Share

ตอนที่2สองปีก่อนนั้น

last update Last Updated: 2025-10-13 20:36:15

ขณะที่องครักษ์หลายคนพุ่งเข้าไปใช้ทวนฟาดฟันอย่างไม่มีความปรานี เพื่อไม่ให้มิ่นหมิ่นมีโอกาสหนีรอดกลับถูกม่านอาคมผลักให้กระเด็นออกมาแต่ยิ่งทุ้มเทแรงไปเท่าไหร่ยิ่งสะท้อนกลับมหาศาล

มิ่นหมิ่นกระอักเลือดสดๆ ออกมา ร่างของมิ่นหมิ่นเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นเลือดที่ไหลออกจากปากของตัวเอง ความเจ็บปวดทำให้สายตาพร่ามัว

หยงเจี้ยนมองมิ่นหมิ่นอย่างเย็นชากระบี่ของเขาถูกดึงออกจากร่างของมิ่นหมิ่น กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

มิ่นหมิ่นปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลรินออกมา ความรักที่เคยมีให้เขา กำลังจะถูกทำลายลงด้วยมือของเขาเอง

พี่ชายทั้งสามของมิ่นหมิ่นก็พุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พี่ใหญ่หลินหยูที่ใช้พัดในมือกวาดออกไปด้วยท่าทางที่เยือกเย็น พลังยุทธ์ขั้นสูงที่เขาใช้ทำให้เหล่าองครักษ์ล้มระเนระนาดไม่สามารถต้านทานได้ หลินซินและหลินหานรีบเข้าไปประคองมิ่นหมิ่นที่บาดเจ็บและพามิ่นหมิ่นออกจากที่นั่น

“นางจิ้งจอกหนีไปแล้ว!” หยงเจี้ยนที่ล้มลงกับพื้นตะโกนเสียงดัง

หยงเจี้ยนลุกขึ้นมองไปยังเส้นทางที่มิ่นหมิ่นหนีไป ก่อนจะสะดุดตากับสิ่งหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น กำไลหยกที่เขามอบให้มิ่นหมิ่นในคืนเหน็บหนาว

หยงเจี้ยนยืนนิ่งอยู่ในที่นั้น ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่กำไลหยกนั้นอย่างเงียบๆ นี่คือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเขากับมิ่นหมิ่น… มันคือความทรงจำที่เขาพยายามจะลืม แต่กลับยิ่งร้าวรานใจเขามากขึ้น

“มิ่นหมิ่น...ม่านม่าน” เสียงของเขาพึมพำออกมาเบาๆ

ยืนนิ่งอยู่กับที่ เรื่องราวสองปีที่ผ่านมาหลั่งไหลพรั่งพรูราวสายน้ำ หัวใจที่มืดบอกของหยงเจี้ยนเริ่มตระหนักได้ว่าเขาพลาดไปแล้ว ม่านม่านนางมารจิ้งจอกที่เขาตราหน้า…คือมิ่นหมิ่นหญิงเดียวในดวงใจ

สองปีก่อน

ท่ามกลางป่าไม้ที่มีดอกไม้ป่าสีสดใสและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของต้นไม้ใหญ่ จิ้งจอกน้อยที่ตัวเล็กพอๆ กับกระต่ายวิ่งกระโดดไปมาอย่างอิสระ เสียงฝีเท้าของมันตบพื้นเบาๆ มิ่นหมิ่นกะพริบตาไปมาพร้อมกับหางขาวนุ่มนิ่มที่ยาวย้อยไปตามพื้น มันหยุดพักหายใจหนักๆ บนก้อนหินใหญ่ 

คิ้วบางของมันก็ขมวดเข้าหากัน

"อือออ...ออกมาเที่ยวครั้งแรก มันก็ดีเหมือนกันนะ" มิ่นหมิ่นพึมพำเบาๆ เสียงดั่งเพลงหวาน

"พวกพี่ๆ พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม จะรู้ไหมว่าข้าออกมา...ฮ่าๆๆๆ ไม่มีทางหรอก"

หันไปมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น ได้ยินเสียงน้ำไหลจากลำธารใกล้ๆ และดวงจันทร์ที่สาดแสงอ่อนๆ ลงมายังป่าด้านล่าง มิ่นหมิ่นก็ยังรู้สึกตื่นเต้นราวกับเด็กที่เพิ่งได้ออกไปเล่นนอกบ้านครั้งแรก

"ข้าจะไปที่ไหนดีน้าาา ดูสิ... มันกว้างขนาดนี้เชียว!" หางของมิ่นหมิ่นสะบัดไปมาบนพื้นด้วยความตื่นเต้นสุดๆ

เสียงลมหวิวจากทิศทางหนึ่งก็พัดมาอย่างเงียบเชียบ ทำให้จิ้งจอกน้อยหยุดและหันไปมองตามแรงดึงดูดที่มันสัมผัสได้ รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป

“กลิ่นอะไรน่ากลัวจัง หรือนี่ที่พี่ใหญ่หลินหยูเรียกว่ากลิ่นแห้งความตาย แต่ทำไมมันเศร้าขนาดนี้”

มิ่นหมิ่นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินบ้างกระโดดบ้างไปตามกลิ่นช้าๆ

จนมาถึงเรือนหลังหนึ่งที่ยิ่งใหญ่แต่เงียบเหงา ในมุมมืดของเรือนหลังนั้นกลับมีแสงบางอย่างส่องประกายราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่คอยดึงดูดมิ่นหมิ่นเข้าไปในเงามืดนั้น

มีร่างหนึ่งที่ร่างกายซูบซีดคล้ายกับกระดูกมนุษย์ที่ยังมีลมหายใจ… ผมเผ้ารุงรังไม่น่ามองดวงตาหลับสนิท เหลือเพียงลมหายใจที่รวยริน

"ใครกัน..." เสียงหวานๆ ของมิ่นหมิ่นดังขึ้นอย่างเกรงกลัว แต่ก็แฝงไปด้วยความสงสัย

ร่างนั้นค่อยๆ ขยับเมื่อรู้สึกถึงการมาของจิ้งจอกน้อย ดวงตาที่แดงก่ำดูเหมือนจะไม่เคยเห็นแสงสว่างของภายนอกมานาน

บุรุษหนุ่มผู้ถูกขังอยู่ในสุสานบรรพชนนั้นเริ่มเคลื่อนไหว แต่ไม่อาจขยับกายความรู้สึกเหมือนกำลังจะตายทรมานเหลือเกิน อ้อมแขนที่กอดรัดตัวเองนั่นแนบแน่นจนน่าสงสารคงเพราะอาการหนาวและยังบาดเจ็บ

"...ใครกัน…" เสียงเขาเบาเหมือนกระซิบดูอ่อนแรง

จิ้งจอกน้อยตะลึงกับสิ่งที่เห็น มิ่นหมิ่นไม่เคยเห็นมนุษย์ผู้ชายที่ร่างกายดู…ทุรนทุรายเช่นนี้มาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นความอยากรู้อยากเห็นของจิ้งจอกน้อยก็ยังมีมากกว่าความกลัวตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้

"ไม่ต้องกลัวนะข้าไม่ใช่คนร้าย ข้าไม่ทำร้ายท่านหรอก ข้า...ข้าคือจิ้งจอกน้อย (เสี่ยวหูหลี) ท่านไม่ต้องกลัวแล้ว"

บอกด้วยเสียงสดใสซึ่งทำให้หยงเจี้ยนเหลือบตามองจิ้งจอกน้อยด้วยความสงสัย

"เสี่ยวหูหลี…" กระนั้นก็คล้ายความฝันหรือความจริงไม่อาจแยกแยะ 

"ข้าช่วยท่านดีกว่านะ…มะ…"

มิ่นหมิ่นบอกอย่างมั่นใจ แม้ตัวของมิ่นหมิ่นจะเล็กนิดเดียวแต่ความตั้งใจที่จะช่วยคนตรงหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ทิ้งตัวลงนอนข้างกายหยงเจี้ยนกลายร่างเป็นมิ่นหมิ่นที่น่าเอ็นดู

อีกคนคว้าเอวบางกอดรัดคลายความหนาว มิ่นหมิ่นรู้สึกประหลาดใจ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ

“ท่านแม่อย่าจากข้าไป” หยงเจี้ยนพร่ำเพ้อด้วยพิษไข้ ดวงตาพร่าเลือน

มิ่นหมิ่นได้แต่ถอนหายใจยาว อ้อมกอดของหยงเจี้ยนกอดรัดไม่ปล่อย ใจดวงน้อยของจิ้งจอกที่อ่อนต่อโลกกลับเต้นรัวกว่าเดิมไม่พัก 

เวลาผ่านไปนานแสนนาน ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ร่างผอมแห้งของหยงเจี้ยนขยับกายลืมตาขึ้นช้าๆ ภายใต้แดดยามบ่าย

“น้ำ…ข้ากระหายน้ำเหลือเกิน” เสียงแหบแห้งของหยงเจี้ยนทำให้มิ่นหมิ่นรีบลุกขึ้นนั่งตัวตรง

“ดื่มน้ำดีไหม”

มิ่นหมิ่นดีดนิ้วแป๊ะก็มีจอกน้ำใสอยู่ตรงหน้ารีบยกจอกน้ำจ่อที่ริมฝีปากแห้งผากของหยงเจี้ยน

“กินเสียหน่อย” ร่างผอมซูบซีดรีบกลืนน้ำอย่างยากลำบาก มิ่นหมิ่นยิ้ม 

“ท่านมีไข้ ด้วยนะ กินยาเสียหน่อยแล้วข้าจะถ่ายทอดลมปราณของข้าให้กับท่าน แต่บอกไว้ก่อนนะว่าลมปราณข้านะขั้นหนึ่งอยู่เลย อีกสองวันในแดนจิ้งจอกหรืออีก20ปีโลกมนุษย์จึงจะขั้นสอง อย่าขำนะ ข้าเพิ่ง180ปีก็ต้องอ่อนด๋อยเป็นธรรมดา”

“องค์หญิงมิ่นหมิ่น องค์หญิงมิ่นหมิ่น อยู่ไหนเจ้าค่ะองค์หญิงงงงงงง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิ้งจอกอ่อนหัดขององค์ชายจอมโหด   ตอนที่78ไท่จือเฟย

    ตำหนักบูรพายังคงเงียบสงบท่ามกลางแสงไฟที่ส่องกระจายออกจากโคมไฟสูงประดับในห้องใหญ่ เสียงหัวเราะของอี้จือก้องกังวานไปทั่วห้อง ด้วยความรู้สึกภูมิใจในที่สุดทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ตามที่คาดหวังและวางแผนไว้"ฮ่าาาา ในที่สุดก็มีวันนี้สินะ อี้จือ เจ้าก็เห็นไหม? สวรรค์มีตา!"ราชครูเฉินอี้หยูพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง อี้จือหัวเราะเบาๆ ด้วยความยินดี ท่านราชครูเฉินหยุดยืนตรงหน้าอี้จือและกล่าวต่อไปด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ในที่สุดท่านสีก็ได้ตำแหน่งไท่จือแล้ว! และเจ้าก็ได้รับความเมตตาจากฝ่าบาทได้แต่งกับท่านสี่ด้วย นั่นหมายความว่าอะไรรู้ไหม?"อี้จือยิ้มบางๆ ด้วยท่าทางเงียบขรึม แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความพึงพอใจที่เก็บซ่อนไว้ "ท่านพ่อโปรดพูดมา"พูดเบาๆ ก่อนที่จะหันไปมองใต้เท้าเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ "ท่านสี่ก็ยังคงเป็นท่านสี่อยู่ดีใช่ไหมเคยปรารถนาในตัวเจ้าอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น?""นั่นหมายความว่า..." อี้จือกล่าวด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความมั่นใจ "ท่านสี่มีอำนาจในมือแล้ว! แม้แต่ฝ่าบาทยังต้องเกรงใจท่านสี่ ฝ่าบาทรู้ดีว่าท่านสี่มีความหมายกับราชวงศ์อย่างไร ถึงได้แต่งเจ้าให้กับท่านสี่ นั่นไม่ใช

  • จิ้งจอกอ่อนหัดขององค์ชายจอมโหด   ตอนที่77ไท่จือคนใหม่

    โม่โฉว่ยืนกอดอกมองไปยังหยงเจี้ยนที่นั่งอยู่หน้าพระแท่นในห้องทรงงาน ท่าทีของหยงเจี้ยนดูสงบเสงี่ยมแม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยการวางแผน และทบทวนคำพูดที่ต้องใช้ในช่วงเวลานี้ แต่ใบหน้าของเขากลับไม่แสดงให้เห็นถึงความเครียดหรือความกังวลใดๆ มันเหมือนกับการร่างภาพในหน้ากระดาษที่ไร้อารมณ์ ส่วนโม่โฉวเองก็รู้ดีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ การที่ไท่จือถูกปลดนั้น ย่อมหมายถึงการเปิดทางให้เขาก้าวขึ้นมาแทนที่ โม่โฉวยิ้มบางๆ นึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น"ท่านสี่ ตอนนี้ไท่จือถูกปลดแล้ว ต่อไปท่านจะดำเนินแผนการเช่นไร" โม่โฉวเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงของเขาค่อนข้างเงียบสงบ แต่แฝงไปด้วยความคาดหวังบางอย่าง เขารู้ดีว่าฝ่าบาทจะต้องมอบตำแหน่งไท่จือให้กับหยงเจี้ยน เพราะสุดท้ายแล้วมันคือจุดมุ่งหมายของฝ่าบาทที่ต้องการยาอายุวัฒนะที่อยู่กับหยงเจี้ยนท่าทีของเขาไม่ได้เผยอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ เกี่ยวกับคำถามนั้น "นั่นไม่ใช่ข้าที่ต้องเดินตามแผน" หยงเจี้ยนพูดเสียงต่ำอย่างมีน้ำหนัก เขาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแล้วมองไปยังโม่โฉวอย่างไม่ลังเล ก่อนที่จะพูดต่อไป "แต่จะต้องเป็นฝ่าบาทที่จะต้องคิดว่าควรทำเช่นไรต่อจากนี้ ข้าส่งเจ้าออกวังหลวงเพื่

  • จิ้งจอกอ่อนหัดขององค์ชายจอมโหด   ตอนที่76ปลดไท่จือ

    ที่ตำหนักบูรพาอี้จือสะอื้นอย่างหนัก ภายในห้องเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะระบายออกไปได้ เสียงสะอื้นก้องกังวาน อี้จือมองไปที่หยงซินที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าเย็นชาของเขาทำให้อี้จือรู้สึกเหมือนถูกทุบตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามปกปิดอารมณ์ไว้ แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความหวาดกลัวในใจ"ไท่จือท่านจะทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้นะ..." เสียงของอี้จือสั่นเครือ แม้จะพยายามกลั้นเสียงสะอื้น แต่มันก็หลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ซ้วนซ้วนที่ยืนข้างๆ รีบเดินเข้าไปประคองอี้จือไว้อย่างอ่อนโยน"ไท่จือ ท่านจะทำอะไรกับนางก็ได้ แต่กรุณาอย่าทำให้นายหญิงเจ็บปวดเลยนะเจ้าคะ" เสียงของซ้วนซ้วนอ่อนลง แต่ก็ไม่สามารถปิดบังความวิตกกังวลในใจได้หยงซินที่ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อาจยอมรับได้ ก้าวเข้ามาใกล้และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว"ข้าได้ยินว่าเจ้าไปที่ตำหนักเทียนฮวา หากไม่ทำอย่างนี้เจ้าก็ไปอีก ทางเดียวที่ข้าทำได้คือผูกเจ้าไว้ที่นี่!" เสียงดังกังวานในห้อง อี้จือสะอื้นหนักขึ้นจนตัวโยนไปมา"ไท่จือ ท่านทำกับข้าอย่างนี้ไม่ได้!" เสียงสะอื้นนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดหยงซินยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่อี้จืออย่างไม่ละสายตา เหมือนว

  • จิ้งจอกอ่อนหัดขององค์ชายจอมโหด   ตอนที่75ประตู

    โม่โฉว่ที่ทองตามแผ่นหลังของหลินหยูไปจนลับสายตาหยงเจี้ยนขยับกายก้าวเดิน โม่โฉว่เอ่ยปากถามในทันที“องค์ชายท่านจะไปไหน”หยงเจี้ยนถอนหายใจแล้วพูดเบาๆ“ข้าจะไปดูว่า ม่านม่านคนนั้นนางร้องไห้จนตาบวมอย่างที่นักพรตจอมลวงโลกคนนั้นพูดจริงหรือไม่”ฮ่องเต้หยงตบโต๊ะดังลั่น เสียงดังสนั่นไปทั้งห้อง ดวงตาคู่คมแสดงความโกรธแค้นที่กำลังปะทุขึ้นในตัวเขา"ป่านนี้ยังไม่มีเบาะแส บ้านตระกูลเหรินซีไม่มีเบาะแสใดเลยหรือ" เสียงของเขาดังลั่น เครียดและขุ่นมัวจนทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งหนักอึ้งไปด้วยความตึงเครียดบุรุษในอาภรณ์ชุดดำประสานมือก้มหน้าอย่างเคารพ แล้วรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"ค้นทุกซอกทุกมุมล้วนไม่มีเบาะแสใดเลย ข้าพบเพียงบางเรื่องที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีความชัดเจน ฝ่าบาท ความจริงแล้วเรื่องราวต่อจากนี้ อาจต้องสืบเสาะจากองค์ชายสี่จะดีกว่า""ปัง!" เสียงของฮ่องเต้หยงดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้แรงจนแทบจะทำให้โต๊ะไม้เก่าๆ แทบพัง ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟโกรธ"เจ้าสี่กลับมาครั้งนี้ ราวกับมีใครเสี้ยมสอนการวางตัวที่แปลกออกไป และยังระวังตัวมากยิ่งขึ้น! ข้าตั้งใจจะเก็บเขาไว้ก่อน จึงไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่น!"

  • จิ้งจอกอ่อนหัดขององค์ชายจอมโหด   ตอนที่74โม่โฉว่

    หลินหานก้าวเข้าไปในห้องตำหนักเทียนฮวาอย่างเร่งรีบ ยังไม่ทันได้วางผลไม้ในมือ ร่างบางของม่านม่านที่เพิ่งลุกจากแท่นนอนก็วิ่งพรวดเข้ามากอดเอวเขาแน่น เสียงสะอื้นดังอู้อี้ซบอยู่กับอกกว้าง ไหล่เล็กสั่นไหวราวกับพยายามกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้จนสุดกำลัง หลินหานตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะรีบวางของลงแล้วโอบกอดน้องสาวกลับอย่างแผ่วเบา"เกิดอะไรขึ้นน้องพี่ เจ้าเป็นอะไรไป"เขาก้มลงมองใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา นิ้วยาวยกขึ้นเช็ดหยดน้ำใสที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน น้ำเสียงที่เคยหยอกล้อกลับแผ่วลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ยินบ่อยนัก“พี่สามฮืออออท่านอย่าถามข้าไม่อยากเล่า”"ค่อยๆ เล่าก็ได้ หากเจ้ายังไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด พี่อยู่ตรงนี้แล้วโอ๋ๆๆๆ อย่าร้องนะของพี่อย่าร้องไห้สิ"หลินหานกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าน้องสาวจะบอบช้ำไปมากกว่านี้ ขณะนั้นหลี่หลินที่ยืนอยู่ด้านข้างกำหมัดแน่น ดวงตาฉายแววขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด"องค์ชายสี่คนนั้น ฮึ ข้านึกแล้วว่าพอข้าไม่อยู่ เขาก็รังแกนายหญิงได้ลงคอ"เสียงของหลี่หลินสั่นด้วยความโกรธปนเจ็บใจ"คนอะไรไม่เคยจะรู้อะไรเลย นายหญิงดีด้วยแค่ไหน ยังกล้าทำแบบน

  • จิ้งจอกอ่อนหัดขององค์ชายจอมโหด   ตอนที่73เข้มข้น

    "โม่โฉว่มาแล้วหรือ?" หยงเจี้ยนกล่าวเสียงต่ำ ขณะหันไปมองบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้า ร่างสูงของโม่โฉว่ก้มคุกเข่าลงด้วยความนอบน้อมที่สุด ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความเคารพและความซื่อสัตย์ต่อนาย"การเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง?" หยงเจี้ยนถามเสียงแผ่วอย่างสนใจ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาค่อยๆ ขึ้นมาน้อยๆ โม่โฉว่ยิ้มบางๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "ขอบพระทัยองค์ชายสี่ การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นที่สุด ข้าพบว่าในครั้งนี้ ตระกูลเดิมของพระมารดาขององค์ชายมีผู้ไปเยือนตามที่คาดไว้"หยงเจี้ยนขยับมุมปากยิ้มเล็กน้อย ขบคิดในใจ ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ "ดีมาก หากเป็นอย่างที่คิด ก็หมายความว่าเราใกล้ความจริงเข้าไปทุกที"โม่โฉว่ยิ้มบางๆ ก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง "องค์ชายจะต้องประหลาดใจ คนเหล่านั้น...คือคนของเฉิน อี้หยู"คำพูดของโม่โฉว่ทำให้บรรยากาศรอบๆ เงียบสงัดไปชั่วครู่ หยงเจี้ยนที่นั่งอยู่หรี่ตามองโม่โฉ่วด้วยสายตาที่ฉายความประหลาดใจเล็กน้อย"เฉิน อี้หยูอย่างนั้นหรือ ยังไม่เลิกสอดส่องข้าสินะ" หยงเจี้ยนพูดเสียงต่ำเหมือนพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงแรงกดดันจากชื่อที่ได้ยิน โม่โฉว่ไม่ตอบคำถาม เขามองนายของตนด้วยความจริงใจ "ใช่ค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status