Compartir

บทที่ 3

Autor: เหอเย่
วันงานเลี้ยงชมดอกเหมย ภายในรถม้าแม้จะกว้างขวาง ทว่ากลับชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

เซี่ยอวิ๋นกุยคอยดูแลเอาใจใส่กู้ว่านเซิงอย่างทะนุถนอมตลอดทาง ทั้งช่วยกระชับเสื้อคลุมให้ ยื่นเตาผิงพกพาให้ ราวกับว่าซูหวู่เป็นเพียงธาตุอากาศที่ไร้ตัวตน

เมื่อมาถึงจวนองค์หญิง เขายิ่งพาตัวกู้ว่านเซิงกลืนหายเข้าไปในฝูงชน แล้วทิ้งซูหวู่ไว้ตามลำพังตรงมุมหนึ่งอย่างไม่ไยดี

ซูหวู่เดินไปหามุมที่ลับตาคนที่สุดแล้วนั่งลงอย่างเงียบๆ เหม่อมองคู่กิ่งทองใบหยกอยู่ไกลๆ รู้สึกเพียงว่าความครึกครื้นรอบกายช่างห่างไกลจากตัวนางเหลือเกิน

นางนั่งอยู่ครู่หนึ่ง อาการปวดหนึบที่หน้าอกก็ยิ่งชัดเจนขึ้น จึงคิดจะลุกไปเดินเล่นสูดอากาศแถวส่วนลึกของป่าดอกเหมยสักหน่อย

เพิ่งจะเดินมาถึงระเบียงทางเดินอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง กลุ่มคุณหนูสวมเสื้อผ้าหรูหราก็พากันกรูกรูเข้ามาขวางทางนางเอาไว้

ซูหวู่จำสตรีที่เป็นหัวโจกได้ นางคือบุตรสาวของรองเจ้ากรมลี่ช่าง ในงานเลี้ยงวันก่อนๆ คู่หมั้นของนางมักจะแอบลอบมองซูหวู่อยู่บ่อยครั้ง

“แหม ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงของเรานี่เอง” หญิงคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางกวาดสายตามองซูหวู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไหงมาแอบอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ ไม่ไปยั่วยวนญาติผู้พี่ของเจ้าแล้วหรือไง?”

อีกคนรีบผสมโรงทันที “มีหน้าตาสวยหยาดเยิ้มแบบยัยจิ้งจอกจอมยั่วเสียเปล่า แต่กลับไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเอง กล้าดีฝันใฝ่ถึงซื่อจื่อเชียวเหรอ?”

“นั่นสิ! ตอนนี้ซื่อจื่อเขามีคนในใจแล้ว คุณหนูกู้ทั้งเพียบพร้อมและสง่างามขนาดนั้น ถึงจะเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก! ส่วนเจ้าน่ะ หัดเจียมกะลาหัวซะบ้าง อย่าเสนอหน้าออกมาทำเรื่องงามหน้าอีกเลย!”

คำด่าทอหยาบคายสาดซัดเข้าใส่หน้า ซูหวู่หน้าซีดเผือด นางพยายามจะเดินเบี่ยงหนี แต่กลับถูกคุณหนูรองเจ้ากรมจงใจยื่นเท้ามาขัดขา

เดิมทีนางก็ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว เมื่อถูกขัดขากะทันหันจึงล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างแรง

ยังไม่ทันที่นางจะหยัดกายลุกขึ้น กลุ่มสตรีพวกนั้นก็รุมล้อมเข้ามา แล้วผลัดกันเตะเข้าที่ตัวนางคนละหนุบคนละหนับ แม้จะไม่ถึงตาย แต่มันคือการหยามเกียรติกันถึงขีดสุด

“นี่สำหรับความร่านไปยั่วผู้ชาย! นังหน้าไม่อาย!”

“คิดว่ามีหน้าตาสวยหน่อยแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้งั้นสิ!”

……

ซูหวู่นอนขดตัวงอ ยกแขนขึ้นปกป้องศีรษะ กัดฟันแน่นไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา

นางรู้ดีว่า ความมุ่งร้ายเหล่านี้ไม่ได้มาจากเรื่องของเซี่ยอวิ๋นกุยเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะสายตาของบุรุษข้างกายพวกนางที่เคยจับจ้องมาที่นางต่างหาก

แต่นี่มันเป็นความผิดของนางงั้นหรือ?

พวกนางไม่ยอมไปคุมผู้ชายของตัวเอง แต่กลับมาสาดอารมณ์โกรธแค้นใส่ผู้หญิงอีกคน นี่มันเหตุผลบ้าบออะไรกัน!

นางพยายามจะดิ้นรนขัดขืน ทว่าเรี่ยวแรงกลับเหือดหาย ความสิ้นหวังค่อยๆ กลืนกินนางทีละน้อยราวกับน้ำในทะเลสาบอันหนาวเหน็บ

ในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางสายตาที่พร่ามัว นางเห็นว่าเซี่ยอวิ๋นกุยที่อยู่ไม่ไกลดูเหมือนจะตกใจกับความวุ่นวายทางนี้ เขาขมวดคิ้วแน่น ขยับเท้าเตรียมจะเดินตรงมา

แต่แทบจะในเวลาเดียวกัน กู้ว่านเซิงที่อยู่ข้างกายเขาก็หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ยื่นมือไปดึงแขนเสื้อของเขาเบาๆ “อวิ๋นกุย ทางนั้นมีแต่พวกผู้หญิง ท่านเข้าไปคงไม่เหมาะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ”

เซี่ยอวิ๋นกุยชะงักฝีเท้า ปรายตามองกู้ว่านเซิงแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้ารับ

กู้ว่านเซิงรีบถกกระโปรงก้าวฉับๆ ตรงมาทันที พร้อมกับขึ้นเสียงห้ามปรามกลุ่มคุณหนูพวกนั้น “พวกพี่สาวทำอะไรกันน่ะ? รีบหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

นางย่อตัวลง ประคองซูหวู่ให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “น้องซู เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

จากนั้นนางก็หันไปพูดกับกลุ่มสตรีพวกนั้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเด็ดขาด “พวกพี่สาวทำไมต้องทำรุนแรงถึงเพียงนี้ น้องซูก็เป็นแขกที่ได้รับเชิญมาเหมือนกัน ในเมื่อทุกคนล้วนเป็นแขก ก็ขอให้ไว้หน้ากันบ้าง อย่าให้ต้องหมางใจกันเลย”

เมื่อพวกนางเห็นกู้ว่านเซิงออกโรงปกป้อง แถมเซี่ยอวิ๋นกุยยังยืนมองอยู่ไม่ไกล จึงยอมหุบปากอย่างเสียไม่ได้ มีคนหนึ่งบ่นอุบอิบขึ้นมา “คุณหนูกู้นี่ใจดีเกินไปแล้ว กับคนพรรค์นี้ยังจะไปเกรงใจทำไมอีก”

ซูหวู่เจ็บปวดไปทั้งตัว ได้แต่ปล่อยให้กู้ว่านเซิงประคองนางไปยังห้องรับรองอันเงียบสงบ

กู้ว่านเซิงไปรองน้ำอุ่นมาด้วยตัวเอง ช่วยเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าและรอยถลอกตามมือให้อย่างเบามือ ทั้งยังไปหาชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านมาเปลี่ยนให้นางด้วย

“ขอบคุณคุณหนูกู้”

ซูหวู่เอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว ขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องรับรอง ทว่าด้านหลังกลับมีเสียงของกู้ว่านเซิงดังขึ้น น้ำเสียงยังคงนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบยะเยือก

“น้องซู คำพูดของพวกนางเมื่อครู่นี้ เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?”

ซูหวู่ใจกระตุกวาบ หันขวับกลับไปมอง

บนใบหน้าของกู้ว่านเซิงประดับด้วยรอยยิ้มอันสมบูรณ์แบบ ทว่ากลับพ่นคำพูดร้ายกาจออกมาเบาๆ “อันที่จริง ข้าว่าที่พวกนางพูดมาก็มีเหตุผลอยู่นะ ก็ในเมื่อน้องสาวเกิดมามีหน้าตาเช่นนี้ แถมวันๆ ยังเอาแต่คิดหาวิธี... ยั่วยวนญาติผู้พี่ของตัวเอง ถ้าไม่ให้เรียกว่านางจิ้งจอกจอมยั่ว แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ?”

ซูหวู่รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คุณหนูกู้ ข้ายอมรับว่าเมื่อก่อนข้าเคยมีใจให้ญาติผู้พี่ และเคย… ทำตัวไม่เหมาะสม แต่ในตอนนั้น ญาติผู้พี่ก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจกับสตรีคนใด การที่ข้ามีใจให้เขา แม้จะไม่ถูกธรรมเนียม แต่ก็ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงถึงขั้นอภัยให้ไม่ได้ ทว่าตอนนี้ ข้ากับเขาขีดเส้นแบ่งกันชัดเจนแล้ว และยิ่งไม่มีความคิดที่จะเข้าไปสอดแทรกระหว่างท่านกับเขา รบกวนคุณหนูกู้ ระวังคำพูดด้วย!”

นางพูดชัดเจนทุกถ้อยคำ ท่าทีไม่อ่อนน้อมและไม่แข็งกร้าวจนเกินไป แต่ตอกกลับคำกล่าวหาของกู้ว่านเซิงได้อย่างเจ็บแสบ

เห็นได้ชัดว่ากู้ว่านเซิงคาดไม่ถึงว่าซูหวู่จะตอบโต้กลับมาอย่างใจเย็นถึงเพียงนี้ ทำเอานางถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก รอยยิ้มอันสมบูรณ์แบบบนใบหน้าก็แข็งค้างไปถนัดตา

ซูหวู่ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับนางอีก พูดจบก็หันหลังเดินไปผลักประตูห้องออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว

ทว่านางเพิ่งจะก้าวพ้นประตูไปได้ไม่ถึงสิบก้าว ด้านหลังก็มีเสียง "ตู้ม!" ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีของหนักตกน้ำ!

นางหันกลับไปมองด้วยความตกตะลึง ก็เห็นเพียงร่างของกู้ว่านเซิงร่วงตกลงไปในทะเลสาบจำลองข้างห้องรับรองเสียแล้ว!

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 25

    วันเวลาผันผ่าน ความสงบสุขอบอวลอยู่ทุกค่ำคืนความรู้สึกระหว่างซูหวู่กับเว่ยเจิง หลังจากผ่านพ้นอุปสรรคนานัปการ ก็ยิ่งลึกซึ้งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเว่ยเจิงไม่ใช่คนพูดเก่ง ทว่าความรักของเขากลับถ่ายทอดออกมาในทุกรายละเอียดเขาจะจำของโปรดที่นางชอบได้ จะคอยหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้ยามที่นางนั่งอ่านหนังสือดึกดื่น จะตั้งใจรับฟังความคิดเห็นของนางที่มีต่อเรื่องต่างๆ ในจวน และจะปกป้องนางอย่างไม่ปิดบังต่อหน้าผู้คน เขามอบความเคารพ ความไว้วางใจ และความรักอันไม่เคยมีมาก่อนให้กับนาง ภายในจวนแม่ทัพ นางไม่ใช่หญิงสาวผู้อาศัยใต้ชายคาใครอีกต่อไป ไม่ใช่คุณหนูญาติผู้น้องที่ต้องคอยประจบเอาอกเอาใจ แต่เป็นนายหญิงผู้สง่างามและได้รับความเคารพอย่างเต็มภาคภูมิหนึ่งปีต่อมา ซูหวู่ให้กำเนิดบุตรฝาแฝดชายหญิงคู่นึ่งอย่างราบรื่นเด็กชายหน้าตาคล้ายเว่ยเจิงราวกับพิมพ์เดียวกัน ระหว่างคิ้วแฝงความองอาจห้าวหาญ ส่วนเด็กหญิงสืบทอดความงดงามมาจากมารดา ดูน่ารักน่าเอ็นดูราวกับตุ๊กตาหยกบรรยากาศในจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยความครึกครื้นชื่นบาน ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยอุ้มหลานชายหลานสาว ยิ้มจนหุบปากไม่ได้เว่ยเจิงมองดูภรรยาที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่เต็มไป

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 24

    พูดจบ ศีรษะของเขาก็เอียงพับลงไป และหมดสติไปอย่างสนิทซูหวู่มองใบหน้าที่ไร้สีเลือดของเขา รับรู้ถึงลมหายใจที่ค่อยๆ อ่อนแรงลง ความรู้สึกภายในใจสับสนปนเปถึงขีดสุดมีความตกใจ มีความหวาดกลัว มีความรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ทว่าส่วนใหญ่แล้วกลับเป็นความรู้สึกหนักอึ้ง เป็นภาระที่นางแบกรับเอาไว้ไม่ไหวนางหลับตาลง รีบสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดแล้วดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็วนางออกคำสั่งกับบ่าวรับไพร่ที่กำลังตื่นตกใจ “เร็วเข้า! หามท่านซื่อจื่อขึ้นรถม้า! กลับเข้าเมืองเดี๋ยวนี้! ไปเชิญหมอหลวงที่เก่งที่สุดมา! เร็วเข้า!”น้ำเสียงของนางทั้งมั่นคงและทรงพลัง แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามที่ไม่ยอมให้ผู้ใดปฏิเสธผู้คนราวกับพบหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงรีบทำตามคำสั่งนั้นทันทีเมื่อกลับมาถึงในเมือง จวนเจิ้นกั๋วกงก็เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เมื่อทราบข่าว หมอหลวงวินิจฉัยว่าแผลธนูนั้นลึกมาก อีกทั้งหัวลูกศรยังอาบยาพิษร้ายแรง สถานการณ์จึงวิกฤตถึงขีดสุด เซี่ยอวิ๋นกุยมีไข้สูงไม่ยอมลด มีท่าทีจะเสียชีวิตอยู่หลายครั้งทุกๆ วัน ซูหวู่จะส่งคนคอยสอบถามอาการบาดเจ็บ พร้อมกับจัดส่งสมุนไพรแก้พิษชั้นดีไปให้ แต่ตัวนางเอง...

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 23

    ศึกสงครามทางเหนือตึงเครียด ไฟสงครามลุกโชนไปทั่วทุกสารทิศ ภายในจวนแม่ทัพ ชีวิตของซูหวู่ดำเนินไปอย่างสงบสุขและเปี่ยมด้วยความหมายนางจัดการดูแลกิจการงานภายในจวนได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ปฏิบัติหน้าที่แทนเว่ยเจิงในการปรนนิบัติผู้ใหญ่และปลอบขวัญบ่าวไพร่ ยามว่างก็จะไปอยู่เป็นเพื่อนซูหนิงน้องสาวที่อาการดีวันดีคืน หรือไม่ก็ศึกษาตำราแพทย์ หวังว่าจะพอมีประโยชน์ในการช่วยบำรุงรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังของเว่ยเจิงได้บนใบหน้าของนางเริ่มมีเลือดฝาด ความสงบเยือกเย็นและมั่นคงระหว่างคิ้วขับเน้นให้เธอดูงดงามสะพรั่งในแบบของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล แตกต่างจากความเยาว์วัยในอดีตอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่เซี่ยอวิ๋นกุยผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความสำนึกผิดและการคลุ้มคลั่งอันเจ็บปวดรวดร้าวมาได้ ในที่สุดเขาก็ตกอยู่ในความสิ้นหวังราวน้ำนิ่งสนิทเขาไม่กล้าคาดหวังให้ซูหวู่อภัยให้อีกต่อไป และไม่กล้าแม้แต่จะปรากฏตัวต่อหน้านางอีก เพราะกลัวจะเห็นความเย็นชาอย่างไร้เยื่อใยในแววตานั้น ซึ่งมันบาดลึกยิ่งกว่าความเกลียดชังเสียอีก เขาเปลี่ยนความเจ็บปวดและความสำนึกผิดทั้งหมดให้กลายเป็นความเงียบงันและการปกป้องคุ้มครองใ

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 22

    หลังพักฟื้นร่างกายอยู่ที่เรือนตากอากาศนานนับเดือน ร่างกายของเว่ยเจิงก็ฟื้นตัวไปกว่าครึ่ง แม้จะยังไม่เทียบเท่าช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุด แต่ก็ไม่มีอาการน่าเป็นห่วงแล้วสถานการณ์ในราชสำนักแปรปรวนดั่งเมฆหมอก จู่ๆ ทางชายแดนเหนือก็ส่งสัญญาณเตือนภัยเร่งด่วน ชนเผ่าเร่ร่อนควบม้าเหล็กบุกรุกรานชายแดน ตีแตกติดต่อกันหลายเมือง สถานการณ์วิกฤตยิ่งนักฮ่องเต้มีรับสั่งเรียกตัวเว่ยเจิงเข้าเฝ้ากลางดึก ท้องพระโรงจินหลวน แม้สีหน้าของเว่ยเจิงจะยังเจือร่องรอยความเจ็บป่วยอยู่บ้าง ทว่าแผ่นหลังกลับตั้งตรง สายตาดุจประกายเพลิงแน่วแน่“ท่านแม่ทัพเว่ย ร่างกายของเจ้า…” ฮ่องเต้ฉายแววกังวลพระทัยเว่ยเจิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง “ฝ่าบาท กระหม่อมหายดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ปกป้องแผ่นดินบ้านเกิด ถือเป็นหน้าที่ที่กระหม่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้! ขอฝ่าบาททรงโปรดอนุญาตให้กระหม่อมนำทัพออกศึก ขับไล่พวกนอกด่าน ทวงคืนผืนแผ่นดินกลับมาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้ทรงพระสำราญยิ่ง ทรงแต่งตั้งให้เว่ยเจิงเป็นมหาแม่ทัพปราบเหนือ ควบคุมกองกำลังทั้งสาม พร้อมออกเดินทางทันทีในวันนั้นเมื่อข่าวคราวแพร่สะพัดกลับมาถึงจวนแม่ทัพ ภายในจวนต

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 21

    ทว่าเรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เซี่ยอวิ๋นกุยได้นำผลการสืบสวนไปรายงานต่อบิดามารดาและราชสำนักความผิดของกู้ว่านเซิงที่วางแผนใส่ร้ายซูหวู่ผู้เป็นฮูหยินตราตั้ง อีกทั้งยังหลอกลวงเบื้องสูง มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ก่อให้เกิดคลื่นลมลูกใหญ่ซัดกระหน่ำไปทั่วฮ่องเต้กริ้วจัด มีรับสั่งให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวดตระกูลกู้จึงพลอยร่างแหไปด้วยและล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว กู้ว่านเซิงถูกถอดถอนบรรดาศักดิ์ทั้งหมด ลดขั้นเป็นสามัญชน และถูกตัดสินเนรเทศให้ไปรับโทษไกลถึงพันลี้บุตรสาวอัครเสนาบดีผู้เคยสูงส่งเหนือใคร ในท้ายที่สุดก็ต้องมาล้มป่วยและตายตกอยู่ระหว่างทางเนรเทศอันแสนรันทด จุดจบช่างน่าเวทนายิ่งนักส่วนเซี่ยอวิ๋นกุย ก็กลายเป็นตัวตลกของเมืองหลวง โทษฐานที่มองคนไม่ออก ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสชาติของการถูกผู้คนลอบเยาะเย้ยถากถางความจริงกระจ่างแจ้ง สัญญาหมั้นหมายถูกยกเลิก ทว่าเซี่ยอวิ๋นกุยกลับไม่รู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้าม เพราะเขาได้ตระหนักถึงความโง่เขลาของตนเองและการสูญเสียซูหวู่ไปอย่างแท้จริง เขาจึงยิ่งจมดิ่งลงสู่ความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมเขาเอาแต่ยืมสุราดับทุก

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 20

    จนกระทั่งสูญเสียไปอย่างสมบูรณ์ เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ความรักอันลึกซึ้งที่เขาเคยโยนทิ้งราวกับรองเท้าขาดๆ ฝังรากลึกลงไปในกระดูกของเขาตั้งนานแล้ว!ทว่าเขา กลับโง่เขลาถึงเพียงนี้!ความสำนึกเสียใจและการตื่นรู้ที่ยิ่งใหญ่ราวกับเปลวเพลิงพิษที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของเซี่ยอวิ๋นกุย เขาเริ่มทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ต่างๆ ที่ซูหวู่ต้องทนรับความอัปยศ ยิ่งคิด ข้อสงสัยก็ยิ่งมีมากขึ้นเบื้องหลังความอ่อนโยนและดีงามที่ดูเหมือนจะไร้ที่ติของกู้ว่านเซิง คล้ายกับมีร่องรอยของการซ่อนเร้นแผนการและความจงใจอยู่เสมอเขาใช้กองกำลังของจวนเจิ้นกั๋วกง เริ่มสืบสวนกู้ว่านเซิงอย่างลับๆเบาะแสแรกที่พบคือ สาวใช้ที่ชี้หน้าปรักปรำว่าซูหวู่เป็นคนผลักกู้ว่านเซิงตกน้ำในงานเลี้ยงชมดอกเหมย คนของเซี่ยอวิ๋นกุยใช้ความพยายามอย่างหนัก จนกระทั่งไปพบสาวใช้ผู้นี้ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเรือนตากอากาศอันห่างไกล ซึ่งว่ากันว่าได้รับความเมตตาให้ออกจากจวนไปแล้ว แต่กลับเกือบจะถูกฆ่าปิดปากภายใต้การทรมานเพื่อรีดเค้นความจริง สาวใช้ก็สติแตกและยอมรับสารภาพความจริงออกมา“เป็น... เป็นคุณ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status