Accueil / วาย / จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา / 6.เผชิญหน้าหลังพงอ้อ

Share

6.เผชิญหน้าหลังพงอ้อ

last update Dernière mise à jour: 2026-02-21 21:55:05

คนที่มาคือ องครักษ์หวังเหล่ยนั่นเอง เขายกดาบคมๆ ในมือชี้ตรงไปยังร่างเล็กที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่หลังกอต้นอ้อสูงท่วมหัว

หวังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าเป็นใคร? มาทำลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ด้วยเหตุอันใด? แล้วเจ้าเป็นนางกำนัลในสังกัดของใครกันแน่?”

ฉีอันฉีปากสั่นระริก “ข้า ข้า มา เอ่อ.. มา...” เพียงเห็นอาวุธในมืออีกฝ่ายชี้ตรงมายังตนก็ตกใจจนลืมคำพูดที่เตรียมมาจนหมดสิ้น กลายเป็นพูดติดๆ ขัดๆ

องครักษ์หวังเหล่ยตวาดซ้ำ “เจ้ามีอะไรจะพูดก็รีบพูดออกมา! ก่อนที่เจ้าจะหมดโอกาส!”

คนที่กำลังถูกคุกคามพยายามใช้สติเค้นหาทางแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วนเพื่อให้รอดพ้นจากคมดาบ “คะคือ... คือข้า...”

“พูด!”

คุณชายน้อยตระกูลฉีตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าหวาดเสียวเช่นนี้มาก่อน ชายผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาดุดันน่าเกรงขามยิ่งนัก อีกทั้งกระบี่ในมือก็เป็นของจริง เขาควรยกเรื่องใดมากล่าวอ้างดีเล่า ความจริงที่ว่าเขาหาได้เป็นทาสหรือนางกำนัลในสังกัดผู้ใดไม่ แต่มีฐานะสูงส่งเป็นถึงน้องชายของพระชายาเยี่ยนฟางเชียวนะ! ทว่าเรื่องนี้พูดไม่ได้เด็ดขาด ถ้าขืนพูดออกไปตรงๆ มีหวังความผิดฐานปลอมตัวเป็นสตรีเข้ามาในวังจะถูกเปิดโปง โทษหนักคราวนี้อาจถึงขั้นถูกกุดหัวเลยทีเดียว

“คะ คือข้า... อ้อ! ข้าหลงทางเจ้าค่ะ ใช่ๆ ใช่แล้ว พี่ชายท่านนี้ ข้าหลงทางมาเจ้าค่ะ”

“เจ้าหลงทางรึ?” องครักษ์หวังเหล่ยขมวดคิ้วคล้ายไม่เชื่อคำพูดของนาง

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้าหลงทางจริงๆ เจ้าค่ะ... ที่นี่คือที่ใดกัน? คนผู้นั้นคือ...” พูดพลางชี้นิ้วไปยังบริเวณที่องค์ชายอิ้งเยว่ยืนอยู่ ฉีอันฉีตัดสินใจยืนขึ้นเต็มความสูงในทันที เขาแหงะหน้ามองไปยังสะพานไม้ ทว่าที่ตรงนั้นกลับไร้เงาของพี่เขยยืนอยู่เสียแล้ว “ไปแล้วหรือ... ข้าหมายถึง ทะ ท่านผู้นั้น เมื่อครู่ยังยืนอยู่ตรงนั้นชัดๆ เขาหายไปไหนแล้วเจ้าคะ?”

“เจ้าไม่รู้จักองค์ชายอิ้งเยว่?”

“พะพี่ชาย ข้าเป็นนางกำนัลเพิ่งมาใหม่ ย่อมไม่คุ้นชินกับสถานที่เป็นธรรมดา ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ใจดี ได้โปรดอย่าถือสาเอาผิดกับข้าเลยนะเจ้าคะ”

คนในตำแหน่งองครักษ์เก็บกระบี่ยาวเข้าฝักเสียงดัง ฉิ้ง! “เอาเถอะ เช่นนั้นข้าก็จะไม่ถือสาเจ้าสักครั้ง ถือว่าเจ้าไม่รู้ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ข้าจะบอกเจ้าเอาบุญ ที่แห่งนี้คือ ตำหนักส่วนพระองค์ขององค์ชายอิ้งเยว่ หากไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใดก็ห้ามเข้า ทีนี้เจ้าชัดเจนแล้วหรือไม่?”

“ขอบคุณพี่ชาย ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ” ฉีอันฉีย่อตัวถอนสายบัวอย่างนอบน้อม

“อ้อ... อีกอย่าง”

“พี่ชายเชิญกล่าว”

“หากยังอยากรักษาชีวิตน้อยๆ ของเจ้าไว้ เจ้าจงฟังข้าให้ดี องค์ชายอิ้งเยว่ไม่ใช่คนที่นางกำนัลชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าจะพูดถึงส่งเดช เจ้าห้ามใช้กิริยาหยาบช้าเช่นเมื่อครู่นี้เป็นอันขาด” เขาหมายถึงการที่อีกฝ่ายชี้นิ้วไปทางองค์ชายอิ้งเยว่แล้วเอ่ยถามถึง

“อ๋า ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยชี้แนะเจ้าค่ะ” ฉีอันฉียอบกายคารวะอีกรอบ

“เช่นนั้น เจ้าก็รีบไปเถอะ”

“ได้ เจ้าค่ะ”

ขณะเดินหันหลังให้องครักษ์หวังเหล่ย คนถูกเรียกว่านางกำนัลชั้นต่ำแถมมีกิริยาหยาบช้าถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นายน้อยฉีอันฉีไม่เคยพบเจอผู้ใดกล้าสามหาวพูดจาหยามเกียรติถึงเพียงนี้ ‘เหอะ! เจ้าทหารปากเหม็น ว่าข้าเป็นนางกำนัลชั้นต่ำงั้นเรอะ! ฝากไว้ก่อนเถอะ ดูสิว่าข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่พูดกับข้าเช่นนี้เยี่ยงไร!’ 

นายน้อยจากบ้านตระกูลฉีใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อระงับความโมโหที่มีต่อทหารองครักษ์ผู้นั้นเอาไว้ ตอนนี้เขาจำยอมเดินเลี่ยงออกไปก่อน เอาไว้คราวหน้าค่อยคิดหาวิธีเข้าใกล้องค์ชายอิ้งเยว่อีกครั้ง คราวนี้จะไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ เช่นนี้แน่ ตราบใดที่ยังไม่ได้ถามไถ่ให้รู้แน่ชัด เพราะเหตุใดพี่เขยจึงไม่ไยดีพี่หญิงของเขาแม้แต่น้อย ความงดงามของนางไม่เป็นที่ต้องพระทัยขององค์ชายบ้างเลยหรือไรกัน? เสียดายเมื่อครู่ยังเห็นพระพักตร์ขององค์ชายอิ้งเยว่ไม่ชัด จึงไม่เห็นรายละเอียดเครื่องหน้า ว่าแท้จริงแล้วรูปงามสมคำเล่าลือ หรือว่าขี้ริ้วขี้เหร่กันแน่... 

เนื่องจากจุดที่ยืนอยู่มันไกลเกินไป ทว่าเพียงดูจากรูปร่างฝ่ายนั้น ก็นับว่าเป็นบุรุษดูดีไม่น้อย เสียก็แต่นิสัยน่ารังเกียจของเขา ไฉนเอาแต่เสพของบูดเน่านอกวังเช่นนางโลมในหอดอกไม้แดงดอกไม้ดำอะไรนั่นอยู่ได้ ทั้งที่ในวังมีของดีอีกทั้งสดใหม่ให้เลือก กลับไม่เลือกกิน หรือว่าสมองของเขามีปัญหากันแน่…

นอกจากวันพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่ฉีอันฉีมีโอกาสได้เห็นพี่หญิงอยู่ไกลๆ หลังจากนั้นเขาก็ไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้นางอีกเลย เด็กหนุ่มกลับถูกหัวหน้านางกำนัลมีวัยอาวุโสสั่งให้ไปอยู่แต่ในครัว โทษฐานเป็นนางกำนัลที่มีบุคลิกกระโดกกระเดกอย่างไม่น่าให้อภัย อีกทั้งนางกำนัลชั้นต่ำที่ทำงานในครัวพวกนั้น ก็เอาแต่จิกใช้เขาทำงานทั้งวี่ทั้งวัน เช่น ตักน้ำ ล้างจาน ล้างหม้อ ล้างไห และอีกสารพัดงานตามแต่พวกนางจะเรียกใช้ พวกนางให้เหตุผลว่าสตรีเช่นฉีอันฉี หรือในชื่อใหม่ที่เขาคิดขึ้นมาได้ว่า หลี่น่า ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง งานง่าย ๆ เช่นถูพื้นยังทำให้ดีไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะให้ไปรับใช้เจ้านายคนใดได้อีกเล่า

ไป๋หลาน นางกำนัลผู้หนึ่งที่ทำงานในครัว พูดขึ้นว่า “หลี่น่า เจ้าน่ะ อยู่แต่ในครัวกับข้านี่แหละ มันเหมาะสมกับคนไม่ประสีประสาอย่างเจ้าแล้ว ข้าไม่รู้ว่าคนทำอะไรไม่เป็นเช่นเจ้าเข้ามาอยู่ตำหนักไฉ่หงได้อย่างไรกัน? รอให้ผู้อาวุโสตรวจสอบประวัติของเจ้าให้ดีก่อนเถอะ เจ้าต้องถูกเนรเทศไปไกลๆ แน่”

ฉีอันฉีเม้มปากแน่น แม้จะอยากโต้เถียงไป๋หลานหลายคำแต่ก็ยอมทนข่มกลั้นเอาไว้ ได้แต่เถียงนางในใจ ‘อยู่ก็อยู่สิ เหอะ! งานงี่เง่าพรรค์นี้ เจ้าคิดว่าคนอย่างข้า นายน้อยอันฉี ไม่มีปัญญาทำมันหรือไง? ปัดโธ่! ถ้วยชามราคาไม่กี่เงิน หากล้างยากนัก ข้าอยากทุบทิ้งข้าก็จะทุบ! ตำหนักไฉ่หงใหญ่โต ทั้งร่ำรวยปานนี้ พี่เขยข้าย่อมสั่งให้พวกเจ้าหาซื้อมาใหม่ได้อยู่แล้ว... ชิ’ 

ภายในโถงตำหนักส่วนพระองค์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกว๋อฉว้าที่ปลูกไว้ข้างตำหนักโชยเข้ามา ลมอ่อนพัดผ้าม่านสีเขียวข้างหน้าต่างพลิ้วไหว โต๊ะไม้จื่อถานแกะสลักลวดลายกิเลนตั้งอยู่ที่มุมโปรดของผู้เป็นเจ้าของ องค์ชายอิ้งเยว่ประทับอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะตัวนั้น พลางทอดพระเนตรออกไปนอกหน้าต่าง นัยน์ตาจับจ้องเหล่าปักษาฝูงหนึ่งที่กำลังเกาะบนกิ่งต้นฮวงหัวลี่นอกโถง พระหัตถ์ขาวสะอาดทรงยกถ้วยชาจิบไปพลางๆ ดูพระทัยเย็น ไม่รีบร้อนอันใด แม้เมื่อครู่จะทรงทราบว่ามีคนมาแอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวของพระองค์ก็ตาม

“องค์ชาย เป็นแค่เพียงแม่นางน้อยพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หวังเหล่ยก้าวเข้ามา ก่อนประสานมือคารวะและทูลรายงาน

พระหัตถ์หนายกการินน้ำชาอุ่นๆ ใส่จอกกระเบื้องเล็ก แล้ววางพวยกาลายหงส์ทะยานบินนั้นไว้ดังเดิม “เจ้าบอกว่าเป็นแค่แม่นางน้อยอย่างนั้นรึ?”

“พ่ะย่ะค่ะ... เป็นแค่นางกำนัลมาใหม่ นางพูดว่าบังเอิญหลงทางมาพ่ะย่ะค่ะ”

...ตำหนักไฉ่หงเดิมทีเป็นที่อยู่อาศัยของสนมเอกกุ้ยเฟย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ปลูกสร้างตามพระบัญชาของเทียนจื่อ ทุกอย่างออกมาอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ ทั้งกว้างขวางใหญ่โตหรูหราไม่แพ้ที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงเช่นชาวตะวันตก และเจ้าของเดิมของตำหนักไฉ่หงนั้น พระนางเคยเป็นหญิงงามไม่แพ้นางใดในใต้หล้า อีกทั้งสามารถกุมพระทัยของเทียนจื่อผู้เป็นสามีไว้ในมือได้แต่เพียงผู้เดียว

เมื่อเป็นที่หนึ่ง ย่อมได้รับสิ่งพิเศษเหนือสนมคนอื่นๆ เป็นธรรมดา 

อัครมเหสีลู่เสียนรับสั่งเสมอว่า ‘ในพระทัยของเทียนจื่อนั้น อัครมเหสีเช่นข้ากลับเป็นรองนางมารชั้นต่ำนั่น ช่างเป็นเรื่องน่าขบขันดีแท้ บอกใครใครจะไปเชื่อ นังแม่มดเลวทรามหยาบช้า มันเป็นแค่ลูกสาวโจรชั่ว ไฉนเทียนจื่อรักใคร่เอ็นดูถึงเพียงนี้ ทั้งเก็บไว้ข้างกายร่วมหอกับมันไม่เว้นว่าง’ 

หากเปลี่ยนมาพูดเป็นภาษาชาวบ้าน เทียนจื่อนั้นหลงรักสนมเอกกุ้ยเฟยคนนี้จนหัวปักหัวปำ ไม่รู้ลูกสาวของศัตรูชาวเมืองเฮ่าจินทั่วทั้งแผ่นดินเช่นคนเผ่าเฉวี่ยนหรง ใช้เวทมนต์อันใดจึงเอาชนะพระทัยผู้มีอำนาจสูงสุดเอาไว้ได้ แทนที่จะถูกบั่นคอแต่แรก เมื่อครั้งจับตัวนางมาเป็นเชลยเมื่อหลายปีก่อน หลังเสร็จศึกสงครามครานั้น ท่ามกลางเสียงทัดทานจากเหล่าชิงต้าฟูทั้งหลาย ทว่าเทียนจื่อหาได้รับฟังไม่ พระองค์ทรงตรัสว่า ‘ข้าผู้เป็นเทียนจื่อของพวกเจ้า ข้าเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินแล้วกับราชกิจรักษาเมืองเฮ่าจินไม่ให้ตกอยู่ในกำมือผู้อื่น อีกทั้งทำให้ผิงหมิง (ราษฏร) ในแผ่นดินของข้า มิต้องตกเป็นเชลย แค่เพียงสตรีอ่อนแอคนหนึ่ง ไฉนข้าจะเก็บนางไว้ข้างกายมิได้เล่า แม่นางกุ้ยผู้นี้มือไม่เคยเปื้อนเลือด แม้กายนางมีเลือดของคนเผ่าเฉวี่ยนหรงอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ข้าก็ชอบนาง พวกเจ้าผู้ใดก็ห้ามขัดขวางข้า!’ 

เมื่อสนมเอกกุ้ยเฟยไม่อยู่แล้ว องค์ชายอิ้งเยว่จึงเข้าไปกราบบังคมทูลขอจากเทียนจื่อผู้เป็นบิดา ขอให้ตนได้อาศัยอยู่ในตำหนักไฉ่หงแทนมารดาสืบไป เพื่อระลึกถึงท่านแม่ยามคิดถึง เทียนจื่อก็ไม่ได้ว่ากระไร ทรงรับสั่งอนุญาตไปตามคำขอ

องค์ชายอิ้งเยว่มีพระพักตร์คล้ายมารดาถึงหกส่วน พระบิดาทอดพระเนตรใบหน้าบุตรชายคนนี้คราใด ราวกับเห็นโฉมหน้าของสนมเอกกุ้ยเฟยครานั้น อย่างน้อยความทรมานเพราะอาลัยอาวรณ์สตรีคนรักที่ด่วนลาลับไปก่อน ในพระทัยของเทียนจื่อนั้นก็พลอยได้บรรเทาลงได้บ้าง ด้วยเหตุนี้บุตรชายสนมเอกกุ้ยเฟยจึงเสมือนเป็นตัวแทนมารดา เขาจึงได้รับการโปรดปรานจากบิดาเทียบเท่ากับองค์รัชทายาทโจวเจี้ยนกั๋วที่ถือกำเนิดจากอัครมเหสีลู่เสียนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   13.ไฉนข้ากลายเป็นเจ้าลิงน้อยไปแล้วเล่า!

    แม้พูดคุยกับเจ้าตัวเล็กอย่างฉีอันฉีตลอดทั้งวัน องค์ชายอิ้งเยว่กลับไม่รู้สึกเบื่อ ดูดูไปก็น่าขันพิลึก มีอย่างที่ไหนกัน คนกับลิงพูดคุยเป็นตุเป็นตะ ราวกับว่ามันฟังภาษามนุษย์เข้าใจอย่างนั้นแหละ เจ้าบ๊องบ้องตื้นคนนี้คงลืมไปแล้วว่านั่นน่ะ 'เดรัจฉานไม่ใช่หรือไง' อิ้งเยว่ “น้องชาย ในเมื่อมันยอมคืนของให้เจ้า ไฉนเจ้ามัวแต่รีรอ ไม่รีบสวมอาภรณ์ของเจ้าเสียเล่า” ฉีอันฉีหันมาตอบอย่างเห็นด้วย “ก็ได้ๆ ข้าสวม ข้าสวมแล้ว” หนุ่มน้อยละความสนใจจากเจ้าลิงทะโมนแล้วตั้งอกตั้งใจสวมอาภรณ์สีหวานทันที.. ก่อนนี้เขาสวมอาภรณ์ที่ไม่ใช่คนตนนับว่ายุ่งยากไม่น้อย ทว่าเมื่อสวมมันหลายครั้งต่อหลายครั้ง อันฉีกลับรู้วิธีนุ่งอาภรณ์สตรีได้ไม่ยาก ทั้งยังไม่รู้สึกขวยเขิน อีกฝ่าย ระหว่างรอเจ้าตัวเล็กสวมเสื้อผ้า องค์ชายอิ้งเยว่ทอดสายตามองไปรอบๆ โถง ที่แห่งนี้ไร้การเหลียวแลมานานหลายปี จึงไม่แปลกที่จะมีฝุ่นกรังเกาะตามโต๊ะเก้าอี้และตั่งนอน ซึ่งเคยเป็นของใช้สอยของมารดาเขามาก่อน เนื่องจากไม่มีบ่าวคนใดกล้าเข้ามา ครั้งหน้าหากคิดจะมาเยือนอีก เห็นทีเขาคงต้องลงมือทำเอง หากแต่จะว่าไปแล้ว สถานที่แห่งนี้ถึงจะไม่น่าอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดูเลวร้าย

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   12.สหายต่างวัยในตำหนักร้าง

    ในตำหนักร้างที่ไร้ผู้คน หนึ่งร่างสูงหนึ่งร่างเล็กยังคงนั่งเคียงไหล่สนทนาพาทีอย่างต่อเนื่อง องค์ชายอิ้งเยว่เป็นฝ่ายซักไซ้ถึงที่มาที่ไปจนรู้ชัด ว่าด้วยเหตุผลอันใดหนุ่มน้อยจึงลอบเข้ามาอยู่ในเขตวังหลังของเขาตั้งหลายวัน ปานนี้ไม่คิดกลับออกไป แม้บทสนทนาบางเรื่องเจ้าเด็กปากสุนัขถึงกับว่าร้ายตนในทางเสื่อมเสีย นั่นเพราะมันไม่รู้ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ผู้ใหญ่เช่นเขาก็ไม่ควรคิดถือสา ให้ถือเสียว่าไม่เคยได้ยินก็แล้วกันจากที่ได้พูดคุยมานานเพียงนี้ เจ้าหนุ่มน้อยกลับเผยให้เห็นหลากหลายมุมมองที่ชวนให้ค้นหา ความซื่อบริสุทธิ์ที่เจ้าตัวแสดงออกโดยไม่เสแสร้งนั้น ทำให้องค์ชายรองเช่นเขาสัมผัสได้ถึงแก่นแท้ในนิสัยของมันอย่างชัดเจน หากคิดคบหาเป็นสหายต่างวัยก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร อีกทั้งในใจของเขาเองก็ยังมีปมที่ค้างคามาเนิ่นนาน บางทีเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้..อาจเป็นผู้ที่ช่วยคลายเงื่อนปมนั้นให้เขาก็เป็นได้อิ้งเยว่ “เจ้าเป็นบุรุษอายุสิบหก เจ้าเคยนอนกับสตรีหรือยัง?”ฝ่ายผู้ถูกถามเรื่องประเภทนี้เข้า ฉีอันฉีถึงกับมีท่าทีแตกตื่น “หา! ท่านว่าอะไรนะ!”“ข้าพูดว่า เจ้าเคยทำเรื่อง... แบบนั้น กับสตรีหรือยัง คือ... แบบ...”

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   11.ชายาเยี่ยนฟางในเรือนมู่ต่านฮวา

    ..อีกมุมหนึ่งในอาณาเขตตำหนักไฉ่หง..ในเรือนหมู่ตานฮวานั้น นับว่างดงามทั้งกว้างใหญ่ไม่แพ้ตำหนักใดในวังแห่งนี้ ฉีเยี่ยนฟางแม้มีฐานะสูงส่งเป็นถึงชายาเอก อยู่เหนือสนมคนอื่นๆ ทว่านางกลับมิได้มีความภาคภูมิแม้แต่น้อย บอกไปใครจะเชื่อ ชายาป้ายแดงเช่นนางกลับถูกองค์ชายรองผู้เป็นสามีทอดทิ้งตั้งแต่คืนส่งตัวเข้าหอในวันนั้น ทั้งที่เมื่อก่อน ครั้งอาศัยอยู่แคว้นฉี หญิงสาวเคยได้รับคำยกย่องจากคนจำนวนมาก ต่างพูดว่าบุตรสาวของท่านเจ้าแคว้นฉี นับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในแคว้นเลยทีเดียว สตรีอื่นก็อย่าหวังประชันโฉมกับนาง มาบัดนี้เล่า หญิงงามอันดับหนึ่งไฉนต้องมาถูกสามีหมางเมินถึงเพียงนี้.. ‘ข้าผิดเรื่องใดกัน’ นางเกลียดชังใบหน้านี้ของตัวเอง ‘งดงามแล้วมีประโยชน์อันใดเล่า เสด็จพี่ไม่คิดแตะต้องข้าด้วยซ้ำ ..’ ก่อนนี้นางเคยคาดหวังเอาไว้สูงมาก หากองค์ชายอิ้งเยว่หรือองค์ชายรอง ได้พบหน้าครั้งแรก เขาต้องตกตะลึงในความงดงามของนางจนตาค้างเป็นแน่ ทว่าเพียงเขาช่วยปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ผลออกมาเป็นอย่างไรนั้น ช่างน่าผิดหวังเสียนี่กระไร องค์ชายอิ้งเยว่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับนางอย่างเช่นบุรุษทั่วไปควรมีต่อภรรยา เขาเอาแต่นิ่งเฉยท

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   10.เจ้าใส่ความข้าชัดๆ

    ฉีอันฉีละมือจากแก้ม ก่อนยืดตัวตรง มีสีหน้าจริงจัง “ข้าพูด ข้าพูด หากท่านรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”องค์ชายอิ้งเยว่ “ได้ ข้ารับปากเจ้า”เจ้าตัวเล็กรีบพูด “พี่ชาย ท่านห้ามแพร่งพรายเรื่องที่ข้าเป็นบุรุษออกไปเด็ดขาด อีกทั้ง ห้ามท่านจับข้าด้วย”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย “เหตุใดข้าจับเจ้า?”หนุ่มน้อยรีบบอก “ท่านเป็นทหารเฝ้ายามไม่ใช่หรือไง! หน้าที่จับกุมผู้บุกรุกวังหลัง หากไม่ใช่ท่าน ไยจะเป็นผู้ใดได้อีก”องค์ชายอิ้งเยว่รีบก้มมองเครื่องแบบทหารที่ตนสวมใส่ตอนนี้ เขาก็ถึงบางอ้อทันที “อ๋า... ที่แท้ ข้าเป็นทหารยามนี่เอง แต่ตอนนี้ ข้าออกเวรยามแล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวข้า ข้าไม่จับเจ้าหรอก”ฉีอันฉียิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ “ดี! เช่นนี้ ข้าก็ไม่ต้องกังวลแล้ว” หากพบกันวันหน้า ก็ไม่แน่ว่าเขาจะรอดพ้นหรือไม่ ‘ช่างเถอะๆ ข้ากับท่าน พบกันแค่ครั้งเดียวก็พอ’ ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายจะอ่านความคิดในหัวของเจ้าเด็กน้อยออก “เจ้าพูดซี้ เหตุจำเป็นของเจ้าคือเรื่องใด ไฉนเจ้าปลอมเป็นสตรีมาอยู่ในวังต้องห้ามเยี่ยงนี้ หากเจ้ายอมพูด บางทีวันหน้าหากได้พบเจ้า ข้าอาจไม่เอาผิดกับเจ้า”ฉีอันฉีเปลี่ยนท่าทางใหม่ เป็นนั่งงอตัว ผายไหล่แคบเล

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   9.ตำหนักร้างกับชายหนุ่มลึกลับ

    องค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงอาณาเขตของตำหนักเย็น สถานที่ซึ่งเคยจองจำมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำอันเจ็บปวดมิเคยเลือนหายไปจากใจเลย แม้เวลาล่วงเลยมาป่านนี้ ร่างสูงในชุดทหารยามมุดผ่านรั้วลวดหนามเข้าไปทันทีที่มาถึง ภายในบริเวณ มีต้นหญ้าแห้งกรังขึ้นสูงจนทึบหนา เขาชักกระบี่ออกมา ก่อนออกแรงฟันสิ่งกรีดขวางเพื่อเปิดทาง จากนั้นก้าวเดินอีกไม่ไกล เขาเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม ก้มตัวลอดกิ่งไม้ใหญ่ หลบเลี่ยงเถาวัลย์พันเกี่ยวรกรุงรัง ฝ่าเท้าเหยียบย่ำบนถนนเล็กแคบซึ่งแทบมองไม่เห็นพื้นคอนกรีต เนื่องจากกาลเวลาที่ผันผ่านไปนานนับปี ร่างสูงก้าวเดินอย่างมั่นคงไม่ไกลนัก เขาก็เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าอายุหลายสิบปีตั้งตระหง่านตรงหน้า ผนังปูนเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำเกาะหนาเป็นคราบเขียวดำจนน่าขนลุก ดวงตาสีดำขลับดุจเดือนมืดในยามรัตติกาลจับจ้องไปยังประตูเหล็กกล้าบานใหญ่ สนิมกัดกร่อนจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้วแต่เมื่อเข้าใกล้...อิ้งเยว่พลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย มีบางสิ่งผิดปกติที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขาจ้องมองสิ่งผิดปกตินั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา‘เหตุใดกลอนประตูจึงไม่เหมือนเดิมแล้วเล่า?’ สิ่งนั้นถูกงัดออก

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   8.ความชิงชังในวังหลวง

    เมื่อเรื่องราวล่วงรู้ถึงเทียนจื่อ พระองค์ทรงมีพระบัญชาเด็ดขาด สั่งให้นางทาสในวังหลวงผู้มีรูปร่างแข็งแรงถึงสามคน ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสนมกุ้ยเฟยไว้อย่างเข้มงวด มิให้พระนางทำร้ายทารกในครรภ์ได้สำเร็จ จนกว่าจะครบกำหนดคลอดจึงจะแยกทารกออกมาเลี้ยงดูต่างหาก เทียนจื่อทรงกำชับนักหนาว่า หากทารกเป็นอันตราย ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องโทษประหารไม่เว้นแม้แต่คนเดียวในที่สุด วันที่องค์ชายอิ้งเยว่ลืมตาดูโลกก็มาถึง เขาได้รับการดูแลจากแม่นมทั้งสามที่ได้รับพระบัญชาให้อารักขาเขามาโดยตลอด ส่วนมารดานั้นแม้คลอดเขาออกมาแล้ว ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะโอบอุ้มลูกชายเฉกเช่นแม่คนอื่น แม้องค์ชายน้อยจะร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจที่มารดาไม่รัก ทว่าเขาก็เกิดความกังขาอยู่บ้าง เหตุผลอันใดมารดารังเกียจตนถึงเพียงนี้ ครั้นเติบโตจนรู้ความ องค์ชายอิ้งเยว่จึงได้ทราบความจริงจากแม่นมทั้งสามถึงที่มาที่ไป ว่าเหตุใดพระสนมกุ้ยเฟยจึงชิงชังเทียนจื่อ และเกลียดชังบุตรชายอย่างเขา สุดท้ายองค์ชายก็เข้าอกเข้าใจพระมารดาเป็นอย่างดี แม้มารดาจะเกลียดชัง แต่เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนั้นต่อนางเลยปีนั้น องค์ชายอิ้งเยว่จำได้ว่าเทียนจื่อทรงเศร้าโศกเพียงใด เมื่อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status