Share

ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก
ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก
Author: เฟยเทียน / เงาจันทราสีหมึก / กัญญ์ญาภัค

บทที่ 1

แดดอันร้อนระอุของเดือนกรกฎาคมยังไม่ร้อนแรงดุเดือดเท่ากับการขึ้นหน้าค้นหาอันดับหนึ่งบนหน้า weibo ขณะนี้ คุณหนูไฮโซชื่อดังของเมืองเป่ยเฉิงถูกชายหนุ่มผู้ที่รักมั่นมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์สวมหมวกเขียว

ซึ่งหญิงสาวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่สามนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เพราะเธอคนนี้คือรักแรกของหนุ่มไฮโซชื่อดังไม่แพ้กัน ซูหร่วนซีอ่านข้อความมองภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือเครื่องสวยในมือด้วยน้ำตาเปียกปอนไปทั่วทั้งใบหน้า

ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ในใจเกิดความเจ็บปวดจนยากจะทานทน

ครั้นแล้วเธอก็ปาสิ่งที่อยู่ในมือไปทางกระจกโต๊ะเครื่องแป้งอย่างไม่เสียดาย เพล้ง! เสียงแตกของกระจกดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยหวานงดงามราวตุ๊กตา

“คุณนายน้อย! เกิดอะไรขึ้นหรือคะ!” น้ำเสียงอันร้อนใจของแม่บ้านผู้ดูแลคฤหาสน์หลังงามรีบเอ่ยถามขึ้นอย่างรวดเร็วต่อผู้เป็นนาย ซูหร่วนซียกมือปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวก ๆ

“ทำความสะอาดให้เรียบร้อย” ผู้เป็นนายสาวคนสวยออกคำสั่งเจือเสียงสะอื้นโดยไม่รู้ว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อตนได้เดินตามแม่บ้านเข้ามาด้วย

“อุ๊ย! หร่วนซีเกิดอะไรขึ้นกับเธออย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงเย้ยหยันดังออกมาจากริมฝีปากเคลือบสีแดงสดของผู้มาเยือน ทำให้ผู้ที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงหันหน้าไปทางหน้าต่างจำต้องหันมาทางต้นเสียง

“เธอ มา ทำไม” หญิงสาวเน้นย้ำทีละคำพลางมองผู้มาเยือนด้วยดวงตาแห่งความเกลียดชัง

“ฉันจะมาขอให้เธอหย่ากับมู่เจ๋อ ตอนนี้ฉันกำลังตั้งท้องลูกของเขา หากไม่เชื่อเธอก็ดูซะให้เต็มตา” หญิงสาวผู้มาใหม่ไม่เพียงพูดเปล่า เธอยังวางผลตรวจรวมถึงแผ่นอัลตร้าซาวด์ของตัวอ่อนทารกในครรภ์ลงข้างตัวของหญิงผู้เป็นเจ้าของห้องอีกด้วย

ซูหร่วนซีหยิบรูปภาพนั้นขึ้นมาดูด้วยมืออันสั่นเทา น้ำตาของเธอไหลอาบใบหน้างามอีกครั้ง

ส่วนหญิงผู้มาเยือนก็ยืนกอดอกก้มหน้ามองเธอด้วยสีหน้าเย้ยหยัน (หากเธอยอมหย่าแต่โดยดี ฉันก็คงไม่ต้องมาถึงขั้นใช้แผนนี้ ยัยโง่)

ซูหร่วนซีฉีกภาพที่อยู่ในมือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด กระนั้นเธอก็ยังนั่งนิ่งราวตุ๊กตาไร้ชีวิตปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบงัน

ซึ่งผู้มาเยือนรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถทำให้หญิงสาวอาละวาดด่าทอตนอย่างที่ตั้งใจ จนกระทั่งเธอคิดทำบางอย่างและในที่สุดความอดทนของหญิงสาวเจ้าของห้องก็หมดลง

เพล้ง! เมื่อผู้มาเยือนเดินไปเขวี้ยงรูปแต่งงานของเธอกับชายที่ตนรักลงบนพื้น เศษแก้วแตกกระจายและดูเหมือนว่าการกระทำเช่นนี้จะได้ผลเมื่อซูหร่วนซีลุกขึ้นยืนตวาดขึ้นเสียงดัง

“ออกไป!”

มีหรือที่ผู้มาเยือนจะยอมทำตามแต่โดยดี เพราะในขณะนี้เธอคนนั้นได้นั่งลงกับพื้นพร้อมส่งเสียงกรีดร้องราวคนเสียสติออกมา ทำให้ผู้ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านได้ยินเสียงต้องตกใจในสิ่งที่ได้ยิน ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องอีกครึ่งจึงได้ก้าวเท้ายาว ๆ วิ่งขึ้นบันไดไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว

ภาพที่เขาเห็นทำให้ชายหนุ่มใบหน้าถมึงทึงเต็มไปด้วยความโกรธ

“หร่วนซี! มันจะมากไปแล้ว” ชายคนนั้นตัดสินจากสิ่งที่เห็นโดยไม่ไถ่ถามอะไรให้กระจ่างอย่างเช่นทุกครั้ง เขารีบเดินเข้าไปประคองร่างอันบอบบางของหญิงสาวคนรักขึ้นจากพื้นอย่างทะนุถนอม

“ฉันเป็นเมีย หล่อนเป็นชู้ แต่คุณกลับกล้าดูแลเธอต่อหน้าฉัน เฉินมู่เจ๋อ คุณแน่มาก” น้ำเสียงแหบแห้งของหญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมกับเดินมาตบหน้าชายหนุ่มเต็มแรง

เผียะ! ความเจ็บปวดที่โดนหญิงสาวกระทำ ทำให้ชายหนุ่มอยากจะฉีกร่างเล็กของหล่อนออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“ผมแต่งกับคุณเพราะการบังคับ ผมไม่ได้รักคุณ” นายน้อยตระกูลเฉินตะคอกใส่หน้าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฏหมายพลางบีบต้นแขนของเธอแน่นทั้งสองข้าง

“ในตอนนั้นฉันแค่ยื่นข้อเสนอไม่ได้บังคับ หากคุณรักมั่นกับผู้หญิงคนนี้จริงข้อเสนอของฉันก็คงไม่ได้ผล รักอย่างนั้นเหรอ คุณมันก็รักแต่ตัวเองเท่านั้นแหละฮ่า ๆ” หญิงสาวส่งเสียงแหวโต้กลับอย่างไม่ยินยอม

เฉินมู่เจ๋อชะงักมือของตนไปเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยมือดั่งคีมเหล็กที่บีบต้นแขนของหญิงสาวออกอย่างอ่อนแรง

ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน ในตอนนั้นบริษัทของครอบครัวเฉินเกิดปัญหาทางด้านการเงิน เขาซึ่งเป็นทายาทหนึ่งเดียวจำเป็นต้องหาเงินจำนวนมากถึงห้าพันล้านหยวน

ด้วยความกลัดกลุ้มทำให้ดื่มจนเมามายจึงได้เผลอระบายเรื่องนี้ออกมากับกลุ่มเพื่อนสนิท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นเพื่อนของซูหร่วนซีด้วย และหลังจากที่หล่อนรู้เรื่องนี้เจ้าตัวจึงได้เสนอเงื่อนไขให้เขายืมเงินจำนวนดังกล่าวโดยแลกกับการแต่งงาน

ซึ่งในตอนนั้นจางหว่านชิงเองก็รู้เรื่องนี้ เธอจึงได้แต่ยอมให้เขารับข้อเสนอที่ว่าและเดินทางออกนอกประเทศไปด้วยความตรอมใจ

กลับมายังปัจจุบัน สถานการณ์ในห้องนอนของคนทั้งสองอยู่ในสภาพกำลังร้อนระอุ ความเงียบอันน่าอึดอัดได้แผ่ซ่านทำให้ไม่มีคนรับใช้กล้าเข้ามาจัดการเก็บกวาดสิ่งของที่แตกกระจาย

“เฉินมู่เจ๋อ ฉันจะหย่ากับคุณ เรามาจบเรื่องราวรักสามเศร้าเราสองคนกันเถอะ ฉันหมดความอดทนกับคุณแล้ว” ซูหร่วนซีเป็นผู้เอ่ยทำลายความเงียบออกมาก่อน

เจ้าของชื่อมองใบหน้าของผู้พูดอย่างไม่อยากเชื่อหู “เธอจะมาไม้ไหนอีก” เขาถามเสียงเยาะพลางเอามือดึงเนคไทของตนออกอย่างหงุดหงิด

“ฉันไม่อยากใช้ชีวิตทุกข์ทรมานแบบนี้อีก ส่วนเงื่อนไขการหย่าฉันได้ส่งให้ทนายเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเราก็ต่างคนต่างอยู่เถอะ ฉันรู้สึกเหนื่อยเต็มที” หญิงสาวพูดขึ้นแม้เสียงจะแหบแห้งแต่ทว่ากลับไร้ซึ่งน้ำตา

มีเพียงดวงตาคู่งามบอบช้ำเพียงเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเธอเสียใจมากขนาดไหน หลังจากคิดไตร่ตรองอยู่เนิ่นนาน (เมื่อถึงเวลาฉันก็ควรต้องปล่อยมือสักที) นี่คือความคิดของเจ้าตัว

“คุณแน่ใจนะ” ผู้เป็นสามีถามย้ำ ซึ่งความรู้สึกของเขาในตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจตัวเองแล้วเหมือนกันว่ามีความรู้สึกแบบไหนต่อผู้เป็นภรรยาในนาม

จางหว่านชิงผู้อยู่ในเหตุการณ์เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ดังนั้นหญิงสาวจึงได้เรียกร้องความสนใจจากคนรักหนุ่มโดยการเอามือกุมท้องของตนแน่น

“มู่เจ๋อ ฉะ..ฉันปวดท้อง” เธอกล่าวอย่างกระท่อน กระแท่นสีหน้าแสดงความเจ็บปวดทำให้นายน้อยตระกูลเฉินเป็นกังวล

“ผมจะพาคุณไปหาหมอ หร่วนซีหากว่าหว่านชิงเป็นอะไรขึ้นมาอย่าโทษว่าผมแล้งน้ำใจ” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนจะอุ้มตัวหญิงคนรักขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับก้าวเท้ายาว ๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงบันไดไปอย่างรีบร้อน พร้อมกันนั้นก็ตะโกนเรียกคนขับรถไปด้วยจนดังก้องทั่วทั้งคฤหาสน์ ซูหร่วนซีไม่ได้มองคนทั้งคู่อีก เนื่องจากในตอนนี้หล่อนรู้สึกเจ็บหนึบรวดร้าวไปทั้งใจกับการกระทำของชายผู้ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอดีตสามี

หญิงสาวเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาก่อนจะจับชุดสวยแบรนด์เนมใส่ลงในกระเป๋าอย่างไม่ใยดี เธอกวาดตามองรอบห้องที่อาศัยมาถึงห้าปีเต็มเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความรู้สึกวูบโหวงอยู่ในอก

ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้องนอนหล่อนก็เจอเข้ากับแม่บ้านที่เดินออกไปตั้งแต่ที่ชายหนุ่มผู้เป็นนายกลับมา

“คุณนายน้อย จะไปไหนเหรอคะ” แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง

“ฉันจะกลับไปตระกูลซูค่ะ” เธอกล่าวเสียงเรียบเช่นเดียวกับใบหน้า

“คุณนายน้อยจะเลิกกับนายน้อยจริงหรือคะ” แม่บ้านสาวถามเธออย่างอดเสียดายแทนผู้เป็นนายน้อยของตนไม่ได้ที่เขาละทิ้งเพชรเม็ดงามไปคว้าเอาก้อนกรวด

หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงพยักหน้าน้อย ๆ เป็นการยอมรับแทน จากนั้นเธอก็ลากกระเป๋าใบใหญ่ลงมาตามขั้นบันไดโดยไม่สนว่าล้อของมันจะพังหรือเกิดความเสียหายแต่อย่างใด จนกระทั่งทั้งเธอและกระเป๋าลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย

พ่อบ้านชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาถามเธอเหมือนกับแม่บ้านไม่มีผิด

“ช่วยเรียกรถให้ฉันด้วย” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาเช่นเดียวกับร่างกายที่ดูเปราะบางราวกระเบื้องเคลือบ

พ่อบ้านจำต้องทำตามคำสั่งแต่โดยดี และหวังว่าหญิงสาวผู้นี้จะเปลี่ยนใจแต่ดูเหมือนว่าคำขอจะไร้ผล

เพราะหญิงสาวได้ลากกระเป๋าออกมายืนรอรถอยู่ด้านนอกท่ามกลางแสงแดดจ้า สาวงามในชุดเดรสสีขาวยืนอยู่อย่างเหม่อลอย เพียงไม่นานก็มีรถมาจอดตรงด้านหน้า

หลังจากนั่งในรถเรียบร้อยใบหน้าซีดเซียวของตนก็ผิน มองยังนอกหน้าต่างในขณะรถเคลื่อนตัวผ่านอย่างเชื่องช้า และเมื่อถึงถนนสายหลักคนขับจึงได้เพิ่มความเร็วขึ้นจนกระทั่งถึงสี่แยกแห่งหนึ่งด้วยความก้ำกึ่งระหว่างสัญญาณไฟ

ไม่รู้มีสิ่งใดดลใจจึงทำให้คนขับเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วเพื่อหวังจะไปให้ทันก่อนสัญญาณไฟจะเปลี่ยนสี

ซึ่งการกระทำของเขาในครั้งนี้ได้ส่งผลให้รถบรรทุกสินค้าที่กำลังพุ่งตัวออกมาจากอีกฝั่งชนกับรถของเขาเข้าอย่างจัง เป็นผลให้รถคันนี้เกิดการพลิกคว่ำ

ซูหร่วนซีส่งเสียงกรีดร้อง จากนั้นหล่อนก็คล้ายอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นและรู้สึกถึงความเจ็บปวดบริเวณช่องท้องอย่างรุนแรง ในความเจ็บปวดนั้นสำนึกสุดท้ายของเจ้าตัวคือใบหน้าผู้เป็นปู่ลอยเข้ามาก่อนที่หญิงสาวจะน้ำตาไหลอาบแก้มราวทำนบแตก

“คุณปู่คะ ฉันขอโทษ” คำพูดแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากซีดขาวของเธอก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงตลอดกาล โดยไม่รู้ว่าผู้เป็นสามีในนามของเจ้าตัวนั้นหลังจากได้รู้ข่าวเรื่องอุบัติเหตุ เขาถึงกับคุกเข่าลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

ภาพต่าง ๆ มากมายของผู้เป็นภรรยาที่เคยทำให้ตั้งแต่เด็กจนโตเริ่มฉายแววแจ่มชัด

“เสี่ยวซีผมขอโทษ” ถ้อยคำอันแสนจริงใจนี้หลุดออกมาจากปากของเขาเป็นครั้งแรกโดยที่คนฟังไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว

ซึ่งตรงข้ามกับหญิงสาวรูปร่างดีผู้มีหน้าตาสวยงามบนเตียงนอนผู้ป่วยที่โด่งดังมีชื่อเสียงเป็นถึงนักออกแบบแฟชั่นแถวหน้าในตอนนี้ที่กำลังยกมุมปากลอบยิ้มอย่างสะใจให้กับภาพข่าวที่ตนเห็น

(ในที่สุดนางมารอย่างเธอก็จากไปเสียที) นี่คือสิ่งที่หญิงสาวผู้มักทำตัวอ่อนหวานอยู่เป็นนิจคิด
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 170

    ซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 169

    ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 168

    หยูเชาเอนตัวพิงเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “นายพูดเหมือนเขา... แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่”“ถ้าไม่น่าใช่ นายลองถามใจตัวเองดูสิว่าคิดยังไงกับพี่เขา” ฉาจี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีก“บางทีคำตอบมันอาจอยู่ตรงหน้าของนายแล้วก็ได้ แค่นายยังไม่ยอมรับ”หยูเชานิ่งไปนานไม่ตอบอะไร เขายกแ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 167

    เวิ้นจวิ้นชายหนุ่มหน้าหวานที่ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาถูกพ่อแท้ ๆ ไล่ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก เพียงเพราะคนเป็นพ่อไม่อาจยอมรับในตัวตนของลูกชายแบบเขาว่าสนใจเพศเดียวกันการพลัดพรากจากครอบครัวและการต่อสู้กับอคติในสังคมทำให้เวิ้นจวิ้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 166

    หนึ่งปีผ่านไปหลังการจากไปของซูจินกวง เหล่าพี่น้องและพ้องเพื่อนจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบการจากไปของเขาเช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส ซูหร่วนซี จ้าวหลงหยางรวมถึงจ้าวลี่เซียนลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบ พร้อมด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ เดินทางไปยังสุสานของครอบครัวซูกันอย่างพร้อมเพรียงหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 165

    ไม่กี่เดือนหลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัว ซูจินกวงเริ่มล้มป่วยอย่างหนัก สุขภาพของเขาทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นซูจินกวงรู้ดีว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกคนในครอบครัวต่างผลัดกันมาเยี่ยมเยียนดูแล และใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ซ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 7

    “คุณลุง พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ” น้ำเสียงแหลมสูงจากผู้มาใหม่ทำให้คนภายในห้องพากันมองหล่อนเป็นทางเดียว“ที่รัก คุณอย่ามาทำให้เสียเรื่อง หากลุงกวงเกิดเข้าใจผิดผมขึ้นมาจะทำยังไง” ซูยวี่รีบเดินเข้าไปจับมือภรรยาของตนแสร้งห้ามปราม“คุณก็เป็นแบบนี้ทุกที มีใครในเทียนไห่ไม่รู้บ้างว่าคุณทำงานหนักขนาดไหนตลอดเวลา

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 6

    ชายวัยกลางคนจำต้องหมุนกายเดินกลับไปยังประตูทางเข้าบริษัทด้วยความอับอายฝากไว้ก่อนเถอะไอ้แก่ เมื่อไหร่ที่บริษัทนี้เป็นของฉันคอยดูสิว่าแกจะเป็นยังไง เขาลอบกำมือแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธเคืองซูหร่วนซีได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายร่างท้วมอย่างชิงชัง (รอก่อนเถอะ ฉันจะจัดการแกทั้งครอบครัวให้สิ้น

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 5

    ช่วงสายภายในวันเดียวกันเสียงเคาะประตูหน้าห้องของสองสาวก็ดังขึ้น เข่อซิงจึงได้เป็นคนเดินไปเปิดประตูเมื่อเธอได้รับข้อความแจ้งเตือนมาจากบุคคลดังกล่าว“คุณหนูโม่” น้ำเสียงสุภาพดังขึ้นจากหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวในชุดสูททำงานสีเทากางเกงขายาวสีเดียวกันกล่าวทักทายพลางค้อมศีรษะลงเล็กน้อยรองเท้าส้นสูงสีดำความ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 4

    หญิงสาวสองคนที่มีบุคลิกต่างกันเดินสะพายกระเป๋าถือของตนก้าวเท้าเดินตรงไปยังทางออกโดยไม่เสียเวลาเหลียวมองใคร โดยเฉพาะคุณใหญ่ตระกูลซูทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าตัวเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วยความกลัวว่าจะไม่สามารถช่วยเหลือญาติผู้พี่ฝั่งแม่ของตนได้ และจะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นครั้งอดีตดังนั้นใบ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status