แชร์

5

ผู้เขียน: Clear Clouds
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-08-31 20:30:53

จิงซิงอี้ซึ่งกำลังคัดแยกสมุนไพร ก็ตอบตรงๆ ว่า  “ยังไม่มีชื่อเลยครับ”

จิงเซียวยิ้ม และมองหลานชายที่ก้มหน้าก้มตาเลือกสมุนไพร ก่อนจะพูดว่า

“คลินิกฉางซาน”

จิงซิงอี้เงยหน้าขึ้นทันทีด้วยความตกใจ จิงเซียวย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นว่า

“ได้เวลาที่คลินิกฉางซานจะต้องมีผู้สืบทอดแล้ว!”

จากนั้น ชายชราก็พูดต่อว่า “ตาเชื่อมั่นในฝีมือของเจ้านะ ตาไม่อยากให้ความรู้ที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษของเรา ต้องจบไปในรุ่นของตา”

ขอบตาของจิงซิงอี้ร้อนผ่าว เขารู้ว่าจิงเซียวมีความฝันที่อยากจะเปิดสำนักแพทย์ของตนเองมานานแล้ว แต่เขายังไม่มีโอกาสสักที ถึงเขาจะมีลูกศิษย์อยู่ 3 คน แต่เป็นครั้งแรกที่จิงเซียวมอบชื่อสำนักแพทย์ฉางซานให้เขาสืบทอด จิงซิงอี้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า

“ผมจะทำให้ดีที่สุด ผมจะสืบทอดคลินิกฉางซานเองครับ!”

ชุนเฉิงซึ่งยืนฟังอยู่หน้าประตูยิ้มนิดๆ ก่อนจะเคาะประตูห้องทำงานและเดินเข้ามาในห้อง ทั้งสามคนช่วยกันคัดแยกสมุนไพร และสนทนาถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ด้วยบรรยากาศอบอุ่น

แล้วเวลาก็ผ่านไปเกือบสองเดือน ทุกอย่างเริ่มเข้าที่ คลินิกได้รับใบอนุญาตอย่างรวดเร็ว เพราะได้หวังฮวยคอยช่วยเหลือ เขาเป็นคนที่ขายห้องแถวให้ และยังเป็นเจ้าหน้าที่รัฐดูแลด้านสาธารณสุขในระดับตำบลอีกด้วย

การตกแต่งคลินิกก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นคนที่หัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้านหวังคุนช่วยแนะนำมา จึงทำงานอย่างรวดเร็วและซื่อตรง สถานการณ์โรคระบาดที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาไม่มีงานทำ เมื่อได้รับการว่าจ้างจากจิงซิงอี้ พวกเขาจึงยินดีอย่างมาก

เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เวลาเปิดคลินิกอย่างเป็นทางการก็มาถึง

ในวันเปิดคลินิก จิงซิงอี้พาจิงเซียวและชุนเฉิงมาที่คลินิกตั้งแต่หกโมงเช้า เขาเชิญจิงเซียวเป็นคนเปิดป้ายคลินิก

ถึงแม้จิงซิงอี้จะทำพิธีเปิดคลินิกแบบเรียบง่าย แต่คนในหมู่บ้านเจียวจูต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี พวกเขาชื่นชอบคนบ้านหมอจิง และยังชอบงานแบบนี้ ที่นานๆจะจัดขึ้นในหมู่บ้านด้วย

นอกจากชาวหมู่บ้านแล้ว คู่สามีภรรยาหยวนซุนและเหยาหลิง ที่ตอนนี้อาการเกือบหายสนิทแล้ว ก็ขับรถยุโรปคันใหญ่มาร่วมพิธีเปิด พร้อมกับซวี่ฮั่น เจ้าของบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ พวกเขานำกระเช้าดอกไม้ขนาดใหญ่มาวางไว้ที่หน้าคลินิกทั้งสองฝั่ง ทำให้บรรยากาศดูคึกคักและเป็นทางการมากขึ้น

เมื่อได้เวลา 9 โมงเช้า จิงเซียวดึงผ้าคลุมป้ายสีชมพูออก พวกเขาเห็นป้ายไม้สีดำขนาดใหญ่ ที่แกะสลักเป็นลายมือทรงพลังสีแดงเข้ม เขียนว่า “คลินิกฉางซาน” ซึ่งเป็นลายมือของจิงเซียวเอง ทุกคนปรบมือกึกก้อง พร้อมตะโกนอวยพรแสดงความยินดีและขอให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้า

เมื่อเดินเข้าไปในคลินิก จะพบกับการตกแต่งที่มีกลิ่นอายแบบโบราณ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้สีน้ำตาลเข้ม ให้ความรู้สึกจริงจังน่าเชื่อถือ

บริเวณด้านหน้าเป็นเก้าอี้ไม้เดี่ยว วางเรียงรายชิดผนังสำหรับให้คนไข้นั่งรอ ถัดมาเป็นโต๊ะไม้ขนาดเล็กวางแจกันดอกไม้ แอลกอฮอล์ล้างมือ และหนังสือเกี่ยวกับแพทย์แผนจีนเบื้องต้นและนิตยสารเกี่ยวกับจังหวัดวางเอาไว้ ด้านตรงข้าม เป็นตู้กดน้ำร้อนเย็นขนาดเล็กพร้อมแก้วแบบใช้แล้วทิ้ง 

ด้านในของคลินิกเข้าไป มีเคาเตอร์ไม้ยาว ด้านบนปูด้วยกระเบื้องสีขาว ด้านหนึ่งเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับลงทะเบียนและชำระเงิน ด้านหลังเคาเตอร์เป็นตู้ไม้ใส่ยาที่มีลิ้นชักใส่ยานับสิบอย่าง รวมไปถึงโถกระเบื้องและแก้วที่วางเรียงอย่างเป็นระเบียบ

ที่นี่ไม่ได้รับต้มสมุนไพร เพราะจิงซิงอี้ยังไม่มีผู้ช่วย เขาทำทุกอย่างคนเดียว จึงเน้นแค่รักษาและจ่ายยาให้คนไข้นำไปต้มเอง แต่เขาก็มียาสำเร็จรูปพร้อมใช้เตรียมให้อยู่แล้ว 

อีกด้านของเคาเตอร์ เป็นทางเดินเข้าไปในห้องตรวจ ริมผนังด้านนี้ เป็นตู้เก็บอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแผนจีน

ห้องสำหรับตรวจรักษาด้านในสุด แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหน้ามีโต๊ะและเก้าอี้สำหรับหมอและคนไข้ ด้านหลังเป็นตู้และชั้นเก็บอุปกรณ์การแพทย์ และอ่างล้างมือ อีกด้านเป็นเตียงสำหรับรักษาคนไข้ มีผ้าม่านรูดชิดผนังเอาไว้ด้านหนึ่ง 

ส่วนที่สองเป็นห้องขนาดเล็กที่อยู่ด้านในสุด มีประตูกระจกกั้นเอาไว้  ข้างในเป็นเตียงขนาดเล็กเอาไว้สำหรับคนไข้ที่นอนพักรอชั่วคราว 

ถึงแม้ว่าจิงซิงอี้จะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก แต่ข้างในคลินิกมีแสงสว่างเพียงพอ ทำให้ไม่ดูอึดอัดเกินไป

สำหรับเงินทุนที่ใช้ในการซื้อตึกและตกแต่งทั้งหมด มาจากเงินเก็บที่จิงเซียวเก็บเอาไว้ให้ และบางส่วนมาจากเงินเก็บทั้งหมดของจิงซิงอี้เอง

จิงซิงอี้ช่วยงานจิงเซียวมาตั้งแต่เด็ก ทั้งช่วยเก็บและจัดเตรียมสมุนไพร เมื่อโตขึ้นยังช่วยเป็นลูกมือให้จิงเซียวในการรักษา และยังมีเงินที่ได้จากการรักษาคนไข้ และการผลิตยาสมุนไพรขาย ที่เขาเก็บสะสมมาตั้งแต่เด็กจนโต

ทั้งหมดนี้ เป็นวิธีที่จิงเซียวใช้ในการฝึกสอนและจูงใจเขา จิงเซียวไม่เพียงแต่ให้ความรู้ตามตำรา เขายังให้จิงซิงอี้และลูกศิษย์คนอื่นได้ทำงานจริง และให้เงินเพื่อเป็นแรงจูงใจด้วย จิงซิงอี้จึงเป็นลูกศิษย์และหลานของจิงเซียว ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรมากที่สุด

ในวันเปิดคลินิกนี้ จิงซิงอี้เตรียมของชำร่วยมาแจกแขกที่มาร่วมพิธีเปิดด้วย เขายังต้องการจะโปรโมทสินค้าสมุนไพรและคลินิกของตัวเองไปพร้อมกัน  

ของชำร่วยนั้น คือ ถุงหอมใส่สมุนไพรจีนหรือเซียงหนาง ใช้ในการขับไล่มดแมลง ขับไล่สิ่งชั่วร้าย และรักษาโรค ที่ใช้มาตั้งแต่ 2,000 กว่าปีที่แล้ว เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันยังนิยมใช้แจก เพื่อสื่อถึงความรักความห่วงใยในเทศกาลสำคัญอีกด้วย 

ถุงหอมที่จิงซิงอี้แจก ทำจากถุงผ้าไหมสีแดง สีเหลือง สีฟ้าและสีเขียว ปักลวดลายต้นไม้และดอกไม้มงคล เขาแบ่งกลิ่นและประเภทของสมุนไพรตามสีเพื่อไม่ให้ผู้รับสับสน และเพื่อเป็นการโฆษณาคลินิก เขาสั่งทำชื่อคลินิก คิวอาร์โค้ด มีข้อมูลของคลินิก ประวัติสั้นๆ ของจิงซิงอี้ รวมไปถึงใบอนุญาตทางการแพทย์ และยังบอกช่องทางติดต่อต่างๆ ทั้งวีแชท เว่ยปั๋ว และแปะติดบนถุงหอมด้วย   

เมื่อจบพิธีเปิดคลินิกแล้ว แก๊งลุงป้าที่คอยช่วยเหลือจิงซิงอี้มาตั้งแต่ต้น ต่างพากันมาพูดคุยอย่างกระตือรือร้นกับจิงเซียวที่ไม่ค่อยจะปรากฏตัวให้เห็นเท่าไหร่ บางคนก็มาแสดงความยินดี  บางคนก็ซักถามเกี่ยวกับอาการของโรคต่างๆ

จิงซิงอี้ถือตะกร้าใส่ถุงหอม แจกให้พวกเขาคนละถุง พร้อมกับอธิบายสรรพคุณว่า

 “ถุงสีเหลืองเป็นสมุนไพรช่วยขับไล่แมลงนะครับ ผมใช้เมนทอล การบูร พิมเสน ฮั่วเซียง อ้ายเย่ ช่วงนี้ฝนเริ่มตกแล้ว แมลงเยอะ น่าจะใช้ได้ดี  

ส่วนถุงสีฟ้า จะเหมาะกับเด็กๆหรือผู้สูงวัยที่หายใจลำบาก ช่วยเรื่องภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ ผมใช้ซินอี๋ ไป๋จื่อ ปิงเพี่ยน ฮั่วเซียง เพ่ยหลาน โป้เหอ จินอิ๋นฮวา เฉินผี”

คุณลุงคนหนึ่งถามขึ้นมาอย่างสนใจว่า

“ลูกสาวของลุงอยู่ในเมือง ทำงานหนักมาก เห็นบ่นว่านอนไม่หลับ หมอจิงมีอะไรจะแจกมั้ย”

จิงซิงอี้หยิบถุงสีเขียวส่งให้ พร้อมอธิบายอย่างใจเย็นว่า

“ถุงนี้เลยครับ ช่วยเรื่องการนอนหลับแล้วก็ช่วยผ่อนคลายได้ มีหยวนจื้อ สือชางผู่ เพ่ยหลาน เหอฮวนผี โร่วกุ้ย และปิงเพี่ยน  

แต่ต้องเตือนก่อนนะครับคุณลุง การนอนไม่หลับเกิดจากหลายสาเหตุ และถ้าเป็นมากจะต้องรักษาอย่างจริงจัง ถุงหอมช่วยได้บางส่วนเท่านั้น”

คุณลุงพยักหน้า และรับถุงไปสูดดมแรงๆ เขายิ้มกว้างและพูดว่า

“ดมแค่นี้ยังสดชื่นเลย! อาหลินต้องชอบแน่ๆ ขอบใจหมอจิงมากๆ นะ”

จิงเซียวซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ วันนี้ ไม่เพียงแค่สองตาหลาน ยังมีชุนเฉิง ลูกศิษย์คนที่สองของจิงเซียว ที่มาค่อยช่วยดูแลรับแขกตั้งแต่เช้าด้วย 

ถุงหอมที่ทำมาสองร้อยถุงเพื่อแจก ก็หมดไปตั้งแต่วันแรก จิงซิงอี้แบ่งเก็บเอาไว้บางส่วน เพื่อแจกให้คนป่วยที่มารักษาที่คลินิกในวันแรก แน่นอนว่า คู่สามีภรรยาหยวนซุนและเหยาหลิง พร้อมกับซวี่ฮั่น ต่างก็ได้รับถุงหอมกลับไปด้วย และยังได้เพิ่มเติมอีกคนละสองถุงเพื่อเอาไปให้พ่อแม่ที่บ้าน

เมื่อหยวนซุนและเหยาหลิงกลับมาถึงบ้านแถวชานเมืองเซี่ยงไฮ้  เหยาหลิงรีบเดินไปหาแม่ของเธอที่กำลังทำสวนอยู่หลังบ้าน บ้านของเธออยู่ในเขตเมืองรอบนอก จึงพอจะมีพื้นที่ทำสวนหลังบ้านขนาดเล็กได้ และแม่ของเธอก็ชอบใช้เวลาว่างไปกับการทำสวนตรงนี้

ช่วงนี้เป็นปลายฤดูใบไม้ผลิเข้าสู่ฤดูร้อน จึงมีฝนตกสลับกับอากาศร้อน ทำให้หลายคนไม่สบาย และยังมียุงกับแมลงต่างๆ ออกมารบกวนมากขึ้น 

แม่ของเหยาหลิงจึงถูกกัดบ่อยๆ เมื่อได้ถุงหอมมา เหยาหลิงจึงรีบเอาไปให้ทันที เธออธิบายสรรพคุณของถุงหอม ซึ่งแม่ของเธอก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อสูดดมกลิ่นแล้วเธอก็ชอบ เพราะช่วยให้ผ่อนคลายดี

เย็นวันรุ่งขึ้น เมื่อแดดร่มลมตกแล้ว เธอจึงออกมาทำสวนตามปกติ และนำถุงหอมมากลัดติดกับเสื้อเอาไว้ตามที่เหยาหลิงบอก วันนั้นเธอทำสวนเพลิน จนสามีของเธอต้องเดินมาตามว่า

“แม่ๆ ยังไม่ทำข้าวเย็นอีกหรือ อาหลิงกับอาซุนกำลังจะกลับมาจากทำงานแล้วนะ”

แม่ของเหยาหลิงตกใจ รีบคว้าอุปกรณ์มาล้างเก็บ และเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารเย็น เธอบอกกับสามีในขณะล้างมือว่า

“ฉันลืมเวลาไปเลย มัวแต่ทำสวนเพลิน”

พ่อของเหยาหลิงซึ่งนั่งกินผลไม้รองท้องอยู่ใกล้ๆ ก็ถามด้วยความสงสัยว่า

“วันนี้เป็นอะไรไป ทำไมอยู่ในสวนนานล่ะ ฉันเห็นเธอวิ่งหนียุงเข้าบ้านก่อนห้าโมงเย็นทุกที”

แม่ของเหยาหลิงหยุดคิดและทำตาโต เธอก้มลงมองถุงหอมที่กลัดเอาไว้ที่เสื้อ และก็นึกได้ว่า วันนี้ไม่มียุงกับแมลงมารบกวนเธอเลย เธอจึงบอกสามีด้วยความตื่นเต้นว่า

“ถุงหอมนี่ไง เหยาหลิงเอามาให้ ฉันไม่โดนยุงกัดเลยสักนิด ก็เลยทำสวนจนลืมทำข้าวเย็นไปเลย!”

เมื่อหยวนซุนและเหยาหลิงกลับมาถึงบ้าน แม่ของเหยาหลิงก็เล่าเรื่องนี้ให้พวกเขาฟังอีกครั้งด้วยความดีใจ

หยวนซุนจึงตอกย้ำฝีมือการรักษาโรคของจิงซิงอี้  ทำให้พ่อของเหยาหลิงสนใจถุงหอม และถามทั้งคู่ว่ายังมีเหลืออีกหรือไม่

เหยาหลิงจึงบอกว่า ตอนนี้มีเพียงถุงสีฟ้าที่ช่วยเรื่องภูมิแพ้และการหายใจ พ่อของเหลาหลิงกำลังมีปัญหาจากอากาศร้อนชื้นในช่วงเปลี่ยนฤดูนี้พอดี เขาจึงขอลองใช้ ถ้าพบว่าได้ผลดี เขาก็ตั้งใจว่าจะให้ลูกสั่งซื้อ และนำไปแจกเป็นของขวัญในเทศกาลที่จะมาถึงด้วย

คืนนั้น พ่อของเหยาหลิงเข้านอน โดยวางถุงหอมสมุนไพรเอาไว้ข้างหมอน เขานอนหลับสนิททั้งคืน กลิ่นหอมจากสมุนไพรช่วยให้จมูกของเขาโล่ง หายใจสะดวก ไม่สะดุ้งตื่นกลางดึกเพื่อพ่นยาช่วยขยายหลอดลมเหมือนที่เคย

เช้าวันต่อมา เขาจึงสั่งให้หยวนซุนและเหยาหลิงช่วยสั่งซื้อถุงหอมให้ด้วย เหยาหลิงจึงส่งข้อความไปถามจิงซิงอี้ และได้คำตอบว่า ตอนนี้ถุงหอมแจกไปหมดแล้ว

แต่เขาตั้งใจจะทำขายเช่นกัน แต่ต้องใช้เวลาหน่อย เพราะเขาทำเองคนเดียว และจะแจ้งว่า เมื่อไหร่จะจำหน่ายอีกครั้ง ซึ่งเหยาหลิงยินดีจะช่วยโปรโมทสินค้าให้กับเพื่อนๆ ของเธออีกด้วย

และในภายหลัง ถุงหอมสมุนไพรนี้      ก็กลายมาเป็นหนึ่งในสินค้าของจิงซิงอี้ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นนักธุรกิจสินค้าสมุนไพรของเขาในที่สุด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   169 (จบบริบูรณ์)

    จิงซิงอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เขามองไปรอบๆ ตัว และพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขา ที่หมู่บ้านจูเจียว ตอนนี้ในห้องยังมืดอยู่ แต่ก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาทางกระจกหน้าต่าง ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาเช้ามืดแล้วเขานอนนิ่งๆ เพื่อทบทวนความฝันที่เกิดขึ้น เขาได้ย้อนกลับไปยุคซ่งเหนืออีกครั้ง ได้เห็นเหตุการณ์หลังจากที่เขาตกหน้าผา ได้เห็นชีวิตของคนสำคัญในชีวิตของเขา และที่สำคัญ ได้เห็นแล้วว่า เขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับแพทย์หลวงจิงเซียวในยุคนั้นพระเจ้าได้ให้โอกาสเขากลับไปอำลาคนที่อยู่ข้างหลัง ผ่านทางความฝัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถพูดคุยและแสดงตัวตนได้ แต่เขาก็ดีใจมาก ที่ได้เห็นว่าคนที่เขารักและห่วงใยทุกคน ยังอยู่ดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเขายังคงรักษาความฝันของเขาเอาไว้ ด้วยการสืบทอดโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลฉางซานสิ่งที่ทำให้เขาตกใจและประหลาดใจมากที่สุด ก็คือ เขาไม่ใช่หลงซิงเหยียนข้ามเวลามา แต่เขาคือลูกชายของหลงซิงเหยียนนั่นเอง!ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ตัวเขาเองในวัยผู้ใหญ่ เป็นคนย้อนยุคกลับไปและก็เป็นคนพาตัวเองในวัยเด็ก ข้ามเวลาจากซ่งเหนือมาอยู่ในยุคอนาคต

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   168

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต่อมานั้น เป็นภาพชีวิตของแต่ละคนที่เขาผูกพันด้วย เขาเห็นโม่หยวนหลิงที่ยุติอาการโศกเศร้าเพราะคำพูดของใต้เท้าเปา และกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ รวมไปถึงใต้เท้าจิงเซียว เหมือนกับทั้งสองคน เข้าใจในความหมายของใต้เท้าเปาเจิง ที่ว่าจิงซิงอี้กลับไปยังโลกเดิมของเขาแล้ว ภาพที่เขาเห็นต่อมา คือ การที่โม่หยวนหลิงขอให้จิงเซียวและใต้เท้าเปาเจิง เข้ามาช่วยดูแลโรงเรียนและโรงพยาบาล เพื่อสืบทอดสำนักแพทย์ฉางซานต่อไป ในขณะที่ลูกศิษย์รุ่นแรกกลายมาเป็นกำลังหลักในการทำงาน และเป็นอาจารย์คอยสอนนักเรียนรุ่นหลังสำนักแพทย์ฉางซานยังคงเดินหน้าต่อไป ตามเส้นทางที่จิงซิงอี้วางเอาไว้ และในช่วงปีหลังๆ จิงเซียวลาออกจากการเป็นผู้อำนวยการสำนักแพทย์หลวง และมาดูแลโรงเรียนกับโรงพยาบาลอย่างเต็มตัว ในขณะที่โม่หยวนหลิง ซัวซีเว่ย ลั่วปิง เจี่ยหยวน ยังคงสานต่อธุรกิจสมุนไพรของจิงซิงอี้ และช่วยงานจิงเซียว เพื่อดำเนินรอยตามเจตนารมณ์ของจิงซิงอี้

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   167

    วิธีคิดของตู้หว่านจิง เป็นเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเขาคิดว่าควรจะลงทุนซื้อที่ตั้งแต่ยังราคาถูกจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาวบ้านจะขายที่ให้ง่ายๆวันหนึ่ง จิงซิงอี้คุยกับผู้ใหญ่บ้านหวังคุนและเตือนเขาว่า “ผมอยากให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยเตือนชาวบ้านว่า อย่าปล่อยขายที่ดินจนหมดนะครับ โดยเฉพาะคนนอกที่มาเก็งกำไร เพราะเป็นการตัดโอกาสการพัฒนาในอนาคตของพวกเรา”ชาวบ้านที่อยากจะทำธุรกิจและทำการเกษตรในอนาคต ก็จะไม่มีที่เหลือแล้ว เพราะตนเองขายที่ให้คนนอกไปจนหมด เมื่อคิดอยากทำธุรกิจก็ต้องไปเช่าหรือซื้อจากคนอื่นอีก และคนนอกที่มาซื้อที่ มักซื้อไว้เพื่อทำกำไร แต่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ชาวบ้านจิงซิงอี้บอกว่า “ผมอยากให้คนที่อยู่ในหมู่บ้านเป็นพวกเรามากกว่า ไม่ใช่คนแปลกหน้า ที่แค่ต้องการจะมาเที่ยวเป็นบางฤดูกาลเหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ตอนนี้ แล้วตอนนี้ พวกเราก็มีช่องทางหากินแล้ว ทั้งการทำธุรกิจเอง หรืออย่างน้อยก็ยังปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เองได้ เป็นการรับประกันว่า พวกเขาจะยังมีกินมีใช้ ต่อให้ลูกหลายตกงานกลับมา ก็ยังมีที่ดินไว้ทำกิน”ผ

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   166

    วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในบ้านหมอจิง มาประชุมกันเพื่อพูดคุยเรื่องการสร้างโรงพยาบาล ที่จะเป็นโครงการใหญ่ของพวกเขา และเป็นรากฐานของสำนักแพทย์ฉางซาน พวกเขาทั้งสี่คน จะร่วมลงทุนและทำงานไปด้วยกันที่นี่พวกเขาเชิญซูเคอเข้าร่วมการประชุมด้วย เพราะตอนนี้เขาขยับหน้าที่มาเป็นผู้จัดการทั่วไปแล้ว จิงซิงอี้อธิบายแผนการสร้างโรงพยาบาล โดยใช้โปรเจคเตอร์ขนาดเล็กฉายไปบนผนังเรียบสีขาวในห้องทำงานของจิงเซียว และอธิบายว่า“หลังจากที่พวกเราคุยกันมาหลายครั้งแล้ว ก็มาถึงข้อสรุปในวันนี้นะครับ ตอนนี้ เราจะสร้างโรงพยาบาลขนาด 3 ชั้นบนพื้นที่ว่างใกล้ลานกิจกรรมที่ผมซื้อเอาไว้ ชั้นแรกจะเป็นแผนกผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉิน ชั้นสองเป็นหอผู้ป่วยในที่มี 10 เตียง และมีห้องพิเศษอีกประมาณ 4 ห้อง ส่วนชั้นสามจะเป็นห้องประชุมและสำนักงานกับห้องพักของหมอ นางพยาบาล กับเจ้าหน้าที่"ชุนเฉิงถามว่า “แล้วศูนย์พักฟื้นผู้สูงอายุล่ะ”จิงซิงอี้ยิ้ม “ผมว่าน่าจะเป็นแผนระยะที่สอง เมื่อเราได้เงินทุนมาพอแล้ว เราจะสร้างอาคารแยกเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่จริงผมต้องการจะสร้างอาคารอีกหนึ่งหลัง

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   165

    อย่างไรก็ตาม เขากับเจี่ยเหรินเริ่มรู้สึกว่าตนเองคงไม่สามารถรับมือกับคนไข้ขนาดนี้ได้แล้ว เขาจึงต้องออกกฎใหม่ ให้มีการรับรักษาคนไข้ตามนัดเท่านั้น โดยนัดคิวล่วงหน้า และถ้าไม่มาตามวันเวลานัด ก็จะข้ามคิวไป คนไข้ต้องมานัดคิวใหม่อีกครั้ง และจะรับรักษาแค่วันละไม่เกิน 30 คน ส่วนคนไข้ฉุกเฉิน จะต้องเป็นรายที่ฉุกเฉินจริงๆ ไม่เช่นนั้น เขาจะไม่ลัดคิวให้เด็ดขาด แต่จิงซิงอี้ก็ได้หมายเหตุเอาไว้ว่า ควรจะไปพบแพทย์แผนปัจจุบันที่โรงพยาบาลอื่นจะดีกว่า เพราะแพทย์จีนใช้เวลารักษานาน ไม่เหมาะสมกับกรณีฉุกเฉินนัก จิงซิงอี้จึงคุยกับเจี่ยเหรินตอนกินข้าวกลางวันด้วยกันว่า “ผมว่าพวกเราต้องรับสมัครหมอใหม่มาช่วยแล้วล่ะ ผมไม่ไหวแล้ว ใกล้ตายเต็มที” เจี่ยเหรินหัวเราะแห้งๆ “ผมก็อยากให้มีคนมาช่วยด้วยครับ ผมแทบจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบแล้ว” “นั่นสิ ถึงผมจะเป็นหมอ ผมก็มีอย่างอื่นที

  • จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค   164

    จิงซิงอี้รักษาเติ้งซินเผิงอยู่ประมาณเกือบหนึ่งเดือน เมื่อพบว่าอาการคงที่แล้ว เขาจึงเดินทางกลับพร้อมกับเจี่ยเหริน แต่จะเดินทางมาติดตามอาการทุกเดือน ซึ่งการมารักษาในครั้งนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่หลายไปในกลุ่มนายทหารชั้นสูงและวงการอื่นๆ เพราะรักษาอาการป่วยหนักจนไม่มีหวังของเติ้งซินเผิงให้กลับมาดีขึ้นได้ และยังค้นพบสาเหตุของโรคที่ซับซ้อน จนตามหาคนที่วางแผนได้ได้อีก เขาจึงมีบุญคุณกับแม่ทัพเติ้งซินเผิงยิ่งขึ้นไปอีกนอกจากนี้ จิงซิงอี้ยังช่วยแนะนำการดูแลสุขภาพและผิวพรรณให้กับเม่ยหลิงฟงด้วย ก่อนที่เขาจะกลับ เขาบอกเธอว่า “คุณนายครับ ผมจะส่งครีมบำรุงผิวสำหรับลดริ้วรอยและช่วยให้ผิวนุ่มนวลเปล่งปลั่งมาให้นะครับ ขอให้คุณนายใช้ตามที่แนะนำ มันจะช่วยปรับปรุงสภาพผิวให้ดีขึ้น"คุณนายตั้งใจฟัง เพราะเธอเชื่อถือจิงซิงอี้อย่างเต็มที่แล้ว “ใช้แล้วจะดีขึ้นจริงๆเลยหรือจ๊ะหมอจิง” เธอถามอย่างมีความหวังจิงซิงอี้พยักหน้า “ครีมชุดนี้ผมใส่ตัวยาสมุนไพรเป็นพิเศษ เป็นสูตรเฉพาะที่ผมคิดค้นให้คุณนายครับ ไม่ได้วางขายทั่วไป”เมื่อได้ยิน เธอจึงดีใจมาก หลังจากที่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status