฝูงสุนัขและแมวจรจัด นับสิบตัว!และพวกมันไม่ใช่สัตว์ธรรมดา แต่เป็น "สัตว์พิการไซบอร์ก" บางตัวขาขาดแล้วถูกแทนที่ด้วยท่อพีวีซี บางตัวตาบอดข้างหนึ่งและมีเลนส์กล้องเก่าๆ แปะอยู่ สภาพมอมแมมแต่ดูมีความสุขที่ได้กินอาหาร“กินเยอะๆ นะไอ้ด่าง...” ไข่ตุ๋นลูบหัวสุนัขที่มีขาหน้าเป็นล้อรถเข็นเด็ก “เดี๋ยวพี่จะหาเงินมาซื้อน้ำมันหล่อลื่นข้อต่อใ
หลังจากภารกิจก๋วยเตี๋ยวสีรุ้งผ่านพ้นไป ร้านป้าชื่นก็กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง (แม้ผนังจะยังเรืองแสงวิบวับในตอนกลางคืนจนลูกค้าต้องใส่แว่นกันแดด) แต่ปัญหาใหม่ที่ตามมาคือ "แรงงาน"ด้วยวัยที่มากขึ้นและสุขภาพที่เริ่มถดถอย ประกอบกับการต้องยืนลวกก๋วยเตี๋ยวหน้าเตาร้อนๆ ทั้งวัน ทำให้ ป้าชื่น เริ่มมีอาการปวดหลังและเข่าเสื่อมจนเห็นได้ชัด เย็นวันหนึ่ง เมริน สังเกตเห็นป้าชื่นนวดขาตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดหลังปิดร้าน“ไม่ได้การแล้ว...” เมรินพึมพำกับตัวเองขณะนั่งทำบัญชีร้าน “เราต้องหาผู้ช่วย หรือไม่ก็เครื่องทุ่นแรง... แต่เครื่องจักรทำอาหารอัตโนมัติเครื่องละตั้ง 5 แสนเครดิต งบเราไม่พอแน่”เธอหันไปถาม ก้อง ที่กำลังซ่อมพัดลมอยู่ “ก้อง... แถวนี้พอจะมีใครขายเครื่องจักรครัวมือสองสภาพดีๆ บ้างไหม?”ก้องชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ตึกแถวสภาพโทรมๆ ท้ายซอยที่มีเสียงเคาะเหล็กดัง โป๊กๆ ตลอดเวลา“ลองไปถาม ‘ศาสตราจารย์จ็อด’ ดูสิครับ รายนั้นเขาชอบเก็บของเก่ามาโมดิฟาย บางทีอาจจะมีของดีซ่อนอยู่”“จ็อดเนี่ยนะ?” เมรินทำหน้าไม่อยากเชื่อ “ฉันนึกว่าเขาซ่อมเป็นแต่รถเข็นขายลูกชิ้นกับแขนตัวเองซะอีก”“อย่าดูถูกจ็อดนะ
เช้าวันเสาร์ที่สดใส (แม้ฝุ่น PM จะยังคงหนาแน่น) ย่านพระนคร 2.0 กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะเหตุไฟไหม้หรือการประท้วง แต่เป็นเพราะภารกิจ "Makeover ร้านป้าชื่น" ที่นำทีมโดยดีไซเนอร์จำเป็นอย่าง เมรินซากร้านที่เคยดำเป็นตอตะโก ถูกรื้อถอนออกจนเกลี้ยง เหลือเพียงโครงสร้างเสาเหล็กที่ยังแข็งแรง เมรินยืนอยู่บนลังไม้กลางลาน สวมหมวกนิรภัยสีเหลือง (ที่แปะสติ๊กเกอร์ Hello Kitty) ในมือถือแบบแปลนโฮโลแกรมที่เธอร่างขึ้นเองเมื่อคืน“ฟังนะทุกคน!” เมรินตะโกนสั่งการผ่านโทรโข่ง “คอนเซปต์ร้านใหม่ของเราคือ ‘Cyber-Vintage Nostalgia’ เราจะผสมผสานความคลาสสิกของสังกะสีเก่า เข้ากับไฟนีออนสมัยใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้าทั้งรุ่นปู่และวัยรุ่น!”จ็อด ที่กำลังแบกแผ่นสังกะสีทำหน้างง “ไซเบอร์... วินเทจ... หยังวะ? สรุปคือเอาของเก่ามาทาสีใหม่ใช่ไหมเจ๊?”“ประมาณนั้นแหละ! อย่าเพิ่งถามเยอะ! ไปผสมสีเร็วเข้า!” เมรินชี้นิ้วสั่งก้อง เดินเข้ามาพร้อมกับถังสีและแปรงทาสี เขามองดูเมรินที่ดูทะมัดทะแมงผิดหูผิดตาด้วยรอยยิ้ม“ท่านประธานครับ สีรองพื้นพร้อมแล้ว จะให้เริ่มทาตรงไหนก่อนดี?”“เริ่มที่เสาเอกก่อนเลย” เมรินกระโดดลงจากลังไ







