Home / รักโบราณ / จิวอิงภรรยาพลิกชะตา / อาหารเย็นแสนอร่อย

Share

อาหารเย็นแสนอร่อย

last update publish date: 2026-09-05 12:19:21

ไม่นานหลังจากที่ลู่ชิงวิ่งลัดเลาะไปตามเส้นทางต่าง ๆ ตามที่ตนเคยพาพี่สะใภ้ไปตอนนีเขาก็ได้มาหยุดยืนหอบอยู่ด้านข้างลำธารที่พี่ชายและน้องสาวของเขากำลังนั่งรออยู่และเมื่อชายหนุ่มเห็นว่าผู้ที่วิ่งมาอย่างรีบร้อนนั้นเป็นน้องชายของตนจึงได้รีบลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

“เกิดอะไรขึ้นชิงเอ๋อร์! เหตุใดเจ้าจึงได้วิ่งมาเพียงคนเดียวแล้วพี่สะใภ้ของเจ้าเล่า รีบบอกพี่มาเร็วเข้า”

“มะ….ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นขอรับ แฮกๆ ขะ..ข้าเพียงแค่รีบวิ่งมาตามท่านกับน้องเล็กให้ไปช่วยกันขุดมันช่วยพี่สะใภ้ตามที่พี่สะใภ้สั่งความมาขอรับ” ลู่ชิงรีบเอ่ยตอบอย่างยากลำบากเนื่องจากเขาเองก็พึ่งจะใช้แรงวิ่งมายังไม่ทันหายเหนื่อยเลยด้วยซ้ำเมื่อกล่าวจบจึงต้องรีบโกยอากาศเข้าปอดด้วยความเหนื่อย

“แล้วทำไมเจ้าจึงได้วิ่งมาราวกับหนีตายเช่นนี้กันเล่า เห้ออ” ลู่เฟิงเอ่ยตำหนิน้องชายของตนอย่างอ่อนใจ

“ข้าขอโทษขอรับ ข้าเพียงแต่คิดว่าไม่ควรปล่อยพี่สะใภ้ให้อยู่เพียงลำพังนานๆ จึงได้รีบวิ่งมาอย่างสุดชีวิตขอรับ”

“เช่นนั้นพวกเราก็รีบไปหาพี่สะใภ้ของพวกเจ้ากัน ชักช้าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นได้” ลู่เฟิงกล่าวกับน้องทั้งสองขอนตนจบทั้งสามคนจึงเร่งฝีเท้าไปยังจุดหมายที่จิวอิงรออยู่ทันที

ทางด้านของจิวอิงเองหลังจากที่ลู่ชิงวิ่งออกไปตามพี่ใหญ่ของตนแล้วนั้นเธอก็ได้ทำการตัดแยกเครือต้นมันเทศไปกองแยกไว้อีกที่หนึ่งก่อนนั้นก็เพราะว่าตอนที่เธอยังเรียนอยู่มหาลัยนั้นกิจกรรมที่เธอชอบไปมากที่สุดคือการออกค่ายและเดินป่าดังนั้นความรู้เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เธอก็ได้มาจากประสบการณ์ออกค่ายที่ชนบท เธอจำได้ดีว่าเคยมีครั้งหนึ่งเธอไปออกค่ายที่หมู่บ้านที่อยู่ติดกับตีนภูเขา ชาวบ้านที่นั้นทำอาชีพปลูกมันเทศส่งออกขายให้กับนายหน้าที่มารับซื้อ

ดังนั้นเธอจึงรู้จักกับต้นมันเทศเป็นครั้งแรกแถมยังเป็นที่แรกที่เธอได้ทดลองปลูกมันเทศกับพวกชาวบ้านด้วยแต่เธอก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้นำความรู้ที่บังเอิญไปเรียนรู้มานั้นมาใช้ในการเอาชีวิตรอดที่โลกแห่งนี้ เธอจึงได้แต่ขอบคุณสวรรค์ที่อย่างน้อยๆ ก็ยังคงให้ความทรงจำในชาติภพเดิมติดตัวมาด้วย ถึงแม้ว่าเธอเองจะมีมิติส่วนตัวที่ติดมาด้วยแต่ด้วยสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเธอในตอนนี้เกรงว่าถ้าจู่ๆ ครอบครัวของเธอมีเงินมีทองขึ้นมาโดยไร้ที่มาที่ไปเกรงว่าจะเป็นการนำภัยมาสู่ตนเองและครอบครัวดังนั้นในตอนนี้สิ่งที่สามารถทำได้คือค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัวไปเป็นดีที่สุด

ซึ่งในระหว่างที่จิวอิงกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น กลับมีเสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังมุ่งตรงมายังทิศทางที่เธออยู่เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงรีบวิ่งไปหลบอยู่ที่หลังพุ่มไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เพื่อรอดูว่าผู้ที่มาใหม่นั้นใช่สามีกับน้องๆ ของเขารึไม่ ถ้าใช่ก็แล้วไปแต่ถ้าเกิดว่าไม่ใช่จะได้เป็นการหลบเอาตัวรอดไปในตัว ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็สามารถมองเห็นเจ้าของเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบนั้นอย่างชัดเจน ปรากฏว่าเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นก็คือสามีและน้องๆ ของเขานั้นเอง

ส่วนทางด้านของพวกลู่เฟิงหลังจากที่รีบเร่งเดินทางมาจนถึงจุดหมายแต่กลับไร้เงาของผู้เป็นภรรยาจึงเกิดความร้อนรนใจขึ้นมาทันที สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด สายตาดุดันนั้นกำลังจ้องมองสำรวจไปรอบๆ บริเวณอย่างกังวล แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำสิ่งใด ร่างบอบบางของจิวอิงก็โผล่ออกมาจากหลังพุ่มไม้ที่อยู่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนไปไม่มากนักและเมื่อเห็นดังนั้น ชายหนุ่มจึงรีบเดินเข้าไปหาร่างบอบบางอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมองสำรวจไปรอบๆ ตัวของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“อิงเอ๋อร์เจ้าไปที่ใดมารู้หรือไม่ว่าพี่เป็นกังวลมากแค่ไหนที่มาถึงแล้วแต่กลับไม่พบเจอเจ้า”

“อะ…เอ่อ..พอดีข้าได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาทางนี้ด้วยเกรงว่าอาจจะไม่ใช่พวกท่านข้าจึงได้ไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อความปลอดภัยเพียงเท่านั้นเจ้าค่ะ” จิวอิงเอ่ยตอบผู้เป็นสามีด้วยความรู้สึกผิดเมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นสามี

“อ้อ..เช่นนั้นก็ดีแล้ว ดียิ่งนักที่เจ้านั้นรู้จักคิดและรอบคอบเช่นนี้พี่ก็คลายความกังวลใจไปมากแล้ว ว่าแต่ไหนเล่าไอ้เจ้าหัวมันที่ชิงเอ๋อร์เล่าให้พี่ฟัง” ลู่เฟิงเอ่ยชมภรรยาตัวน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจากนั้นจึงเอ่ยถามถึงเจ้าหัวมันที่ตนเองไม่เคยเห็น

“นี้อย่างไรละเจ้าคะท่านพี่ เครือเหล่านี้เรียกว่าต้นมันเทศเจ้าค่ะ ส่วนหัวของมันเทศนั้นก็อยู่ใต้ดินเราเพียงแค่ช่วยกันถอนเครือพวกนี้ออกไปกองไว้ที่ตรงนั้นจากนั้นก็ช่วยกันขุดหัวมันพวกนี้ขึ้นมาเจ้าค่ะ” จิวอิงกล่าวอธิบายให้ทั้งสามคนฟังไปพร้อมๆ กับการสาธิตให้ดูไปด้วย เมื่อทั้งสามคนฟังจบแล้วก็ได้ลองทำตามที่หญิงสาวบอกไม่นานหลังจากนั้นทั้งสี่คนก็สามารถขุดหัวมันทั้งหมดขึ้นมาได้โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม

เมื่อทั้งสี่คนขุดและเก็บหัวมันเทศจดเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นปรากฏว่าได้มันเทศมาสองตะกร้าใหญ่ หลังจากนั้นจิวอิงจึงเดินไปยังเครือต้นมันเทศเพื่อเก็บใส่ตะกร้ากลับไปบ้านบางส่วน ซึ่งตอนนี้ทั้งสี่คนก็เตรียมตัวจะกลับบ้านแล้วเนื่องจากว่าตอนนี้ใกล้เวลาที่พระอาทิตย์จะละขอบฟ้าแล้วเช่นกัน

โดยตะกร้าหัวมันทั้งสองนั้นเป็นลู่เฟิงที่แบกขึ้นบ่าทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ส่วนตะกร้าพวกผักป่านั้นเป็นฟางเอ๋อร์เป็นผู้แบก ต่อมาตะกร้าปลานั้นเป็นจิวอิงและสุดท้ายตะกกร้าต้นอ่อนของผักต่าง ๆ ที่เก็บกลับบ้านนั้นเป็นลู่ชิงที่เป็นคนแบก เมื่อแบ่งหน้าที่กันเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสี่คนก็ออกเดินทางกลับไปยังบ้านหลังน้อยๆ ของพวกเขาทันที

เมื่อทั้งสี่กลับมาถึงบ้านหลังน้อยแล้วนั้น จิวอิงก็ได้แยกตัวเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็นทันทีโดยอาหารที่จะทำในวันนี้ก็คือต้มยำปลานิล เนื่องจากว่าปลาที่ได้มาสี่ตัวนั้นมีปลานิลอยู่สองตัวและปลาตะเพียนอีกสองตัว เมื่อตัดสินใจเลือกเมนูได้แล้วเธอจึงได้เริ่มลงมือทำอาหารทันที

******************************************************************************************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ใกล้ชิด

    ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ของวันต่อมาพวกจิวอิงก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทางเข้าเมือง โดยวันนี้พวกเขาทั้งสี่คนนั้นต่างก็สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่พึ่งได้รับมาใหม่ที่ตัดจากผ้าไหมชั้นดีโดยที่จิวอิงกับโจวฟางมาในชุดสีชมพูไล่สีจากอ่อนลงไปจนเข้ม ส่วนโจวเฟิงและโจวชิงเองก็มาในชุดสีน้ำเงินเข้มทั้งชุดเช่นกัน ช่างเป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ในสายตาของเหล่าชาวบ้านที่พบเห็นยิ่งนักโดยในวันนี้จิวอิงเลือกที่จะพาพวกเด็กๆ นั่งเกวียนวัวเข้าไปภายในตัวเมืองตงหลิงซึ่งเด็กทั้งสองคนเองก็ดูจะตื่นเต้นกับวันนี้เป็นอย่างมากและเมื่อเกวียนวัวจอดลงที่หน้าประตูเมืองนั้นคนทั้งหมดก็ได้ลงจากเกวียนก่อนที่จิวอิงจะจ่ายค่าเกวียนให้กับคนขับไป 8 อีแปะเพราะค่าเกวียนนั้นหัวละ 2 อีแปะต่อคนหลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังโรงรับจำนำหวังหรงทันทีและเมื่อทั้งสี่คนมาถึงหน้าโรงรับจำนำกลับพบว่ามีชายชราท่านหนึ่งกำลังยืนรอพวกเธออยู่ที่หน้าร้านอยู่ก่อนแล้ว เมื่อชายชราเห็นทั้งสี่คนเดินใกล้เข้ามาแล้วนั้นเขาก็รีบเดินออกไปต้อนรับคนทั้งสี่ตามคำสั่งของนายท่านรองทันที“สวัสดีทุกท่านขอรับ ข้าน้อยเยว่เฉินเป็นข้ารับใช้คนสนิทของนายท่านรองหวังเหล่

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ของขวัญ

    หลังจากที่จิวอิงพูดคุยธุระกับท่านตาหยางจงเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเธอก็ได้เดินกลับไปยังบ้านของตนเองเพื่อจะปรึกษากับโจวเฟิงถึงเรื่องที่เธอจะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองเพื่อสำรวจดูที่ดินและความเป็นอยู่ของชาวเมืองตงหลิงแห่งนี้ ซึ่งเมื่อหญิงสาวนั้นเดินมาถึงหน้าบ้านของเธอก็พบเข้ากับหวงหนิงที่เดินถือห่อผ้าขนาดใหญ่สามห่อมาเต็มไม้เต็มมือจนแทบจะมองทางไม่เห็นเลยก็ว่าได้เมื่อหญิงสาวเห็นแบบนั้นเธอจึงรีบเดินเข้าไปหยิบห่อผ้าใบที่ใหญ่ที่สุดนั้นมาถือเอาไว้เองพร้อมทั้งทักทายอีกฝ่ายไป“หนิงเอ๋อร์สวัสดีจ๊ะ วันนี้ท่านป้าให้นำผ้ามาส่งให้พี่สาวเช่นนั้นรึ”“ใช่แล้วเจ้าค่ะพี่สาวอิงอิง แล้วนี้ท่านพึ่งจะกลับมาหรือเจ้าคะ” เด็กสาวเอ่ยตอบอย่างอ่อนหวาน“ใช่จ๊ะพอดีพี่ออกไปตรวจดูงานก่อสร้างบ้านหลังใหม่ตรงที่ดินตรงหน้าหมู่บ้านน่ะ”“อ๋า……..ที่ดินตรงที่มีกำแพงสูงนั้นเป็นของพี่สาวหรอกหรือเจ้าคะ”“จ๊ะ เอ้าอย่ามัวแต่ยืนตากแดดอยู่ตรงนี้เลยพวกเราเข้าบ้านกันก่อนเถิด เดี๋ยวพี่ให้ขนมทาน” หญิงสาวเอ่ยบอกกับเด็กสาวก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปภายในบ้านเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาถึงโถงรับรองของบ้านจิวอิงก็บอกให้หวงหนิงนั่งรอตรงนี้สักครู่จากนั้นจ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   อดีต

    ตั้งแต่ที่จิวอิงนั้นได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้ก็มีเรื่องราวมากมายเข้ามาให้เธอต้องจัดการไม่หยุดหย่อนจนในที่สุดวันที่แสนสงบสุขของเธอก็ได้สัมผัสกับมันแล้ว ซึ่งวันนี้หญิงสาวนั้นขอตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้านโดยที่ทั้งสามคนพี่น้องนั้นต่างก็ออกไปดูงานก่อสร้างบ้านใหม่ตรงหน้าหมู่บ้าน เธอจึงมีเวลาอยู่กับตนเองมากขึ้นดังนั้นในตอนนี้เธอจึงกำลังนอนใช้ความคิดนึกถึงเรื่องราวความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างคนเดิมโดยเริ่มเรียบเรียงตั้งแต่ที่เธอเห็นความทรงจำที่จิวอิงคนเดิมนั้นอายุได้ 8 หนาวเธอก็ถูกบิดาและมารดาพาออกเดินทางรอนแรมมาจนถึงหมู่บ้านป่าไผ่แห่งนี้ก่อนที่ท่านทั้งสองจะตัดสินใจลงหลักปักฐาน ณ หมู่บ้านป่าไผ่ พวกท่านพ่อท่านแม่ก็เริ่มซื้อที่ดินพร้อมทั้งปลูกบ้านแห่งนี้ขึ้นมาด้วยเงินก้อนสุดท้ายและหลังจากนั้นพวกท่านทั้งสองต่างก็พากันออกไปหางานทำในเมืองจนได้งานรายได้ของครอบครัวจึงได้เริ่มดีขึ้นเนื่องจากทั้งสองนั้นต่างก็เป็นคนรู้หนังสือจึงหางานทำไม่ยากมาก ทั้งสามคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตกันมาอย่างเรียบง่ายมาโดยตลอดจนจิวอิงอายุได้ 14 หนาวนั้นเองในเย็นวันนั้นระหว่างที่เธอกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าบ้านเพื่อรอบิดามารดากลับมาจากทำงานแ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ลุงหลานพร้อมหน้า

    คล้อยหลังจากที่พวกจิวอิงกลับไปแล้วนั้น พวกชาวบ้านเองต่างก็แยกย้ายกันไปแต่กลับมีร่างบางของเซียนเยว่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมทั้งมือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นด้วยไฟอิจฉาริษยาและเคียดแค้นชิงชังที่คนที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มนั้นมันควรจะเป็นเธอไม่ใช่หญิงแพศยาที่กำพร้าพ่อแม่อย่างนังจิวอิงนั้น ยิ่งในตอนนี้ชายหนุ่มนั้นได้กลายเป็นหลานชายคนโตของคนตระกูลใหญ่แล้วนั้น เซียนเยว่ก็ยิ่งโกรธแค้นจิวอิงมากขึ้นไปอีกจนเธอนั้นแทบอยากจะทำลายหญิงสาวให้ย่อยยับและให้เป็นที่อับอายของคนทั่วทั้งเมืองไปเลยยิ่งดี และเมื่อคิดมาถึงตรงนี้จากใบหน้าที่บิดเบี้ยวก็กลายเป็นรอยยิ้มหวานที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาปรากฏขึ้นมาแทนที่โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่อาจนึกได้ว่าภาพลักษณ์ของตนในตอนนี้นั้นคล้ายกับนางปีศาจที่กำลังจะล่าเหยื่อไม่มีผิดก่อนที่หญิงสาวจะหมุนกายเดินกลับไปยังบ้านของตนเองทันทีส่วนทางด้านของจิวอิงเองจู่ๆ ตัวเธอก็รู้สึกหนาวๆ เย็นๆ บริเวณด้านหลังอย่างไม่ทราบสาเหตุเพียงแต่เธอก็รีบส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านของตนเองทิ้งไปแล้วหันไปมองหน้าโจวเฟิงที่เดินเคียงข้างมาด้วยกันอย่างพิจารณา ซึ่งชายหนุ่มเองเมื่อสัมผัสได้ถ

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ชาติกำเนิดที่แท้จริง

    “เจ้า! ที่เจ้าพูดมาเมื่อครู่นี้หมายความว่าเช่นไรกัน” นางหม่าซือเอ่ยถามอย่างมึนงง รวมไปถึงเหล่าชาวบ้านเองก็เช่นกัน“ข้าก็หมายความตามที่พูด ท่านพ่อของข้านั้นได้ตายจากใจของข้าไปตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไปแล้ว ส่วนชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของข้าก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าเพียงเท่านั้น” โจวเฟิงกล่าวอย่างเย็นชา“หึ! ข้าไม่น่าเลี้ยงดูพวกตัวซวยอย่างพวกเจ้าสามพี่น้องให้เติบโตมาเลยจริงๆ ถ้าข้ารู้ว่าโตมาพวกเจ้าจะเณรคุณเช่นนี้ข้าคงเอาขี้เถ้ายัดปากพวกเจ้าให้ตายไปตั้งแต่เกิดแล้ว” ลู่หมิงเองหลังจากที่ได้ฟังคำของอดีตบุตรชายก็เกิดไฟโทสะขึ้นจนเอ่ยคำพวกนั้นออกไป“ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านก็ควรจะคิดได้ตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะไปล่อลวงท่านแม่นะขอรับ ท่านควรจะมีจิตสำนึกและซื่อสัตย์ต่อนางหม่าซือภรรยาคนแรกของท่าน มิใช่ยังไปทำนิสัยมักมากกับหญิงสาวที่แสนดีอย่างท่านแม่ของข้าจนทำให้ข้าต้องเกิดมาแค่นั้นยังไม่พอท่านยังหลอกให้ท่านแม่หนีตามท่านมาแล้วตัดขาดจากบ้านเดิมเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ท่านแม่นั้นทั้งรัก ซื่อสัตย์ เอาใจใส่ดูแลท่านเป็นอย่างดีแต่สิ่งที่ท่านตอบแทนท่านแม่ก็คือความจริงที่แสนจะเจ็บปวดอย่างนั้นรึขอรับ”“ท่านคงคิดสินะว่าไม่มีใครรู้ถึงคว

  • จิวอิงภรรยาพลิกชะตา   ความจริง

    “นะ…..นั้นเจ้าเอ่ยวาจาเหลวไหลอันใดกันอีก พวกชาวบ้านต่างก็เห็นกันไปทั่วว่าลูกทั้งสองของข้านั้นต่างก็มีสภาพเช่นใดตอนกลับมาจากบ้านของเจ้า” นางหม่าซือเอ่ยขัดจิวอิงด้วยเสียงตะกุกตะกัก“หึ! พูดมาแบบนี้ก็แสดงว่าท่านยอมรับแล้วงั้นสิว่าลูกทั้งสองของท่านไปที่บ้านของข้าจริง งั้นท่านช่วยอธิบายให้ข้ากับพวกท่านลุงท่านป้าทั้งหลายฟังหน่อยเถิดว่าไปที่บ้านของข้าทำไมกัน ในเมื่อพวกเราก็แยกบ้านกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่น่าจะมีสิ่งใดให้ต้องไปมาหาสู่กันเลยมิใช่รึ” หญิงสาวเอ่ยถามยาวเหยียดโดยไม่ให้สองแม่ลูกสามารถเอ่ยโต้แย้งสิ่งใดได้“กะ..ก็…..”“ก็อะไร ท่านจะบอกว่าอย่างน้อยๆ พวกเราก็เคยเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างนั้นรึ ช่างน่าขันสิ้นดีคนในหมู่บ้านแห่งนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่ท่านปฏิบัติต่อพวกเราทั้งสี่คนกันเช่นไร แล้วอีกอย่างพวกท่านจะเชื่อเพียงสิ่งที่ท่านเห็นเช่นนั้นรึแล้วสิ่งที่ท่านไม่เห็นแต่มันคือความจริงเล่าพวกท่านจะทำเช่นใด” จิวอิงเอ่ยขัดนางหม่าซือก่อนที่นางจะได้เอ่ยตอบพร้อมทั้งหันไปเอ่ยถามกับเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ในตอนนี้อย่างต้องการชี้แจง“แล้วตกลงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมันคืออย่างไรกันแน่ เจ้าก็พ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status