Home / รักโบราณ / จิวอิงภรรยาพลิกชะตา / ข้อตกลงในคืนแต่งงาน

Share

ข้อตกลงในคืนแต่งงาน

last update publish date: 2026-09-05 12:19:51

หลังจากที่จิวอิงทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเธอก็ได้เดินไปเลือกเอาหัวมันเทศที่มีขนาดใหญ่มาประมาณ6-7หัวจากนั้นจึงได้นำหัวมันทั้งหมดไปเผาในเตาไฟที่เตรียมเอาไว้แล้ว หลังจากที่นำหัวมันเทศใส่ลงไปในเตาเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นจิวอิงก็ได้นำเม็ดข้าวสารที่เหลืออยู่เพียงครึ่งถ้วยสุดท้ายไปทำการต้มโดยที่เธอแอบนำข้าวสารที่อยู่ภายในมิติมาผสมลงไปด้วยอีกเล็กน้อยเพื่อให้พอกับจำนวนสมาชิกทั้งสี่คนโดยที่ไม่ทำให้เป็นที่ผิดสังเกต

ไม่นานเมื่ออาหารถูกจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงได้ตะโกนเรียกสามพี่น้องแซ่ลู่มาทานข้าวเย็นตรงแคร่ที่อยู่หน้าบ้าน

“ท่านพี่ ชิงเอ๋อร์ ฟางเอ๋อร์ กับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วน้า ล้างไม้ล้างมือมาทานข้าวกันได้แล้วจ้า”

“ได้ๆ เดี๋ยวพวกพี่จะรีบไปนะอิงเอ๋อร์! ไปพวกเราไปล้างมือกันได้แล้วพรุ่งนี้ค่อยทำกันต่อ” ลู่เฟิงเป็นผู้เอ่ยตอบกลับภรรยาก่อนจะหันมาบอกกล่าวกับน้องๆ ทั้งสองคนที่ได้มาช่วยตนขุดและทำแปลกผักอยู่ด้านหลังบ้าน

“ขอรับ / เจ้าค่ะ” ลู่ชิง ลู่ฟางขานรับพร้อมกัน

หลังจากที่นั่งรอทั้งสามพี่น้องอยู่ครู่หนึ่งทั้งสามคนก็ได้เดินเข้ามานั่งประจำที่และเมื่อจิวอิงเปิดผ้าคลุมอาหารออกจึงเผยให้เห็นหน้าตาของอาหารมื้อนี้ที่ทำเอาทั้งสามพี่น้องถึงกับตื่นตะลึงกับอาหารตรงหน้าที่ทั้งหน้าตาดูแสนจะน่าอร่อยแถมยังกลิ่นหอมที่ชวนให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานนั้นอีก ไหนเลยจะหลงเหลือกลิ่นเหม็นคาวที่พวกเขาเคยได้กลิ่น

เนื้อปลาที่ขาวนุ่มลอยอยู่ภายในถ้วยนั้นช่างเย้ายวนใจแถมยังข้าวต้มที่ขาวเนียนละเอียดกำลังพอดีไม่เละจนเกินไปและไม่มีแค่เพียงเม็ดสองเม็ดนั้นอีกเล่าช่างทำให้กระเพาะของพวกเขาทำงานหนักยิ่ง ซึ่งทุกท่าทางที่สามพี่น้องแสดงออกมานั้นล้วนตกอยู่ในสายตาของจิวอิงตลอดเวลาจนทำให้เธออดรู้สึกดีใจไม่น้อยที่ตนเองนั้นสามารถทำอาหารออกมาได้น่าตาดูดีถึงเพียงนี้ เพียงแต่ภายในใจของเธอเองก็อดสงสารทั้งสามคนไม่ได้ที่มีชีวิตที่ยากลำบากมามากมายถึงเพียงนี้

หลังจากคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเธอจึงรีบเอ่ยกับทั้งสามคนให้ลงมือทานอาหารกันได้แล้วก่อนที่อาหารจะเย็นเสียก่อน

“อะแฮ่มมมม…….ท่านพี่เจ้าคะข้าว่าเราเริ่มทานอาหารกันได้แล้วนะเจ้าคะ ถ้าขืนท่านและเด็กๆ มัวแต่จ้องมองอยู่เช่นนี้เพียงอย่างเดียวข้าเกรงว่า กับข้าวที่ข้าทำคงจะเย็นชืดเสียก่อนนะเจ้าคะ”

“อะ…เอิ่มนั้นนะสิพี่ก็มัวแต่ตื่นเต้นกับอาหารที่เจ้าทำจนลืมตัวไปเสียสนิทเช่นนั้นพวกเราก็ทานกันเถิด เจ้าทั้งสองก็ทานกันได้แล้ว” หลังจากที่ภรรยาสาวเอ่ยหยอกล้อผู้เป็นสามีให้รู้สึกขัดเขินเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นพวกเขาทั้งสี่คนจึงได้ลงมือทานอาหารเยนกันอย่างเอร็ดอร่อยเนื่องจากเป็นอาหารมื้อแรกที่พวกเขานั้นได้ทานอาหารที่มีรสชาติแปลกใหม่แต่กลับมีรสชาติกลมกล่อมลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ และแล้วอาหารเย็นฝีมือของจิวอิงก็จบลงโดยที่กับข้าวนั้นไม่เหลือแม้แต่น้ำแกงปลา จากนั้นลู่ชิงและลู่ฟางจึงอาสาทำหน้าที่นำถ้วยชามไปล้างทำความสะอาดจากนั้นทั้งหมดจึงได้แยกย้ายกันเข้าห้องนอนทันที

ด้านจิวอิงเองหลังจากที่เธอเดินเข้ามาภายในห้องนอนก็พบเข้ากับลู่เฟิงผู้เป็นสามีที่ตอนนี้เขากำลังปูเสื่อฟางตรงพื้นด้านล่างจากนั้นจงได้ล้มตัวลงนั่งก่อนจะหันหน้ามามองเธอก่อนจะเอ่ยถาม

“อิงเอ๋อร์เจ้ามองพี่แบบนี้หมายความอย่างไรกัน”

“อะ..เอ่อ ท่านไม่ได้นอนบนเตียงกับข้าหรอกหรือเจ้าคะ” เธอกลั่นใจเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาในใจมาสองสามวันที่ผ่านมาทันที

“หืม…เจ้าจำไม่ได้แล้วหรือถึงข้อตกลงของเราทั้งสอง” ลู่เฟิงเองก็เอ่ยถามภรรยาคนงามของตนด้วยความมึนงงเช่นกัน

“ขะ…ข้าจำไม่ได้เจ้าค่ะ อาจจะเป็นเพราะศีรษะกระแทรกมาจึงทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไปบ้างเจ้าค่ะ”

“อืม..นั้นสิ เช่นนั้นพี่จะบอกเจ้า ในคืนแต่งงานนั้นพี่ได้ให้คำมั่นสัญญากับเจ้าว่าพี่จะไม่ล้วงเกินหรือบังคับฝืนใจเจ้าหากเจ้าไม่เต็มใจดังนั้นนั้นพี่จึงได้แยกที่นอนกับเจ้าตั้งแต่วันนั้นอย่างไรเล่า ลู่เฟิงกล่าวเล่าถึงสิ่งที่ตนได้ให้สัญญากับหญิงสาวในคืนแต่งงานด้วยใบหน้าจริงจังพร้อมแววตามั่นคงที่บ่งบอกว่าทุกคำที่เขาพูดมานั้นเขาล้วนปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

“อ่า……ขอบคุณท่านพี่มากนะเจ้าคะที่ไม่หักหานน้ำใจและให้เกียรติข้าถึงเพียงนี้ แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ถือได้ว่าแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้วเพียงแค่นอนร่วมเตียงกันคงจะไม่เป็นไรหรอกมั้งเจ้าค่ะ ตกดึกอาการหนาวเย็นถึงเพียงนี้ท่านนอนพื้นคงจะไม่ดีต่อสุขภาพเป็นแน่เจ้าค่ะ” จิวอิงเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างไม่ใส่ใจนั้นเพราะว่าตอนที่เธอเป็นนิดานั้นเธอเองก็ชอบไปขอนอนกับคุณตาอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้เะอไม่ได้รู้สึกขัดเขินกับการนอนร่วมเตียงกับคนอื่นจะต่างก้เพียงแค่คนที่เธอนอนด้วยในตอนนี้นั้นก็คือสามีของตนเอง

ซึ่งความคิดของหญิงสาวนั้นกลับสวนทางกันกับชายหนุ่มที่ในตอนนี้ได้นั่งตัวแข็งเป็นท่อนไม้ไปแล้วหลังจากที่หญิงสาวเอ่ยจบ แต่เมื่อเขาได้สติกลับมานั้นใบหน้าและใบหูของเขากลับขึ้นสีแดงจนเจ้าตัวรับรู้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นทั้งใบหน้าตนเองจนเขาเองที่ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าไปอีกทางอย่างทำอะไรต่อไปไม่ได้ ซึ่งเมื่อจิวอิงได้เห็นท่าทางเช่นนั้นจากอีกฝ่ายกลับเข้าใจไปว่าภายในห้องนั้นคงจะร้อนเนื่องจากในตอนนี้เธอเองก็เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาบ้างแล้วจึงได้เอ่ยกับชายหนุ่ม

“ข้าว่าท่านควรไปอาบน้ำก่อนดีหรือไม่เสร็จแล้วค่อยกลับเข้ามานอนเพราะตอนนี้ใบหน้าของท่านนั้นขึ้นสีแดงเป็นอย่างมากเลยเจ้าค่ะ ข้าเองก็รู้สึกว่าภายในห้องนั้นอากาศค่อนข้างจะร้อนจริงๆ เช่นกัน”

“อะ..อื้มนั้นสิเช่นนั้นพี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันนะเจ้าก้นอนก่อนพี่ได้เลย” ลู่เฟิงหลังจากที่ฟังผู้เป็นภรรยากล่าวจบก็แทบจะค้นหาเสียงของตนเองไม่เจอ จึงได้แต่เอ่ยตอบหญิงสาวออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักและท่าทางรีบร้อนก่อนจะรีบหายตัวออกไปจากห้องนอนทันที

ส่วนเจ้าตัวที่สร้างความอับอายให้กับชายหนุ่มนั้นกลับไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าตนเองได้ทำสิ่งใดลงไป แต่กลับล้มตัวลงนอนก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายเนื่องจากวันนี้ทั้งวันเธอนั้นได้ใช้พลังงานไปหมดแล้วนั้นเอง

******************************************************************************************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ใกล้ชิด

    ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ของวันต่อมาพวกจิวอิงก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทางเข้าเมือง โดยวันนี้พวกเขาทั้งสี่คนนั้นต่างก็สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่พึ่งได้รับมาใหม่ที่ตัดจากผ้าไหมชั้นดีโดยที่จิวอิงกับโจวฟางมาในชุดสีชมพูไล่สีจากอ่อนลงไปจนเข้ม ส่วนโจวเฟิงและโจวชิงเองก็มาในชุดสีน้ำเงินเข้มทั้งชุดเช่นกัน ช่างเป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ในสายตาของเหล่าชาวบ้านที่พบเห็นยิ่งนักโดยในวันนี้จิวอิงเลือกที่จะพาพวกเด็กๆ นั่งเกวียนวัวเข้าไปภายในตัวเมืองตงหลิงซึ่งเด็กทั้งสองคนเองก็ดูจะตื่นเต้นกับวันนี้เป็นอย่างมากและเมื่อเกวียนวัวจอดลงที่หน้าประตูเมืองนั้นคนทั้งหมดก็ได้ลงจากเกวียนก่อนที่จิวอิงจะจ่ายค่าเกวียนให้กับคนขับไป 8 อีแปะเพราะค่าเกวียนนั้นหัวละ 2 อีแปะต่อคนหลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังโรงรับจำนำหวังหรงทันทีและเมื่อทั้งสี่คนมาถึงหน้าโรงรับจำนำกลับพบว่ามีชายชราท่านหนึ่งกำลังยืนรอพวกเธออยู่ที่หน้าร้านอยู่ก่อนแล้ว เมื่อชายชราเห็นทั้งสี่คนเดินใกล้เข้ามาแล้วนั้นเขาก็รีบเดินออกไปต้อนรับคนทั้งสี่ตามคำสั่งของนายท่านรองทันที“สวัสดีทุกท่านขอรับ ข้าน้อยเยว่เฉินเป็นข้ารับใช้คนสนิทของนายท่านรองหวังเหล่

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ของขวัญ

    หลังจากที่จิวอิงพูดคุยธุระกับท่านตาหยางจงเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเธอก็ได้เดินกลับไปยังบ้านของตนเองเพื่อจะปรึกษากับโจวเฟิงถึงเรื่องที่เธอจะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองเพื่อสำรวจดูที่ดินและความเป็นอยู่ของชาวเมืองตงหลิงแห่งนี้ ซึ่งเมื่อหญิงสาวนั้นเดินมาถึงหน้าบ้านของเธอก็พบเข้ากับหวงหนิงที่เดินถือห่อผ้าขนาดใหญ่สามห่อมาเต็มไม้เต็มมือจนแทบจะมองทางไม่เห็นเลยก็ว่าได้เมื่อหญิงสาวเห็นแบบนั้นเธอจึงรีบเดินเข้าไปหยิบห่อผ้าใบที่ใหญ่ที่สุดนั้นมาถือเอาไว้เองพร้อมทั้งทักทายอีกฝ่ายไป“หนิงเอ๋อร์สวัสดีจ๊ะ วันนี้ท่านป้าให้นำผ้ามาส่งให้พี่สาวเช่นนั้นรึ”“ใช่แล้วเจ้าค่ะพี่สาวอิงอิง แล้วนี้ท่านพึ่งจะกลับมาหรือเจ้าคะ” เด็กสาวเอ่ยตอบอย่างอ่อนหวาน“ใช่จ๊ะพอดีพี่ออกไปตรวจดูงานก่อสร้างบ้านหลังใหม่ตรงที่ดินตรงหน้าหมู่บ้านน่ะ”“อ๋า……..ที่ดินตรงที่มีกำแพงสูงนั้นเป็นของพี่สาวหรอกหรือเจ้าคะ”“จ๊ะ เอ้าอย่ามัวแต่ยืนตากแดดอยู่ตรงนี้เลยพวกเราเข้าบ้านกันก่อนเถิด เดี๋ยวพี่ให้ขนมทาน” หญิงสาวเอ่ยบอกกับเด็กสาวก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปภายในบ้านเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาถึงโถงรับรองของบ้านจิวอิงก็บอกให้หวงหนิงนั่งรอตรงนี้สักครู่จากนั้นจ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   อดีต

    ตั้งแต่ที่จิวอิงนั้นได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้ก็มีเรื่องราวมากมายเข้ามาให้เธอต้องจัดการไม่หยุดหย่อนจนในที่สุดวันที่แสนสงบสุขของเธอก็ได้สัมผัสกับมันแล้ว ซึ่งวันนี้หญิงสาวนั้นขอตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้านโดยที่ทั้งสามคนพี่น้องนั้นต่างก็ออกไปดูงานก่อสร้างบ้านใหม่ตรงหน้าหมู่บ้าน เธอจึงมีเวลาอยู่กับตนเองมากขึ้นดังนั้นในตอนนี้เธอจึงกำลังนอนใช้ความคิดนึกถึงเรื่องราวความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างคนเดิมโดยเริ่มเรียบเรียงตั้งแต่ที่เธอเห็นความทรงจำที่จิวอิงคนเดิมนั้นอายุได้ 8 หนาวเธอก็ถูกบิดาและมารดาพาออกเดินทางรอนแรมมาจนถึงหมู่บ้านป่าไผ่แห่งนี้ก่อนที่ท่านทั้งสองจะตัดสินใจลงหลักปักฐาน ณ หมู่บ้านป่าไผ่ พวกท่านพ่อท่านแม่ก็เริ่มซื้อที่ดินพร้อมทั้งปลูกบ้านแห่งนี้ขึ้นมาด้วยเงินก้อนสุดท้ายและหลังจากนั้นพวกท่านทั้งสองต่างก็พากันออกไปหางานทำในเมืองจนได้งานรายได้ของครอบครัวจึงได้เริ่มดีขึ้นเนื่องจากทั้งสองนั้นต่างก็เป็นคนรู้หนังสือจึงหางานทำไม่ยากมาก ทั้งสามคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตกันมาอย่างเรียบง่ายมาโดยตลอดจนจิวอิงอายุได้ 14 หนาวนั้นเองในเย็นวันนั้นระหว่างที่เธอกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าบ้านเพื่อรอบิดามารดากลับมาจากทำงานแ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ลุงหลานพร้อมหน้า

    คล้อยหลังจากที่พวกจิวอิงกลับไปแล้วนั้น พวกชาวบ้านเองต่างก็แยกย้ายกันไปแต่กลับมีร่างบางของเซียนเยว่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมทั้งมือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นด้วยไฟอิจฉาริษยาและเคียดแค้นชิงชังที่คนที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มนั้นมันควรจะเป็นเธอไม่ใช่หญิงแพศยาที่กำพร้าพ่อแม่อย่างนังจิวอิงนั้น ยิ่งในตอนนี้ชายหนุ่มนั้นได้กลายเป็นหลานชายคนโตของคนตระกูลใหญ่แล้วนั้น เซียนเยว่ก็ยิ่งโกรธแค้นจิวอิงมากขึ้นไปอีกจนเธอนั้นแทบอยากจะทำลายหญิงสาวให้ย่อยยับและให้เป็นที่อับอายของคนทั่วทั้งเมืองไปเลยยิ่งดี และเมื่อคิดมาถึงตรงนี้จากใบหน้าที่บิดเบี้ยวก็กลายเป็นรอยยิ้มหวานที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาปรากฏขึ้นมาแทนที่โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่อาจนึกได้ว่าภาพลักษณ์ของตนในตอนนี้นั้นคล้ายกับนางปีศาจที่กำลังจะล่าเหยื่อไม่มีผิดก่อนที่หญิงสาวจะหมุนกายเดินกลับไปยังบ้านของตนเองทันทีส่วนทางด้านของจิวอิงเองจู่ๆ ตัวเธอก็รู้สึกหนาวๆ เย็นๆ บริเวณด้านหลังอย่างไม่ทราบสาเหตุเพียงแต่เธอก็รีบส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านของตนเองทิ้งไปแล้วหันไปมองหน้าโจวเฟิงที่เดินเคียงข้างมาด้วยกันอย่างพิจารณา ซึ่งชายหนุ่มเองเมื่อสัมผัสได้ถ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ชาติกำเนิดที่แท้จริง

    “เจ้า! ที่เจ้าพูดมาเมื่อครู่นี้หมายความว่าเช่นไรกัน” นางหม่าซือเอ่ยถามอย่างมึนงง รวมไปถึงเหล่าชาวบ้านเองก็เช่นกัน“ข้าก็หมายความตามที่พูด ท่านพ่อของข้านั้นได้ตายจากใจของข้าไปตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไปแล้ว ส่วนชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของข้าก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าเพียงเท่านั้น” โจวเฟิงกล่าวอย่างเย็นชา“หึ! ข้าไม่น่าเลี้ยงดูพวกตัวซวยอย่างพวกเจ้าสามพี่น้องให้เติบโตมาเลยจริงๆ ถ้าข้ารู้ว่าโตมาพวกเจ้าจะเณรคุณเช่นนี้ข้าคงเอาขี้เถ้ายัดปากพวกเจ้าให้ตายไปตั้งแต่เกิดแล้ว” ลู่หมิงเองหลังจากที่ได้ฟังคำของอดีตบุตรชายก็เกิดไฟโทสะขึ้นจนเอ่ยคำพวกนั้นออกไป“ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านก็ควรจะคิดได้ตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะไปล่อลวงท่านแม่นะขอรับ ท่านควรจะมีจิตสำนึกและซื่อสัตย์ต่อนางหม่าซือภรรยาคนแรกของท่าน มิใช่ยังไปทำนิสัยมักมากกับหญิงสาวที่แสนดีอย่างท่านแม่ของข้าจนทำให้ข้าต้องเกิดมาแค่นั้นยังไม่พอท่านยังหลอกให้ท่านแม่หนีตามท่านมาแล้วตัดขาดจากบ้านเดิมเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ท่านแม่นั้นทั้งรัก ซื่อสัตย์ เอาใจใส่ดูแลท่านเป็นอย่างดีแต่สิ่งที่ท่านตอบแทนท่านแม่ก็คือความจริงที่แสนจะเจ็บปวดอย่างนั้นรึขอรับ”“ท่านคงคิดสินะว่าไม่มีใครรู้ถึงคว

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ความจริง

    “นะ…..นั้นเจ้าเอ่ยวาจาเหลวไหลอันใดกันอีก พวกชาวบ้านต่างก็เห็นกันไปทั่วว่าลูกทั้งสองของข้านั้นต่างก็มีสภาพเช่นใดตอนกลับมาจากบ้านของเจ้า” นางหม่าซือเอ่ยขัดจิวอิงด้วยเสียงตะกุกตะกัก“หึ! พูดมาแบบนี้ก็แสดงว่าท่านยอมรับแล้วงั้นสิว่าลูกทั้งสองของท่านไปที่บ้านของข้าจริง งั้นท่านช่วยอธิบายให้ข้ากับพวกท่านลุงท่านป้าทั้งหลายฟังหน่อยเถิดว่าไปที่บ้านของข้าทำไมกัน ในเมื่อพวกเราก็แยกบ้านกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่น่าจะมีสิ่งใดให้ต้องไปมาหาสู่กันเลยมิใช่รึ” หญิงสาวเอ่ยถามยาวเหยียดโดยไม่ให้สองแม่ลูกสามารถเอ่ยโต้แย้งสิ่งใดได้“กะ..ก็…..”“ก็อะไร ท่านจะบอกว่าอย่างน้อยๆ พวกเราก็เคยเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างนั้นรึ ช่างน่าขันสิ้นดีคนในหมู่บ้านแห่งนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่ท่านปฏิบัติต่อพวกเราทั้งสี่คนกันเช่นไร แล้วอีกอย่างพวกท่านจะเชื่อเพียงสิ่งที่ท่านเห็นเช่นนั้นรึแล้วสิ่งที่ท่านไม่เห็นแต่มันคือความจริงเล่าพวกท่านจะทำเช่นใด” จิวอิงเอ่ยขัดนางหม่าซือก่อนที่นางจะได้เอ่ยตอบพร้อมทั้งหันไปเอ่ยถามกับเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ในตอนนี้อย่างต้องการชี้แจง“แล้วตกลงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมันคืออย่างไรกันแน่ เจ้าก็พ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status