Share

สวยที่ 3 คนโง่! นั้นคือใคร

“รสชาติข้าวต้มเป็นยังไงบ้างคะ” ซูจินกวงมองใบหน้าของหลานสาวที่คล้ายกำลังลุ้นในคำตอบหลังจากที่ตนตักข้าวต้มช้อนสุดท้ายเข้าปากด้วยหัวใจอันเปี่ยมสุข

“ก็พอใช้” คำตอบนี้ค่อนข้างทำให้เจ้าของใบหน้าหวานรู้สึกผิดหวัง ซูจินกวงไม่อาจทนเห็นท่าทางเหงาหงอยของหลานสาวสุดที่รักได้ดังนั้นเขาจึงต้องตอบความรู้สึกที่แท้จริงออกมา

“อร่อย หลานเลิกทำหน้าเศร้าเถอะ” “อร่อยจริงนะคะ” ใบหน้าของซูหร่วนซีพลันสว่างเจิดจ้าพลางจ้องมองคนตรงข้ามดวงตาไม่กะพริบใจเต้นตึกตักลุ้นในคำตอบ แม้ว่าหล่อนค่อนข้างจะมั่นใจในฝีมือของตนมาจากชาติก่อนที่ยอมสละเวลาละทิ้งการงานทำตัวเป็นแม่บ้านก็ตาม

 ย้อนกลับไปในตอนนั้น จากหญิงสาวที่มีอุดมการณ์ในการทำงานและความคิดก้าวหน้าแต่เพราะความอยากให้คนรักประทับใจรวมถึงให้เขาสนใจตัวเอง ดังนั้นเธอจึงเลือกเดินออกมาจากบริษัท

ก่อนที่จะเลือกไปเข้าคอร์สเรียนทำอาหารทั้งคาวหวาน เพียงเพื่อเอาใจสามีโง่เหมือนหมูตัวนั้นโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอต่างหากที่โง่เขลามากขนาดไหน

เพราะหากคนเขารักเราไม่ว่าเป็นแบบไหนเขาก็รัก ดูอย่างจางหว่านชิงสิ หล่อนเองก็ทำอาหารไม่เป็นแต่เฉินมู่เจ๋อก็ทั้งรักทั้งหลง ซูหร่วนซียิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้้สึกสมเพชตัวเองที่ในตอนนั้นแทนที่จะแต่งตัวให้สวยงามไม่เป็นยายเพิ้งที่วัน ๆ เอาแต่หน้ามันอยู่ในครัว

ซูจินกวงมองใบหน้าของหลานสาวที่กำลังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก่อนจะเอ่ยปากอย่างเป็นห่วง “ซีซี! หลานเป็นอะไร” 

“อ๊ะ! คุณปู่ว่าอะไรนะคะ” 

“ไม่มีอะไร ปู่เห็นว่าหลานดูเหม่อ ๆ”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คุณปู่ไม่ต้องกังวลนะคะ” เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของคนเป็นหลาน ซูจินกวงจึงได้ปล่อยผ่านก่อนจะนึกถึงความหลังในครั้งที่คู่ชีวิตของตนยังมีชีวิตอยู่ ในตอนนั้นจำได้ว่าเวลาเด็กหญิงได้รางวัลอะไรมาก็มักจะวิ่งโร่มาโอ้อวดต่อหน้าอยู่เสมอเพื่อขอคำชม

แต่ทว่าทุกอย่างดูเหมือนจะเปลี่ยนไปหลังจากอุบัติเหตุของบุตรชายและลูกสะใภ้ในช่วงวัยมัธยมต้นปีที่สามของเด็กหญิง กว่าเขาจะรู้สึกตัวก็ปรากฏว่าหลานสาวเพียงคนเดียวได้ตีตัวออกห่างจากตนไปไล่ตามเด็กแซ่เฉินเสียแล้วที่ไม่มีอะไรเทียบกับคนบ้านซูได้เลย

“คุณปู่คะ ว่าแต่ข้าวต้มที่ฉันทำอร่อยจริง ๆ ใช่ไหมคะ" หญิงสาวเมื่อเห็นท่าทางของคนเป็นปู่ที่จู่ ๆ ก็นั่งครุ่นคิดคล้ายมีเรื่องในใจดังนั้นเจ้าตัวจึงได้ส่งเสียงทำลายความเงียบออกมา

“จริงสิหลานไม่เชื่อปู่อย่างนั้นเหรอ ว่าแต่หลานไปหัดทำอาหารมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ปู่ไม่เคยรู้ว่าก่อนว่าหลานจะมีฝีมือขนาดนี้” คำชมของชายชรานำพามาซึ่งความยินดีให้หญิงสาวเป็นอย่างมาก

"ก็ฉันเป็นหลานสาวของใครล่ะคะ ก็ต้องเก่งเหมือนคนนั้นสิ” คำตอบของหญิงสาวได้เรียกเสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งจากคนทั้งคู่ ซึ่งเสียงหัวเราะอันสดใสนี้ได้ทำให้คฤหาสน์หลังเก่าของตระกูลซูได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

หลังจากมื้ออาหารเช้าระหว่างปู่กับหลานจบลง หญิงสาวก็ขอตัวกลับเข้าห้องนอน เนื่องจากเธออยากจะใช้เวลากับตัวเองอีกสักหน่อยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องจริงไม่ใช่ฝัน

และในระหว่างนี้เจ้าตัวจึงได้ถือโอกาสเดินสำรวจสิ่งของมากมายที่อยู่ในความทรงจำอย่างแสนคิดถึง ซูหร่วนซีใช้ปลายนิ้วไล้สิ่งของที่อยู่บนชั้นวางอย่างโหยหา

“พ่อคะ แม่คะ ย่าคะ หนูขอโทษที่ทำให้ผิดหวังนะคะ” หญิงสาวพูดกับภาพถ่ายของครอบครัวที่มีทั้งพ่อ แม่ และย่าด้วยความรู้สึกผิดซึ่งมีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าหมายถึงเรื่องอะไร

หลังจากวางกรอบรูปลง หญิงสาวจึงได้เริ่มสำรวจสิ่งของมากมายของตนอีกครั้ง ที่มีทั้งตุ๊กตาตัวเก่า หนังสือเล่มโปรด จนกระทั่งนิ้วเรียวยาวไปสะดุดกับกล่องใบหนึ่งขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมา พร้อมกันนั้นเจ้าตัวจึงได้เปิดกล่องใบนี้ขึ้นเพื่อดูของด้านใน

หญิงสาวมองโมเดลเครื่องบินลำเล็กสีขาวลำน้อยในมือด้วยแววตาครุ่นคิด รวมถึงนกกระดาษหลากสีที่มีขนาดต่างกัน ดวงตาของหญิงสาวเหม่อมองของสองสิ่งในกล่องอยู่เนิ่นนานคล้ายหวนรำลึกไปยังอดีตอันแสนไกล

บนม้านั่งยาวสีขาวภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะ เด็กหญิงในชุดมัธยมต้นนั่งนิ่งราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต น้ำตาไหลอาบร่องแก้มขาวอย่างน่าสงสาร

จู่ ๆ ก็มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่น่าจะอายุมากกว่า เพราะเขาอยู่ในชุดมัธยมปลายมีหมวกปิดบังใบหน้าถึงครึ่งทำให้เธอในตอนนั้นไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นได้อย่างชัดเจน

“น้องสาวเธอร้องไห้เพราะอะไร” เสียงของเขาทุ้มค่อนข้างแหบเล็กน้อยถามเธออย่างอ่อนโยน

 “ฉันไม่มีพ่อแม่แล้ว เขาจากไปอยู่บนนั้น” เธอจำได้ว่าตอบคำถามพร้อมการกระทำโง่ ๆ ออกไปโดยการชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า

ในตอนนั้นเธอโง่หรือเขาโง่มากกว่าก็สุดจะรู้ได้ เมื่อเขายื่นเครื่องบินลำเล็กสีขาวสะอาดลำนี้มาให้พร้อมกับคำพูดที่ว่า “เอาไว้เมื่อโตขึ้นพี่จะพาเธอขึ้นไปบนฟ้านะ ตอนนี้ขอฝากมันเอาไว้ก่อน” เขาพูดพร้อมกับวางเครื่องบินลำเล็กนี้ไว้ข้างตัวเธอ

ในตอนนั้นน้ำตาของเธอหยุดไหลลงอย่างฉับพลันและกำลังจะเอ่ยขอบคุณ ทว่าร่างสูงผอมนั้นก็วิ่งห่างออกไปไกลเสียแล้ว และหลังจากวันนั้นเธอก็มักจะได้นกกระดาษที่ถูกพับขึ้นอย่างสวยงามทุกวัน

ซึ่งคนที่นำมามอบให้ก็เป็นแม่บ้านบ้างหรือไม่ก็หญิงรับใช้และเมื่อถามถึงผู้ให้ทุกคนก็ต่างพูดเหมือนกันว่า

“นายน้อยคนนั้นฝากบอกว่าพี่ชายเครื่องบินต้องการให้กำลังใจน้องสาว ในคราแรกพวกเธอก็ไม่อยากรับมาแต่เมื่อเห็นว่าคุณหนูมีความสุขก็เลยจำต้องปล่อยเลยตามเลย” นี่คือคำตอบที่ได้รับจากสาวใช้

ซึ่งเรื่องนี้คุณปู่ของตนก็ทราบเรื่อง และเขาเพียงคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนของหลานสาวเจ้าตัวจึงได้ปล่อยผ่านเช่นกัน นานวันเข้าหลังจากเธอเริ่มคลายความเศร้าโศกลงจึงให้คนไปสืบดูว่าบริเวณสวนสาธารณะในวิลล่ามีใครอยู่บ้างที่กำลังอยู่ในวัย มัธยมปลาย คำตอบที่ได้คือนายน้อยตระกูลเฉิน ซึ่งนายน้อยที่ว่าก็คือเฉินมู่เจ๋อ

ดังนั้นเธอจึงได้ริ่เริ่มส่งของขวัญบ้างขนมบ้างไปให้เขาทั้งที่บ้านและไปดักรอเขาหน้าโรงเรียนจนกระทั่งเขาเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยเธอก็ทำเช่นนี้ไม่เคยเปลี่ยน อีกทั้งยังมุ่งมั่นตั้งใจเรียนจนสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา

โดยไม่ได้รู้เลยว่าขนมเหล่านั้นไม่เพียงแต่ชายหนุ่มจะไม่ชอบ เขากลับโยนมันลงถังขยะทุกครั้ง จนกระทั่งมาได้ยินเข้ากับหูและเห็นเองกับตา แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความดื้อดึงและอยากเอาชนะเธอก็ยังคงตามตื้อเขาไม่หยุด

ในขณะที่หญิงสาวกำลังจมอยู่กับความคิด เสียงเคาะประตูหน้าห้องของเจ้าตัวก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของหญิงรับใช้ 

“คุณหนูคะ คุณหนูโม่มาขอพบ”

“บอกให้เธอรอก่อนสักครู่นะคะ” ซูหร่วนซีบอกคนด้านนอกผ่านประตูพร้อมกับนำเครื่องบินลำเล็กใส่ลงในกล่องและปิดฝาเอาไว้ตามเดิม (เอาไว้ค่อยเอาไปคืน จะว่าไปฉันในตอนนั้นก็โง่ซะเหลือเกิน) เจ้าตัวคิดอย่างเย้ยหยันตน

หญิงสาวรูปร่างผอมสูงอยู่ในชุดเสวตเตอร์สีเนื้อ กางเกงขายาวสีขาวพอดีตัวแนบไปกับท่อนขาเรียวสวยและยิ่งเธอสวมรองเท้าบูทหุ้มข้อสูงห้านิ้วจึงทำให้หญิงสาวดูเพรียวบางมากขึ้น

ซูหร่วนซีสำรวจตัวเองในกระจกอย่างพอใจ ใบหน้าขาวเรียบเนียน ดวงตากลมโต ขนตาดำหนายาวเป็นแพอย่างไม่ต้องต่อ จมูกได้รูปโด่งสวยรับกับใบหน้าเรียวเล็ก (ต่อไปนี้อย่าหวังว่าฉันจะทำตัวเป็นป้าแก่อีก) เจ้าตัวคิดก่อนจะเปิดประตูและเดินออกจากห้องด้วยท่าทางมาดมั่น

เสียงรองเท้าเดินลงมาตามขั้นบันได กระทั่งเดินมาถึงห้องรับแขก “ซีซีเธอสวยจัง” โม่เข่อซิงหญิงสาวผู้มีผมสั้นรับใบหน้ากลมหรี่ตาลงกล่าวชื่นชมเพื่อนสาวอย่างจริงใจ

“ปากหวาน” เจ้าของชื่อยกนิ้วบีบแก้มกลมของเพื่อนเฉกเช่นที่มักทำอยู่เป็นนิจ

“ฉันจะหอมแก้มเธอนะ ถ้ายังไม่ปล่อยมือ” น้ำเสียงอู้อี้พูดข่มขู่พร้อมทั้งแสร้งทำท่าทางเหมือนคนเจ้าชู้

“เอาไว้ไปหอมเจ้าชายของหล่อนเถอะ” ซูหร่วนซีปล่อยมือของตนพร้อมกับขืนตัวแกล้งหลบเลี่ยงการกระทำของเพื่อนสนิทอย่างรังเกียจ

“ฉันก็อยากจะทำอย่างนั้น ทว่าเจ้าชายของฉันอยู่สูงเกินไป” คุณหนูตระกูลโม่คร่ำครวญพลางทิ้งก้นลงนั่งบนโซฟาหนานุ่มอย่างอ่อนแรง

ซูหร่วนซีอยากจะหัวเราะให้กับท่าทางคล้ายหมาหงอยถูกเจ้าของทิ้งของเพื่อนสาว แต่ทว่าเธอไม่อาจทำได้เนื่องจากกลัวเพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวจะเสียใจจึงได้เปลี่ยนเป็นพูดปลอบออกมาแทน

“เขาไปถ่ายหนังแค่เมืองจีอยู่ห่างไปไม่กี่ไมล์ ไม่ใช่ว่าคุณหนูโม่จะตามไปไม่ได้สักหน่อย” คำพูดของหล่อนเหมือนจะสะกิดความทรงจำของเจ้าตัวด้วย

โม่เข่อซิงเงยหน้ามองเพื่อนสาวดวงตาเต็มไปด้วยความหวังแต่แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อคนที่กำลังปลอบตนมีสีหน้าซีดขาวไร้สีเลือดขัดกลับก่อนหน้า

“ซีซี! เป็นอะไร” สาวน้อยผมสั้นเรียกผู้เป็นเพื่อนอย่างร้อนใจ

“เข่อเอ๋อร์ พวกเราไปเมืองจีกัน ตอนนี้เลย” ความใจร้อนของซูหร่วนซีทำให้โม่เข่อซิงถึงกับมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งเธอถูกเพื่อนสาวลากมาถึงสนามบิน และเมื่อได้ยินเสียงประกาศรวมถึงความวุ่นวายทั้งหลายรอบตัว หญิงสาวจึงได้รู้สึกตัวและไม่คิดว่าตัวเองฝันไป

คุณหนูใหญ่ซูแค่มองใบหน้าเด๋อด๋าของเพื่อนก็รู้แล้วว่าเธอคิดอะไร “คุณหนูโม่เธอจะยืนเอ๋ออีกนานไหม”

คำพูดนี้ของเพื่อนสาวไม่เกินจริงเนื่องจากโม่เข่อซิงไม่คิดว่าซูหร่วนซีจะพาเธอไปเมืองจีจริง ๆ

“เธอรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่ไหน” โม่เข่อซิงถามเพื่อนสาวด้วยความอยากรู้

“ฉันกับเขาเป็นอะไรกันล่ะ เอาละยังมีเวลาเธองีบสักหน่อยเถอะจะได้มีแรง” หากเข่อซิงไม่ตื่นเต้นจนเกินไปเธอน่าจะรู้สึกเอะใจกับคำพูดอันประหลาดของเพื่อน

ในห้วงความคิดของซูหร่วนซีในตอนนี้ได้หวนคำนึงย้อนกลับไปยังอดีต หลังจากวันแต่งงานที่เธอต้องนอนเฝ้าห้องหอตามลำพัง เช้าวันถัดมาเธอถึงได้รู้ข่าวเกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้องหนุ่มผู้เป็นดาราแถวหน้า

ตามเนื้อข่าวระบุว่าชายหนุ่มถูกทำร้าย ทว่าโชคดีได้มีแฟนคลับสาวเห็นเหตุการณ์จึงได้เอาตัวเข้าช่วย ทำให้หญิงสาวคนนั้นได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

เพราะข่าวนี้จึงทำให้พี่ชายของเธอกับครอบครัวของบ้านป้าเกิดความวุ่นวายจนครอบครัวต้องย้ายที่อยู่เป็นการถาวร เนื่องจากหญิงคนนั้นต้องการความรับผิดชอบที่ไม่รู้จักจบ

พอพี่ชายของเธอบ่ายเบี่ยงหรือแจ้งตำรวจกลับมีข่าวโจมตีเขาอย่างหนัก ทำให้ในที่สุดพี่ชายผู้โด่งดังของเธอรู้สึกเบื่อหน่ายจึงได้ลาออกจากวงการ

กระนั้นครอบครัวเหมือนปลิงของหญิงสาวคนนั้นก็ไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ จนครอบครัวของป้าไม่สามารถอยู่เป็นปกติสุขเพราะคนในครอบครัวนี้ได้รบกวนไปจนถึงโรงเรียนที่ผู้เป็นลุงสอน

ท้ายที่สุดครอบครัวของพวกเขาจึงได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างประเทศในสภาพบอบช้ำทั้งกายใจ โดยเฉพาะพี่ชายผู้ที่เคยดูดีทุกมุมมองเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนต้องกลายเป็นคนที่แสนน่าอดสูจากคำวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาว่าเขาเป็นหมาป่าตาขาวบ้างละ เอาเปรียบไม่ช่วยเหลือคนที่ช่วยตนด้วยชีวิตบ้างละ ในวันที่เธอไปส่งพวกเขา ยังจำคำพูดตัดพ้อนั้นได้ติดหูเลยว่า

“หากรู้ว่ามีคนช่วยเหลือแล้วเป็นแบบนี้เขายินดีตายไปซะจะดีกว่า”

ซูหร่วนซีตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนานจนกระทั่งได้ยินเสียงเตือนของเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตัวตามขั้นตอนเพราะเครื่องบินกำลังจะลงจอด

“ซิงซิงตื่น” เธอปลุกหญิงสาวผมสั้นข้างกาย

“ถึงแล้วอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงงัวเงียของหญิงสาวผู้มีบุคลิกสดใสถามขึ้นอย่างงุนงง

“ถึงแล้วนะสิ เธอนี่ขี้เซาจริง ๆ นอนตั้งแต่เครื่องขึ้นจนเครื่องลงจอด ยังกล้าจะหลับต่ออีก ไม่อยากเจอเจ้าชายของเธอแล้วอย่างนั้นเหรอ” จบคำพูดนี้ของสาวงาม โม่เข่อซิงก็รู้สึกตื่นเต็มตาพร้อมกันนั้นก็นำกระจกใบเล็กมาสำรวจหน้าตาของตนไปด้วย

หลังจากลงจากเครื่อง ซูหร่วนซีก็กำลังจะกดเรียกรถเพื่อไปยังที่พักของผู้เป็นพี่ พลันก็มีถ้อยคำของหญิงสาววัยใกล้เคียงกันผ่านเข้าหูของตนเข้าเสียก่อน

“นายน้อยเฉินเมืองเป่ยนี่เสน่ห์แรงไม่เบานะ เพิ่งจะถูกเจ้าหญิงของเทียนไห่ปฏิเสธก็ได้รับข้อเสนอจากคุณหนูประเทศเอ็มให้การช่วยเหลือเรื่องเงิน”

คุณหนูโม่เองก็ได้ยินคำพูดเชิงเสียดสีนี้ด้วยเช่นกัน เธอจึงได้หันหน้ามองไปยังใบหน้าหวานของคนข้างกายด้วยสีหน้ากังวล แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดที่ทำให้เธอต้องหัวเราะจนปวดท้องออกมา

“ยังมีคนที่โง่เหมือนฉันอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ” 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 75 ต่อหน้าต่อตา

    เจ็ดวันถัดมาบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง ล้วนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดตัวภาพยนตร์ที่หลายคนในวงการต่างปรามาสว่าไม่มีทางที่จะดังขึ้นมาได้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและแสงแฟลชจากกล้องที่วูบวาบทั่วบริเวณพรมแดง หน้าทางเข้างาน เป็นแบคดรอปขนาดใหญ่ประดับด้วยโลโก้ของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวตัวพรมแดงถูกปูยาวจากทางเข้าจนถึงห้องโถงหลัก เหล่านักข่าวยืนเรียงรายตลอดเส้นทางพร้อมกล้องและไมโครโฟนที่รอสัมภาษณ์ดารานำ“ที่รัก! ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่างานของเราจะโดดเด่นได้มากขนาดนี้ แต่ว่าจะไม่มีใครพูดว่าพวกเราโอเวอร์เกินไปหรอกใช่ไหม” โม่เข่อซิงกระซิบกระซาบเสียงเบา“ความคิดของคนอื่นนะช่างเขาเถอะ ฉันว่าแบบนี้แหละถึงจะเรียกสายตาคนได้เยอะ เธอเชื่อฉัน” ซูหร่วนซีผู้อยู่ในชุดเดรสสีมุกเปลือยไหล่แสดงให้เห็นถึงไหปลาร้าสวยเผยรอยยิ้มในขณะตอบเพื่อนสาวด้วยเสียงเบาหญิงสาวทั้งสองคนผู้มีความงามไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเหยียดแผ่นหลังเดินตรงเข้าไปภายในงานด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางความสนใจจากผู้คนรอบข้าง“นั่นคุณหนูใหญ่ซูกับคุณหนูโม่” หนึ่งในนักข่า

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 74 ล้วนเป็นทั้งเพื่อนและครอบครัว

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องพักของผู้ป่วยที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยมีตงเหยาคอยป้อนผลไม้ให้อย่างเอาใจ“ลูกพี่” หยูเชาแทบจะวิ่งเข้าไปโอบกอดเขา “อย่า!” สวีเย่หานรีบห้ามด้วยความตกใจ“ลูกพี่ ทำไมทำกับผมแบบนี้ล่ะ คุณไม่รู้หรอกว่าผมเป็นห่วงคุณมากขนาดไหน” ชายหนุ่มร่างผอมแสร้งบีบน้ำตา“เลิกเสแสร้งได้แล้ว นายบอกฉันมาหน่อยสิว่าพวกนายให้ตาแก่คนนั้นยอมไปช่วยฉันได้ยังไง” สวีเย่หานถามขึ้นอย่างกังขา ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าได้แกะเชือกที่ข้อมือสำเร็จแล้วและกำลังจะก้มลงแก้เชือกที่ข้อเท้าแต่ทว่าหูพลันได้ยินเสียงดังเอะอะจากด้านนอกขึ้นเสียก่อนพร้อมกับมีคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในคราแรกเขานึกว่าคนพวกนี้ต้องการมาทำร้ายแต่ที่ไหนได้พวกเขากลับไม่พูดพร่ำทำเพลงและช่วยเขาออกมาจากห้องใต้ดินแห่งนั้นโดยบอกว่าทำตามคำสั่งของนายท่านผู้เฒ่าเมื่อพ้นจากความมืดออกมาเจอแสงสว่างสติของตนก็เลือนราง แต่เสียงสุดท้ายดูเหมือนว่าจะได้ยินเสียงของทุกคนที่อยู่ ณ ตรงนี้รวมถึงเจ้านายและพี่น้อง“เรื่องนี้เป็นเพราะเจ้านายของเรา” ฉาจีนั่งล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 73 เจ้านาย! คุณโคตรเทพ

    “ปากดีนักนะ ถึงแม่นายจะมาก่อนแล้วยังไง แต่เป็นฉันที่เกิดก่อน อีกอย่างแม่ฉันก็มีทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง” คำพูดถากถางของเขาทำให้สวีเย่หานเถียงไม่ออกเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะผู้ชายเลวคนนั้น คนที่ทำให้แม่กับน้องสาวของเขาต้องตาย สวีเย่หานขบกรามของตนจนเป็นสันนูน“สวีเย่หานฉันว่าแกรีบบอกมาดีกว่า ว่าสิ่งที่บริษัทของแกกำลังทำคืออะไร หากฉันเห็นว่ามันมีประโยชน์และทำเงินได้ฉันจะปล่อยแกไป” คนพูดตบแก้มของเขาเบา ๆ“ถุย! สักวันพวกแกต้องล่มจม” สวีเย่หานไม่เพียงไม่ให้ความร่วมมือทว่าเขายังกลับสาปแช่งออกมาด้วยฝ่ามือของจงเทียนอวี่กำลังจะตวัดลงบนหน้าของเขาอีกครั้ง แต่แล้ว“เจ้านายครับ บริษัทเกิดเรื่อง” ใบหน้าแตกตื่นของลูกน้องที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาทำให้เขาลดมือลงอย่างหงุดหงิด“มีอะไร”“นายว่าอะไรนะ พวกนายมันไม่ได้เรื่อง” เขาตวาดเสียงดังหลังจากฟังสิ่งที่ลูกน้องกระซิบข้างหูร่างสูงโปร่งของคนผู้นี้รีบเดินนำหน้าลูกน้องของตนไปอย่างเร่งรีบสวีเย่หานผู้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงทำให้ผู้ชายคนนั้นวางมือจากตนก็มุ่งมั่นในการแก้เชือกที่มือต่อไป

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 76 เธอบ้าไปแล้วเหรอ!!

    “ขึ้นมา!” เฉินมู่เจ๋อที่เห็นเหตุการณ์รีบเปิดประตูรถให้จ้าวหลงหยาง“ขอบคุณ” ในระหว่างที่เขาอยู่ในรถเจ้าตัวก็ไม่ลืมดูในโทรศัพท์มือถือเพื่อหาตำแหน่งของหญิงสาว“นายกำลังทำอะไร แล้วรู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร” เฉินมู่เจ๋อถามขึ้นในขณะให้คนขับรถเร่งความเร็วเพื่อจะตามรถคันข้างหน้าอย่างกระชั้นชิดแต่ใครจะคิดว่าพวกมันกลับโชคดีเมื่อจู่ ๆ ก็มีรถคันหนึ่งโผล่พรวดออกมาทำให้คนขับต้องเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน“บ้าเอ้ย!” มือของเฉินมู่เจ๋อตบลงบนที่พักแขนอย่างแรงก่อนที่คนขับของเขาจะหักพวงมาลัยหลบรถคันนี้โดยที่จ้าวหลง หยางได้ส่งสัญญาณให้คนของตนควบคุมคนขับรถคันที่สร้างปัญหาเอาไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท“ทางแยก พวกเราควรไปทางไหน” เฉินมู่เจ๋อถามขึ้นด้วยสีหน้ากังวล แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกชอบหน้าชายหนุ่มที่เป็นศัตรูหัวใจมากเพียงใดแต่ทว่าในตอนนี้ความปลอดภัยของซูหร่วนซีย่อมมาเป็นอันดับหนึ่ง“เลี้ยวขวา” จ้าวหลงหยางตอบออกมาอย่างมั่นใจ“ทำไม” เฉินมู่เจ๋อรู้สึกกังขา“สร้อยที่ผมให้ซีซีมีจีพีเอส” คำตอบของเขาทำให้คนขับไม่รอช้าดังนั้นเขาจึงรีบหักพวงมาลัยไปตามทิศทางที่จ้าวหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 71 ระลึกถึง

    “ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปพร้อมกับมอบช่อดอกลิลลี่สีหวานให้เธอ“อะไรคะ” ซูหร่วนซีรับมาถามด้วยใบหน้าค่อนข้างประหลาดใจ“ดอกไม้ของวันนี้ครับ แล้วก็” จ้าวหลงหยางพูดแค่นั้น ก่อนที่เขาจะเปิดกล่องเครื่องประดับที่เตรียมไว้ออกดวงตาของซูหร่วนซีมองสร้อยคอทองคำขาวเส้นเล็กที่มีจี้เป็นรูปกระต่ายตัวน้อยสีขาวที่เท้าหน้าของมันมีนกกระดาษตัวเล็กอยู่ในมืออย่างถูกใจ“พี่สวมให้นะ” “ค่ะ” สร้อยคอเส้นเล็กส่องกระทบกับแสงจันทร์ทำให้เกิดประกายเงางามนิ้วมือเรียวของหญิงสาวจับเจ้าตัวกระต่ายน้อยที่มีดวงตาสีทับทิมขึ้นมาดูอย่างหลงใหล“ขอบคุณค่ะ” ท่าทางและน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนค่ำคืนนั้นทั้งสองคนต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนในเรื่องที่เขาทั้งคู่ต่างประสบพบเจอมาในระหว่างที่ต้องอยู่ห่างกัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบมีเพียงสายลมและเสียงดนตรีพื้นเมืองแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะเช้าวันต่อมา ผู้ร่วมทริประหว่างปู่กับหลานสาวก็มีชายหนุ่มพ่วงเข้ามาด้วย“เธอเพิ่งมาถึงเมื่อคืนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่นอนพักสักหน่อยล่ะ”“ผมสบายดีครับ ว่าแต่คุณปู่ทำไมตื่นแต่เ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   สวยที่ 70 เธอมักทำในสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เสมอ

    “อรุณสวัสดิ์ค่ะปู่” ซูหร่วนซีกล่าวทักชายชราหลังเดินออกมาจากห้องนอนและพบว่าปู่ของตนกำลังนั่งเก้าอี้โยกหันใบหน้าออกไปทางระเบียงเรือนไม้หลังนี้“อืม หลานหิวหรือยัง” ใบหน้าของเขาผินกลับมามองหลานสาวที่บัดนี้ได้มายืนอยู่ด้านข้าง“นิดหน่อยค่ะ ปู่ล่ะคะ” เธอนั่งคุกเข่าลงพลางวางมือทั้งสองลงบนแขนเก้าอี้ของเขา“เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีไหม”“ดีสิคะ” คนเป็นหลานยิ้มร่าก่อนจะลุกขึ้นยืนและยื่นมือเข้าไปช่วยประคองชายชรายามรุ่งอรุณ ณ ริมทะเลสาบซีหูในฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดแรกอ่อนละมุนไล้ผ่านผิวน้ำที่นิ่งสงบจนเกิดประกายระยิบระยับราวผ้าไหมทองคำทิวต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวสดเป็นเหลืองทองและแดงส้ม บรรยากาศเย็นสบายพร้อมเสียงนกร้องที่ก้องสะท้อนอย่างแผ่วเบาซูหร่วนซีผู้แต่งกายด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีครีมนำมือเข้าไปคล้องแขนของคนเป็นปู่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินข้ามสะพานหินโค้งซึ่งทอดตัวข้ามลำน้ำที่ใสกระจ่างราวกระจกสายลมพัดเอื่อย นำพากลิ่นหอมของใบไม้แห้งและดอกหอมหมื่นลี้ที่ปลูกประดับรอบสวนริมทะเลสาบเข้าสู่จมูก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status