Partager

บทที่ 2

เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือข้างหัวเตียงทำให้ผู้กำลังหลับใหล ไม่อยากลืมตาตื่นขมวดคิ้วมุ่นอย่างรำคาญ มือขาวเรียวเล็กของเจ้าตัวพยายามควานหาต้นกำเนิดเสียงทั้งที่ยังไม่ลืมตา แต่แล้วในที่สุดเธอก็จำต้องเปิดเปลือกตาคู่งามขึ้นอย่างจนใจเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกได้กลายเป็นเสียงแผดร้องของสายเรียกเข้าแทน

ทันทีเมื่อดวงตาคู่งามเปิดขึ้นจนเต็มตาซูหร่วนซีก็ได้รู้สึกประหลาดใจแกมตื่นตระหนกอย่างยิ่งยวดโดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกเข้าที่กำลังแผดเสียงดังอย่างต่อเนื่อง

‘นี่ไม่ใช่ห้องนอนเก่าของฉันหรอกเหรอ แล้วทำไมฉันถึงกลับมานอนที่ห้องนี้ได้ ไม่ถูกสิ ฉันถูกรถชนนี่ ใช่แล้ว เอ๊ะ! ทำไมไม่รู้สึกเจ็บเลยล่ะ’ หญิงสาวคิดพร้อมกับก้มมองยังบริเวณหน้าท้องซึ่งเป็นสำนึกสุดท้าย

และยังไม่ทันที่เธอจะได้คำตอบก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากหน้าห้อง “คุณหนูคะ ตื่นหรือยัง” น้ำเสียงของแม่บ้านวัยกลางคนส่งเสียงเรียกอย่างร้อนใจ

ซูหร่วนซีที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกพลันรู้สึกสับสนระคนมึนงงจนกระทั่งเธอได้ยินเสียงของญาติเพียงหนึ่งเดียวที่ตนไม่มีวันลืม

“ซีซี” เพียงแค่สองคำนี้ทำให้หญิงสาวที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนสำรวจรอบห้องไม่รีรอ หล่อนรีบสบัดผ้าห่มคลุมกายก่อนจะวิ่งมาเปิดประตูห้องออกอย่างรวดเร็ว

“คุณปู่!” ซูหร่วนซีโถมตัวเข้ากอดชายชราแน่นด้วยสุดแสนจะคิดถึงทั้งน้ำตา

“เสี่ยวซีหลานเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” ชายชราลูบผมยาวเป็นลอนธรรมชาติของหลานสาวในอ้อมกอดพร้อมกับถามออก มาอย่างเป็นห่วง

หญิงสาวเอาแต่ส่ายหัวไปมาถูไถใบหน้ากับหน้าอกผอมบางของเขาโดยไม่พูดอะไร ‘หากนี่เป็นความฝัน ก็อย่าให้ฉันได้ตื่นเลย’ เธอวิงวอน

ซูจินกวงที่รู้สึกว่าหลานสาวสุดที่รักมีความผิดปกติ กระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่วายถามถึงเรื่องสำคัญของคนในอ้อมกอด “วันนี้เป็นวันมงคลของหลาน ทำไมถึงตื่นสายได้ล่ะ” ชายชรากล่าวเนิบช้า แม้ในใจจะไม่ยินยอมให้หลานสาวที่ตนรักและทะนุถนอมแต่งงานกับชายหนุ่มคนนั้นก็ตาม

“คุณปู่ว่ายังไงนะคะ” ซูหร่วนซีย้อนถามหลังจากสูดกลิ่นอันคุ้นเคยของผู้เป็นปู่และเริ่มมั่นใจว่านี่ไม่น่าจะใช่ความฝัน เพียงแต่เธอแค่ยังไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“หลานอย่าบอกนะว่าลืมวันแต่งงานของตัวเอง ปู่เห็นหลานเฝ้ารอวันนี้อย่างใจจดจ่อไม่ใช่เหรอ แล้วนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้วด้วย” เสียงแหบแห้งของชายชราถามออกมาอย่างแปลกใจ ซึ่งในขณะเดียวกันดวงตาสีเทาของเขาก็มองสำรวจใบหน้าของผู้เป็นหลานไปพร้อมกัน

และเมื่อเห็นความตกใจฉายชัดออกมาบนใบหน้าของคนในอ้อมแขน เจ้าตัวจึงสรุปเอาว่าหลานสาวน่าจะลืมจริง ๆ แต่ไม่คาดว่าเขาจะได้ยินคำพูดที่ทำให้ต้องประหลาดใจและระคนยินดีจากปากของหญิงสาวที่เลี้ยงมาเองกับมือ

“หนูจะไม่แต่งกับคนเลวค่ะ ส่วนเรื่องเงินหากพวกเขาต้องการก็ให้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมโดยนำหุ้นเท่ากับจำนวนเงินมาค้ำประกัน” ซูหร่วนซีเอ่ยเสียงหนัก

“หลานแน่ใจนะและจะไม่เสียใจภายหลังใช่ไหม” ชายชราถามย้ำ แม้เจ้าตัวอยากให้หลานเจอคนที่ดีกว่านี้ แต่ถ้าหากหลานต้องเป็นทุกข์เขาก็ไม่ต้องการ

ผู้เป็นหลานจึงฉีกยิ้มกว้างอย่างสดใส ทำให้ใบหน้าที่สวยงามราวภาพวาดนั้นมีชีวิตชีวามากขึ้นก่อนพยักหน้าและพูดออกมาด้วยความมั่นใจอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยัน

“หนูแน่ใจค่ะ เรื่องนี้รบกวนให้ทนายฝานดำเนินการได้เลย”

ซูจินกวงอดที่ยกยิ้มออกมาไม่ได้อย่างถูกใจในคำตอบนี้ดังนั้นเขาเองก็ไม่รอช้า ด้วยถือคติตีเหล็กต้องตีตอนร้อนอีกเหตุผลนั้นก็เป็นเพราะกลัวว่าหลานสาวจะเปลี่ยนใจนั่นเอง

“พ่อบ้านอานได้ยินที่คุณหนูพูดแล้วใช่ไหม รีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของชายชราเองก็ดูสดใสไม่แพ้กันรวมถึงใบหน้าเองก็ดูสดชื่นและผ่อนคลายมากกว่าหลายวันก่อนอีกด้วย

ผิดกลับคนอีกด้าน ภายในห้องจัดงานเลี้ยงหรูหราแห่งปีที่มีนักข่าวมาจากหลายสำนัก พวกเขาต่างเฝ้ารอการปรากฏตัวของหลานสาวผู้สืบทอดของเทียนไห่ด้วยใจจดจ่อ

แต่แล้วแทนที่จะเป็นคุณหนูใหญ่ผู้นั้นปรากฏตัว กลับกลายมาเป็นชายร่างใหญ่ในชุดสูทสากลสีดำสุภาพเดินมากับชายผมสีดอกเลา ซึ่งพวกเขาต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามของทนายปากกล้าประจำตระกูลซูสายหลัก ฝานเจียงเล่อ

ผู้ชายคนนี้ต่างเป็นที่ครั่นคร้ามของผู้คนไม่น้อย ทำให้เมื่อเขาเดินขึ้นไปบนเวทีจึงไม่มีใครกล้าเอาตัวเข้าขวาง “งานแต่งวันนี้คุณหนูใหญ่ของเราบอกให้ยกเลิก อีกทั้งไม่ว่าจากนี้หรือในอนาคตเธอจะไม่แต่งงานกับคนแซ่เฉินโดยเด็ดขาด” หลังคำกล่าวแสนโอหังนี้สิ้นสุดลงก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นรอบห้องจัดงานเลี้ยงทันที

เมื่อทำหน้าที่เสร็จสิ้นชายวัยกลางคนก็ก้าวเท้าลงจากเวทีท่ามกลางชายร่างใหญ่ผู้คุ้มกันโดยหาได้สนใจสายตาและสีหน้าของผู้ที่มองมาทางเขาเป็นทางเดียว

“หมายความว่ายังไง เป็นไปไม่ได้ที่ซีซีจะไม่แต่งงานกับอาเจ๋อ ใคร ๆ ในเป่ยเฉิงต่างก็รู้ดีว่าเธอไล่ตามเขามาตั้งแต่มัธยมต้น” คำกล่าวนี้ได้ถูกบันทึกไว้โดยนักข่าวทันที

ฝานเจียงเล่อปรายตามองนักข่าวพวกนั้นราวอสรพิษร้ายหมายเหยื่อ คล้ายเป็นการเตือนว่าหากมีใครนำคำพูดเหลวไหลนี้ไปลงข่าวเขาจะไม่ไว้หน้าอย่างแน่นอน

“นายหญิงเฉิน โปรดระวังคำพูดของคุณด้วยถ้ายังอยากได้เงินห้าพันล้านอยู่” เสียงแหบห้าวของทนายฝานตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนทำให้ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนไม่น่าดูขึ้นทันที

เพราะเรื่องเงินมีเฉพาะคนในวงในเท่านั้นที่รู้ ยังไม่ทันที่หญิงวัยกลางคนจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ นักข่าวทั้งหลายก็ยื่นไมค์ไปจ่อยังปากของชายวัยกลางคนผู้เปิดประเด็นอย่างรวดเร็ว

“ทนายฝานเรื่องนี้หมายความว่ายังไงหรือครับ/คะ” ฝานเจียงเล่อผู้มีลิ้นพิษจึงได้ตอบคำถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา “เรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวคุณหนูใหญ่ซูของพวกเรา ผมจะชี้แจงให้ทุกท่านทราบถึงที่มาที่ไปของการจัดงานในวันนี้ขึ้น เป็นเพราะคุณหนูของเรามีความเมตตาต่อครอบครัวเฉิน จึงคิดจะช่วยเหลือเรื่องเงินเป็นจำนวนห้าพันล้านในเรื่องของการขาดสภาพคล่องในเครือเฉินกรุ๊ป ดังนั้นจึงได้มีการแต่งงานเกิดขึ้น แต่เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันก่อนได้มีภาพนี้ปรากฏออกมาทำให้คุณหนูของเราเสียใจมากจึงได้ตัดสินใจยกเลิกงานแต่ง”

จบคำของเขาโปรเจคเตอร์บนเวทีก็ได้ปรากฏภาพชายหญิงคู่หนึ่งแสดงความสัมพันธ์แนบชิดต่อกันหน้าโรงแรมในเครือเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการกอดจูบอย่างเร่าร้อน ก่อนฝ่ายหญิงจะโบกมือลาฝ่ายชายสีหน้าของเธอคนนั้นดูอาลัยอาวรณ์เป็นอย่างมาก

ซึ่งชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นก็คือเจ้าบ่าวของงานในวันนี้ เสียงฮือฮาจากนักข่าวรวมถึงผู้มาร่วมงานหลายคนต่างมองมายังคนในภาพพร้อมเพรียง เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นรัว ๆ จากนักข่าวมากมายหลายสำนักพิมพ์ อีกทั้งคนภายในงานยังได้ถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอมือถือของตัวเองอีกด้วย

ทนายฝานมองสถานการณ์ตรงหน้าอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะพูดประโยคต่อไป ซึ่งคำพูดนี้ยิ่งทำให้ครอบครัวเฉินแทบอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณหนูของเราก็ยังคงมีความเมตตาให้กับครอบครัวนี้อยู่ จึงได้เสนอเงื่อนไขใหม่โดยแลกกับหุ้นของบริษัทในเครือเฉินที่คิดว่ามีปริมาณเท่ากันกับจำนวนเงินเป็นหลักค้ำประกัน ถึงแม้ว่าในอนาคตหุ้นดังกล่าวอาจจะไม่สามารถทำเงินได้ก็ตาม”

หลังสิ้นสุดคำพูดของลิ้นพิษผู้นี้นายน้อยตระกูลเฉินผู้เป็นพระเอกของงานไม่อาจทนอดกลั้นต่อความอดสูได้อีกต่อไป เจ้าตัวจึงได้กำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงไม่รู้ว่าโกรธหรืออายถึงกับตะเบ็งเสียงออกมาโดยไม่กลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะยิ่งทำให้เขาเสียหน้ามากยิ่งขึ้น

“หุ้นที่มีปริมาณเท่ากัน ทำไมไม่บอกให้ผมขายบริษัทในเครือให้เทียนไห่ไปเลยล่ะ" กรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาของเขาเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว

ไม่เพียงชายหนุ่มคนนี้เท่านั้นที่รู้สึกโกรธเพราะในตอนนี้มารดาของชายหนุ่มเองก็มีใบหน้าไม่น่าชมเช่นกัน “พวกเราแค่ขาดสภาพคล่องชั่วคราวไม่ได้ต้องการขายบริษัทนี่เรียกว่าความเมตตาของเทียนไห่อย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงแหลมสูงของเธอดังขึ้นไม่แพ้คนเป็นบุตร

ดวงตาของฝานเจี่ยงเล่อหรี่ลงก่อนจะเปิดปากของตนด้วยท่าทางไม่แยแส “หากว่าตระกูลเฉินไม่รับน้ำใจผมก็ไม่ถือสา วันนี้เห็นทีต้องขอลา” ชายวัยกลางคนแสร้งทำสีหน้าเสียดายพลางถอนหายใจก่อนที่เจ้าตัวจะเดินนำคนของตนออกไปจากห้องจัดงานเลี้ยงโดยไม่เหลียวหลัง

ส่วนซูหร่วนซีผู้ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องหลังจากเธอตกตะกอนความคิดได้ ‘ไม่ว่าจะฝันหรือเรื่องจริงฉันขอทำตัวเองให้มีความสุขก็แล้วกัน’ เธอพึมพำ

ดังนั้นตอนนี้หญิงสาวจึงได้ทำอาหารสุขภาพให้ปู่ผู้ชราอย่างมีความสุขในครัวใหญ่ของคฤหาสน์ท่ามกลางความแตกตื่นของแม่บ้านและหญิงรับใช้สองสามคน

ซึ่งเจ้าตัวยังไม่รู้ว่าตัวเองได้ติดคำค้นหาอันดับหนึ่งบนWeibo จนกระทั่งมีเสียงสัญญาณเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยรุ่นล่าสุดแบรนด์ดัง หญิงสาวมองชื่อที่ปรากฏขึ้นก่อนจะกดรับอย่างดีใจ

“ซีซี! มันเกิดอะไรขึ้น เธอไม่แต่งงานกับเจ้าโง่นั่นแล้วจริงเหรอ” น้ำเสียงกระตือรือร้นของโม่เข่อซิงถามอย่างดีใจปิดไม่มิดว่าคนพูดนั้นมีความสุขมากขนาดไหน

“เธอรู้ได้ยังไง ฉันว่ายังไม่ได้แจ้งให้ใครรู้เลยนะนอกจากให้ลุงฝานไปแจ้งคนในงาน” ผู้ถูกถามย้อนด้วยสีหน้าแสดงความประหลาดใจ เนื่องจากเจ้าตัวรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ไม่มีทางอยู่ในงานของตนตามที่ลั่นวาจาเอาไว้แน่

ทั้งนี้เป็นเพราะในชาติก่อนด้วยความดื้อรั้นและดื้อดึงไม่ฟังคำเตือนของเพื่อนคนนี้ ดังนั้นโม่เข่อซิงผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทจึงประกาศตัดขาดจากตน อีกทั้งยังยืนกรานว่าหากเธอยังแต่งงานกับเฉินมู่เจ๋อหล่อนจะไม่มีวันเหยียบเท้าเข้าไปในงานอย่างเด็ดขาด

ในตอนนั้นเธอจำได้ว่าร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมากที่เพื่อนสนิทไม่ยอมมาร่วมงานเป็นเหตุให้หลังจากงานแต่งจบลงเธอจึงไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนคนนี้อีกเลย จนกระทั่งมารู้ข่าวร้ายอันน่าสงสารของคนปลายสายซูหร่วนซีนิ่งเงียบอย่างเหม่อลอย

“ซีซี! ซีซี!" โม่เข่อซิงส่งเสียงเรียกอย่างตกใจ

“หา! เธอเบาเสียงลงหน่อยก็ได้”

โม่เข่อซิงกรอกตาของตนไปมา “ที่รัก ฉันเรียกเธอตั้งนานนะไม่ได้ยินเหรอ หรือว่าเธอคิดเสียใจที่ปฏิเสธคนเลวนั่น” “เปล่าสักหน่อย ว่าแต่เธอยังไม่ตอบเลยว่ารู้เรื่องของฉันได้ยังไง”

"เธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว ไม่เพียงแค่ฉันคนเดียวหรอกนะที่รู้เรื่อง ไม่แน่ว่าป่านนี้ทั้งคนในเป่ยเฉิงหรือว่าทั้งประเทศอาจจะรู้กันหมดแล้ว” เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของหญิงสาวพูดออกมาอย่างยืดยาวแกมเหนื่อยใจ

คำพูดนี้ทำให้ผู้ฟังตื่นตัวอย่างคาดไม่ถึง “ซิงซิง เอาไว้เดี๋ยวฉันโทรกลับนะ” ซูหร่วนซีกดวางสายลงหลังจากพูดจบทันที จากนั้นหญิงสาวก็เข้า Application อันเป็นที่นิยมและก็พบว่าข่าวยกเลิกการแต่งงานของเธอนั้นร้อนแรงมากขนาดไหน อีกทั้งยังมีการแสดงความคิดเห็นเชิงลบต่อฝ่ายชายเป็นจำนวนมากอีกด้วย หญิงสาวไล่อ่านเนื้อหาที่ปรากฏอย่างช้า ๆ มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจ

‘ลุงฝานทำงานได้ยอดเยี่ยม เห็นทีต้องบอกคุณปู่เพิ่มโบนัสให้เป็นพิเศษ’

ในขณะที่สาวสวยกำลังแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ซูจินกวงผู้เดินเข้ามาในครัวจึงได้ถามเชิงหยอกล้อออกมา

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไร” เสียงแหบแห้งของชายชราทำให้หญิงสาวละใบหน้าจากโทรศัพท์

ซูหร่วนซีเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้ชายชรา “ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับคุณปู่ยังไงล่ะคะ” หญิงสาวกล่าวประจบ

“ทำเป็นพูดเอาใจคนแก่ แต่ปู่ก็พอใจจริง ๆ นั่นแหละ ฮ่า ๆ” เสือเฒ่าแห่งเทียนไห่ไม่ได้เปิดโปงผู้เป็นหลานแม้จะรู้ว่าหล่อนเพียงพูดกลบเกลื่อน

(ในเมื่อตอนนี้หลานสาวของเขาคิดได้แล้วก็ขอใช้ชีวิตกันตามประสาให้มีความสุขก็พอ) ชายชราคิด
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 170

    ซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 169

    ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 168

    หยูเชาเอนตัวพิงเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “นายพูดเหมือนเขา... แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่”“ถ้าไม่น่าใช่ นายลองถามใจตัวเองดูสิว่าคิดยังไงกับพี่เขา” ฉาจี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีก“บางทีคำตอบมันอาจอยู่ตรงหน้าของนายแล้วก็ได้ แค่นายยังไม่ยอมรับ”หยูเชานิ่งไปนานไม่ตอบอะไร เขายกแ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 167

    เวิ้นจวิ้นชายหนุ่มหน้าหวานที่ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาถูกพ่อแท้ ๆ ไล่ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก เพียงเพราะคนเป็นพ่อไม่อาจยอมรับในตัวตนของลูกชายแบบเขาว่าสนใจเพศเดียวกันการพลัดพรากจากครอบครัวและการต่อสู้กับอคติในสังคมทำให้เวิ้นจวิ้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 166

    หนึ่งปีผ่านไปหลังการจากไปของซูจินกวง เหล่าพี่น้องและพ้องเพื่อนจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบการจากไปของเขาเช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส ซูหร่วนซี จ้าวหลงหยางรวมถึงจ้าวลี่เซียนลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบ พร้อมด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ เดินทางไปยังสุสานของครอบครัวซูกันอย่างพร้อมเพรียงหล

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 165

    ไม่กี่เดือนหลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัว ซูจินกวงเริ่มล้มป่วยอย่างหนัก สุขภาพของเขาทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นซูจินกวงรู้ดีว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกคนในครอบครัวต่างผลัดกันมาเยี่ยมเยียนดูแล และใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ซ

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 83

    “สิบเท่า!” คนที่ได้ยินต่างพากันตกใจกับราคาที่ชายหนุ่มร่างสูงคนนี้เสนอ“ตกลง ฉันขายให้คุณ” ซูหร่วนซีไม่มีท่าทางอิดออดแต่อย่างใดเพราะหล่อนก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเก็บภาพวาดนี้เอาไว้เองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว“คุณผู้หญิง คุณตัดสินใจได้ฉลาดมาก ไม่ทราบว่าคุณจะรับเป็นเช็คหรือว่าเงินสด” วิคเตอร์ถามหล่อนออกมาด้วยรอยย

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 10

    ภายในงานต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้คน “ซีซี ฉันไม่คิดว่าคนจะสนใจที่ดินมากขนาดนี้เลย มองไปทางไหนก็เห็นคนจำนวนมาก” คุณหนูโม่กระซิบกับเพื่อนสาวเสียงเบาสองตาของเธอกวาดมองนักธุรกิจมากหน้าหลายตาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่เจ้าตัวจะอุทานเมื่อเจอคนคุ้นเคย “เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่คุณลุงไป๋หรอกเหรอ พวกเราควรไปทักทายหน่

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 9

    ในขณะที่หลานสาวกับปู่อยู่ภายในห้องทำงานตามลำพัง ซูหร่วนซีไม่คิดเก็บสิ่งที่เธอสงสัยเอาไว้อีก“คุณปู่ มีอะไรจะบอกฉันไหมคะ” ท่าทางของหลานสาวเช่นนี้คล้ายกับภรรยาผู้ล่วงลับของตนไม่มีผิดทำให้ซูจินกวงเผลอยิ้มออกมา“หลานไม่ต้องงอนปู่หรอก ปู่แค่ยังไม่มีโอกาสบอกก็เท่านั้นเอง เอาละปู่จะบอกถึงตัวตนของเขาคนนี้ให

  • ฉันขออยู่อย่างสวย ๆ และรวยมาก   บทที่ 8

    ในระหว่างที่ซูหร่วนซีกำลังรอตกแต่งห้องทำงานของตนอยู่นั้น คนเป็นปู่ได้อนุญาตให้หลานสาวสุดที่รักเข้าไปใช้ห้องทำงานของตัวเองได้ซึ่งห้องทำงานของผู้สูงวัยเองก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกันจากชายน่ารังเกียจคนนั้นทำให้ซูหร่วนซีรู้สึกไม่สบายตา“ปู่คะ ฉันว่าห้องทำงานของคุณปู่ก็ควรได้รับการปรับปรุงใหม่นะคะ”“ปู่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status