LOGINหญิงสาวสองคนที่มีบุคลิกต่างกันเดินสะพายกระเป๋าถือของตนก้าวเท้าเดินตรงไปยังทางออกโดยไม่เสียเวลาเหลียวมองใคร โดยเฉพาะคุณใหญ่ตระกูลซู
ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าตัวเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วยความกลัวว่าจะไม่สามารถช่วยเหลือญาติผู้พี่ฝั่งแม่ของตนได้ และจะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นครั้งอดีต
ดังนั้นใบหน้าหวานของเจ้าตัวจึงเต็มไปด้วยความกังวลอีกทั้งการก้าวเท้าของหล่อนยังเริ่มเร็วขึ้นจนเพื่อนสาวรู้สึกผิดสังเกต และยังไม่ทันทีโม่เข่อซิงจะเอ่ยปากถามรถคันที่เพื่อนสาวเรียกเอาไว้ก็มาจอดตรงหน้าเสียก่อน
ซูหร่วนซีรีบดันหลังของเข่อซิงเข้าไปในรถทันทีและหล่อนก็ตามขึ้นไปจากนั้นหญิงสาวก็นั่งเอามือประสานกันบีบนิ้วของตนแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวายจนกระทั่งรถคันที่พวกเธอนั่งหยุดลงอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
“ซีซีเธอแน่ใจหรือว่าสถานที่พักของกองถ่ายคือโรงแรมโกโรโกโสตึกนี้ ไม่ใช่โรงแรมฝั่งตรงข้าม” คุณหนูตระกูลโม่ถามพลางมองโรงแรมด้านหน้าสลับกับอีกฝั่งด้วยสีหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อ
“โรงแรมนี้แหละเธอคิดว่ากองถ่ายจะมีงบเท่าไหร่กัน หรือว่าเอาแบบนี้ดีไหม คุณหนูโม่ไม่สนใจจะเป็นนายทุนให้กับหนังเรื่องนี้ดูบ้างเหรอ” คำพูดทีเล่นทีจริงนี้ทำให้โม่เข่อซิงหูผึ่งตา ลุกวาว หากบริษัทของเธอเป็นนายทุนเธอจะขอมาดูงานเองจากนั้นก็จะได้เจอหน้าเจ้าชายทุกวันใช่ไหม
ซีซีคล้ายกับรู้ว่าเพื่อนสาวคิดอะไรจึงได้ยกนิ้วดีดหน้าผากมนของเพื่อนไปหนึ่งที “คิดอะไรเลอะเทอะอยู่สิท่า ฉันจะบอกความลับให้เอาไหม จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เธอ” ซูหร่วนซีทำทีเป็นมีเลสนัย
“หืม?” ใบหน้ากลมน่ารักของคุณหนูโม่ฉายแววเด๋อด๋า
ทว่าซีซีจำต้องหยุดการสนทนาลงชั่วครู่เมื่อเจ้าตัวมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่หญิงสาวไม่มีวันลืม
“ไปกับฉันก่อน” ซูหร่วนซีพูดพร้อมกับดึงมือของเพื่อนสาวให้เดินมากับตน
สายตาของคุณหนูใหญ่ประดุจเสือร้ายจ้องตะครุบเหยื่อ ร่างกายแผ่รังสีอันตรายออกมาทำให้โม่เข่อซิงเดินตามอย่างว่าง่าย กระทั่งเธอทั้งสองยืนแอบอยู่มุมกำแพงห่างออกจากหนึ่งหญิงสองชายร่างผอมไม่ไกล
“แกจำคนในรูปที่ฉันให้ดูได้หรือยัง เมื่อเขาเดินมาพวกแกรีบเข้าไปทำท่าปล้นเขาเลยนะ จากนั้นฉันจะทำเป็นว่าเดินเข้าไปเห็นเหตุการณ์ ต่อจากนั้นแกก็ทำท่าเป็นเอามีดออกมาขู่และเมื่อฉันรีบวิ่งเข้าไปช่วย แกก็แทงเข้าท้องของฉันตรงนี้เลยนะ จำไว้ว่าอย่าให้พลาดล่ะ”
คำพูดของหญิงสาวคนนั้นทำให้ซีซีรู้สึกเย็นเยียบตั้งแต่ปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงหนังศีรษะ เช่นเดียวกับเข่อซิงที่เบิกตาโตอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
เนื่องจากเธอไม่คิดว่าจะมีคนวางแผนอันโหดร้ายนี้กับตัวเองได้ ซูหร่วนซีเองก็ไม่เคยคาดคิดเช่นกันว่าเรื่องของชาติก่อนของญาติผู้พี่จะมีการจัดฉากเอาไว้แบบนี้ และเมื่อคนทั้งสามแยกย้ายกันเดินออกไปหร่วนซีจึงได้กึ่งลากกึ่งจูงเพื่อนสาวออกมาจากตรงนั้น
ซีซียกข้อมือเรียวสวยที่มีนาฬิกาเรือนหรูตามสมัยนิยมขึ้นมาดู หญิงสาวกำลังนึกย้อนไปยังช่วงเวลาของอดีตว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นเกิดกับพี่ชายของตนเวลาไหน ฉับพลันสายตาของเธอก็มองเห็นร่างผอมสูงสวมหมวกสีดำเช่นเดียวกับเสื้อและกางเกง
"พี่ชาย” น้ำเสียงหวานใสอันคุ้นหูทำให้เยว่หลวนคุนชะงักเท้าคล้ายไม่เชื่อว่าตนจะได้ยินเสียงนี้
ซูหร่วนซีไม่รอช้าเธอรีบดึงมือของเพื่อนสาววิ่งไปหาชายหนุ่มคนนั้นทันทีอย่างเร่งรีบ
“ซีซี! น้องมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เยว่หลวนคุนถามญาติผู้น้องด้วยสีหน้าฉายแววประหลาดใจ
ทั้งนี้เป็นเพราะวันนี้เขาทราบมาว่าเป็นวันแต่งงานของเจ้าตัว แล้วเหตุใดจู่ ๆ หญิงสาวถึงได้โผล่มาเมืองจีกัน
“เราไปหาที่นั่งคุยกันเถอะค่ะ” ซีซีควงแขนคนเป็นพี่อย่างสนิทสนมยกยิ้มในขณะกล่าว โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกปาปารัสซี่แอบถ่ายรูปหลายต่อหลายครั้งหรือถึงรู้หล่อนก็หาได้สนใจ
ส่วนโม่เข่อซิงเมื่อเห็นหน้าเจ้าชายในดวงใจเจ้าตัวก็ได้แต่ตีสีหน้านิ่ง ทว่าภายในอกนั้นคล้ายมีกวางกระโดดโลดเต้นอยู่นับร้อย
ผิดกลับหญิงสาวร่างผอมที่กำลังยืนกระทืบเท้ากำหมัดแน่นด้วยดวงตาวาวโรจน์ ซึ่งการกระทำของเธอนั้นก็ไม่ต่างจากชายร่างผอมเมื่อแผนการที่วางไว้กับญาติสาวไม่สำเร็จเพราะมีคนเข้ามาขวาง
กระนั้นพวกเขาก็ไม่คิดล้มเลิกแผนการทำตัวเป็นผู้หวังดีประสงค์ร้าย ก่อนจะมองหาเป้าหมายใหม่เพราะคิดว่ายังไงซะคนที่ออกมาจากโรงแรมก็น่าจะเป็นดาราดังมีเงินเหมือน ๆ กัน
เร็วเท่าความคิดดังนั้นคนทั้งคู่จึงได้พากันออกจากที่ซ่อน ซึ่งซูหร่วนซีผู้คอยสังเกตชายทั้งสองอยู่ตลอดเวลานั้นก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติเหมือนกัน ดังนั้นหล่อนจึงได้พยายามมองไปทางพวกเขาและเมื่อสายตาของหญิงสาวเห็นเป้าหมายใหม่ของพวกมัน ใบหน้าของคุณหนูใหญ่ตระกูลซูก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะเป้าหมายของพวกมันเป็นดาราสาวผู้เป็นดอกบัวขาวของวงการซึ่งต่อหน้าทำตัวดีแต่ลับหลังนั้นมีความดำมืดอันน่ากลัวซุกซ่อนอยู่จนน่าขนลุก
‘กรรมใครกรรมมันชาติที่แล้วแกทำให้ครอบครัวของพี่ฉันย่ำแย่ ชาตินี้ก็จงเรียนรู้รสชาติของมันบ้างก็แล้วกัน’ เธอคิดขึ้นในขณะเดียวกันก็รีบดึงแขนพี่ชายกับเพื่อนหญิงให้ออกจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด
คล้อยหลังคนทั้งสามไปไม่นานความโกลาหลก็เกิดขึ้นยังเบื้องหลัง เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นทำให้ผู้คนที่สัญจรอยู่อย่างบางตาวิ่งเข้ามาดู และเมื่อเขามองเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเอามือกุมท้องในสภาพโลหิตแดงฉาน
หนึ่งในนั้นก็รีบนำโทรศัพท์ของตนมากดหมายเลขฉุกเฉินทันที ทางด้านดาราสาวที่กำลังอยู่ในสภาพใบหน้าซีดขาวร่างกายสั่นเทาคล้ายจะเป็นลมก็เดินเข้าไปช่วยพยุงหญิงสาวคนนั้น แม้ว่าใจจะไม่อยากทำก็ตามแต่ด้วยภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นหล่อนจึงต้องทำเป็นห่วงใยหญิงสาวผู้มีพระคุณอย่างถึงที่สุด
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ดีนะที่มีคนมารับเคราะห์แทน เอาเถอะฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้เงินหล่อนรวมถึงจ่ายค่ารักษาให้ก็แล้วกัน’ ภายในใจของหล่อนคิดอย่างหมายมั่น
เสียงไซเรนรถพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว กระนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้เพราะหลังจากที่มันแทงคนพวกมันก็วิ่งหนีไปคนละทิศละทางจากคำพูดของคนแถวนั้น เรื่องราวนี้หาได้เข้าหูของคนทั้งสามที่กำลังนั่งกินข้าวต้มข้างทางขึ้นชื่อแถวนั้นแต่อย่างใด
จนกระทั่งเช้าวันต่อมาเมื่อข่าวของเมื่อคืนขึ้นการค้นหาอันดับสองรองจากข่าวของนายน้อยเมืองเป่ย ที่เพิ่งถูกยกเลิกการแต่งงานหมาด ๆ ได้มีคนมาช่วยกู้วิกฤตของบริษัทในเครือ
เยว่หลวนคุนอ่านข่าวที่อยู่ในมือถือด้วยหัวใจอันหวาดกลัวพร้อมกับคิดว่า ‘หากเมื่อคืนน้องสาวไม่เรียกตนไว้ น่าจะเป็นตนที่เคราะห์ร้ายเป็นแน่’
ทางด้านซูหร่วนซีที่นอนพักโรงแรมหรูฝั่งตรงข้ามกับพี่ชายเมื่อเธอรู้ว่าเรื่องของพี่ชายผ่านพ้นไปด้วยดีความสบายใจก็ถูกแทนที่ความกังวล แต่ไม่ใช่กับคุณหนูโม่ที่กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่หน้าโทรศัพท์มือถือเครื่องสวย
“เกิดอะไรขึ้น” คำถามของเพื่อนสาวทำให้โม่เข่อซิงหันมามองทางต้นเสียงสีหน้าเต็มไปด้วยความหวัง
“ซีซี ฉันต้องการจะเป็นนายทุนให้กับหนังของเจ้าชายอ่ะ แต่ว่าจะพูดอย่างไรให้พ่อแม่ยินยอมดี” ใบหน้าของเข่อซิงฉายแววกลัดกลุ้มในขณะพูด
“เรื่องนี้ไม่ยาก เธอเพียงบอกพวกท่านไปว่าหากหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จสามารถทำกำไรให้บริษัทได้ เธอจะเริ่มทำงานแบบเต็มตัว แต่ตรงกันข้ามหากว่าเรื่องนี้ไม่เป็นไปตามที่หวังเธอก็พร้อมยินดีแต่งงานให้กับคนที่พ่อแม่เลือก” จบคำของเพื่อนรักใบหน้ากลมของคุณหนูโม่ก็เบิกตากว้าง
“ซีซี! เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ฉันจำไม่ได้ว่าเคยบอกเธอเรื่องแต่งงานนี่” คำถามของเพื่อนสาวทำให้ซีซีไม่ตอบทว่ากลับเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาเสียเฉย ๆ
“เธอไม่มั่นใจว่าหนังที่พี่ชายฉันแสดงจะประสบความ สำเร็จเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันจะนำเรื่องนี้ไปบอกเขา ดูสิว่าเธอจะทำยังไง” ซูหร่วนซียกมือกอดอกทำหน้าบึ้งและดูเหมือนว่าคุณหนูโม่จะลืมเรื่องที่ถามขึ้นเสียสิ้น
“คุณหนูใหญ่คะ ฉันผิดไปแล้วได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลย ฉันย่อมมั่นใจในตัวเจ้าชายอยู่แล้ว เอาละฉันจะบอกพ่อแม่ไปตามนั้น” คุณหนูโม่ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
การที่ซูหร่วนซีกล้าตัดสินใจออกไปแบบนั้นก็เนื่องจากภาพยนต์เรื่องนี้ที่มีแต่คนมองว่านอกสายตาเป็นหนังไม่ทำเงินกลับมีรายได้ถล่มทลายทำให้นักแสดงหลายคนได้แจ้งเกิดจากหนังเรื่องนี้กันหลายคน รวมถึงลูกพี่ลูกน้องของเธอเองก็ด้วย
อีกทั้งเขายังได้รับการขนานนามว่าเป็นเจ้าชายแห่งวงการภาพยนต์เพราะไม่มีหนังเรื่องไหนที่ชายหนุ่มตัดสินใจเล่นแล้วเรื่องนั้นจะไม่ทำรายได้ แม้กระทั่งภาพยนต์เรื่องนี้ที่หลายคนต่างก็คัดค้าน รวมถึงยังมีแต่ความเห็นเชิงลบเต็มไปหมด
คุณหนูใหญ่ตระกูลซูคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งสามสิบนาทีต่อมาโม่เข่อซิงก็เดินยิ้มร่าเปิดประตูระเบียงห้องเข้ามากอดสาวงามเพื่อนสนิท
“สำเร็จสินะ ว่าแต่คุณหนูโม่จะเริ่มงานเลยหรือไม่” หร่วนซีสัพยอก
“แม่ของฉันจะส่งพี่จิ้งอี๋มาที่นี่พร้อมกับเอกสาร ดังนั้นฉันจะต้องอยู่ที่นี่ ว่าแต่คุณหนูใหญ่จะอยู่เป็นเพื่อนบ่าวตัวน้อยได้หรือไม่” โม่เข่อซิงเอ่ยเชิงหยอกล้อเพื่อนสาวพลางทำสีหน้าอ้อนวอน
“สาวน้อยหากจะให้ฉันอยู่เป็นเพื่อน เธอคิดจะตอบแทนยังไงล่ะจ๊ะ” คุณหนูซูแสร้งทำแววตาเจ้าชู้
“ตอบแทนเป็นร่างกายฉันดีไหมคะ” โม่เข่อซิงรีบกล่าวเสนอตัวเองพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มในขณะเดียวกันก็ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้คนงาม
“ไม่เอาหรอก ทีกับฉันเธอช่างกล้า ทำไมไม่ทำแบบนี้กับพี่ชายของฉันบ้างล่ะเขาจะได้รู้ว่าเธอคิดยังไง” คำพูดของซีซีทำให้สาวน้อยใบหน้ากลมดวงตาใสกระจ่างนั้นหม่นลง
“เพราะไม่กล้านะสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะแอบรักเขาข้างเดียวอย่างนี้มาตลอดแปดปีเหรอ” คำพูดของเพื่อนสนิททำให้ซูหร่วนซีโอบกอดไหล่ของเพื่อนสนิทแน่น
“เอาน่ายังมีเวลา ฉันเชื่อว่าสักวันเขาจะต้องมองเห็นเธอแน่” คำปลอบของหร่วนซีไม่ใช่ไม่มีมูลเนื่องจากในตอนนั้นหลังจากที่เพื่อนของเธอคนนี้นอนแน่นิ่งในสภาพเย็นชืดจำได้ว่าพี่ชายของเธอเอาแต่โทษตัวเอง
หลังจากนั้นไม่นานก็มีหัวข้อข่าวขึ้นหน้าแซงข่าวอื่น ๆ ว่าอดีตเจ้าชายวงการภาพยนต์จบชีวิตของตนลงในบ้านพัก ซูหร่วนซีกะพริบตาไล่หยาดน้ำที่กำลังรื้นขึ้น
เจ็ดวันถัดมาบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง ล้วนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดตัวภาพยนตร์ที่หลายคนในวงการต่างปรามาสว่าไม่มีทางที่จะดังขึ้นมาได้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและแสงแฟลชจากกล้องที่วูบวาบทั่วบริเวณพรมแดง หน้าทางเข้างาน เป็นแบคดรอปขนาดใหญ่ประดับด้วยโลโก้ของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวตัวพรมแดงถูกปูยาวจากทางเข้าจนถึงห้องโถงหลัก เหล่านักข่าวยืนเรียงรายตลอดเส้นทางพร้อมกล้องและไมโครโฟนที่รอสัมภาษณ์ดารานำ“ที่รัก! ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่างานของเราจะโดดเด่นได้มากขนาดนี้ แต่ว่าจะไม่มีใครพูดว่าพวกเราโอเวอร์เกินไปหรอกใช่ไหม” โม่เข่อซิงกระซิบกระซาบเสียงเบา“ความคิดของคนอื่นนะช่างเขาเถอะ ฉันว่าแบบนี้แหละถึงจะเรียกสายตาคนได้เยอะ เธอเชื่อฉัน” ซูหร่วนซีผู้อยู่ในชุดเดรสสีมุกเปลือยไหล่แสดงให้เห็นถึงไหปลาร้าสวยเผยรอยยิ้มในขณะตอบเพื่อนสาวด้วยเสียงเบาหญิงสาวทั้งสองคนผู้มีความงามไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเหยียดแผ่นหลังเดินตรงเข้าไปภายในงานด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางความสนใจจากผู้คนรอบข้าง“นั่นคุณหนูใหญ่ซูกับคุณหนูโม่” หนึ่งในนักข่า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องพักของผู้ป่วยที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยมีตงเหยาคอยป้อนผลไม้ให้อย่างเอาใจ“ลูกพี่” หยูเชาแทบจะวิ่งเข้าไปโอบกอดเขา “อย่า!” สวีเย่หานรีบห้ามด้วยความตกใจ“ลูกพี่ ทำไมทำกับผมแบบนี้ล่ะ คุณไม่รู้หรอกว่าผมเป็นห่วงคุณมากขนาดไหน” ชายหนุ่มร่างผอมแสร้งบีบน้ำตา“เลิกเสแสร้งได้แล้ว นายบอกฉันมาหน่อยสิว่าพวกนายให้ตาแก่คนนั้นยอมไปช่วยฉันได้ยังไง” สวีเย่หานถามขึ้นอย่างกังขา ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าได้แกะเชือกที่ข้อมือสำเร็จแล้วและกำลังจะก้มลงแก้เชือกที่ข้อเท้าแต่ทว่าหูพลันได้ยินเสียงดังเอะอะจากด้านนอกขึ้นเสียก่อนพร้อมกับมีคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในคราแรกเขานึกว่าคนพวกนี้ต้องการมาทำร้ายแต่ที่ไหนได้พวกเขากลับไม่พูดพร่ำทำเพลงและช่วยเขาออกมาจากห้องใต้ดินแห่งนั้นโดยบอกว่าทำตามคำสั่งของนายท่านผู้เฒ่าเมื่อพ้นจากความมืดออกมาเจอแสงสว่างสติของตนก็เลือนราง แต่เสียงสุดท้ายดูเหมือนว่าจะได้ยินเสียงของทุกคนที่อยู่ ณ ตรงนี้รวมถึงเจ้านายและพี่น้อง“เรื่องนี้เป็นเพราะเจ้านายของเรา” ฉาจีนั่งล
“ปากดีนักนะ ถึงแม่นายจะมาก่อนแล้วยังไง แต่เป็นฉันที่เกิดก่อน อีกอย่างแม่ฉันก็มีทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง” คำพูดถากถางของเขาทำให้สวีเย่หานเถียงไม่ออกเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะผู้ชายเลวคนนั้น คนที่ทำให้แม่กับน้องสาวของเขาต้องตาย สวีเย่หานขบกรามของตนจนเป็นสันนูน“สวีเย่หานฉันว่าแกรีบบอกมาดีกว่า ว่าสิ่งที่บริษัทของแกกำลังทำคืออะไร หากฉันเห็นว่ามันมีประโยชน์และทำเงินได้ฉันจะปล่อยแกไป” คนพูดตบแก้มของเขาเบา ๆ“ถุย! สักวันพวกแกต้องล่มจม” สวีเย่หานไม่เพียงไม่ให้ความร่วมมือทว่าเขายังกลับสาปแช่งออกมาด้วยฝ่ามือของจงเทียนอวี่กำลังจะตวัดลงบนหน้าของเขาอีกครั้ง แต่แล้ว“เจ้านายครับ บริษัทเกิดเรื่อง” ใบหน้าแตกตื่นของลูกน้องที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาทำให้เขาลดมือลงอย่างหงุดหงิด“มีอะไร”“นายว่าอะไรนะ พวกนายมันไม่ได้เรื่อง” เขาตวาดเสียงดังหลังจากฟังสิ่งที่ลูกน้องกระซิบข้างหูร่างสูงโปร่งของคนผู้นี้รีบเดินนำหน้าลูกน้องของตนไปอย่างเร่งรีบสวีเย่หานผู้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงทำให้ผู้ชายคนนั้นวางมือจากตนก็มุ่งมั่นในการแก้เชือกที่มือต่อไป
“ขึ้นมา!” เฉินมู่เจ๋อที่เห็นเหตุการณ์รีบเปิดประตูรถให้จ้าวหลงหยาง“ขอบคุณ” ในระหว่างที่เขาอยู่ในรถเจ้าตัวก็ไม่ลืมดูในโทรศัพท์มือถือเพื่อหาตำแหน่งของหญิงสาว“นายกำลังทำอะไร แล้วรู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร” เฉินมู่เจ๋อถามขึ้นในขณะให้คนขับรถเร่งความเร็วเพื่อจะตามรถคันข้างหน้าอย่างกระชั้นชิดแต่ใครจะคิดว่าพวกมันกลับโชคดีเมื่อจู่ ๆ ก็มีรถคันหนึ่งโผล่พรวดออกมาทำให้คนขับต้องเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน“บ้าเอ้ย!” มือของเฉินมู่เจ๋อตบลงบนที่พักแขนอย่างแรงก่อนที่คนขับของเขาจะหักพวงมาลัยหลบรถคันนี้โดยที่จ้าวหลง หยางได้ส่งสัญญาณให้คนของตนควบคุมคนขับรถคันที่สร้างปัญหาเอาไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท“ทางแยก พวกเราควรไปทางไหน” เฉินมู่เจ๋อถามขึ้นด้วยสีหน้ากังวล แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกชอบหน้าชายหนุ่มที่เป็นศัตรูหัวใจมากเพียงใดแต่ทว่าในตอนนี้ความปลอดภัยของซูหร่วนซีย่อมมาเป็นอันดับหนึ่ง“เลี้ยวขวา” จ้าวหลงหยางตอบออกมาอย่างมั่นใจ“ทำไม” เฉินมู่เจ๋อรู้สึกกังขา“สร้อยที่ผมให้ซีซีมีจีพีเอส” คำตอบของเขาทำให้คนขับไม่รอช้าดังนั้นเขาจึงรีบหักพวงมาลัยไปตามทิศทางที่จ้าวหล
“ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปพร้อมกับมอบช่อดอกลิลลี่สีหวานให้เธอ“อะไรคะ” ซูหร่วนซีรับมาถามด้วยใบหน้าค่อนข้างประหลาดใจ“ดอกไม้ของวันนี้ครับ แล้วก็” จ้าวหลงหยางพูดแค่นั้น ก่อนที่เขาจะเปิดกล่องเครื่องประดับที่เตรียมไว้ออกดวงตาของซูหร่วนซีมองสร้อยคอทองคำขาวเส้นเล็กที่มีจี้เป็นรูปกระต่ายตัวน้อยสีขาวที่เท้าหน้าของมันมีนกกระดาษตัวเล็กอยู่ในมืออย่างถูกใจ“พี่สวมให้นะ” “ค่ะ” สร้อยคอเส้นเล็กส่องกระทบกับแสงจันทร์ทำให้เกิดประกายเงางามนิ้วมือเรียวของหญิงสาวจับเจ้าตัวกระต่ายน้อยที่มีดวงตาสีทับทิมขึ้นมาดูอย่างหลงใหล“ขอบคุณค่ะ” ท่าทางและน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนค่ำคืนนั้นทั้งสองคนต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนในเรื่องที่เขาทั้งคู่ต่างประสบพบเจอมาในระหว่างที่ต้องอยู่ห่างกัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบมีเพียงสายลมและเสียงดนตรีพื้นเมืองแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะเช้าวันต่อมา ผู้ร่วมทริประหว่างปู่กับหลานสาวก็มีชายหนุ่มพ่วงเข้ามาด้วย“เธอเพิ่งมาถึงเมื่อคืนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่นอนพักสักหน่อยล่ะ”“ผมสบายดีครับ ว่าแต่คุณปู่ทำไมตื่นแต่เ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะปู่” ซูหร่วนซีกล่าวทักชายชราหลังเดินออกมาจากห้องนอนและพบว่าปู่ของตนกำลังนั่งเก้าอี้โยกหันใบหน้าออกไปทางระเบียงเรือนไม้หลังนี้“อืม หลานหิวหรือยัง” ใบหน้าของเขาผินกลับมามองหลานสาวที่บัดนี้ได้มายืนอยู่ด้านข้าง“นิดหน่อยค่ะ ปู่ล่ะคะ” เธอนั่งคุกเข่าลงพลางวางมือทั้งสองลงบนแขนเก้าอี้ของเขา“เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีไหม”“ดีสิคะ” คนเป็นหลานยิ้มร่าก่อนจะลุกขึ้นยืนและยื่นมือเข้าไปช่วยประคองชายชรายามรุ่งอรุณ ณ ริมทะเลสาบซีหูในฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดแรกอ่อนละมุนไล้ผ่านผิวน้ำที่นิ่งสงบจนเกิดประกายระยิบระยับราวผ้าไหมทองคำทิวต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวสดเป็นเหลืองทองและแดงส้ม บรรยากาศเย็นสบายพร้อมเสียงนกร้องที่ก้องสะท้อนอย่างแผ่วเบาซูหร่วนซีผู้แต่งกายด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีครีมนำมือเข้าไปคล้องแขนของคนเป็นปู่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินข้ามสะพานหินโค้งซึ่งทอดตัวข้ามลำน้ำที่ใสกระจ่างราวกระจกสายลมพัดเอื่อย นำพากลิ่นหอมของใบไม้แห้งและดอกหอมหมื่นลี้ที่ปลูกประดับรอบสวนริมทะเลสาบเข้าสู่จมูก







