เข้าสู่ระบบบ่ายวันเสาร์ในย่านพระนคร 2.0 ไม่เคยเงียบเหงา แสงแดดแผดเผาผ่านกลุ่มควันที่ลอยละล่องจากร้านขายไก่ย่างสังเคราะห์ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน เมริน ยืนตัวสั่นอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์อุดมสุข เธอไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่สั่นเพราะความร้อนระดับ 42 องศาเซลเซียสที่พัดลมโฮโลแกรมพกพาของเธอก็เอาไม่อยู่
“ยัยเม! แกอยู่ไหนเนี่ย! ฉันหาพิกัดแกไม่เจอ!” เสียงแหลมปรี๊ดดังมาจากอุปกรณ์สื่อสารที่หูของเธอ ไม่กี่นาทีต่อมา รถลิมูซีนลอยฟ้าสีทองอร่ามที่ดู "ผิดที่ผิดทาง" อย่างรุนแรงก็ร่อนลงจอดขวางกลางถนนแคบๆ ทิ้งฝุ่นตลบอบอวลใส่ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าชื่นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวสองคนในชุดที่เหมือนหลุดมาจากรันเวย์มิลาน คนแรกคือ "พะแพง" เพื่อนสนิทที่ถือคติว่า ‘ถ้าไม่เด่นก็ตายเสียดีกว่า’ เธอสวมแว่นตากันแดดอัจฉริยะขนาดเท่าใบตาล และ "จีจี้" อินฟลูเอนเซอร์สาวที่กำลังถือโดรนถ่ายทอดสด (Live Stream) ส่วนตัวบินวนรอบๆ หัว “ว้าย! ยัยเม! นี่มันสลัมชัดๆ!” พะแพงกรีดร้องพลางเอาผ้าเช็ดหน้าไหมพรมปิดจมูก “อากาศที่นี่มีแต่คาร์บอนไดออกไซด์กับกลิ่นปลาร้าเหรอคะเนี่ย?” “เบาๆ หน่อยยัยแพง” เมรินปรามเพื่อนพลางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง “ฉันเพิ่งโดนพ่อกักบริเวณ... เอ๊ย... ดัดนิสัยให้มาอยู่ที่นี่” “ไม่ได้นะเม! แกจะมาอยู่ตึกที่มีสายไฟพันกันเป็นรังนกแบบนี้ไม่ได้!” จีจี้หันกล้องโดรนไปที่ตึกอุดมสุข “ทุกคนคะ ดูสิคะ นี่คือชีวิตที่น่าสงสารของคุณหนูเมริน อย่าลืมกดไลก์กดแชร์ส่งกำลังใจให้เพื่อนจีจี้ด้วยนะคะ #SaveMerin #RichGirlProblems” ในขณะที่แก๊ง "นางฟ้า" กำลังดราม่าอยู่นั้น ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าอพาร์ตเมนต์ ก้อง กำลังนั่งเช็ดหัวแร้งไฟฟ้าเงียบๆ โดยมีแก๊งเพื่อน "มันม่วง" (ชื่อกลุ่มที่จ็อดตั้งตามสีน้ำมันเครื่องเกรดต่ำ) นั่งสลอนอยู่ครบทีม จ็อด อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ “เฮ้ย... ไอ้ก้อง นั่นมันรถรุ่น Gold-X ราคาสามร้อยล้านเครดิตเลยนะโว้ย มาจอดทำไรหน้าหอเราวะ?” ไอ้ไข่แฝด (ไข่ตุ๋น กับ ไข่ต้ม) รีบวิ่งออกไปดูใกล้ๆ “โอ้โหพี่จ็อด ดูผู้หญิงพวกนั้นสิ ผิวนวลเนียนเหมือนทำมาจากเซรามิกเลยว่ะ นี่มันนางฟ้าชัดๆ!” “นางฟ้าบ้านแกสิ เดินนวยนาดทำรถติดไปหมดแล้ว” จ็อดบ่นแต่ตาก็ยังจ้องไม่กะพริบ ก่อนจะหันไปสะกิดก้อง “เฮ้ยก้อง นั่นมันคุณหนูที่เอ็งช่วยไว้เมื่อคืนนี่หว่า! เขาตามมาเอาเรื่องเอ็งปะวะ?” ก้องถอนหายใจ “เขามาอาศัยอยู่ที่นี่... พ่อเขาสั่งดัดนิสัย” “หา!!!” ทั้งกลุ่มประสานเสียงพร้อมกันจนคนแถวนั้นหันมามอง จ็อดรีบจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิง “โอกาสมาแล้วพวกเรา! ในเมื่อนางฟ้าลงมาเดินดิน แก๊งมันม่วงอย่างเราก็ต้องทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีสิวะ” จ็อดเดินนำขบวนแก๊งเพื่อน (ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดตราห่านคู่และกางเกงขาสั้นสีซีด) ตรงเข้าไปหาแก๊งสาวไฮโซทันที ก้องพยายามจะรั้งไว้แต่ไม่ทันเสียแล้ว “สวัสดีจ๊ะแม่สาวน้อยทั้งหลาย มีอะไรให้พวกพี่ ‘สุดหล่อประจำซอย’ ช่วยไหมจ๊ะ?” จ็อดโปรยยิ้มโชว์ฟันที่เพิ่งไปเปลี่ยนเป็นเลนส์สะท้อนแสง (แบบประหยัด) มา พะแพงสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปชนเมริน “กรี๊ด! ตัวอะไรเนี่ยเม! ทำไมแขนเขาเป็นเหล็กสนิมแบบนั้น? เขาจะเอาเชื้อบาดทะยักมาปล่อยใส่พวกเราไหม?” “นี่แม่คุณ! นี่มันแขนกลรุ่นคลาสสิกนะง๊าบ ถึงจะสนิมเขรอะแต่แรงเยอะนะจ๊ะ” จ็อดตอบพลางเบ่งกล้ามแขนเหล็กให้ดูจนเกิดเสียง อี๊ด...แอ๊ด จีจี้รีบหันกล้องโดรนมาที่จ็อดทันที “อุ๊ย! ทุกคนคะ ดูสิคะ เราเจอมนุษย์กลายพันธุ์... เอ๊ย มนุษย์ไซบอร์กพื้นเมืองด้วยค่ะ ดูความเรียลของเขาซิคะ! #LocalVibe #CyborgLife” เมรินที่เริ่มจะอายเพื่อนจนอยากจะมุดรูระบายน้ำหนี เห็นก้องเดินตามมาข้างหลัง เธอจึงรีบชี้หน้าเขา “นายน่ะ! บอกเพื่อนนายให้ถอยไปไกลๆ เลยนะ แล้วก็ช่วยย้ายรถเข็นขายลูกชิ้นปิ้งนั่นออกไปด้วย รถเพื่อนฉันจะเข้าจอด!” ก้องมองไปที่จุดที่เธอบอก “นั่นรถเข็นของป้าชื่นครับ เขาขายตรงนี้มาสามสิบปีแล้ว รถเพื่อนคุณต่างหากที่จอดขวางทางทำมาหากินเขา” “เฮ้ย! อย่ามาขึ้นเสียงกับเพื่อนฉันนะไอ้หน้าจืด!” พะแพงแหวใส่ “รู้ไหมว่ารองเท้าที่จีจี้ใส่อยู่เนี่ย ซื้อซอยนี้ได้ทั้งซอยเลยนะ!” “ซื้อได้ก็ซื้อไปสิครับ แต่ตอนนี้ช่วยดับเครื่องรถหน่อย ควันท่อไอเสียมันพ่นใส่ร้านก๋วยเตี๋ยว” ก้องพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น “นี่นายกล้าไล่พวกเราเหรอ?” เมรินก้าวออกมาประจันหน้ากับก้อง “ฉันเป็นแขกใหม่ของที่นี่นะ!” “แขกที่นี่ต้องรู้จักกฎครับคุณหนู” ก้องเดินเข้ามาใกล้จนเมรินต้องเงยหน้ามอง “หนึ่ง... อย่าดูถูกงานคนอื่น สอง... อย่าเอาความรวยมาฟาดหัวใครในที่ที่เงินของคุณซื้อน้ำใจไม่ได้ และสาม...” ก้องหันไปทางจ็อดที่กำลังจะเอื้อมมือไปจับโดรนของจีจี้ “...อย่าให้เพื่อนผมจับโดรนคุณ เพราะมันจะโดนถอดเป็นชิ้นๆ ภายในสามนาที” “ว้าย! อย่ามาแตะน้องโดรนของจีจี้นะ!” จีจี้รีบดึงโดรนกลับ บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ในขณะที่สาวๆ กำลังโวยวาย ไอ้ไข่แฝดก็ดันเดินไปขอลายเซ็นจีจี้เพราะคิดว่าเป็นดาราช่องเกษตรกรรมออนไลน์ “พี่ครับๆ พี่ที่ใส่ชุดเงาๆ เหมือนฟอยล์ห่อไก่ พี่ช่วยรีวิวเซรั่มแก้เชื้อราที่เท้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ พอดีที่บ้านใช้อยู่” ไข่ต้มยื่นขวดเซรั่มเก่าๆ ให้จีจี้ จีจี้แทบจะกรีดร้องเป็นภาษาโค้ด “เซรั่มแก้เชื้อรา?! นี่คุณเห็นหน้าฉันเป็นบอร์ดประชาสัมพันธ์อนามัยชุมชนเหรอคะ!” เมรินเห็นท่าไม่ดี แถมตอนนี้ผู้คนเริ่มออกมามุงดูความวุ่นวายมากขึ้น เธอจึงตัดบท “พอที! ยัยแพง ยัยจีจี้ พวกแกกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการที่นี่เอง” “แต่เม... แกจะอยู่กับคนพวกนี้จริงๆ เหรอ?” พะแพงถามด้วยความเป็นห่วง “เออน่า! เดี๋ยวฉันจะสั่งสอนให้ไอ้คนแถวนี้รู้ว่า ‘พลังของชนชั้นสูง’ มันเป็นยังไง!” เมรินประกาศกร้าวพร้อมหันไปค้อนใส่ก้อง หลังจากรถลิมูซีนลอยฟ้าทะยานจากไป ทิ้งให้เมรินยืนอยู่ท่ามกลางแก๊งมันม่วงที่ยังคงยิ้มเผล่ให้เธอ “มองอะไร!” เมรินตวาด จ็อดหัวเราะร่า “เปล่าจ้ะคุณหนู แค่จะบอกว่า... ห้อง 402 ของคุณหนูเนี่ย แอร์มันเสียนะจ๊ะ ถ้าอยากนอนเย็นๆ ต้องจ้างไอ้ก้องไปซ่อม แต่มันคิดแพงหน่อยนะ เพราะมันต้องเก็บเงินไปดวงจันทร์” เมรินหันไปมองก้องที่กำลังจะเดินกลับเข้าตึก “แอร์เสีย? นี่นายแกล้งฉันใช่ไหม!” ก้องหยุดเดินแล้วหันมามองเธอด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนลงเล็กน้อย (หรือเธอคิดไปเองก็ไม่ทราบ) “ผมไม่ได้แกล้งครับ ระบบไฟตึกนี้มันเก่าเหมือนคนคุมนั่นแหละ ถ้าคุณอยากให้ช่วย... ก็พูดดีๆ” “ไม่มีทาง! คนอย่างเมริน ไม่เคยขอร้องใคร!” เธอคว้ากระเป๋าเดินทางแล้วเดินกระทืบเท้าขึ้นบันไดไป (เพราะลิฟต์ค้างอยู่ชั้น 7 มาสามปีแล้ว) ทิ้งให้ก้องมองตามหลังพลางถอนหายใจอากาศภายในสำนักงานสาขาย่อยของ บริษัท ไททัน เอสเตท (Titan Estate) เย็นเฉียบด้วยระบบปรับอากาศแบบ Central Air ที่ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 18 องศาเซลเซียส แต่มันกลับไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในใจของ นายวิโรจน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายได้เลยเขานั่งจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงสถานะการโอนเงิน ตัวเลขสีเขียวสว่างวาบระบุยอดเงินจำนวน 2,548,000 เครดิต (เงินต้นบวกดอกเบี้ยทบต้นมหาโหดตลอด 10 ปี) ที่เพิ่งถูกโอนเข้ามาเมื่อสามนาทีก่อนเบื้องหน้าเขา คือหญิงสาวร่างเล็กในชุดสูทสีดำทึบ (ที่ยืมพะแพงมา) สวมแว่นกันแดดสีชาปกปิดแววตาที่เหนื่อยล้า แต่ริมฝีปากกลับเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดที่เหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ“ตรวจสอบครบถ้วนแล้วใช่ไหมคะ?” เมริน เอ่ยถามเสียงเรียบ “ถ้าครบแล้ว ก็รบกวนประทับตรา ‘ชำระหนี้เสร็จสิ้น’ ลงในเอกสารไถ่ถอนจำนองด้วยค่ะ ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ ไม่อยากเสียเวลากับอากาศแย่ๆ ในห้องนี้นานนัก”วิโรจน์กัดฟันกรอด มือที่ถือตราประทับดิจิทัลสั่นระริก เขาไม่เคยคิดเลยว่า "ลูกไก่" ที่เขาคิดว่าจะบีบให้ตายคามือเมื่อวาน จะกลายร่างเป็น "นางพญาอินทรี" ที่บินโฉบเอาเหยื่อคืนไปได้ในชั่วข้ามคืนปึ้ก!เสียงตราประทับกระแทกลงบนกระดาษอ
ความเงียบที่ปกคลุมร้านก๋วยเตี๋ยวป้าชื่นในเช้าวันนี้ ช่างแตกต่างจากความเงียบสงบในยามเช้าทั่วไป มันคือความเงียบของ "จุดจบ"ป้ายสติกเกอร์สีแดงคำว่า "ห้ามใช้อาคาร (อันตราย)" ที่แปะคาดประตูเหล็กม้วนหน้าร้าน ดูเหมือนยันต์กันผีที่สะกดวิญญาณของทุกคนไว้ ป้าชื่น นั่งเหม่อลอยอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้เก่าแก่ ดวงตาที่เคยส่องประกายใจดีบัดนี้หม่นหมองไร้แวว“สองล้านห้าแสนเครดิต...” ป้าชื่นพึมพำตัวเลขหนี้สินรวมดอกเบี้ยทบต้น 10 ปี “ป้าจะไปหาที่ไหนมาทันใน 7 วัน... ขายไตป้ายังไม่พอเลย”เมริน นั่งกัดเล็บอยู่ข้างๆ สมองของเธอประมวลผลเร็วจี๋ราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ พยายามหาช่องทางกฎหมาย หรือทรัพย์สินอะไรก็ตามที่พอจะแปลงเป็นเงินได้ แต่ยิ่งคิด ทางออกก็ยิ่งตีบตัน‘ขายหุ้นส่วนตัว? ไม่ได้ พ่อบล็อกบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไว้... ยืมพะแพง? ไม่ได้ ยัยนั่นเพิ่งหมดตัวกับคอลเลกชันใหม่...’ทันใดนั้น ก้อง เดินเข้ามาวางสมุดบัญชีธนาคารเก่าๆ เล่มหนึ่งลงบนโต๊ะหินอ่อน“ป้าครับ... เอาเงินนี่ไป”เมรินและป้าชื่นเงยหน้ามอง ก้องเปิดสมุดบัญชีให้ดู ยอดเงินคงเหลือคือ 540,000 เครดิต“นี่คือเงินเก็บของผมทั้งหมด” ก้องพูดเสียงเรียบ “มันอาจจ
ค่ำคืนนี้ ย่านพระนคร 2.0 สว่างไสวยิ่งกว่าคืนวันลอยกระทงหลังจากใช้เวลาซ่อมแซมและรีโนเวทมาเกือบหนึ่งสัปดาห์ด้วยแรงกายแรงใจของทุกคน ในที่สุด "ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าชื่น (โฉมใหม่)" ก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ!ภาพลักษณ์ใหม่ของร้านทำเอาชาวบ้านและวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องขยี้ตาดู สังกะสีเก่าๆ ถูกขัดเงาและเพ้นท์ด้วยสีนีออนสะท้อนแสงเป็นลวดลายกราฟฟิตี้ไทยประยุกต์ (ฝีมือจ็อด) เสาเหล็กถูกดัดแปลงให้ดูเหมือนโครงสร้างยานอวกาศ (ฝีมือก้อง) และป้ายหน้าร้านเป็นโฮโลแกรมหมุนติ้วเขียนว่า "PA CHUEN: NEO-NOODLES" (ไอเดียเมริน)“โต๊ะ 4 เส้นเล็กแห้งสอง! โต๊ะ 7 เกาเหลาไม่งอก!”เสียงใสๆ ของ เมริน ดังแข่งกับเสียงเพลงหมอลำซิ่งรีมิกซ์ วันนี้เธอไม่ได้มาในมาดคุณหนูหรือผู้บริหาร แต่มาในชุดเด็กเสิร์ฟสไตล์ Cyber-Cheongsam (กี่เพ้าประยุกต์) สีแดงสดรัดรูปที่ พะแพง ส่งโดรนด่วนมาให้ใส่เพื่อเรียกแขกโดยเฉพาะ ผมสีบลอนด์ถูกมัดเป็นจุกคู่ดูทะมัดทะแมง“รับทราบครับเจ๊!” จ็อด ที่วันนี้รับบทเป็นผู้ช่วยเชฟตะโกนตอบ เขาคุมเครื่อง ‘Noodle Master 3000’ (แขนกลลวกก๋วยเตี๋ยวที่ซ่อมเสร็จแล้ว) อย่างคล่องแคล่ว แขนกลคาร์บอนไฟเบอร์สีชมพูสะ
เสียงเห่าขรมดังมาจากเพิงสังกะสีท้ายซอยที่เป็นที่พักของ ไข่ต้ม และ ไข่ตุ๋น สองแฝดจอมป่วนประจำย่านพระนคร 2.0 ปกติแล้วที่นี่คือเขตหวงห้ามที่ใครๆ ก็ไม่อยากเฉียดใกล้ เพราะกลัวโดนแฝดแกล้ง แต่เช้านี้ เมริน เดินดุ่มๆ เข้าไปพร้อมกับ ก้อง เพราะเธอสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง“เจ้าไข่แฝดแอบขโมยไส้กรอกร้านป้าชื่นไปอีกแล้วเหรอ?” เมรินถามก้องพลางขมวดคิ้ว “ฉันเห็นไข่ต้มวิ่งหน้าตื่นหอบถุงใหญ่เบ้อเริ่มเข้าไปในนั้น”“อาจจะ...” ก้องตอบไม่เต็มเสียง “แต่ช่วงนี้สองคนนั้นดูซูบๆ ไปนะ ทั้งที่แอบเอาของกินไปตั้งเยอะ”เมื่อทั้งคู่เดินไปถึงหลังเพิง ภาพที่เห็นทำเอาเมรินต้องหยุดชะงักไข่ต้มและไข่ตุ๋นไม่ได้กำลังนั่งกินไส้กรอกอย่างเอร็ดอร่อย... แต่พวกเขากำลังนั่งยองๆ ป้อนไส้กรอกเหล่านั้นให้กับ ฝูงสุนัขและแมวจรจัด นับสิบตัว!และพวกมันไม่ใช่สัตว์ธรรมดา แต่เป็น "สัตว์พิการไซบอร์ก" บางตัวขาขาดแล้วถูกแทนที่ด้วยท่อพีวีซี บางตัวตาบอดข้างหนึ่งและมีเลนส์กล้องเก่าๆ แปะอยู่ สภาพมอมแมมแต่ดูมีความสุขที่ได้กินอาหาร“กินเยอะๆ นะไอ้ด่าง...” ไข่ตุ๋นลูบหัวสุนัขที่มีขาหน้าเป็นล้อรถเข็นเด็ก “เดี๋ยวพี่จะหาเงินมาซื้อน้ำมันหล่อลื่นข้อต่อใ
หลังจากภารกิจก๋วยเตี๋ยวสีรุ้งผ่านพ้นไป ร้านป้าชื่นก็กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง (แม้ผนังจะยังเรืองแสงวิบวับในตอนกลางคืนจนลูกค้าต้องใส่แว่นกันแดด) แต่ปัญหาใหม่ที่ตามมาคือ "แรงงาน"ด้วยวัยที่มากขึ้นและสุขภาพที่เริ่มถดถอย ประกอบกับการต้องยืนลวกก๋วยเตี๋ยวหน้าเตาร้อนๆ ทั้งวัน ทำให้ ป้าชื่น เริ่มมีอาการปวดหลังและเข่าเสื่อมจนเห็นได้ชัด เย็นวันหนึ่ง เมริน สังเกตเห็นป้าชื่นนวดขาตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดหลังปิดร้าน“ไม่ได้การแล้ว...” เมรินพึมพำกับตัวเองขณะนั่งทำบัญชีร้าน “เราต้องหาผู้ช่วย หรือไม่ก็เครื่องทุ่นแรง... แต่เครื่องจักรทำอาหารอัตโนมัติเครื่องละตั้ง 5 แสนเครดิต งบเราไม่พอแน่”เธอหันไปถาม ก้อง ที่กำลังซ่อมพัดลมอยู่ “ก้อง... แถวนี้พอจะมีใครขายเครื่องจักรครัวมือสองสภาพดีๆ บ้างไหม?”ก้องชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ตึกแถวสภาพโทรมๆ ท้ายซอยที่มีเสียงเคาะเหล็กดัง โป๊กๆ ตลอดเวลา“ลองไปถาม ‘ศาสตราจารย์จ็อด’ ดูสิครับ รายนั้นเขาชอบเก็บของเก่ามาโมดิฟาย บางทีอาจจะมีของดีซ่อนอยู่”“จ็อดเนี่ยนะ?” เมรินทำหน้าไม่อยากเชื่อ “ฉันนึกว่าเขาซ่อมเป็นแต่รถเข็นขายลูกชิ้นกับแขนตัวเองซะอีก”“อย่าดูถูกจ็อดนะ
เช้าวันเสาร์ที่สดใส (แม้ฝุ่น PM จะยังคงหนาแน่น) ย่านพระนคร 2.0 กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะเหตุไฟไหม้หรือการประท้วง แต่เป็นเพราะภารกิจ "Makeover ร้านป้าชื่น" ที่นำทีมโดยดีไซเนอร์จำเป็นอย่าง เมรินซากร้านที่เคยดำเป็นตอตะโก ถูกรื้อถอนออกจนเกลี้ยง เหลือเพียงโครงสร้างเสาเหล็กที่ยังแข็งแรง เมรินยืนอยู่บนลังไม้กลางลาน สวมหมวกนิรภัยสีเหลือง (ที่แปะสติ๊กเกอร์ Hello Kitty) ในมือถือแบบแปลนโฮโลแกรมที่เธอร่างขึ้นเองเมื่อคืน“ฟังนะทุกคน!” เมรินตะโกนสั่งการผ่านโทรโข่ง “คอนเซปต์ร้านใหม่ของเราคือ ‘Cyber-Vintage Nostalgia’ เราจะผสมผสานความคลาสสิกของสังกะสีเก่า เข้ากับไฟนีออนสมัยใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้าทั้งรุ่นปู่และวัยรุ่น!”จ็อด ที่กำลังแบกแผ่นสังกะสีทำหน้างง “ไซเบอร์... วินเทจ... หยังวะ? สรุปคือเอาของเก่ามาทาสีใหม่ใช่ไหมเจ๊?”“ประมาณนั้นแหละ! อย่าเพิ่งถามเยอะ! ไปผสมสีเร็วเข้า!” เมรินชี้นิ้วสั่งก้อง เดินเข้ามาพร้อมกับถังสีและแปรงทาสี เขามองดูเมรินที่ดูทะมัดทะแมงผิดหูผิดตาด้วยรอยยิ้ม“ท่านประธานครับ สีรองพื้นพร้อมแล้ว จะให้เริ่มทาตรงไหนก่อนดี?”“เริ่มที่เสาเอกก่อนเลย” เมรินกระโดดลงจากลังไ







