Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2025-06-04 13:06:07

นางไม่ได้มาหางาน

"อร่อยไหมฉีเอ๋อร์"

"อร่อยมากขอรับท่านแม่"

ลู่เสียนลูบศีรษะทุยของเด็กชายตัวน้อย เขากำลังใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวสวยเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยแม้จะไม่มีกับข้าวทานคู่ มีเพียงข้าวสวยที่หุงใหม่ ๆ ร้อน ๆ เพียงถ้วยเดียวเท่านั้น

"ข้าวสวยนี้ทั้งนุ่ม ทั้งหวาน ทั้งหอม ข้าชอบมากเลยขอรับท่านแม่"

"ต้องขอบคุณพี่สาวเจ้า แม่ภูมิในตัวเจ้ามากเจียเอ๋อร์"

"ตากับยายก็ภูมิใจในตัวเจ้าเจียเอ๋อร์"

ตงซิ่วพูดเสริม นานแล้วที่เขาไม่ได้กินข้าวสวยแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบที่ไม่ใช่น้ำต้มข้าว ทางด้านนางหวังก็ปลื้มปริ่มจนน้ำตาซึม ในยามที่ลู่เสียนอาศัยอยู่บ้านหลินนางอยากเจียดอาหารดี ๆ มาให้ตงซิ่วและนางหวังใจจะขาด แต่เพราะถูกคนบ้านนั้นจับตาป้ายความผิดให้จนแทบขยับตัวไม่ได้ ลู่เสียนจึงได้แต่เป็นห่วงพ่อแม่อยู่ไกล ๆ หากนางรู้ว่าพักหลังมานี้พ่อและแม่จะมีความเป็นอยู่ที่อัตคัดขัดสนถึงเพียงนี้ นางก็คงจะชวนสามีกลับมาอยู่ดูแลพ่อแม่นานแล้ว ไม่ต้องทนอยู่ให้คนบ้านหลินกดหัว

"ท่านตาท่านยายอย่าชมข้าเกินไป ข้าแค่อยากให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวเราดีขึ้น ไม่ต้องร่ำรวยก็ได้เจ้าค่ะ ขออย่าขัดสนเป็นพอ"

"ระยะนี้มีคนนำหน่อไม้สดมาขายส่งให้เรามากทีเดียว กำลังส่งออกเราก็มากขึ้น การขนส่งก็เริ่มลำบาก หากเป็นของจำนวนมากคงใช้ผ้าห่อแบกขึ้นบ่าไปส่งไม่ไหว"

การจะนำของไปขายตลาดนั้น ถ้าจำนวนของไม่มากเจียอีพอแบกขึ้นหลังไปได้ แต่ถ้าจำนวนมากเกินไปจำเป็นต้องจ้างรถม้าให้พาไปส่ง ในแต่ละครั้งเจ้าของรถม้าคิดค่าจ้างมากถึง 10 อีแปะ

"ท่านแม่เจ้าคะ เงินที่หามาได้ขาดอีกเท่าไรถึงจะพอซื้อรถม้าได้เจ้าคะ"

"เงินที่แม่เก็บไว้ ทั้งจากขายของและรวมสินเดิมมีเพียง 4 ตำลึงเงิน"

ราคารถม้าไม่ใช่ถูก ๆ หากส่งของไปขายทางใต้ได้สักเที่ยวคงจะดี เพียงเที่ยวเดียว หากได้ผลตอบแทนถึงสี่เท่าคาดว่าจะเพียงพอสำหรับซื้อรถม้าได้หนึ่งคัน หลินเจียอีครุ่นคิดอยู่นาน นางคิดเกี่ยวกับเรื่องของหล่างคุนพ่อค้าของแห้งทางใต้ ถ้าเขาไม่รับเหม่งสุ้นของนางไปเล่าจะทำอย่างไรดี ขายในตลาดใกล้หมู่บ้านอาณาเขตนั้นช่างคับแคบเกินไป นางอยากกระจายสินค้าออกขายเป็นวงกว้างจะได้ผลตอบแทนมากขึ้นตาม

"เอาเช่นนี้ดีไหมเจ้าคะ เราซื้อแค่ม้า"

"เอาแค่ม้านะหรือ"

ตงซิ่วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ถ้าซื้อแค่ม้าแล้วจะขนของจำนวนมากได้อย่างไร นอกเสียจากว่า...

"เจ้าค่ะ ซื้อแค่ม้า ส่วนตัวรถเราก็ประกอบขึ้นเอง รถเราก็ตัดไม้มาทำเอง ท่านตามีฝีมือเรื่องงานไม้ ทำได้แน่นอนเจ้าค่ะ"

"ยายเห็นด้วยกับเจียเอ๋อร์นะ"

"แม่ก็เห็นด้วย"

"เอาอย่างนั้นก็เอา"

ตงซิ่วรับคำ การประกอบรถม้าใช้เองจะสามารถประหยัดกว่าเดิมได้นับว่าครึ่งต่อครึ่งของราคารถม้า ทว่าหากจะซื้อม้าสักตัวจะต้องรอเงินจากการส่งเหม่งสุ้นไปทางใต้ ซึ่งก็ไม่รู้จะเป็นไปได้หรือไม่ เจียอีมองใบหน้าของคนในครอบครัวที่อิ่มเอมไปด้วยความหวังนางก็ยิ้มให้กำลังใจ แต่ภายในใจของนางกำลังคิดหนักว่าจะหาเงินมาซื้อม้าได้เมื่อไร

"เงินที่ท่านแม่มีเราคงเอาไปซื้อม้าไม่ได้ อย่างน้อย ๆ ครอบครัวเราต้องมีเงินสำรองก้นถุงไว้ใช้ยามจำเป็น ดังนั้นข้าอยากจะให้ท่านตาช่วยประกอบรถม้าไปก่อน หากข้าหาเงินได้มากขึ้นค่อยซื้อม้ามาใช้งานในภายหลัง จะได้ไหมเจ้าคะ"

สิ้นประโยครอยยิ้มของทุกคนกลับจางหายไป เหมือนความหวังเริ่มมีแสงสว่างริบหรี่ลงจนเกือบจะมืดสนิทดังเดิม แต่แล้วนางหวังก็ได้พูดให้กำลังใจ

"เป็นเจ้าที่คิดได้ลึกซึ้งเจียเอ๋อร์ ถูกแล้ว เราควรเก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็น รถม้าพวกเราก็รอได้ไม่ใช่หรือ เพราะในตอนที่เราไม่มีใช้เราก็ยังหาเช่าได้ รออีกหน่อยจะเป็นไรไป เท่านี้เจียเอ๋อร์ก็ทำดีที่สุดแล้ว"

"ตาไม่ตำหนิเจ้า ตารอได้"

"แม่ก็รอได้"

"เจ้าค่ะ"

ลู่เสียนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง กำลังคิดอยู่ว่าจะหาวิธีหาเงินช่วยลูกสาวอย่างไรดี จนในที่สุดนางก็คิดออก ลู่เสียนพอจะมีฝีมือเรื่องการปักผ้าอยู่บ้าง หากนำผ้ามาปักแล้วนำไปขายอาจจะพอได้เงินเพิ่มขึ้นมาจำนวนหนึ่ง จะว่าไปคนที่มีฝีมือปราณีตบรรจงสามารถทำออกมาได้ดีกว่าลู่เสียนยังมีอีกผู้หนึ่ง...นั่นคือหลินเจียอี

"เจียเอ๋อร์ แม่ว่าหากเราปักผ้าขายน่าจะได้ราคาดี สตรีที่มีฐานะนิยมใช้ผ้าปักลายสวย ๆ เจ้าเองก็มีฝีมือด้านนี้น่าจะทำขาย เราช่วยกันทำยามว่างคงหาเงินได้อีกทางแน่นอน"

ปักผ้าอย่างนั้นหรือ...ให้ตายเถอะ หลินเจียอีผู้นี้แค่เย็บเป้ากางเกงแตกยังบิดเบี้ยวเป็นรอยตะขาบขาไม่สมประกอบ แล้วนางจะมีปัญญาที่ไหนไปปักผ้าลวดลายสวย ๆ ให้เป็นรูปดอกไม้ ผีเสื้อ มด แมว หนู กระต่าย...เวรกรรมแท้ ๆ

"เอ่อ ข้าว่าท่านแม่ทำเถิดเจ้าค่ะ"

"ทำไมล่ะ เจ้ามีฝีมือด้านนี้แล้วทำออกมาได้ดีกว่าแม่เสียอีก เราทำด้วยกันน่ะดีแล้ว"

"...พะ พักนี้ข้าไม่ค่อยมีเวลา อีกสองวันจะต้องไปติดต่องานกับพ่อค้าทางใต้ที่ท่าเรือ ข้าว่าท่านแม่ทำน่าจะเหมาะกว่า"

"เอาเช่นนั้นหรือ"

"เจ้าค่ะ เอาเช่นนั้นเลย"

ณ โกดังสินค้าท่าเรือ

"ท่านพ่อเจ้าคะ"

จินเยว่เดินเข้ามาภายในโกดังพร้อมกับเรียกหาเจียวลู่ผู้เป็นพ่อ พอได้ยินเสียงหวานของลูกสาวแว่วดังลอยมาเข้าหูเจียวลู่ที่กำลังสั่งงานลูกน้องก็หันกลับมามอง

"อ้าวเยว่เอ๋อร์ เจ้ามาหาพ่อหรือ มาสิมา นั่ง ๆ"

เจียวลู่เดินกลับมาที่โต๊ะทำงานชักชวนลูกสาวให้นั่งลง ปกติแล้วนางจะไม่ค่อยออกมาท่าเรือด้วยตนเองสักเท่าไร เพราะให้เหตุผลกับเจียวลู่ว่าคนงานที่ท่าเรือมีแต่จับกังที่ทำงานหนักแบกหาม เหงื่อไคลไหลอาบจนเนื้อตัวเหม็นได้กลิ่นแล้วนางอยากอาเจียน แต่ครั้งนี้ที่นางมาปรากฎกายที่โกดังเห็นทีจะมีเรื่องสำคัญต้องพูดคุย

"มีอะไรจะคุยกับพ่อ"

"ข้าอยากถามเรื่องแม่นางที่ชื่อหลินเจียอี ท่านพี่จางหย่งบอกว่านางมาหางานที่ท่าเรือ"

"เอ...หลินเจียอี...เจียอี ใครกันน้อ"

เจียวลู่ครุ่นคิดว่าเมื่อวานมีผู้ใดของานทำบ้าง แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก เพราะว่าคนที่มาหางานเมื่อวานนี้ล้วนเป็นชายทั้งหมด ทว่าชื่อหลินเจียอีก็ช่างคุ้นหูเป็นอย่างมาก จนกระทั่งคิดได้ว่าเมื่อวานนี้มีแม่นางที่มีใบหน้างดงามโดดเด่นผู้หนึ่งมาติดต่อขอส่งของไปขายทางใต้

"อ้อ หลินเจียอี แม่นางผู้นั้นนางไม่ได้มาหางานนี่ลูก นางมาติดต่อขอส่งของไปทางใต้"

"ของอะไรเจ้าคะ"

"นี่เจ้าสนใจงานของพ่อตั้งแต่เมื่อใดกัน"

พูดประชดประชันแกมหยอกลูกสาวแล้วเจียวลู่ก็หัวเราะชอบใจ เขาอยากให้นางเข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวมานานแล้ว แต่นางก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จู่ ๆ วันนี้มาถามไถ่เรื่องลูกค้าช่างน่าประหลาดใจนัก

"ตกลงของอะไรหรือเจ้าคะท่านพ่อ"

"ก็พวกของแห้งน่ะ นางให้พ่อติดต่อพ่อค้าของแห้งทางใต้ให้นาง"

"ของแห้ง"

"อืม นางเรียกของชนิดนั้นว่าเหม่งสุ้น"

"เหม่งสุ้นที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้นะหรือเจ้าคะ เหม่งสุ้นมาจากนางหรือ"

"ใช่แล้ว เมื่อวานก่อนกลับนางพูดคุยกับพ่ออยู่ครู่หนึ่ง นางบอกว่าครอบครัวของนางเป็นผู้ผลิตเหม่งสุ้นเพียงเจ้าเดียวในตอนนี้ หากนางส่งไปขายทางใต้ได้นางคงกอบโกยเงินได้มากทีเดียว เก่งจริง ๆ อายุยังน้อยอยู่แท้ ๆ"

ผู้เป็นพ่อเยินยอเจียอีให้ได้ยินจินเยว่ก็กำมือแน่นจนชื้นเหงื่อ ไม่มีทางที่นางจะยอมให้หลินเจียอีประสบความสำเร็จในการค้าขาย หากเมื่อใดที่ฐานะหลินเจียอีดีขึ้นมาเมื่อนั้นนางคิดว่าอาจเทียบชั้นกับนางได้ เพราะฉะนั้นต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม

"ท่านพ่อ ท่านพ่อช่วยสกัดนางไว้ไม่ให้ส่งสินค้าไปขายทางใต้สำเร็จด้วยนะเจ้าคะ"

"เอ๋?"

"นะ นะเจ้าคะท่านพ่อ"

"พ่อจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร หากนางส่งของไปขายทางใต้ได้จริงก็เท่ากับว่านางคือลูกค้าของพ่อ พ่อว่าอนาคตนางน่าจะไปได้ไกล ดูแววแล้วคนแบบนี้ค้าขายเจริญรุ่งเรืองแน่นอน หากพ่อหยุดนางไว้ตอนนี้ไม่เท่ากับว่าพ่อปิดกั้นรายได้ตัวเองในภายภาคหน้าหรอกหรือ"

เมื่อถูกขัดใจจินเยว่ก็ชักสีหน้าแสดงออกถึงความไม่พึงพอใจ หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรจินเยว่ก็จะไม่ยอมให้เจียอีทำการค้าขายสำเร็จแน่นอน นางรู้จุดอ่อนของเจียวลู่ ดีอย่างไรเจียวลู่ก็ต้องตามใจนางที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว

"ท่านพ่อ"

"เอาล่ะ ๆ เจ้าอย่ากังวลไป นางยังไม่ได้เจรจากับหล่างคุน หล่างคุนพ่อค้าของแห้งผู้นี้เคี่ยวยิ่งนัก อีกอย่างรายการของแห้งที่เขารับไปก็แทบจะล้นเรือแล้ว เขาไม่รับของไปขายสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ เจ้าวางใจเถิด พ่อว่าหล่างคุณไม่รับของนางไปขาย"

"ได้ยินเช่นนี้ข้าก็วางใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวลาเลยนะเจ้าคะ"

เมื่อออกจากท่าเรือแล้วจินเยว่ก็นั่งรถม้ามาบ้านหยวน วันนี้ลู่จิวไม่อยู่บ้านนางจึงตรงเข้าไปพบจางหย่งที่ห้องตำราทันที

"ท่านพี่จางหย่ง"

"จินเยว่ วันนี้ลู่จิวออกไปเดินตลาด"

"ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ข้ามาหาท่านพี่จางหย่งต่างหาก"

คิ้วคมสองข้างจรดกันเป็นเส้นตรงด้วยความฉงน จินเยว่ไม่เคยตั้งใจมาหาเขาโดยตรง ส่วนมากจะหาข้ออ้างมามากกว่า โดยใช้วิธีการผ่านทางลู่จิว แสดงว่าครั้งนี้นางคงมีสิ่งสำคัญอยากพูด ดังนั้นจางหย่งจึงปิดตำราที่กำลังศึกษาอยู่ลง เงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกฝ่ายอย่างจริงจังเป็นเรื่องเป็นราว

"ข้ามาเรื่องแม่นางเจียอีที่ท่านพี่จางหย่งฝากเรื่องไว้เมื่อวาน"

"จริงหรือ ได้ความอย่างไร"

เห็นรอยยิ้มดีใจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าจางหย่ง จินเยว่ก็รู้สึกไม่พอใจในทันที แต่นางยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อนทำเหมือนยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้ความช่วยเหลือ

"แม่นางเจียอีไม่ได้มาสมัครงานเจ้าค่ะ แต่นางมาติดต่อขอส่งสินค้าไปขายทางใต้"

"จริงหรือ"

"เจ้าค่ะ ข้าก็เลยขอร้องให้ท่านพ่อสนับสนุนนาง ขอให้ท่านพ่อช่วยคุยกับพ่อค้าของแห้งหล่างคุนว่าให้ช่วยรับของนางขึ้นเรือไปเปิดตลาดทางใต้ให้ที"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 139

    เจียอียิ้มแห้งแล้ววางฝ่ามือลูบตรงท้องน้อย ลู่จิวเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้แต่เอียงคอมองด้วยความสงสัย "ห๋า!...อย่าบอกนะว่าเจ้า""อื้ม""จะ เจ้าหิว!""...เฮ้อ..."เหตุใดลู่จิวถึงไม่เปลี่ยนไปเลยนะ..."ข้ากำลังตั้งครรภ์ต่างหากเล่า""ตั้งครรภ์! จริงหรือเนี่ย""จริง"สิ้นเสียงยืนยันลู่จิวกระโดดโลดเต้นราวก

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 138

    "...ตั้งครรภ์!"แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะตกใจเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น เขาจำต้องทวนถามสาวใช้อีกครั้งเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง"จริงหรือ""เจ้าค่ะ คนท้องมักจะอยากกินของแปลก ๆ หากไม่ได้กินก็จะงอแงน้อยใจ ท่านแม่ทัพเชิญหมอมาตรวจดูดีกว่าเจ้าค่ะเพื่อความแม่นยำ""อืม เช

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 137

    บทส่งท้ายจากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพหลายเดือนผ่านไปที่ค่ายบูรพายังคงสงบสุขด้วยดี สาวใช้สองนางที่ประจำการอยู่เรือนรับรองเดินยกอาหารเข้ามาให้เจียอี หนึ่งในสองคนนั้นวางอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปเรียกเจียอีที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ที่เตียง"ฮูหยินเจ้าคะ ข้าได้ทำตามวิธีการที่ฮูหยินบอกทุกประกา

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 136

    "ไปอยู่ที่ค่ายบูรพาดูแลตัวเองดี ๆ นะ""ข้าจะดูแลตัวเองดี ๆ...เจ้าก็เช่นกัน""อื้ม" หลังจากร่ำลาเรียบร้อยแล้วลู่จิวก็หันมาสบตาจือเฉิน เขายกยิ้มให้นางเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าลู่จิวจะมาเพื่อรั้งเขาไว้หรือพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด...นางแค่มาลาสหายของนางเพียงเท่านั้นจือเฉินรู้สึกเหมือนหัวใจแหล

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 135

    ดินแดนบูรพา (จบ)ในระหว่างที่ลู่จิวและอู๋ห่างกำลังจะเดินทางถึงหน้าโรงเตี๊ยม จือเฉินได้ควบม้ามาขวางเอาไว้ จึงทำให้คนขับรถม้าต้องดึงบังเหียนหยุดกะทันหัน คนที่นั่งอยู่ในรถม้าไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างกายเสียหลักจากแรงบังคับหยุด ลู่จิวรีบประคองอู๋ห่างเอาไว้แล้วแหวกม่านเดินลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก พ

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 134

    "อื้อ...จริงสิ ข้าเห็นยามากมายในห้องท่านพ่อ ปกติท่านพ่อกินยาบำรุงเยอะขนาดนี้เลยหรือ""...คุณหนู ข้า...เอ่อ ข้าไม่รู้จะพูดดีไหม""พูดมา""คราวนั้นที่ข้าล่วงหน้ากลับมาก่อน พอข้ามาถึงก็พบเถ้าแก่หยวนนอนหมดสติอยู่ในห้องอ่านตำราของคุณชายจางหย่ง ดีที่เรียกหมอมาดูอาการทันเวลา ตั้งแต่นั้นมาเถ้าแก่ก็ป่วยบ่อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status