Share

ตอนที่3 แม่จ๋า! บ้านเรามีผี!!

            ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องตากันนิ่งงันมองกันไปกันมาอยู่พักใหญ่ ปลากริมพยายามขยี้ตาตัวเองซ้ำ ๆ แต่ภาพหญิงงามในชุดไทยสีเขียวตองก็ยังคงชัดเจนอยู่ตรงหน้า...ชัดเจนเกินไปและโปร่งแสงเกินไป!

            วินาทีที่เธอยอมรับกับตัวเองว่าสิ่งที่เห็นอยู่นั้นหาใช่คนธรรมดา ขนแขนของปลากริมรวมถึงแผ่นหลังต่างพากันชูชันขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สัญชาตญาณความกลัวในร่างเด็กวัยหกขวบพุ่งขึ้นถึงขีดสุด!

            ด้วยความที่ตกใจกลัวจึงทำให้อะดรีนาลีนสูบฉีด พละกำลังทั้งหมดที่มีถูกเค้นออกมา เด็กหญิงร่างผอมจึงได้อุ้มน้องชายตัวเล็กกว่าไม่เท่าไหร่ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างทุลักทุเล ปั้นขลิบที่กำลังยืนดูดนิ้วอยู่ดี ๆ ก็ตกใจที่ตัวลอยหวือ

            ยังไม่ทันที่เด็กชายจะทันได้ตั้งตัว คนเป็นพี่ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งแทบจะสะดุดขาตัวเองไปหลายครั้งมุ่งหน้ากลับไปยังตัวบ้านที่แม่กำลังจัดเตรียมขนมลงในกระจาดสานเพื่อจะนำขนมไปขายพอดี

            "แม่จ๋า! แม่!"

            บัวที่กำลังบรรจงเรียงขนมต้มอยู่หันมามองลูกสาวด้วยความแปลกใจ ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นปลากริมหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาทางเธอ

            "แม่จ๋า! บ้านเรามีผี!" ปลากริมตะโกนเสียงดังลั่นบ้าน พลางชี้นิ้วมือสั่น ๆ กลับไปยังทิศทางของดงกล้วย

            ทางด้านแม่นางตานีที่ยังยืนสงบนิ่งอยู่ตรงที่เดิมถึงกับ หน้าเหวอไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำประกาศของเด็กน้อย

          ผีหรือ? ข้าไม่ใช่ผีธรรมดานะ! ข้าเป็นนางตานีผู้สูงศักดิ์ อย่าเอาข้าไปเปรียบกับสัมภเวสีเร่ร่อนแถวนี้สิหนูน้อย !เสียงหวานใสแต่แฝงความไม่พอใจเล็ก ๆ ดังขึ้นในหัวของปลากริม

            "อะไรนะลูก...ผีเผอที่ไหนกัน" บัวย้อนด้วยความตกใจ พลางวางกระจาดลงแล้วเดินมาลูบหัวลูกสาว

            "กลางวันแสก ๆ ตาฝาดไปหรือเปล่า" ทว่ายังไม่ทันที่ปลากริมจะตอบความกับแม่ของตน เสียงหวานใสเย็นก็ดังขึ้นมาให้เธอได้ยินอีก

          แล้วเจ้าก็ไม่ต้องกลัวข้าด้วย ข้าอยู่ที่นี่มานานแสนนานแล้ว ไม่เคยคิดร้ายกับใคร เสียงในหัวยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

            ปลากริมที่กำลังจะอธิบายให้แม่ฟังถึงกับชะงัก...เดี๋ยวนะ เสียงนี้มัน...มาจากไหน? เธอหันขวับกลับไปมองทางดงกล้วย  แต่ก็ไม่เห็นปากของหญิงงามคนนั้นขยับเลยสักนิด

          ว่าแต่...ทำไมหนูเพิ่งจะมาเห็นข้าได้ล่ะวันนี้? ปกติมองทีไรก็ทะลุร่างข้าไปทุกที

            ปลากริมกะพริบตาปริบ ๆ หันไปมองแม่ที หันไปมองในทิศทางของผีสาวที นี่มันเรื่องอะไรกัน! ไม่ใช่แค่ทะลุมิติมาพร้อมมิติส่วนตัว แต่เธอยังเจอผีที่พูดคุยกับเธอได้อีกเหรอเนี่ย! และดูเหมือนว่า...เธอจะเจอผีช่างจ้อเข้าแล้ว!

            เพราะบัดนี้วิญญาณของนางตานียังตามมาไม่ห่าง นางลอยตัวมายืนอยู่ด้านข้างของแม่ซึ่งมองไม่เห็นแล้วพูดกับ ปลากริมต่อในความคิดหรือทางจิตใต้สำนึกของเด็กหญิงก็สุดจะรู้

          นี่ ๆ ไม่ต้องทำหน้าเหมือนเห็นของแปลกขนาดนั้นก็ได้ ข้าเหงานะ อยู่คนเดียวมาตั้งนานคุยกับต้นไม้ใบหญ้าจนเบื่อแล้ว

            "ปลากริม...เป็นอะไรไปลูก ทำไมเงียบไป" บัวเขย่าตัวลูกสาวเบา ๆ

          คุยกับข้าหน่อยสิ แล้วข้าจะให้รางวัล...ข้ามีประโยชน์มากเลยนะจะบอกให้ นางตานีเริ่มเสนอข้อแลกเปลี่ยน

          ข้ารู้ว่าเจ้ากับน้องหิว ข้าหากล้วยน้ำว้าสุก ๆ หอม ๆ ให้กินได้นะ หรือถ้าอยากได้เงิน จะเอาใบตองงาม ๆ ของข้าไปขายแลกเงิน ข้าก็ทำให้ได้เหมือนกัน ขอแค่เจ้าคุยกับข้าบ้างก็พอ

            ปลากริมนิ่งอึ้งไปอย่างสมบูรณ์ เธอกำลังถูกแม่จับตัว ถามด้วยความเป็นห่วง ขณะเดียวกันก็มีเสียงผีสาวใบหน้าสวยมายื่นข้อเสนอต่อรองเรื่องกล้วยกับใบตองใส่หัวไม่หยุด...

            ชีวิตใหม่ในพระนครยุค 2500 ของเธอ...ดูท่าจะวุ่นวายกว่าที่จินตนาการไว้เยอะเลย!

            "แม่จ๋า! นะ....หนูไม่เป็นไรแล้ว" วิญญาณผู้ใหญ่ในร่างเด็กรีบแก้ตัวเพราะทนความรบเร้าของผีสาวไม่ไหว ทั้ง ๆ ที่กลัวก็กลัว แต่หากยังไม่พูดคุยกับหล่อนเห็นทีว่าผีสาวน่าจะไม่ไปไหน

            "หนูไม่เป็นไรแน่นะลูก" บัวยังคงถามอย่างกังวล อีกทั้งยังยกหลังมืออังหน้าผากของเธอด้วย

            "แน่จ้ะ แม่จ๋าไม่แน่ว่าหนูอาจจะหิวจนตาลาย" พอลูกบอกว่าหิวบัวก็ยกมือทาบอก เพราะตัวเองมัวแต่ยุ่งอยู่กับการจัดขนมเลยละเลยลูกทั้งสองคนไป

            "แม่ขอโทษนะลูก เอาอย่างนี้แม่ไปต้มไข่ให้ก็แล้วกัน หนูกับน้องแบ่งกันกินคนละครึ่งนะ เอาไว้แม่ขายขนมกลับมาแม่จะซื้อหมูมาทำกับข้าวเพิ่มให้"

            ปลากริมกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นแรงไม่หายเรื่องของผีสาว แต่ว่าภาพของไข่ต้มเพียงลูกเดียวที่ต้องแบ่งครึ่งกับน้องชาย...มันช่างขมขื่นในความรู้สึกแทนที่เรื่องของผีไปเลย

            แม้ในชาติที่แล้วเธอจะเคยกินดีอยู่ดี แต่ตอนนี้เธอคือเด็กหญิงตัวเล็กในครอบครัวหาเช้ากินค่ำกลางพระนครปี 2500...จะเรียกร้องอะไรได้อีก

            แค่ไข่ใบเดียว...ยังต้องเฉือนครึ่ง ยังไม่ทันที่ปลากริมจะได้เอ่ยคำใดออกไป เสียงฝีเท้าหนัก ๆ อันคุ้นเคยก็ดังมาจากทางประตูรั้วหน้าบ้าน

            "กลับมาแล้ว!"

            เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจากความเหนื่อยล้าดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของพ่อจะปรากฏตัวในชุดเสื้อเชิ้ตตัวค่อนข้างเก่าสีน้ำเงินซีดแขนยาวที่ม้วนขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงขาก๊วยเปื้อนโคลน

            มือซ้ายของเขาหิ้วตาข่ายเส้นหวายที่ภายในเต็มไปด้วยปลาช่อนตัวเขื่อง ปลาหมอไทย และปลาตะเพียนสองสามตัวที่ยังคงดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่

            "พ่อ!" ปลากริมอุทานออกมาแผ่วเบา ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างมีความหวัง บัวเองก็หันไปยิ้มโล่งอกเมื่อเห็นอาการของลูกที่ดูจะเป็นปกติ เธอรีบเข้าไปช่วยรับตาข่ายปลามาจากสามี

            "หายไปนานเลยพี่สิงห์ กลับมาก็ได้ปลามาเต็มเชียว ไปลงอวนที่ไหนมาจ๊ะ?"

            "ตรงท้ายสวนอาตี๋น่ะ น้ำมันขังอยู่นาน ปลาเข้าไปเยอะ ไม่ต้องดำน้ำให้เมื่อยเลย แค่ล้อมอวนไว้ก็ได้มาเต็มมือ" สิงห์ตอบเสียงเรียบแต่ในน้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจอยู่ลึก ๆ ที่วันนี้เขายังพอหาอาหารมาเลี้ยงลูกเมียได้

            ปลากริมมองพ่อที่กลับมาพร้อมอาหารมื้อใหญ่ตาเป็นประกาย แต่ในขณะเดียวกันก้อนความขมขื่นก้อนใหม่ก็แล่นมาจุกอยู่ที่ลำคอยามเมื่อนึกถึงเรื่องที่แม่เพิ่งจะพูดออกมา แต่ตอนนี้เห็นทีว่าเธอคงจะได้มีเนื้อกินแล้ว และยังไม่ต้องให้แม่ซื้อหมูกลับมาทำกับข้าวอีกด้วย

            "เดี๋ยวพ่อทอดปลาให้กินนะลูก" เสียงของพ่อยังคงดังอยู่ แต่สำหรับปลากริมแล้วกลับรู้สึกเหมือนเสียงนั้นถูกกลบด้วยเสียงหวานใสที่แทรกเข้ามาในความคิดของเธอโดยตรง

          เห็นไหมล่ะ...ข้าบอกแล้วว่าข้าพอจะช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง แต่ถ้าอยากได้มากกว่านี้ เจ้าต้องคุยกับข้าก่อนนะ หนูน้อย

            นางตานี...ผีสาวจอมต่อรองยังคงไม่ไปไหนอีกทั้งยังพูดเหมือนกับว่าที่พ่อหาปลามาได้เป็นความดีความชอบของเธออีกด้วย

            ปลากริมกลืนน้ำลายฝืดลงคออีกครั้งและแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงในหัว แล้วหลบสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองที่กำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุขเรื่องเมนูปลาสำหรับมื้อเย็น

            "หนู...หนูจะไปล้างมือก่อนนะจ๊ะ..."

            เธอพูดเสียงเบาแล้วรีบเดินเลี่ยงไปยังตุ่มน้ำดินเผาข้างบ้าน ดวงตาเหลือบมองไปยังดงกล้วยอีกครั้งอย่างระแวดระวัง ก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง

          พี่สาว เรามาคุยกันหน่อยดีไหม  จบคำในความคิดไม่ถึงอึดใจ ร่างโปร่งแสงของแม่ตานีสาวที่ลอยตามมาก็พลันโผล่ออกมาตรงหน้าของเด็กหญิงในระยะประชิด!

            กลิ่นหอมเย็น ๆ ของดอกกล้วยลอยมาปะทะจมูก พร้อมกับใบหน้างดงามที่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

            "ว้าย!"

            ปลากริมเกือบจะส่งเสียงกรี๊ดออกมาดังลั่น แต่เดชะบุญหล่อนยกมือเล็กทั้งสองข้างปิดปากเอาไว้เสียก่อนทันควัน! หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดชีวิต

            หลังจากผ่านไปอึดใจใหญ่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้หัวใจวายตายไปจริง ๆ ความตกใจก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระคนโมโห เด็กหญิงตัวน้อยลดมือลงจากปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองผีสาวตรงหน้า

            ปลากริมส่งค้อนให้นางตานีตาเขียวปั้ด หน้าผากเล็กย่นเข้าหากัน พลางบ่นเสียงกระซิบลอดไรฟัน

            "จะมาก็มาดี ๆ สิ! รู้ไหมว่าคนเขาตกใจ! เล่นโผล่มาแบบนี้เกิดหัวใจวายตายขึ้นมาทำไง"

            แม่นางตานีที่กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนถึงกับชะงักค้างไป เมื่อได้ยินคำพูดของคนตัวเล็ก หล่อนกะพริบตาปริบ ๆ มองเด็กหญิงตรงหน้าที่แทนที่จะกลัวจนตัวสั่นกลับกำลังยืนเท้าสะเอว ต่อว่านางฉอด ๆ

          เอ่อ...ขะ...ข้าขอโทษที ก็เจ้าเรียกข้านี่นา ข้าก็นึกว่าเจ้าอยากเจอเร็ว ๆ นางตานีตอบกลับผ่านทางจิต เสียงหวานของเธอนั้นฟังดูงุนงงและรู้สึกผิดไม่น้อย

            "อยากเจอเร็ว ๆ ไม่ได้หมายความว่าให้โผล่มาแบบนี้!" ปลากริมยังคงต่อว่าเสียงเข้ม นี่ถ้าเธอเป็นโรคหัวใจคงได้ตายซ้ำสองไปแล้ว

          เอาละ ๆ ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปข้าจะค่อย ๆ ปรากฏตัวก็แล้วกันนะหนูน้อย นางตานีรีบยอมแพ้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง     แล้ว...ที่เจ้าเรียกข้าเมื่อกี้ ว่าจะคุยกัน...

            ปลากริมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ เอาเถอะ อย่างน้อยผีตนนี้ก็ดูจะคุยกันรู้เรื่อง ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

            "ก็เรื่องข้อเสนอของพี่สาวนั่นแหละ ไหนว่ามาสิว่าจะช่วยอะไรฉันได้บ้าง แล้วต้องการอะไรเป็นการตอบแทน" ปลากริมเริ่มเข้าเรื่องทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม

            ดวงตาของแม่นางตานีเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยเปิดการเจรจา

          ง่ายมากเลย! ข้าเหงา...เจ้าแค่คุยกับข้าบ้าง เล่นกับข้าบ้างก็พอ ส่วนเรื่องช่วยเหลือน่ะ...นางยิ้มกว้าง กล้วยเครือนั้นน่ะ เดี๋ยวข้าจะเสกให้มันสุกหอมหวานได้ในพริบตา หรือถ้าอยากได้เงิน ข้าจะช่วยให้ใบตองของข้าเขียวสดทนทานกว่าใคร เอาไปขายที่ตลาดได้ราคางามก็ยังได้

            ปลากริมนิ่งอึ้งไปกับข้อเสนอที่ดูจะง่ายเกินไป เธอมองผีสาวช่างจ้อที่กำลังเสนอโปรโมชั่นอย่างแข็งขัน แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ...ชีวิตใหม่ของเธอช่างมีเรื่องให้ต้องรับมือเยอะเกินไปแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่10 เจ้าแม่ต้มแซ่บก็มา

    เมื่อคนทั้งคู่กลับถึงบ้านในตอนบ่ายแก่ ๆ ของวันนั้น สิงห์กับปั้นขลิบที่ทำความสะอาดบ้านจนเอี่ยมอ่องเช่นเดียวกับเมื่อวานก็รีบออกมาต้อนรับทันที "เป็นยังไงบ้างบัว ขายหมดไหม?" สิงห์ถามด้วยความตื่นเต้น บัวไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ค่อย ๆ เทเงินทั้งหมดจากย่ามผ้าลงบนแคร่ไม้ไผ่...ไม่ใช่แค่เหรียญสลึงหรือเหรียญบาทเหมือนเมื่อวาน แต่คราวนี้ได้มีธนบัตรใบละยี่สิบบาทที่ยับยู่ยี่ปะปนอยู่ด้วย ทั้งครอบครัวนั่งล้อมวงมองเงินกองนั้นแล้วช่วยกันนับ...ห้าสิบ...หกสิบ...แปดสิบ...เก้าสิบ... "หนึ่งร้อย...หนึ่งร้อยสามบาทกับอีกห้าสิบสตางค์!" สิงห์พูดสรุปด้วยเสียงเบาหวิวพลางจ้องเงินตรงหน้านิ่งราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง&nbs

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่6 พันธมิตรของปลากริม

    เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในบ้านไม้หลังเก่าของค่ายมวยสิงหราชดูเปลี่ยนไป ความเงียบเหงาและท้อแท้ที่เคยปกคลุมจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความกระตือรือร้นและความหวังที่ส่องประกายอยู่ในแววตาของทุกคนในครอบครัว เงินจำนวนห้าบาทห้าสิบสตางค์ที่ได้มาเมื่อวานอาจจะดูไม่มากสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันคือสมบัติล้ำค่าและเป็นทุนก้อนแรกที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง หลังจากมื้อเช้าแสนง่ายที่อิ่มหนำกว่าทุกวันด้วยห่อหมกที่เหลือจากเมื่อวานกับปลาทอดฝีมือแม่ เชฟปลากริมก็เรียกประชุมครอบครัวทันทีถึงเรื่องการทำขนมจากที่เมื่อวานเด็กหญิงได้พูดไว้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น "แม่จ๋า พ่อจ๋า...ตอนที่คุณยายกระถินมาหาหนูในฝัน ท่านบอกว่าท่านจะให้ของวิเศษหนูมาช่วยทำขนมให้ครอบครัวเราด้วยนะจ๊ะ"&n

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่8 ขายดิบขายดี

    หลังจากขนมของปลากริมผ่านการคิวซีจากแม่นางกวักเรียบร้อย เมื่อพ่อกับลูกสาวกลับถึงบ้านปลากริมก็ออกมาขายขนมกับแม่ โดยที่พ่อกับปั้นขลิบรับหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน สิงห์มองตามหลังภรรยาและลูกสาวคนโตที่หาบขนมเดินออกจากบ้านไปด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...ไม่มีอีกแล้วความท้อแท้สิ้นหวัง มีแต่กำลังใจที่อยากจะทำบ้านให้น่าอยู่เพื่อรอรับการกลับมาของ "ทัพหน้า" ของครอบครัว "เอาละปั้นขลิบ! มาช่วยพ่อขัดพื้นกัน!" เสียงทุ้มตะโกนบอกลูกชายตัวน้อยอย่างกระตือรือร้น เด็กชายพยักหน้าก่อนจะนำผ้ามาทำตามพ่ออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ซึ่งสิงห์มองว่ามันช่างน่ารัก น่าเอ็นดู ทางด้านสองแม่ลูกคนเป็นแม่ได้เดินตรงไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชน ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ปลากริมกับพ่อเพิ่งมาสักครู่นี่เอง "เราจะขายกันตรงนี้แหละจ้ะแม่" ปลากริมบอกพลางชี้ไปยังลานว่างเล็ก ๆ ใกล้กับศาลแม่นางกวักพอด

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่9 คัพเค้ก

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการประชุมครอบครัวฉบับจิ๋วเมื่อวานเรียบร้อย เชฟใหญ่ปลากริมก็เริ่มต้นปฏิบัติการทันที แผนการของเธอคือการใช้ กล้วยที่เป็นทรัพยากรหลักที่ได้มาฟรี ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกวันหนึ่ง และในวันนี้เธอตั้งใจจะสร้างสรรค์เมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม "เอาละ...แผนขนมหวานของเราวันนี้นะจ๊ะ" ปลากริมประกาศเสียงใส ขณะที่ทุกคนในครอบครัวล้อมวงกันอยู่หน้าเครือกล้วยน้ำว้าขนาดใหญ่ซึ่งปั้นขลิบก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆ พลางกินกล้วยสุกในมือเคี้ยวจนแก้มตุ่ย "อย่างแรกเลย...เราจะทำกล้วยบวชชี เนื่องจากเมื่อวานนี้ลูกค้าบ่นว่ามีน้อยเกินไป แต่วันนี้หนูจะทำให้มันแตกต่างจากเมื่อวานเล็กน้อยจ้ะ" การเริ่มต้นของเธอทำให้พ่อกับแม่รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก "นอกจากที่เราจะใช้พิมพ์วิเศษของคุณยายกดเป็นรูปดอกไม้สวย ๆ แล้ว เคล็ดลับที่จ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่7 ลูกค้า VIP นามแม่นางกวัก

    ลมหมุนนั้นพัดจากหลังบ้านของปลากริมผ่านตรอกซอกซอยมุ่งหน้าไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชนที่ซึ่งมีศาลไม้มงคลหลังเล็ก ๆ ทาสีแดงสดตั้งอยู่อย่างโดดเด่น...ศาลของ "แม่นางกวัก" เทพแห่งการค้าขายที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนับถือกันเป็นอย่างมาก เมื่อมาถึงหน้าศาลลมหมุนนั้นก็คืนร่างเป็นแม่นางตานีผู้งดงาม นางมองเข้าไปในศาลที่บัดนี้มีร่างทิพย์ของสตรีในชุดไทยสไบเฉียงสีแดงสดนั่งพับเพียบในท่ากวักมือเรียกทรัพย์อันเป็นเอกลักษณ์ "พี่นางกวักจ๋า...น้องมีเรื่องมาขอให้พี่ช่วยจ้ะ" แม่นางตานีเอ่ยทักทายสหายเก่าเสียงหวาน แม่นางกวักลืมตาขึ้น แววตาของนางดูเฉียบคมและเปี่ยมด้วยบารมี ต่างจากแววตาอ่อนโยนของแม่นางตานี "ว่ามาสิน้องตานี มีเรื่องอันใดรึถึงมาหาพี่ถึงที่นี่" แม่นางตานีจึงเล่าเรื่องของเด็ก

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่5 เงินก้อนแรกของปลากริมมาแล้ว

    "ทำห่อหมกครับป้า เอาไว้ผมจะเอาไปขายนะครับ" สิงห์ตะโกนตอบกลับไป "เออ เอาสิ กลิ่นหอมแบบนี้น่าจะอร่อยทีเดียว เสร็จแล้วเอามาให้ป้าลองสักห่อนะ!" เสียงป้าชื่นตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี คำพูดนั้นทำให้สิงห์ใจชื้นขึ้นมาอีกเป็นกอง เขามองลูกสาวตัวน้อยที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างเตาถ่านราวกับว่าห่อหมกเป็นสมบัติล้ำค่า ไม่นานนักห่อหมกทั้งหมดก็สุกได้ที่พอดี ปลากริมใช้ผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ จับฝาซึ้งที่ร้อนระอุออกอย่างระมัดระวัง ไอความร้อนที่หอมกรุ่นพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้า เนื้อห่อหมกในกระทงใบตองดูนุ่มฟู หัวกะทิที่หยอดไว้แตกมันสวยงามน่ากินเป็นที่สุด สมองของเชฟสาวในร่างเด็กเริ่มทำงานถึงราคาขาย (ปลาช่อนตัวใหญ่มาก ได้เนื้อปลาเยอะ เราทำออกมาได้ทั้งหมด 15 กระทงพอดี...ตั้งราค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status