Share

ตอนที่ 3 หวังฟางเซียน 1.3

last update publish date: 2025-11-06 14:54:53

ใบหน้าสวยหันกลับไปมองตู้ใบสุดท้ายตามคำกล่าวของบุรุษแปลกหน้าที่บอกเธอเป็นปริศนาดั่งเขาวงกตก็ว่าได้ ร่างงามค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางก้าวเดินไปยังตู้ใบสุดท้ายเพื่อทดสอบว่าคำพูดของชายแปลกหน้าคนนั้นเป็นจริงอย่างที่พูดหรือไม่

 “เราไม่ได้งมงายแต่กำลังจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดกับเรามันคือเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องโจ๊กมาล้อกันเล่น” ฟางเซียนเดินไปรำพึงไปตลอดทางที่ก้าวเดินไปยังตู้ใบสุดท้ายที่ตั้งอยู่ในมุมมืดและไร้ผู้คนเดินผ่าน

 ภายในตู้ดังกล่าวเต็มไปด้วยหนังสือเก่ามากมาย และถ้าหากเป็นหนังสือในยุคโบราณของจริงจะถูกนำไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ แต่จะมีการคัดลอกของเลียนแบบเพื่อจัดแสดงไว้ในห้องพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยเพื่อสอนนักศึกษาในภาควิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดี

 ร่างระหงหยุดยืนหน้าตู้หนังสือก่อนจะใช้มือเรียวเริ่มต้นควานหาหลังตู้ไม้พร้อมใช้มือสัมผัสกับแผ่นไม้ไปตลอดทาง ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อนิ้วเรียวของเธอสัมผัสแผ่นไม้หลังตู้ไม่เสมอกันเข้าให้แล้ว ก่อนจะใช้มือหยิบหนังสือที่วางเรียงอยู่ตรงหน้ามาถือไว้ในมืออีกข้าง จนเผยให้เห็นแผ่นไม้หลังตู้ช่วงกลางไม่เรียบเนียนดั่งที่ควรจะเป็น

 “เอาแล้วไง! แผ่นไม้หลังตู้ไม่เรียบเนียนแบบนี้ จะมีของซ่อนอยู่หลังตู้จริงๆ หรือนี่” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองก่อนจะออกแรงใช้มือพยายามเลื่อนรอยต่อไปข้างใดข้างหนึ่งแต่ผลก็คือยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเธอออกแรงเลื่อนแผ่นไม้ดั่งกล่าวอยู่นานเกือบสิบหานาที

 “โอ๊ย! มันคงไม่มีอะไรหลังตู้หรอกกระมัง จะบ้าตาย... ทำไมถึงได้เชื่อคนง่ายเป็นตุเป็นตะแบบนี้นะฟางเซียน” หญิงสาวบ่นพึมพำก่อนจะวางหนังสือที่เธออุ้มอยู่อีกข้างนำไปเรียงไว้ตามเดิม

 “แกร๊ก!” ปลายนิ้วสะกิดไปโดนรอยต่อด้านล่างจนเผยให้เห็นช่องว่างเลื่อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 “เฮ้ย! ช่องลับ!” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นช่องลับเปิดแง้มขึ้น เธอใช้นิ้วเรียวดันแผ่นไม้ให้เลื่อนขึ้นจนกระทั่งสุดแผ่นไม่สามารถเลื่อนขึ้นได้อีก

 ร่างระหงค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกมายืนมองสิ่งที่อยู่ด้านใน ซึ่งเธอเห็นหีบไม้วางอยู่ภายในนั้นตามคำกล่าวของผู้ชายแปลกหน้าไม่ผิดเพี้ยน

 “มีจริงๆ ด้วย สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นบอกเรามันมีอยู่จริงหรือนี่” ในเวลานี้ฟางเซียนแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีช่องลับซ่อนเร้นของบางอย่างเอาไว้หลังตู้จริงๆ 

 ทันใดนั้นเอง

 “เก็บหีบใบนั้นให้ติดกายเจ้าตลอดเวลา เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อไปฉางอาน” เสียงปริศนากระซิบแผ่วอยู่ชิดริมหูของหญิงสาวจนเธอต้องหันกลับไปมองรอบตัวว่ามีใครอยู่ในบริเวณนั้น

 “สะ... เสียงใคร... ในบริเวณนี้ก็ไม่มีใครเลยนอกจากเรา นี่เราหูฝาดหรือได้ยินจริงๆ กันแน่ๆ” ฟางเซียนกล่าวพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ ด้วยกำลังตัดสินใจว่าควรจะหยิบไปดีหรือไม่นั่นเอง หญิงสาวยืนนิ่งมองสิ่งที่อยู่ภายในช่องลับหลังตู้หนังสืออยู่เช่นนั้นนิ่งนาน ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด

 “เอาก็เอาเป็นไงเป็นกัน ถ้าเป็นของโบราณเราก็นำไปให้กองโบราณคดีและประวัติศาสตร์จีนไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ มันคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง” หญิงสาวพูดพร้อมตัดสินใจเดินเข้าไปจนชิดตู้พร้อมเอื้อมมือหยิบหีบไม้โบราณดังกล่าวออกจากช่องลับหลังตู้หนังสือทันที

 “แวบบบบ!!!” ทันทีที่มือเรียวสัมผัสกับหีบไม้โบราณ แสงสว่างเจิดจ้ามิรู้มาจากแห่งหนใด สว่างวาบจนไม่สามารถมองด้วยตาเปล่า พร้อมๆ กับร่างระหงของฟางเซียนล้มลงหมดสติไปที่พื้นห้องทันที โดยมีหีบไม้โบราณอยู่ในมือเรียวซึ่งเธอกอดเอาไว้แนบอก

 หีบไม้โบราณดังกล่าวค่อยๆ เลือนหายไปชั่วพริบตา ก่อนจะมาปรากฏอยู่ในมือของหญิงสาวซึ่งนั่นก็คือดวงวิญญาณของฟางเซียนนั่นเอง เธอกำลังยืนมองร่างของตัวเองที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้าด้วยความมึนงงและสับสนไปหมดก่อนจะก้มลงมองเมื่อในมือปรากฏหีบไม้โบราณอยู่ในขณะนี้

 “นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรา... ทำไมเรายืนอยู่ตรงหน้าและก็นอนอยู่ตรงนั้นด้วยนี่มันหมายความว่ายังไงกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้!” หญิงสาวพึมพำแต่เพียงผู้เดียวในโลกแห่งวิญญาณ

 ทันใดนั้นเอง หีบไม้โบราณก็ถูกเปิดออกเอง เผยให้เห็นบางสิ่งที่อยู่ภายในนั้นก็คือชิ้นส่วนของกระดองเต่าที่สลักด้วยตัวอักษรเจี่ยกู่เหวิน[3] เป็นอักษรจีนโบราณในสมัยยุคสร้างแผ่นดินจีน และภายในหีบโบราณยังมีจารึกโบราณที่เขียนลงบนลำไผ่แต่ละแผ่นทั้งแคบและยาวโดยมีเชือกหนังวัวนำมาเรียงร้อยมัดติดกันเอาไว้และม้วนอยู่ในหีบไม้โบราณ ซึ่งของทั้งสองสิ่งหากนับอายุตั้งแต่สร้างแผ่นดินจีนในสมัยโบราณจนถึงปัจจุบันมันช่างผ่านกาลเวลาอันยาวนานมานับหลายพันปีเลยทีเดียว

 “นี่มันกระดองเต่าที่นิยมจารึกคำเสี่ยงทายและเรื่องราวต่างๆ บนกระดูกสัตว์ในราชวงศ์ซาง หีบไม้นี่มีของโบราณหลายพันปีอยู่ในนี้เหรอเนี่ยไม่น่าเชื่อเลย”

 ด้วยความอยากรู้อยากเห็นประกอบกับเป็นคนชอบอ่านหนังสือทุกชนิดจนเป็นชีวิตจิตใจ ดวงวิญญาณของฟางเซียนเอื้อมมือหมายหยิบกระดองเต่าโบราณที่จารึกคาถาโบราณบางอย่างเอาไว้เพื่อนำขึ้นมาพิจารณาในระยะใกล้ชิดด้วยความอยากรู้ 

 ทันใดนั้นเอง

 “พรึ่บบบบ” ทันทีที่มือเรียวของหญิงสาวสัมผัสกับกระดองเต่าที่จารึกอักษรโบราณ ดวงวิญญาณของเธอถูกดูดเข้าไปภายในกระดองเต่าที่สลักคาถาโบราณนั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจสุดขีดของเธอ

 “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที! ช่วยด้วยยยย!!!” หญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือดังกึกก้องไปทั่วโลกแห่งวิญญาณ ทว่าหามีผู้ใดช่วยเหลือเธอได้แม้แต่น้อย ก่อนจะเงียบงันเมื่อดวงวิญญาณล่องลอยหายเข้าไปกระดองเต่าดั่งคำจารึกคาถาโบราณนั้น เพราะนี่คือชะตาฟ้าลิขิตจากสรวงสวรรค์ มีพระบัญชาให้หวังฟางเซียนกลับไปในอดีตกาลอีกครั้ง โดยที่เธอไม่ล่วงรู้เลยว่า กระดองเต่าที่จารึกคาถาโบราณนั้นได้ระบุเอาไว้ว่า

 “โชคชะตาจะพลิกผัน หากแม้นผู้ใดแตะต้องจารึกโบราณ จากอดีตกาลสู่อนาคต จากอนาคตสู่อดีตกาล แม้นร่ายคาถาดั่งตามรอยจารึกทุกสิ่งที่ตายจะฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งและคงอยู่เป็นอมตะชั่วนิจนิรันดร์”

 และนี่คือจารึกโบราณซึ่งเป็นคาถาสุดยอดที่บรรดาองค์จักรพรรดิแห่งแผ่นดินมังกรเฝ้าเพียรติดตามเพื่อเอาชนะกับความตาย เพื่อสถิตอยู่คู่กับแผ่นดินและเป็นอมตะไปตลอดกาล ซึ่งไม่เคยมีใครล่วงรู้เลยว่าจารึกโบราณที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถาศักดิ์สิทธิ์ถูกเขียนลงบนลำไผ่ที่ม้วนอย่างเป็นระเบียบ นอนสงบนิ่งอยู่ภายในหีบโบราณดังกล่าว ซึ่งในสมัยอดีตกาลถูกซ่อนเร้นไว้ในหอสมุดของพระราชวังฉางอานในยุคอดีต โดยมีตระกูลจ้าวเป็นผู้รักษาดูแลความลับสุดยอดนี้ ห้ามเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้ไม่เว้นแม้แต่องค์จักรพรรดิ

 ท่ามกลางความเงียบงันในโลกแห่งวิญญาณ บัดนี้แสงสว่างเจิดจ้าที่ค่อยๆ เลือนหายไป ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในห้องสมุดต่างมองมาที่จุดเดียวกันนั้นก็คือตู้หนังสือใบสุดท้ายที่บัดนี้มีร่างของหญิงสาวแรกรุ่นนอนไม่ได้สติอยู่กับพื้น และที่สำคัญตู้หนังสือที่เคยมีช่องลับเก็บของมีค่าเอาไว้ภายในกลับเลือนหายไปชั่วพริบตาราวกับว่าไม่เคยมีช่องลับนั้นมาก่อน แม้แต่หีบไม้โบราณที่เคยอยู่ในมือของหญิงสาวซึ่งหมดสติไปทั้งๆ ที่ยังกอดหีบไม้โบราณเอาไว้แนบอกอยู่เช่นนั้นกลับไม่ปรากฏอีกเลยราวกับว่าไม่มีสิ่งมีค่าดังกล่าวปรากฏอยู่ในโลกปัจจุบันอีกต่อไป ความวุ่นวายจึงบังเกิด ห้องสมุดที่รวมสรรพวิชามากมายเต็มไปด้วยผู้คนวิ่งพล่านเพื่อช่วยเหลือหญิงสาวแสนสวยจนแลดูอลหม่านไปหมด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 130 ตำนานรักพันปี สัญญารักชั่วนิรันดร์ 1.3 (อวสาน)

    ห้าปีผ่านไปเมืองกว่างโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง กว่างโจวเป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งสามแห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา นอกจาก นั้นเมืองกว่างโจวยังมีสำเนียงเฉพาะถิ่นที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของ ฮ่องกง และมาเก๊า เรียกว่า สำเนียงกว่างโจวอีกด้วย เมืองกว่างโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีประวัติศาสตร์จารึกยาวนานกว่าสองพันแปดร้อยปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย กว่างโจวแม้จะเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน แต่กว่างโจวยังมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในรูปสถานที่สำคัญต่าง ๆ ปัจจุบันกว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน และยังได้รับสถานะเป็นหนึ่งในสามเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของจีนอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิ

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 128 ตำนานรักพันปี สัญญารักชั่วนิรันดร์ 1.1

    บ้านสกุลเฉินบริเวณทุ่งดอกเสาเย่า ดอกเสาเย่า ดอกไม้งามที่แลดูคล้ายดอกโบตั๋น สัญลักษณ์แห่งการลาจากและเป็นดอกไม้แห่งความรัก กลิ่นหอมโรยรื่นตลบอบอวลไปทั่วท้องทุ่ง พร้อมกับร่างเลือนรางของชายหญิงค่อยๆ ปรากฏท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอยู่ในขณะนี้ ร่างอรชรอยู่ในอ้อมกอดของเทียนอี้ตลอดเวลา ใบหน้าสวยขาวซีดไร้สิ้นสีเลือดเจือจางกำลังก้าวสู่วาระสุดท้ายของชีวิตโดยมีดวงตาสีนิลเฝ้ามองฮูหยินแสนสวยด้วยความโศกเศร้าที่ล่วงรู้ว่ามิสามารถยื้อชีวิตให้นางคงอยู่ได้อีกต่อไป และมิอาจใช้อำนาจจากคัมภีร์อมตะเพื่อทำให้นางมีชีวิตกลับคืนมาได้อีก ด้วยเพราะการจะชุบชีวิตให้คนตายฟื้นกลับมาได้นั้นจะต้องยังไม่ถึงวันหมดอายุขัยที่แท้จริง ด้วยเหตุเพราะลี่เซียนได้หมดอายุขัยจริงในวันนี้แล้วนั่นเอง ซึ่งวันนี้คือวันที่นางถูกฝังทั้งเป็นพร้อมกับเทียนอี้ก่อนจะกลับมาแก้ไขอดีต ชาติ นางตายเพราะหมดอายุขัยแต่จ้าวเทียนอี้กว่าจะหมดอายุขัยจริงคือเก้าสิบหกปี ดังนั้นการจบชีวิตในครั้งก่อนจึงทำให้เทียนอี้สิ้นชีพลงทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงอายุขัยของตนเอ

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 129 ตำนานรักพันปี สัญญารักชั่วนิรันดร์ 1.2

    ภายในห้องนอน ร่างระหงของฟางเซียนหลับใหลเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานกว่าหนึ่งปีแล้ว สองสามีภรรยาหวังจื่อหยางและหวังเจิ้นลี่ ต่างโยกย้ายหน้าที่การงานกลับคืนสู่แผ่นดินจีนและตั้งถิ่นฐานตามลักษณะงานของทั้งสอง ซึ่งสองสามีภรรยาต่างมีอาชีพเป็นแพทย์ด้วยกันทั้งคู่ จื่อหยางเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ส่วนเจิ้นลี่เป็นสูตินารีแพทย์ ทั้งสองเลือกซื้อบ้านในเซินเจิ้น เพราะย้ายกลับมาทำงานในเมืองนั้น เซินเจิ้นตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง และเป็นเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุด อุตสาหกรรมที่สำคัญในเขตนี้คือสิ่งทออิเล็กทรอนิกส์, ของเล่นและเครื่องใช้ ไฟฟ้า แต่ความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมเหล่านี้อิงอยู่กับการลงทุนจากฮ่องกงเป็นสำคัญ ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังปรึกษาหารือในเรื่องของการทำงานอยู่ห้องฝั่งตรงกันข้ามกับห้องที่หญิงสาวกำลังนอนหลับใหลอยู่ในขณะนั้น เปลือกตาที่ปิดสนิทมาอย่างยาวนานบัดนี้กลอกกลิ้งไปมา ขนตายาวงามงอนเริ่มกระพริบขึ้นลงและเริ่มเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยจ้องเพดานเบื้องบนอยู่เป็นนาน ก่อนจะค่อยๆ เหลือบสายตา

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 126 คนอมตะ 1.3

    ร่างใหญ่เดินดุ่มๆ เข้าไปภายในพระตำหนักจินหลงอย่างไม่กลัวเกรงมุ่งตรงไปที่เป้าหมายที่ตนตั้งใจจะเอาชีวิตให้ได้ในวันนี้ ภายในมือโยนถุงผ้าเข้าไปในเปลวเพลิงจนเกิดเป็นกลุ่มควันขาวปกคลุมไปทั่วจนคนภายนอกไม่สามารถมองเห็นภายในพระตำหนักได้ พร้อมดึงผ้าปิดจมูกของตนทันที “ไฟไหม้! ไฟไหม้มาถึงนี่แล้ว! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า... รีบนำกุ้ยเฟยกับพระโอรสออกไปจากที่นี่! ช่วยด้วย!” เสียงของหมอหลวงต่างเปล่งเสียงร้องออกมาจากด้านในเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ด้านนอก ถุงผ้าถูกโยนเข้ามาภายในห้องตกลงบนเปลวไฟจนเกิดเป็นกลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นมาทันที จนทำให้ทุกชีวิตที่อยู่ภายในต่างพากันสำลักควันดัง กล่าว “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เสียงของเหล่าหมอหลวงต่างร้องขอความช่วยเหลือ แต่ในขณะนั้นคนที่อยู่ด้านนอกก็มิอาจมองเห็นคนข้างในได้แต่อย่างใด เสียงขอความช่วยเหลือค่อยๆ เงียบลงด้วยเพราะทุกคนหมดสติไปหมดแล้ว ในขณะที่กุ้ยเฟยคนงามกลับเพิ่งรู้สึกตัวขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มควันหนาที่ปกคลุมไปทั่วห้อง “แค่ก! แค่ก! แค่ก!” เสียงไอติดต่อกันเพราะสำลักควันมากมาย ลี่เซียนพย

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 127 คนอมตะ 1.4

    ในขณะเดียวกัน เสวียนจงฮ่องเต้รีบเสด็จวิ่งกลับมาที่พระตำหนักจินหลง ทันทีที่ทหารรักษาการณ์ไปกราบทูลว่าพระตำหนักเกิดไฟไหม้ขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ ฮ่องเต้หนุ่มทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างทันที รีบเสด็จกลับมาด้วยความเป็นห่วงกุ้ยเฟยคนงามของพระองค์อย่างยิ่งยวด และต้องหยุดชะงักโดยพลันเมื่อเสด็จมาถึงหน้าประตูพระตำหนักด้านนอก สายพระเนตรก็กระทบเข้ากับร่างของชายที่พระองค์ไม่คิดว่าจะได้เห็นว่ามีชีวิตกลับคืนขึ้นมาอีก มิหนำซ้ำกุ้ยเฟยของพระองค์ก็อยู่ในอ้อมกอดของอดีตขุนพลหนุ่มอยู่ในขณะนี้ “จ้าวเทียนอี้! นี่เจ้า! เจ้าใช้คัมภีร์อมตะชุบชีวิตให้ตัวเองกลับมามีชีวิตอีกหรือนี่” รับสั่งตื่นตระหนกแทบไม่อยากเชื่อสายพระเนตรแม้แต่น้อย เพราะพระองค์มั่นพระทัยว่าได้ทอดพระเนตรอดีตขุนพลตายไปต่อหน้าพระพักตร์ เพียงครู่อาการตื่นตระหนกในการกลับมามีชีวิตอีกครั้งของจ้าวเทียนอี้ ทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงแค้นเคืองขึ้นมาทันทีเมื่อทอดพระเนตรคนที่ต้องการให้ตายแต่กลับไม่ยอมตาย ซ้ำร้ายยังกลับมาพร้อมมีโฉมงามอยู่ในอ้อมกอด “ปล่อยกุ้ยเฟยของข้าเดี๋ยวนี้นะ! เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิ

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 125 คนอมตะ 1.2

    พระราชวังต้าหมิงกงห้องเตรียมพระประสูติกาล “พระโอรส!” หมอหลวงชูทารกเพศชายตัวใหญ่ไม่แพ้คนแรกให้องค์กุ้ยเฟยได้ทอดพระเนตร ท่ามกลางสายตาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติที่ได้ให้กำเนิดสายเลือดตระกูลจ้าวได้ถึงสองคน “ลูกแม่! ลูกรักของแม่!” ลี่เซียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเป็นยิ่งนัก ด้วยเพราะเสียโลหิตจากการคลอดฝาแฝดถึงสองคนจนทำให้อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าสวยซีดเซียวและอ่อนเพลียอย่างยิ่งยวด ก่อนจะสิ้นสติไปทันใด ท่ามกลางการเฝ้าระวังของเหล่าหมอหลวงที่เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา “พระนางสลบไปแล้ว เร็วเข้าตรวจชีพจร” หัวหน้าหมอหลวงเอ่ยสั่งการหมอหญิงทันใด ก่อนจะได้ยินหมอหญิงตอบกลับมา “ชีพจรของพระนางเต้นอ่อนมากเลยเจ้าค่ะ” หัวหน้าหมอหลวงนิ่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ทรงประสูติพระโอรสติดๆ กันถึงสองพระองค์ เสียพระโลหิตมากมายยิ่งนัก อีกทั้งพระโอรสฝาแฝดก็ทรงแข็งแรงสมบูรณ์อย่างยิ่งยวด ทำให้พระนางมีพระอาการตกเลือดเป็นแน่ เร็วเข้ารีบนำสมุนไพรสำหรับขั

  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 119 สองชีวิตจบสิ้น! หนึ่งชีวิตหวนคืน 1.5

    ในขณะเดียวกัน “กรี๊ดดด!!!” สุรเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดใจแทบขาดดังออก มาเป็นระยะๆ เว่ยฮองเฮาทรงทุรนทุรายกับการเจ็บปวดพระครรภ์อย่างยิ่งยวด ในบางขณะที่กำลังเบ่งคลอด พระเนตรที่กำลังพร่าเลือนทอดพระเนตรดวงวิญญาณเด็กเล็กมายมาย ทั้งชายและหญ

    last updateLast Updated : 2026-04-04
  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 116 สองชีวิตจบสิ้น! หนึ่งชีวิตหวนคืน!!! 1.2

    ทันใดนั้นเอง เซียนหนุ่มรูปงามปรากฏกายยืนอยู่ข้างๆ แท่นพระบรรทม “เจ้ายังไม่ตายหรอกนะลี่เซียน... เพราะมันยังไม่ถึงเวลาของเจ้า” เซียนหนุ่มเอ่ยบอกโฉมงาม ใบหน้าสวยที่กำลังนั่งกอดเข่าเอาแต่ร่ำไห้อยู่ในขณะนั้น เงยหน้าขึ้นมองทันทีเม

    last updateLast Updated : 2026-04-03
  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 112 ข่าวลือ 1.2

    พระราชวังต้าหมิงกง ภายในวังหลวงขณะนี้กำลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปทั่วทั้งพระราช วัง ทันทีที่ขบวนเสด็จของถังเสวียนจงฮ่องเต้เสด็จกลับจากการตรวจเยี่ยมราษฎร และสิ่งที่ไม่คาดฝันซึ่งเป็นต้นเหตุเสียงเล่าลือไปทั่วนั้นก็คือการปรากฏตัวของจางกุ้ยเฟย พระมเหสีคนงามซึ่งสิ้นพ

    last updateLast Updated : 2026-04-02
  • จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี   ตอนที่ 109 คัมภีร์อมตะ 1.1

    พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า แสงสีทองเจิดจ้าสาดไปทั่วทั้งแผ่นดิน เหนือทิวเขาไม่ไกลจากบ้านสกุลเฉินมากนัก ปรากฏอาชาตัวใหญ่สีดำทะมึนวิ่งมาเต็มฝีเท้าพร้อมร่างสูงใหญ่ของบุรุษกำลังบังคับม้าตัวดังกล่าวจนวิ่งมาถึงหน้าบ้านสกุลเฉินก่อนจะอ้อมไปทางด้านข้าง และวิ่งเตลิดไปจนเลยทุ่งดอกเสาเย่าก่อนจะหยุดลงเมื่อถึงต้นไ

    last updateLast Updated : 2026-04-02
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status