Beranda / วาย / จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา / 9.ตำหนักร้างกับชายหนุ่มลึกลับ

Share

9.ตำหนักร้างกับชายหนุ่มลึกลับ

last update Tanggal publikasi: 2026-02-26 19:06:37

องค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงอาณาเขตของตำหนักเย็น สถานที่ซึ่งเคยจองจำมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำอันเจ็บปวดมิเคยเลือนหายไปจากใจเลย แม้เวลาล่วงเลยมาป่านนี้ 

ร่างสูงในชุดทหารยามมุดผ่านรั้วลวดหนามเข้าไปทันทีที่มาถึง ภายในบริเวณ มีต้นหญ้าแห้งกรังขึ้นสูงจนทึบหนา เขาชักกระบี่ออกมา ก่อนออกแรงฟันสิ่งกรีดขวางเพื่อเปิดทาง จากนั้นก้าวเดินอีกไม่ไกล เขาเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม ก้มตัวลอดกิ่งไม้ใหญ่ หลบเลี่ยงเถาวัลย์พันเกี่ยวรกรุงรัง ฝ่าเท้าเหยียบย่ำบนถนนเล็กแคบซึ่งแทบมองไม่เห็นพื้นคอนกรีต เนื่องจากกาลเวลาที่ผันผ่านไปนานนับปี ร่างสูงก้าวเดินอย่างมั่นคง

ไม่ไกลนัก เขาก็เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าอายุหลายสิบปีตั้งตระหง่านตรงหน้า ผนังปูนเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำเกาะหนาเป็นคราบเขียวดำจนน่าขนลุก ดวงตาสีดำขลับดุจเดือนมืดในยามรัตติกาลจับจ้องไปยังประตูเหล็กกล้าบานใหญ่ สนิมกัดกร่อนจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว

แต่เมื่อเข้าใกล้...อิ้งเยว่พลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย มีบางสิ่งผิดปกติที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขาจ้องมองสิ่งผิดปกตินั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

‘เหตุใดกลอนประตูจึงไม่เหมือนเดิมแล้วเล่า?’ 

สิ่งนั้นถูกงัดออกจากสลักด้วยฝีมือมนุษย์อย่างแน่นอน หรือว่ามีใครบางคนอยู่ข้างใน? ขณะกำลังตรึกตรอง อิ้งเยว่ในชุดทหารยามก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน ดูเหมือนว่า ฝ่ายนั้นกำลังวิ่งด้วยความสับสนอลหม่าน

‘มีคนอยู่ในนั้นจริงด้วย…’ 

นอกจากเขา ยังมีผู้อื่นบังอาจฝ่าฝืนพระบัญชาของเทียนจื่ออีกหรือนี่ พระองค์ทรงสั่งห้ามผู้ใดเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้นานแล้ว 

บุคคลผู้ไม่กลัวตายผู้นั้น...เป็นใครกันหนอ

มือหนาออกแรงง้างประตูเหล็กที่หนักอึ้งให้เปิดกว้าง เสียงดัง เอี๊ยดดด บาดแก้วหู จากนั้นก็แทรกตัวเข้าไปข้างในทันที

“นี่!! เจ้าลิงทะโมนตัวแสบ! เจ้าจะรีบหนีข้าไปไย! เอาของของข้าคืนมานะ!” เสียงพูดของมนุษย์นิรนามดังกังวานอยู่กลางโถงกว้าง ร่างสูงถึงกับชะงักงัน ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

บุรุษหนุ่มน้อยผู้หนึ่ง สวมเพียงกางเกงชั้นในสตรีตัวเดียว เปิดเผยร่างเปลือยเปล่าผิวขาวโพลน กำลังไล่ต้อนลิงทะโมนไม่ลดละ เจ้าลิงตัวนั้นใช้แขนข้างเดียวกอดหอบอาภรณ์ไว้ ส่วนอีกข้างใช้ยึดเกาะสิ่งของเพื่อปีนป่ายขึ้นบนที่สูงอย่างว่องไว ขณะที่เจ้าหน้าไม่อายนั่น กำลังไล่ล่า ทว่าก็ทำได้เพียงยืนแหงนคอชี้มือชี้ไม้ ปากก็ด่าทอไม่หยุด

“ฮึ๋ย! เจ้าลิงบ้าเอ๊ย! เจ้าคิดว่าอยู่ที่สูงเช่นนั้น ข้าจะจัดการกับเจ้าไม่ได้อย่างนั้นรึ!”

ผู้มาทีหลังเอ่ยถามเสียงเข้ม “เจ้าเป็นใคร เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่?” 

ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เหตุใดหนุ่มน้อยหน้าตาหมดจรด จึงสวมเพียงกางเกงเนื้อผ้าบางเบาชิ้นเดียวปกปิดของสงวนเล่า ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นอกเล็กแคบและหัวนมสีชมพูทั้งสองข้าง ขณะที่เส้นผมยาวสยายยังคงชุ่มโชกไปด้วยน้ำ

จังหวะนั้นเอง ฉีอันฉีถึงกับชะงักงัน หยุดด่าทอเจ้าลิงทะโมนชั่วคราว เขาแหงะหน้ามามองตามทิศทางของเสียง ฉีอันฉีนิ่งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะรวบรวมสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความสงสัยว่า ที่ตำหนักร้างแห่งนี้ มิได้มีแค่เขากับเจ้าลิงหรือนี่?

ผู้มาใหม่รูปร่างสูงสง่า เครื่องหน้าหล่อเหลาเอาการ คิ้วคมดั่งกระบี่ ดวงตาสุกสกาวดุจดารา บุคลิกองอาจกล้าหาญ ถึงแม้จะสวมชุดทหารยามอันเป็นทางการ กลับมิอาจปกปิดราศีคล้ายผู้มีฐานะสูงศักดิ์ได้เลย

หลังจากอึ้งอยู่นาน หนุ่มน้อยก็ยอมเปิดปากตอบกลับมาด้วยอารมณ์หัวเสีย 

“วันนี้ ไม่รู้ข้าก้าวขาข้างไหนออกจากห้องสิน่า ไฉนดวงซวยถึงเพียงนี้” ตัวเล็กก้าวขาลงจากต้นเสาที่ทำทีว่ากำลังจะปีนป่ายขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง เพื่อหวังแย่งชิงเสื้อผ้าคืนมาจากเจ้าลิงจอมแสบ ที่มันบังอาจขโมยของเขามา 

ก่อนหน้านี้ฉีอันฉีแค่แอบอู้งานในครัว แล้วหาที่เย็นๆ คลายร้อน จนพบเข้ากับลำธารหลังเขา จึงนึกสนุกอยากเล่นน้ำสักหน่อย อีกทั้งแถวนั้นไม่มีคนอยู่ เขาจึงรีบเปลื้องผ้าจนหมด คงเหลือไว้เพียงกางเกงชั้นในตัวบาง แล้วหอบเสื้อผ้าทั้งหมดวางไว้บนโขดหินข้างลำธาร

แต่ใครจะไปคาดคิด ในตำหนักกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ จะมีลิงป่าหลงมา เจ้าลิงทะโมนแสบตัวนี้ ยังมีนิสัยขี้ลักขี้ขโมยอีกด้วย! มันหอบเสื้อผ้าของเขาวิ่งเตลิดมาจนถึงนี่ หากไม่รีบตามมาให้ทัน ด้วยสภาพเปลือยเปล่าเช่นนี้ เขาจะกลับที่พักได้อย่างไรกัน!

“นั่นเจ้ากำลังจะทำอะไร?”

“พี่ชายท่านนี้ ท่านไม่เห็นหรือ? ข้ากำลังตามเจ้าลิงบ้าตัวนี้อย่างไรเล่า” พลางชี้ลิงให้ผู้มาใหม่ดู 

อิ้งเยว่มองตามมือชี้บอก เขาคิดว่า หากเทียบกันแล้วเจ้าลิงตัวนั้น มีขนาดตัวเกือบเท่ามนุษย์ตัวน้อยนี้เลยทีเดียว

ส่วนเจ้าลิง มันกำลังแยกเขี้ยวแหลมคมแสยะยิ้มยียวน ดุจว่ากำลังสนุกสนานที่มันมีความสามารถกลั่นแกล้งมนุษย์ตัวน้อยได้สำเร็จ หรือถ้ามันหัวเราะดังๆ ออกมาได้ มันคงทำไปแล้ว 

“น้องชาย เจ้าคิดปีนป่ายที่สูงปานนั้น หากเจ้าพลัดตกลงมา มันคุ้มกันหรือไม่?”

ตัวเล็กนอกจากไม่ฟังคำเตือน ยังหันกลับมาเถียงคอเป็นเอ็น “ตาท่านบอดหรือ ร่างกายของข้าไม่มีอาภรณ์แล้ว!”

“อาภรณ์ของเจ้า... เป็นของสตรี?” คนตัวสูงขมวดคิ้วเอียงคอถาม

“ฮึ๋ย!” ฉีอันฉีหมุนตัวเดินไปสองสามก้าว ไม่ห่างกันนั้น เขาเข้าใกล้องค์ชายในคราบทหารยาม แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนบันไดหินสองขั้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขารู้สึกจนปัญญาแล้วจริงๆ

ตัวเล็กเอามือสองข้างแปะแก้มของตัวเองเอาไว้ ศอกเท้ากับหัวเข่า “เฮ้อ! เจ้าลิงบ้าตัวนี้ ถึงกับทำให้ข้ากลับที่พักไม่ได้ซะแล้ว”

“ที่พักของเจ้าหรือ?” องค์ชายอิ้งเยว่ในชุดทหารยามย่อตัวนั่งลงข้างฉีอันฉี

“ก็ใช่นะสิ ที่พักของข้า เรือนพักของนางกำนัลน่ะ”

“แต่เจ้าเป็นบุรุษนี่?”

“ใช่แล้วอย่างไรเล่า ข้าเป็นบุรุษปลอมตัวมา... พี่ชาย ท่านก็เห็นแล้วนี่ ส่วนท่าน ท่านเป็นทหาร ท่านคงไม่คิดจับข้าหรอกนะ หากพี่เขยของข้ารู้เข้า ข้าต้องถูกลงโทษถึงตายแน่”

“พี่เขยของเจ้า?”

“ข้าหมายถึง องค์ชายอิ้งเยว่น่ะ เขาเป็นพี่เขยของข้าเอง”

“เจ้าเคยเห็นองค์ชายอิ้งเยว่หรือไม่?”

“ข้าเคยเห็นสิ ข้าเคย... แต่เห็นเขาอยู่ไกลๆ น่ะ” แล้วถอนหายใจ

คิ้วหนาย่นเข้าหากัน “เจ้าจดจำพี่เขยไม่ได้รึ?”

“ข้าจำได้สิ ถ้าวันนั้นข้าเห็นพระพักตร์ของพี่เขยข้าชัดๆ น่ะนะ”

“แปลว่า เจ้าจดจำเขาไม่ได้แล้ว งั้นสิ”

“ส่วนท่าน ไฉนเอาแต่ตั้งคำถามใส่ข้าไม่หยุดเล่า”

“แน่นอนสิ เป็นเจ้าจะถามหรือไม่ ดูเจ้าสิ เป็นบุรุษแท้ๆ ไฉนสวมเพียงกางเกง... นั่นน่ะ เจ้าสวมกางเกงชั้นในของสตรีไม่ใช่หรือไง!”

ฉีอันฉีก้มมองสารรูปตัวเองอย่างสังเวชใจ ก่อนถอนหายใจยืดยาว “พูดถึงเรื่องนี้ คงต้องพูดยาว”

“เช่นนั้น เจ้าก็พูดสิ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   75.สองคู่ชู้ชื่น วาสนาเคียงกายนิจนิรันดร์(ตอนอวสาน)

    ฉีอันฉีแม้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว ทว่าเขายังคงอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังน้อยของท่านอาไป๋ต่ออย่างไม่มีกำหนด ตั้งใจรอจนกว่าจะมีโอกาสพบหน้าท่านผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาไว้นั่นเอง หากไม่รอพบหน้าไยจะรู้ได้ ..ผู้มีพระคุณนั้นที่แท้เป็นใครมาจากไหน ทั้งมีชื่อแซ่ว่าอะไร หากมีโอกาส เขาย่อมตอบแทนแน่เวลานี้บ่ายคล้อยแล้วหนุ่มน้อยยังคงนั่งใจลอยอยู่ริมธารเฉกเช่นทุกวัน ที่แห่งนี้เขาไม่มีอะไรทำ นอกจากช่วยท่านอาไป๋ผ่าฟืนตักน้ำ เมื่อภารกิจประจำวันสิ้นสุดลงฉีอันฉีถือโอกาสมานั่งเล่นข้างคลองน้ำ ในหัวพลางคิดไปเรื่อยเปื่อยร่างเล็กในเสื้อผ้าปะผุนั่งอยู่ลำพัง พลันถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อไหร่หนอคนผู้นั้นจะมาเสียที หรือต้องให้รอไปถึงชาติหน้าหรือไม่?ใต้ร่มไม้ใหญ่ บางทีการได้อยู่คนเดียวเงียบๆ ก็ทำให้เขาฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้หลายอย่าง ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจเขาตอนนี้กำลังคิดถึงใครบางคนแทบบ้า… องค์ชายอิ้งเยว่หากรู้แล้วจะทำเช่นไร อีกทั้งท่านพ่อท่านแม่ทั้งพี่ใหญ่อีกเล่า คนเหล่านั้นอาจคิดไปแล้วว่าเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ส่วนพี่หญิงนั้นเล่า แม้นางทำไม่ดี น้องชายคนนี้กลับไม่ได้ถือโทษโกรธนาง หากมีคนผิดย่อมต้องเป็น

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   74.แผนร้ายขององค์ชายอิ้งเยว่2

    ฉีเยี่ยนฟางเห็นภาพบาดตานั้นก็สุดจะกลั้น ความโกรธแค้นประดังเข้ามาจนลืมความเศร้า นางลุกพรวดจากพื้น ปรี่เข้าไปหาทั้งคู่ทันที “เสด็จพี่! ทรงทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเพคะ!”องค์ชายอิ้งเยว่ไม่มีแม้แต่แววตาโศกเศร้า พระองค์จ้องตากับฉีเยี่ยนฟางอย่างท้าทาย พลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้ริมฝีปากของสนมฉู่อย่างหลงใหล มิหนำซ้ำยังจงใจรั้งคอเสื้อของนางให้เลื่อนลง เผยให้เห็นรอยแดงช้ำที่เกิดจากการขบเคี้ยวเหนือไหล่นวลเนียน เพื่อยั่วยุให้ฉีเยี่ยนฟางเข้าใจผิด“คนตายไปแล้วไม่อาจฟื้น เศร้าโศกไปก็เปล่าประโยชน์” พระองค์ตรัสด้วยเสียงเนิบนาบ ก่อนหันไปถามคนบนตัก “สนมฉู่ เจ้าเห็นด้วยกับข้าหรือไม่?”“พระสวามีช่างปราดเปรื่องยิ่งนักเพคะ” สนมฉู่บิดกายเขินอายอยู่บนตักแกร่งฉีห่าวหรานขบเคี้ยวเขี้ยวฟันจนหน้าดำหน้าแดง เขาไม่อยากเชื่อว่าลูกเขยจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ ลูกเมียกำลังโศกเศร้า แต่เขากลับพาสนมมาสำเริงสำราญเย้ยฟ้าท้าดิน เจ้าแคว้นฉีไม่รู้ว่าควรกล่าวสิ่งใดจึงจะเหมาะสมกับความต่ำช้าตรงหน้า เขาเพียงพ่นลมหายใจอย่างขยะแขยง “หึ! ข้าจะไปดูอาการฮูหยิน” แล้วสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไปฉีเจียลี่ยืนงงงวยกับเหตุการณ์ที่พลิกผันไปมา เข

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   73.แผนร้ายขององค์ชายอิ้งเยว่

    มือเรียวสั่นเทาช่วยกระชากผ้าผืนหนาออกจากปากของเสี่ยวถูหลัน สาวใช้คนสนิทรีบสำลักอากาศหายใจก่อนจะละล่ำละลักพูดบอกเจ้านาย “พระชายา... หม่อมฉันถูกโจรป่าทำร้ายเพคะ!”“โจรป่ารึ?”“เพคะ หม่อมฉันเร่งรุดไปยังริมธารตามแผนการ กลับพบโจรชั่วปิดบังใบหน้าด้วยผ้าดำชุดดำ ฝีมือมันร้ายกาจเกินกว่าวรยุทธของหม่อมฉันจะต้านทานไหว แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละเพคะ” “ชะ...เช่นนั้น อันอัน... น้องชายของข้า มิต้องจมน้ำตายไปจริงๆ หรอกหรือ!”ใบหน้าของฉีเยี่ยนฟางซีดเผือดราวกับกระดาษ นางวิ่งถลันกลับไปยังหน้าผาโดยไม่สนแม้แต่จะช่วยแก้เชือกให้เสี่ยวถูหลันเมื่อไปถึงริมธารเบื้องล่าง เห็นเหล่าทหารองครักษ์ทั้งหกต่างพากันดำผุดดำว่ายค้นหาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่ากลับไร้วี่แวว พวกเขาต่างหาน้องชายนางไม่พบ“อันอัน! น้องพี่!” ฉีเยี่ยนฟางหวีดร้องปานจะขาดใจ นางเตรียมกระโจนลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวเพื่อหาน้องชายด้วยตนเอง ทว่าเสี่ยวซินกลับปราดเข้ามาขวางไว้แน่น“พระชายา! อย่าเพคะ!”“เสี่ยวซิน เจ้าห้ามข้าทำไม! ปล่อย! ข้าจะไปหาน้องชายข้า!” นางดิ้นรนทั้งน้ำตานองหน้า“พระชายา... นายน้อยจมน้ำนานเกินไปแล้ว ต่อให้ค้นพบยามนี้…ก็คง... ไร้ประโยชน์แ

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   72.สายใยรักระหว่างพี่น้องมิอาจตัดขาด

    “ข้าก็ต้องกลัวสิ! กลัวว่าท่านพี่อาจพลาดพลั้งตกลงไป หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าจะทำอย่างไร!” อันฉีหมายความว่าตัวเขาเองพอเอาตัวรอดได้ เขาว่ายน้ำเป็น แต่พี่สาวผู้มีร่างกายอ่อนแอประหนึ่งกิ่งหลิวต้องลมเช่นนาง หากลื่นไถลลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวข้างล่างนั้น โอกาสรอดคงเท่ากับศูนย์ และในป่าลึกที่ไร้ผู้คนเช่นนี้ หากเกิดเหตุร้ายขึ้นมาเขาคงเรียกหาความช่วยเหลือจากใครไม่ทัน“ข้าไม่กลัว แล้วเจ้าจะกลัวไปไย รีบตามมาเถอะ”ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงริมหน้าผาสูงชัน อันฉีที่มัวแต่มองแผ่นหลังพี่สาวเผลอเหยียบหินก้อนเท่ากำปั้นจนเสียหลักเกือบถลันตกเหว โชคดีที่มือเรียวของพี่สาวคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน “เจ้าระวังหน่อย”“ขะ...ขอบคุณขอรับ พี่หญิง”เมื่อน้องชายยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เยี่ยนฟางก็ละสายตาไปมองหาก้อนหินก้อนหนึ่งบนพื้น นางหยิบมันขึ้นมาเดาะในมือสองสามครั้งอย่างใจลอย “อันอัน เจ้าว่าหน้าผานี้ สูงเพียงใด? หากข้าพลาดพลั้งตกลงไป ข้าจะตายหรือไม่?”สิ้นคำถาม นางก็ขว้างหินในมือลงไปเบื้องล่างทันที!อันฉีมองตามก้อนหินที่ลอยละลิ่วดิ่งลงสู่เบื้องล่าง มันปะทะเข้ากับผิวน้ำที่กำลังเดือดพล่านดุจฟ้าพิโรธก่อนจะหายวับไปในชั่วพริบตา “พี่หญิ

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   71.อันฉีเจ้าคนใจร้าย

    “ผู้ใดอิจฉา! ท่านหมายถึงข้าหรือ?” อันฉีชี้จมูกตัวเอง “ท่านเป็นตาแก่ตาฟ่าฟางไปแล้วกระมัง!”“อันอัน…เจ้า… ยอมรับมาเถอะ” ร่างสูงลุกขึ้นมา เผชิญหน้าเจ้าคนปากแข็ง พลางชะโงกหน้าเข้าหาอย่างล้อเลียน นิ้วเรียวจิ้มลงที่หน้าผากมน “เจ้าน่ะ! อิจฉา... เจ้าหวงข้าใช่หรือไม่ พูดมาเถิด”เมื่อถูกจี้ใจดำ อันฉีสะบัดหน้าพรืดหันหลังกอดอกทันที “ข้าเป็นบุรุษ มีสิ่งใดต้องอิจฉาผู้อื่น ท่านอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย”“จริงรึ?”“ย่อมจริงแท้แน่นอน” ตัวเล็กหันกลับมาสบตาองค์ชายอิ้งเยว่ เงียบไปนานราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนถอนใจออกมาเฮือกใหญ่“เจ้ามีเรื่องพูดกับข้าใช่หรือไม่?”“องค์ชายรอง... พวกเราไม่ควรเป็นเยี่ยงนี้อีกต่อไป” อันฉีพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดอีกฝ่ายขมวดคิ้ว “เยี่ยงนี้? เยี่ยงไหนที่เจ้าว่า?”“ท่านอย่าทำไขสือ... ท่านรู้อยู่เต็มอก”องค์ชายอิ้งเยว่ถอนใจบ้าง “อันอัน... เช่นนั้น เจ้าจงฟังข้า.. ที่เป็นอยู่มันไม่ดีตรงไหน เจ้าอดทนรออีกนิด ข้าย่อมมีวิธีทำให้ทุกคนยอมรับ ไม่ว่าเป็นพี่ชายเจ้า ท่านพ่อตาแม่ยาย หรือแม้แต่พี่หญิงฉีเยี่ยนฟาง วันหน้าพวกเขาต้องยอมรับข้าในฐานะสามีของเจ้าแน่”“ท่านทำเช่นนั้นไม่

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   70.องค์ชายอิ้งเยว่เพียงอยากลองใจอันฉี

    ณ.ตำหนักไฉ่หงทันทีที่องค์ชายอิ้งเยว่กลับมายังตำหนักส่วนพระองค์หลังเข้าเฝ้าพระบิดาร่วมกับองค์รัชทายาท ร่างสูงยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูทางเข้าเป็นนาน ไม่คิดเข้าไปข้างในทันที หากแต่เมียงมองไปยังทิศทางที่ตั้งเรือนหมู่ตานฮวา เพราะอันฉีอยู่ที่นั่นองค์ชายอิ้งเยว่ได้แต่ถอนใจ เขายังมองไม่เห็นหนทางสักนิด ทำเช่นไรหนอจึงจะนำพาอันฉีมาอยู่ข้างกายไปตลอด หากกราบทูลขอพระบิดา ตนได้สมรสดังใจหมาย ทว่ามิอาจหยั่งรู้จิตใจของอีกฝ่าย ถ้าเจ้าเด็กซนไม่ยอมรับปากเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินพร้อมเขาเล่า เพียงเพราะห่วงไยความรู้สึกของฉีเยี่ยนฟาง…เช่นนี้ไยจะฝืนได้อีกจังหวะนั้น ร่างคนผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากที่มืด หวังเหล่ยประสานมือคารวะ “องค์ชาย กระหม่อมไม่พบสิ่งใดผิดปกติในเรือนหมู่ตานฮวาพ่ะย่ะค่ะ”ก่อนหน้า เขาสั่งให้หวังเหล่ยเร่งหาสิ่งผิดปกติในตำหนักนี้ หากมีเบาะแสโน้มนำไปถึงอันตราย ก็จงกำจัดเสียให้สิ้น อย่าได้เปิดโอกาสให้ผู้ใดทำร้ายอันฉีได้เป็นอันขาด“อืม เห็นทีข้าคงต้องไปเยี่ยมเยียนชายาเอกของข้าสักครา”“พ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเรือนหมู่ตานฮวาดังใจหมาย สองขาย่างก้าวขึ้นบันไดไม่ช้าไม่เร็ว เลยไปยังระเ

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   33.เจ้าชายอิ้งเยว่บอกความจริงแบบอ้อมๆ

    หลังจากลงเล่นน้ำในลำธารหลังอุทยานจนเหนื่อย องค์ชายอิ้งเยว่พาฉีอันฉีเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางสายหนึ่ง ซึ่งเป็นทางลัดเชื่อมระหว่างตำหนักส่วนพระองค์กับตำหนักร้าง เส้นทางนี้เคยรกชัฏและเงียบเหงา ทว่าบัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละสถานที่ ฉีอันฉีเดินเคียงข้างท่านพี่ชุนของเขาอย่างอารมณ์ดี สองมือเกาะแขนอีกฝ่าย

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   23.สยบเพลิงวสันต์

    ท่ามกลางเสียงอสนีบาตที่ฟาดเปรี้ยงลงมาเหนือหลังคาตำหนักร้าง ราวกับจะถล่มฟ้าทลายดิน ฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ป่าไผ่โดยรอบไหวเอนลู่ตามกระแสลมแรงที่พัดกรรโชก หากแต่ภายในตำหนักบนชั้นลอยนั้น กลับมีกระแสคลื่นความร้อนแรงที่เผาไหม้อยู่บนเตียงกว้างอิ้งเยว่รู้สึกถึงมวลอารมณ์เร่าร้อนที่สุมทรว

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   15.บุรุษน้อยแสนซนVSเจ้าลิงแสบ

    เงียบอีก บุรุษร่างเล็กที่กำลังโกรธแค้น รีบป่ายขาลงจากโขดหินก้อนใหญ่ เมื่อเท้าเหยียบยืนบนพื้นก็ค่อยย่องเข้าไปใกล้เป้าหมายนั้น กะว่าหากเจอตัวเมื่อไหร่ เขาไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่คนถูกประทุษร้ายร่างกายยื่นมือแหวกพุ่มไม้ตรงหน้า พลันเห็นเจ้าตัวการทันที "เจ้าเองเรอะ!" เป็นลิงทะโมนตัวเก่าเจ้าเดิมแอบอยู่ตรง

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   8.ความชิงชังในวังหลวง

    เมื่อเรื่องราวล่วงรู้ถึงเทียนจื่อ พระองค์ทรงมีพระบัญชาเด็ดขาด สั่งให้นางทาสในวังหลวงผู้มีรูปร่างแข็งแรงถึงสามคน ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสนมกุ้ยเฟยไว้อย่างเข้มงวด มิให้พระนางทำร้ายทารกในครรภ์ได้สำเร็จ จนกว่าจะครบกำหนดคลอดจึงจะแยกทารกออกมาเลี้ยงดูต่างหาก เทียนจื่อทรงกำชับนักหนาว่า หากทารกเป็นอันตราย ผู้ที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status