Mag-log in“ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องไปที่
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องไปที่อาณาจักรวิญญาณก่อนกำหนด” ตามกำหนดเดิมคือให้ทางหลงเซี่ยและหวางหนิงเหมยตัดอำนาจของหลงฟ่านเสียก่อน เพราะการตัดอำนาจของหลงฟ่านก็เท่ากับตัดอำนาจของตำหนักเทวธรรม แต่เมื่อคืนจ้าวเยว่ฮวาดูดวงดาว นางพบว่ามีตัวแปรเพิ่มขึ้นมา แม้ว่านางจะรู้ว่าหลงเซี่ยและหวางหนิงเหมยคงรับมือได้ แต่นางไม่อาจปล่อยให้ทั้งสองคนต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ในอาณาจักรวิญญาณ เรื่องนี้จ้าวเยว่ฮวาปรึกษากับทุกคนในเช้าวันต่อมา หวางจวินหลงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เดิมทีไม่ว่าจ้าวเยว่ฮวาต้องการจะทำอะไร เขาก็ล้วนสนับสนุนอยู่แล้ว ฮุ่ยเฟิ่งเอ่ยขึ้น “แต่เจ้าเข้าไปไม่ได้ เจ้าเคยบอกว่าถ้าเจ้าไป คนผู้นั้นจะรู้ตัวทันทีมิใช่หรือ? แล้วเจ้าจ
ณ บ้านพักของจ้าวเยว่ฮวาที่แดนปีศาจ จางซีห่าวที่ถูกโยนเข้าไปในสนามการต่อสู้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก กว่าเขาจะเอาตัวรอดมาได้ กว่าเขาจะอยู่ในที่ปลอดภัย และกว่าจะบอกจ้าวเยว่ฮวาเรื่องดวงดาวเปลี่ยนทิศ เวลาก็ผ่านมานานแล้ว จ้าวเยว่ฮวามองจางซีห่าวขึ้นลงอีกรอบ “ทำไมสภาพเจ้าถึงเป็นเช่นนี้?” สภาพของจางซีห่าวตอนนี้เป็นอย่างไรนะหรือ? ใบหน้าบูดบึ้ง เส้นผมทั้งหัวชี้ฟู แก้วทั้งสองข้างบวมและมีรอยเปื้อนสีดำ เสื้อผ้าขาดวิ่นจนคล้ายขอทานข้างถนน จางเซียววิ่งเข้ามาหาจ้าวเยว่ฮวา เขามองจางซีห่าวด้วยสีหน้ารังเกียจ “ท่านปรมาจารย์ ขอทานคนนี้เข้ามาในบ้านพวกเราได้อย่างไร?” จางซีห่าว “.........”
กลางคืน ณ แดนปีศาจ บนเตียงหลังใหญ่มีร่างของชายคนหนึ่งนอนอยู่ เขานอนนิ่งราวกับหลับลึกและไม่มีทางตื่นขึ้นมาง่ายๆ ใบหน้าของเขาหล่อเหลา แค่มองก็รู้ว่าเขาเป็นคนมีเมตตายิ่งนัก เขาที่ว่าก็คือ จ้าวเทียน ใบหน้าของจ้าวเทียนอ่อนเยาว์กว่าตอนแรกมาก ด้วยพลังวิญญาณที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลังๆ ทำให้เขาคล้ายชายหนุ่มที่อายุราวๆ 28 ปี จ้าวเทียนพลิกตัวไปมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนเขากำลังเผชิญหน้ากับเรื่องอันตราย ไม่นานเหงื่อก็ผุดขึ้นตามกรอบหน้า ภายในฝันของจ้าวเทียน “ไม่นะ!” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงนี้ทั้งเจ็บปวดทั้งสะเทือนใจ “จ้าวเท
ณ ตำหนักธิดาสวรรค์ ตำหนักธิดาสวรรค์อยู่ทิศตรงกันข้ามกับตำหนักเทวธรรม ตำหนักเทวธรรมอยู่ทิศตะวันตก เช่นนั้นตำหนักธิดาสวรรค์ก็อยู่ทิศตะวันออก สถานที่ที่ซึ่งรับแสงแดดอย่างเต็มเปี่ยม สาดส่องความสว่างไปทั่วทุกทิศ ที่นี่คือ ตำหนักธิดาสวรรค์! ตำหนักธิดาสวรรค์ใหญ่โตทัดเทียมตำหนักเทวธรรม อาคารสูงใหญ่หลายอาคารตั้งเรียงกันไปจนสุดลูกหูลูกตา สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือเหนืออาคารเหล่านั้นจะเห็นอักขระวิ่งวนอยู่เลือนราง สาวกของตำหนักธิดาสวรรค์เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ “เรียนธิดาสวรรค์ ตอนนี้ดาราเปลี่ยนทิศแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ใบหน้าของนางดงามแสนบริสุทธิ์ หน้าที่ขอ
“แผนการตัดอำนาจนี้ ทำได้งดงามมาก!” หลงเซี่ยอดที่จะเชยชมหวางจวินหลงและจ้าวเยว่ฮวาไม่ได้ แม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่ที่แดนปีศาจ แต่แผนการกลับเฉียบคมจนเขายังต้องเอ่ยชม “แต่พวกเรายังสืบไม่พบตัวตนของท่านเทวธรรมเลย” หวางหนิงเหมยเอ่ยขึ้น “การส่งสายเข้าไปก็ไม่ง่ายเลย” “แน่นอนว่าไม่ง่าย แต่เรื่องนี้มันเกินกำลังของพวกเรา สิ่งที่พวกเราทำได้คือทำลายอำนาจของหลงฟ่าน ในเมื่อหลงฟ่านคือคนที่สนับสนุนตำหนักเทวธรรม ทำลายหลงฟ่านก็เท่ากับช่วยพวกเขาแล้ว” “นั้นก็จริง น่าแปลกที่เขาไม่ประหารหวางหนี๋” หวางหนิงเหมยครุ่นคิด “หรือจะมีเบื้องหลัง?” “รอดูกันต่อไป” ต่อให้มีเบื้องห
คืนวันที่สาม ในที่สุดจ้าวเยว่ฮวาก็ได้ชมจันทร์ จ้าวเยว่ฮวามองค้อนคนข้างกายไปทีหนึ่งอย่างอดใจไม่ไหว คืนแรกพวกนางถูกทำให้เมาจนหลับไป คืนที่สอง แค่กๆ นางถูกทำให้เหนื่อยล้าจนหลับไปอีก ในที่สุดคืนที่สามนางถึงได้เที่ยวชมจันทร์เสียที ดวงจันทร์กลมใหญ่ลอยเด่นกลางนภาอันมืดมิด โดยปกติแล้วเมื่อดวงจันทร์ส่องสว่างทั่วฟ้าเช่นนี้ ดวงดาวเล็กๆ พวกนั้นจะหม่นแสงลงตามธรรมชาติ แต่ดวงดาวตรงหน้ากลับสามารถเปล่งแสงระยิบระยับได้ เกิดเป็นภาพความงดงามที่ยากจะลืมเลือน “จวินหลง พวกเราจะชนะคนพวกนั้นแน่นอน” “ข้ารู้” หวางจวินหลงโอบร







