Se connecter“คุณโอโตกะคะ” รสสุคนธ์เดินเข้าไปหาผู้นำการเดินทางด้วยใบหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เนื่องจากเธอมีเวลาเก็บสัมภาระสำหรับการเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ
“ครับมีสชนานุสรณ์”
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ”
“ไม่มีอะไรนี่ครับ ผมแจ้งไปแล้วว่าหากล่าช้าสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวย หิมะกำลังจะตก หากเรายังไม่ออกเดินทางหิมะจะปิดทางเข้าเอาไว้”
“แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมเราไม่รอจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นละคะ ไปตอนนี้ไม่เท่ากับเสี่ยงมากขึ้นหรอกหรือ”
โอโตกะยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย “ผมได้ยินมาว่าคุณมีหนังสือเกี่ยวกับไรเดนหลายเล่ม ทั้งยังพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับคนพวกนั้น คุณจะไม่รู้เชียวหรือว่าประตูทางเข้าที่นั่นมีอาถรรพ์ หากไม่เข้าไปในวันเวลาที่ถูกต้อง คุณคิดหรือว่าคุณจะหาทางเข้าเจอ”
“คุณเชื่อเรื่องแบบนั้นด้วยหรือคะ” รสสุคนธ์ตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“แม้ว่าผมจะไปเรียนต่างประเทศแต่ผมก็เติบโตที่นี่ครับมีส เรื่องพวกนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับ ผมเองก็เคยสัมผัสมาแล้ว ดังนั้นหากจะเดินทางไปสำรวจครั้งนี้ก็ทำตามที่ผมบอกจะดีกว่าครับ ไม่อยากนั้นก็ถอนตัวไปเสีย”
โอโตกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเย็นชา ซึ่งนั่นทำเอารสสุคนธ์ต้องขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันได้เดินตามคนที่ผละไปขวัญชีวาก็รั้งเอาไว้เสียก่อน
“ไม่เอาน่ายายรส”
“ขวัญนี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าฉันมีหนังสือของไรเดน”
“เอ่อ...”
“เธอหรือที่เป็นคนบอก”
“ก็...มันเกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นนิดหน่อยน่ะ”
“อะไรที่ว่าแปลก”
“คือ...” ขวัญชีวามองซ้ายขวาก่อนจะกระซิบกระซาบเสียงเบาลงให้ได้ยินเพียงสองคน “เมื่อวานคนของมิยาโมโต้ได้รับจดหมายขู่ ในนั้นระบุว่าจดหมายนั้นส่งมาจากไรเดน”
“อะไรนะ” รสสุคนธ์ตาโต
“ใช่ มีการยืนยันแล้วว่าสัญลักษณ์ฝักดาบในจดหมายคือสัญลักษณ์ของไรเดนจริง”
“ฝักดาบหรือ นั่นเป็นสัญลักษณ์ของพวกเขาหรือ”
“ใช่ ได้ยินมาว่าอย่างนั้น มีแค่ไม่กี่คนที่รู้ แต่ก็ไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการหรอก จดหมายนั่นเตือนว่าอย่าได้ล่วงล้ำเข้าไปในเขตของพวกเขา ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเหลือรอดกลับออกมา แล้วก็นะอย่างที่คุณโอโตกะบอก ดูท่าว่าหิมะจะตกหนัก ถ้าไม่ไปวันนี้จะลำบากมาก”
“แล้วทำไมไม่รอให้อากาศดีแล้วค่อยเดินทาง ทำแบบนี้ไม่โดนไรเดนโจมตี ก็ต้องหนาวตายกลางหิมะ”
“เอ่อ...ได้ยินเขาพูดกันว่าประตูทางเข้าวัดที่ว่าจะมองเห็นแค่แวบเดียวตอนหิมะแรกตก ดังนั้น....”
“เดี๋ยวนะ” รสสุคนธ์ขมวดคิ้ว พลางนึกถึงหน้าหนึ่งในหนังสือที่ได้รับมาจากชายชราตระกูลคามิยะ บรรทัดหนึ่งในนั้นบอกว่าคนนอกจะสามารถมองเห็นทางเข้าหมู่บ้านไรเดน แวบหนึ่งของหิมะแรกในฤดูหนาว หรือว่าวัดที่เรากำลังจะสำรวจจะอยู่ในหมู่บ้านของไรเดน” รสสุคนธ์ใจหายวาบ
“พวกเขากำลังเตรียมการเพื่อบุกเข้าไปในหมู่บ้านของไรเดน” หญิงสาวเอ่ยต่อด้วยเสียงแผ่วเบา สายตาก็กวาดไปมองคนของโอโตกะที่กำลังขนลังยาวๆ บางอย่างผูกเข้ากับเกวียนซึ่งมีม้าตัวใหญ่คอยลาก สัมภาระที่ดูเยอะจนผิดปกตินั้นทำให้หญิงสาวตระหนักในที่สุด
“หรือว่าไรเดน...คนเหล่านั้นยังมีอยู่จริง และเรากำลังจะบุกรุกเข้าไปในเขตของ...” หญิงสาวหยุดคำพูดเอาไว้เพียงเท่านั้น
“ยายรสฉันว่าเดินทางครั้งนี้มันออกจะเสี่ยง ถ้าเธอ...”
“เธอจะบอกให้ฉันถอนตัวหรือ”
“ไม่รู้สิ ฉันเองก็รู้สึกแปลกๆ กับการเดินทางครั้งนี้”
“แล้วศาสตราจารย์ว่ายังไงบ้าง”
“เขาไม่ว่าอะไรเพียงแต่บอกว่าจะอย่างไรก็ต้องเข้าไปเห็นกับตาให้ได้”
“ถ้าเขาบอกอย่างนั้นแล้วนักสำรวจตัวเล็กๆ อย่างเราจะปฏิเสธได้หรือ” รสสุคนธ์ถอนหายใจ ลางสังหรณ์เข้มข้นในใจของเธอ บอกให้เธอรีบถอนตัวจากการเดินทางครั้งนี้เสีย ทว่าอีกใจหนึ่งที่กำลังขัดแย้ง กลับบอกว่าเธอจำเป็นต้องร่วมเดินทางในครั้งนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต
“แต่เขาคงจะมาไม่ทันการเดินทางเที่ยวแรกแน่ เรือที่เขาโดยสารมาจะเทียบท่าวันนี้เย็น เพราะเราเลื่อนกำหนดการให้เร็วขึ้นหนึ่งวัน ฉันเลยกะว่าจะให้เธอรอเพื่อออกเดินทางไปพร้อมกับศาสตราจารย์”
“ไม่ล่ะ ฉันจะไปพร้อมพวกเขา”
ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นมายังถนน เขามองตรงมายังหญิงสาว ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา กระนั้นดวงตาของเขายังคงสว่างวาววับเช่นในวันวาน ดวงตาสีเขียวที่เธอโหยหา“คุณบอกให้ผมรอ ดังนั้นผมจึงรอมาโดยตลอด” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวยังคงได้ยินทุกคำ“อากิ” รสสุคนธ์สาวเท้าออกวิ่ง ร่างเล็กปลิวหายเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจและโอบรัดท่อนแขนเข้าหาร่างของกันและกัน ท่ามกลางแสงแดดและสายลมในหมู่บ้านไรเดนแห่งนี้“คาโอริ” ฮายาบุสะกระซิบราวยังไม่อยากจะเชื่อ“ฉันกลับมาแล้วค่ะอากิ ฉันกลับมายังบ้านของเราแล้ว”ฮายาบุสะนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาสูดกลิ่นกายของหญิงสาวราวกำลังยืนยันตัวตนของเธอ กระทั่งในที่สุดเขาก็เอ่ยถ้อยคำออกมาหนึ่งประโยค“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฮายาบุสะเอนตัวออกก้มหน้าลงแตะหน้าผากของตัวเองกับหญิงสาว อ้อมแขนยังคงโอบรัดคนตัวเล็กไม่ห่างเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือล้อเลียนไม่ได้ทำให้คนทั้งสองเขินอาย ตรงกันข้ามทั้งคู่ที่หันไปมองกลับหัวเราะประสานเสียงกับคนอื่นๆ กระทั่งเสียงพญาอินทรีซึ่งบินวนเวียนเหนือผืนป่า เรียกความสนใจของคนทั้งหมดตรงชายป่าซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กที่หญิงสาวเพิ
หลังจากขวัญชีวาออกจากห้องในคืนนั้น รสสุคนธ์เดินกลับห้องของตัวเอง หญิงสาวสวมชุดขี่ม้าและคว้าเสื้อคลุมกันลมตัวที่มิดชิด และกันความหนาวเหน็บยามค่ำคืนได้ดีที่สุดออกมาสวมหลังเรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นที่เขตของไรเดน หญิงสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งยังถูกซักถามจนเหนื่อยอ่อนก็ถูกปล่อยตัว กว่าจะกลับมาอาบน้ำและนอนหลับก็ทำเอาเธอหมดแรงความโศกเศร้าเพราะต้องพรากจากฮายาบุสะ ทำให้รสสุคนธ์ไม่พูดไม่จาอยู่นานนับเดือน กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวก็มองเห็นเสื้อคลุมของตนที่มั่นใจว่าทิ้งไปแล้ว เนื่องจากสภาพของมันขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นเศษผ้าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นตัวที่เธอสวมวันที่เกิดเรื่อง ทั้งยังเป็นเสื้อตัวที่เธอสวมในวันที่ถูกไรเดนจับตัวไปวันแรกอัญมณีทั้งสามอยู่ในนั้น...ในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง!!!ทับทิม ไพลิน และมรกตยังอยู่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ในวันที่โอโกตะและมิยาโมโต้ ถอดใจไปแล้วว่าอัญมณีทั้งสามไม่มีอยู่จริงแม้จะสอบถามแม่บ้านทุกคนถึงที่มาของเสื้อคลุมที่เธอคิดว่าทิ้งไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกคนต่างกำลังดีใจที่หญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวว่าคามิยะซึ่งถ่วงเวลาเพื่อให้เธอ
“รู้ไหมว่าห้าเดือนมานี้รสคุยกับเรานับครั้งได้เลย” ขวัญชีวาน้ำตาซึม “เราเป็นห่วง”“เราผิดเอง เราขอโทษนะ” แต่เราไว้ใจใครไม่ได้แน่นอนว่ารสสุคนธ์ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา“ถ้าอย่างนั้นกลับอเมริกาพร้อมเรานะ ได้ยินมาว่ามีคนของจักรพรรดิมารับงานต่อแล้ว“ใช่” รสสุคนธ์พยักหน้างานทุกอย่างเสร็จแล้วจริงๆ และตอนนี้ที่เหลือคือเธอต้องส่งมอบแผนที่เหล่านี้ที่ร่างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปกราบไหว้ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้ เพราะอย่างน้อยหากทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นมรดกของโลก โอโกตะและมิยาโมโต้ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด“เหลือแค่พรุ่งนี้เช้าส่งมอบแผนที่นี้เท่านั้น แล้วเราจะกลับอเมริกาพร้อมขวัญ”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วในตอนที่หันไปมองแผ่นที่และเอกสารต่างๆ รวมไปถึงจดหมายของเธอถึงขวัญชีวา ซึ่งคาดว่าในตอนเช้าขวัญชีวาน่าจะเห็นมัน“ขวัญ”“หืม”“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ขวัญห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด เรามาเพราะเราเลือกจะมา เราทำเพราะเราตัดสินใจว่าถูกว่าควร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากตัวเรา”ขวัญชีวาชะงัก “แต่เราเป็นคนชวนรสมาที่นี่“เราถึงได้รู้สึกขอ
วิหารและซากปรักหักพังยังคงอยู่ แต่ไหนเลยด้านล่างจะยังมีร่างของฮายาบุสะ แม้แต่บนพื้นที่เคยมีคราบเลือดแดงฉานก็ยังว่างเปล่า“อากิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว”รสสุคนธ์มองจุดที่ฮายาบุสะนอนอยู่อย่างสิ้นหวัง“อากิ!”หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ความโศกเศร้าที่ออกมากับน้ำเสียง หวาดหวั่นและหวาดกลัวความสูญเสียที่จะพรากเขาไปจากเธอตลอดกาลประตูมิติปิดลงแล้วและครั้งนี้มันคือ...นิรันดร์ความว่างเปล่าของเขตไรเดน นำความตื่นกลัวมาสู่กลุ่มทหารรับจ้าง แวบเดียวที่แสงแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่าง ไม่นานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนว่างเปล่าป่ารกทึบที่เคยเป็นสมรภูมิรบ ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านไรเดน ความเร้นลับและตำนานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ นำมาซึ่งข่าวลือและเรื่องบอกเล่าที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาคณะสำรวจภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิ โดยมีรสสุคนธ์ที่ยังคงอยู่ที่เมือง S เดินหน้าสำรวจซากปรักหักพังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเวิ้งว้างแห้งแล้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีป่ารกทึบกว้างใหญ่ล้อมรอบ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความงดงามและยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะสามารถเข้าไปถึงได้โดยง่าย ชาวบ้าน
นั่นคือกฎของการประลองไม่ว่าจะเป็นซามูไรหรือไรเดน หากพ่ายแพ้ผู้แพ้ก็ต้องคว้านท้องตัวเองและถูกคู่ต่อสู้ตัดศีรษะ ทั้งนี้การประลองเพลงดาบมีความแตกต่าง เนื่องจากฮายาบุสะเป็นผู้นำสูงสุดของไรเดน แน่นอนว่าหากเลือกให้เขาลงมือ นั่นย่อมเป็นเกียรติแก่โอโกตะทว่า...โอโกตะไม่ใช่หนึ่งในไรเดน ทั้งยังไม่ใช่ซามูไร“อากิ!”เสียงเรียกทำให้ฮายาบุสะหันขวับไปมอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณว่ารสสุคนธ์ที่กำลังวิ่งลงบันไดมาทำสำเร็จอัญมณีทั้งสามได้กลับคืนสู่จุดกำเนิด หญิงสาวนำทับทิม ไพลินและมรกตกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางของแดนศักดิ์สิทธิ์ ประตูมิติกำลังจะถูกปิดลงปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมเสียงกรีดร้องที่ตามมา“อากิ!!!”เสียงของรสสุคนธ์ทำให้ฮายาบุสะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกชาวูบที่หน้าอกทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อครู่เขากำลังเดินไปยังบันได แต่เพราะเห็นแล้วว่าหญิงสาวกำลังจะวิ่งลงบันไดมาเขาจึงพลั้งเผลอนั่นเป็นโอกาสของโอโตกะ บุรุษผู้ซึ่งไม่นับว่าเป็นนักรบที่รู้จักศักดิ์ศรีของการเป็นนักดาบ หรือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของบุรุษผู้หนึ่งรสสุคนธ์มองร่างสูงที่ค่อยๆ ทรุดลง โอโกตะที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้คว
ปัง!!!เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ฮายาบุสะชะงัก เขาหันไปมองก่อนจะพบว่าโอโตกะเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่อยู่บนบันไดสูงชายหนุ่มคว้าธนูออกมาหมุนม้าให้หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับมิยาโมโต้แล้วโอโตกะรสสุคนธ์หวีดร้องก่อนก้มศีรษะลง ระยะของกระสุนปืนตกลงไปห่างจากตัวของเธอไม่ถึงสองก้าว เมื่อมองลงไปยังด้านล่างหญิงสาวได้แต่เบิกตากว้าง แผ่นหลังองอาจคุ้นเคยในชุดนักรบไรเดนทำให้หัวใจของเธออบอุ่น“เดินหน้าไปอย่าหันกลับมา!”ฮายาบุสะตะโกนบอก เขายิงธนูออกไปทันทีที่ตะโกนบอก โอโตกะจึงไม่มีโอกาสเล็งปืนอีกครั้ง ทั้งเขาและมิยาโมโต้หล่นจากหลังม้า เนื่องจากฮายาบุสะยิงธนูเข้าหา ทำให้ม้าทั้งสองตัวตกใจตื่นฮายาบุสะอาศัยช่วงจังหวะนั้นกระโดดลงจากหลังม้าหาที่กำบัง เขามองหญิงสาวที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของบันได ร่างเล็กวิ่งหายเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์โอโตกะและมิยาโมโต้พยายามเข้าใกล้บันไดให้มากที่สุด แต่ยังมีฮายาบุสะขวางอยู่“ผมจะจัดการเขาเอง คุณตามผู้หญิงคนนั้นไป เอาตัวลงมาให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงเราต้องได้อัญมณีล้ำค่าสามเม็ดนั้นมา”โอโตกะกระโจนออกไปอีกฝั่งเพื่อล่อหลอกฮายาบุสะชายหนุ่มออกวิ่งไปอีกด้าน ก่อนพยายามเข้าใกล้บ
“ฮายาบุสะหรือคะ”กว่าจะรู้ตัวว่าพลาดไปแล้วก็ไม่อาจหยุดยั้งตัวเองเอาไว้ได้ แต่กระนั้นเขาก็กลับมามีท่าทีสงบเช่นเดิม ดวงตาที่บ่งบอกถึงการผ่านร้อนผ่านหนาวมามากฉายแววครุ่นคิด“หนูมั่นใจหรือว่ามองเห็นจริงๆ ว่าดวงตาของเขาเป็นสีเขียว เขาอายุประมาณเท่าไรล่ะ”“ก็...น่าจะราวๆ สามสิบต้นๆ ค่ะ ตัวสูงใหญ่ ผิวขาว
“ก็แน่ละสิ เห็นชาวบ้านบอกว่าป่านั่นเป็นอาณาเขตของไรเดน คนที่เข้าไปไม่เคยได้กลับออกมา ไหนจะข่าวลือที่ว่าพวกนั้นถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมนั่นอีก”“แล้วคุณคามิยะว่ายังไงกับข่าวลือนั่น”“เขาบอกว่าไร้สาระ ถ้าบอกว่าเข้าไปแล้วไม่ได้ออกมา แล้วไอ้ข่าวที่ว่าถูกทารุณอย่างโน้นอย่างนี้มาจากไหน ฉันเองก็คิดเหมือนเข
ไรเดน กลุ่มนักฆ่าที่รับจ้างฆ่าคนเหล่านั้นน่ะหรือจะมีอยู่จริง นี่มันปีไหนแล้ว เช่นกันกับซามูไรและนินจา พวกเขาก็คงค่อยๆ หายไปตามกาลเวลาดังเช่นมิยาโมโต้พูดนั่นแหละคิดได้ดังนั้นรสสุคนธ์ก็ได้แต่ปัดความคิดที่ยังคงว้าวุ่นของตัวเองออกไป พร้อมกับคว้าผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ ทว่ารุ่งเช้าในขณะที่กำลังเดิ
“อีกสองวันขอรับท่านฮายาบุสะ”“ดี ส่งข่าวไปยังโนบุโยชิและโยโกยามะเพื่อเรียกตัวไรเดนทุกคนกลับหมู่บ้าน ทิ้งไว้แค่สายสืบเพื่อคอยจับตาดูมิยาโมโต้เท่านั้น”“ขอรับ”“ทาเครุ”“ขอรับท่านฮายาบุสะ”“ไปสืบดูว่านักสำรวจที่จะร่วมเดินทางไปครั้งนี้มีทั้งหมดกี่คน”“ขอรับ”ฮายาบุสะ อากิ ยืนจ้องมองไปยังท้องถนนด้วยใบห







