Share

ตอนที่7 ลูกค้า VIP นามแม่นางกวัก

           ลมหมุนนั้นพัดจากหลังบ้านของปลากริมผ่านตรอกซอกซอยมุ่งหน้าไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชนที่ซึ่งมีศาลไม้มงคลหลังเล็ก ๆ ทาสีแดงสดตั้งอยู่อย่างโดดเด่น...ศาลของ "แม่นางกวัก" เทพแห่งการค้าขายที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนับถือกันเป็นอย่างมาก

            เมื่อมาถึงหน้าศาลลมหมุนนั้นก็คืนร่างเป็นแม่นางตานีผู้งดงาม นางมองเข้าไปในศาลที่บัดนี้มีร่างทิพย์ของสตรีในชุดไทยสไบเฉียงสีแดงสดนั่งพับเพียบในท่ากวักมือเรียกทรัพย์อันเป็นเอกลักษณ์

            "พี่นางกวักจ๋า...น้องมีเรื่องมาขอให้พี่ช่วยจ้ะ" แม่นางตานีเอ่ยทักทายสหายเก่าเสียงหวาน

            แม่นางกวักลืมตาขึ้น แววตาของนางดูเฉียบคมและเปี่ยมด้วยบารมี ต่างจากแววตาอ่อนโยนของแม่นางตานี "ว่ามาสิน้องตานี มีเรื่องอันใดรึถึงมาหาพี่ถึงที่นี่"

            แม่นางตานีจึงเล่าเรื่องของเด็กหญิงปลากริมและความสามารถในการทำขนมอันน่าทึ่ง พร้อมทั้งข้อตกลงที่นางได้ให้ไว้ เมื่อแม่นางกวักได้ยินดังนั้นนางก็พยักหน้าลงอย่างเข้าใจ

            "เรื่องเรียกลูกค้านั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับพี่หรอกน้องตานี" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง

            "แต่ว่า...ของที่จะให้พี่ช่วยกวักเรียกน่ะ มันก็ควรจะต้องอร่อยจริงสมคำร่ำลือด้วยนะ เจ้านำขนมนั้นมาให้พี่ได้ทดลองชิมด้วยสิเพื่อประกอบการพิจารณา หากว่าเกิดมันไม่อร่อยขึ้นมาพี่กลัวจะเสียชื่อ"

            ทางฝั่งปลากริมหลังจากคล้อยหลังแม่ตานี เธอก็เดินมาทำขนมหลากหลายเมนูกล้วยของตัวเองต่อ แต่ยังไม่ทันไรเสียงของแม่นางตานีก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง แต่คราวนี้น้ำเสียงฟังดูเกรงใจอยู่หน่อย ๆ

          เอ่อ...หนูน้อย คือว่า

          มีอะไรหรือพี่สาว? ปลากริมถามกลับในใจ

          คือ...เพื่อนพี่ที่เป็นนางกวักน่ะ หล่อนรับปากว่าจะช่วยนะ แต่นางมีข้อแม้ข้อหนึ่ง

          ข้อแม้อะไรหรือจ๊ะ?

          หล่อนอยากจะชิมฝีมือของเจ้าก่อนน่ะสิ หล่อนบอกว่ากลัวจะเสียชื่อถ้าขนมมันไม่อร่อยจริง

            ปลากริมได้ยินดังนั้นก็แทบอยากจะยกมือกุมขมับ...(โอ้โห! ชีวิตนี้ต้องมาเจอการเทสต์งานจากผีด้วยเหรอเนี่ย! )เธอคิด แต่วินาทีต่อมาเด็กหญิงก็ฉีกยิ้มกว้าง

          ได้เลยพี่สาว! ดีเสียอีก! ยิ่งมีคนช่วยชิมเยอะ ๆ ก็ยิ่งดี  จะได้รู้ไปเลยว่าขนมของปลากริมอร่อยของจริงไม่มีปลอม       เธอตอบกลับอย่างมั่นใจ

            ดูเหมือนว่า...ภารกิจต่อไปของ "นักเลงขนมหวานฟันน้ำนม" ก็คือการทำขนมไปเสนอขายให้ "ลูกค้า V.I.P." ที่ชื่อว่าแม่นางกวัก

            เมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้ว ปฏิบัติการ "หลากหลายเมนูกล้วย" จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เพราะเธอรู้ดีว่าแค่กล้วยบวชชีอย่างเดียวคงไม่พอที่จะสร้างความประทับใจให้เทพแห่งการค้าขายได้

            "แม่จ๋า พ่อจ๋า เราจะทำขนมเพิ่มอีกสองสามอย่างนะจ๊ะ จะได้เอาไปให้คุณยายกระถินกับเพื่อนของท่านชิมด้วยกันเลย ท่านจะได้ช่วยเราเยอะ ๆ" ปลากริมหันไปบอกพ่อกับแม่ ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้ารับอย่างไม่มีข้อสงสัย

            จากนั้นครัวหลังบ้านที่คับแคบก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานนานาชนิด นอกจากกล้วยบวชชีรูปดอกไม้ที่ทำเสร็จไปแล้วหนึ่งหม้อ ปลากริมก็เริ่มบัญชาการทำเมนูต่อไป

            "แม่จ๊ะ กล้วยที่สุกงอมมาก ๆ เราเอามาทำขนมกล้วยกันนะจ๊ะ" ว่าแล้วเธอก็เริ่มนำกล้วยมาบดผสมกับแป้งข้าวเจ้าและกะทิที่เหลืออยู่ บรรจงห่อด้วยใบตองที่ไปขอมาจากพี่สาวนางตานีแล้วนำไปนึ่งในซึ้งร้อน ๆ

            "พ่อจ๋า กล้วยที่ยังแข็ง ๆ หน่อย พ่อช่วยฝานเป็นแผ่นบาง ๆ ให้หนูได้ไหมจ๊ะ" เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ       

            สิงห์รับคำแล้วใช้มีดฝานกล้วยอย่างตั้งใจ ก่อนที่ปลากริมจะนำไปทอดในน้ำมันร้อนจนเหลืองกรอบ แล้วนำมาคลุกกับน้ำตาลเคี่ยวกลายเป็น "กล้วยฉาบ" มันวาวดูน่ากิน

            ไม่ถึงชั่วโมงดีบนแคร่ไม้ไผ่ก็มีขนมจากกล้วยวางเรียงรายอยู่ถึงสามอย่าง คือ กล้วยบวชชีดอกไม้ในถ้วยเล็ก ๆ ขนมกล้วยเนื้อนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจากใบตอง และกล้วยฉาบที่กรอบแก้วแวววาว

            จากนั้นเด็กหญิงก็นำขนมอย่างละนิดละหน่อยใส่กระทงใบตองที่ทำขึ้นอย่างสวยงาม จัดเป็น "ชุดขนมทดลองชิม" สองชุด ชุดหนึ่งเธอเดินนำไปวางไว้ที่โคนต้นกล้วยตานีหลังบ้านเพื่อเซ่นแม่นางตานี โดยมีปั้นขลิบตามไปด้วย โดยที่ในปากของเขายังเคี้ยวกล้วยฉาบตุ้ย ๆ ดูน่ารักน่าชัง

          หอมหวานชื่นใจทุกลมหายใจจริง ๆ หนูน้อยของข้า เสียงพออกพอใจของแม่นางตานีดังขึ้นในหัวทันทีที่นางรับเครื่องเซ่น

            ส่วนอีกชุดหนึ่งปลากริมขอให้พ่อพาไปยังตลาดเพื่อนำไปเซ่นแม่นางกวัก เมื่อไปถึงหน้าศาลเจ้าแม่นางกวักที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางตลาด เด็กหญิงก็บรรจงวางกระทงขนมลงบนแท่นวางของไหว้ แล้วพนมมือไหว้พร้อมกับอธิษฐานในใจ

          แม่นางกวักจ๋า...หนูชื่อปลากริมจ้ะ พี่สาวนางตานีแนะนำมา วันนี้หนูก็เลยนำขนมฝีมือตัวเองมาให้พี่สาวชิม          ขอพี่สาวนางกวักโปรดพิจารณาด้วยนะจ๊ะ ว่าขนมของหนูพอจะขายดิบขายดีไหม

            ทันทีที่อธิษฐานจบ เสียงที่ดูเฉียบคมและทรงพลังกว่าของแม่นางตานีก็ดังขึ้นในหัวของเธอ

          หืม...เข้าที

            ปลากริมนิ่งรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

          กล้วยบวชชีรสชาติกลมกล่อม มีลูกเล่นที่รูปทรง...ขนมกล้วยเนื้อนุ่มหอมใบตอง...กล้วยฉาบก็กรอบหวานกำลังดี...ใช้ได้

            เสียงนั้นวิจารณ์ขนมแต่ละอย่างประดุจมืออาชีพ ก่อนจะกล่าวสรุป

          เอาละ...ถือว่าฝีมือเจ้าผ่านการพิจารณา ข้าจะช่วยเจ้าเอง แต่จงจำไว้...คุณภาพต้องคงที่เช่นนี้เสมอ ห้ามให้ข้าต้องเสียชื่ออย่างเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?

            "หนูเข้าใจแล้วจ้ะ" ปลากริมเผลอตอบรับออกมาเสียงดังด้วยความดีใจจนสิงห์อดที่จะขนลุกขึ้นมาไม่ได้

          ข้อตกลงเป็นอันสมบูรณ์! เสียงแม่นางกวักกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเงียบลง

            ปลากริมหันไปยิ้มกว้างให้พ่อของตนที่ยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าหวาด ๆ "คุณยายกับเพื่อนท่านชอบขนมของเรามากเลยจ้ะพ่อ! ท่านรับปากแล้วว่าจะช่วย! รับรองว่าขนมบ้านเราขายดีแน่นอน!"

            สิงห์มองรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของลูกสาวตัวน้อยแล้วก็ได้แต่ยิ้มตาม...อนาคตของครอบครัวที่เคยมืดมน บัดนี้ดูเหมือนจะมีแสงสว่างรำไรได้ส่องลงมาถึงพวกเขาแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่10 เจ้าแม่ต้มแซ่บก็มา

    เมื่อคนทั้งคู่กลับถึงบ้านในตอนบ่ายแก่ ๆ ของวันนั้น สิงห์กับปั้นขลิบที่ทำความสะอาดบ้านจนเอี่ยมอ่องเช่นเดียวกับเมื่อวานก็รีบออกมาต้อนรับทันที "เป็นยังไงบ้างบัว ขายหมดไหม?" สิงห์ถามด้วยความตื่นเต้น บัวไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ค่อย ๆ เทเงินทั้งหมดจากย่ามผ้าลงบนแคร่ไม้ไผ่...ไม่ใช่แค่เหรียญสลึงหรือเหรียญบาทเหมือนเมื่อวาน แต่คราวนี้ได้มีธนบัตรใบละยี่สิบบาทที่ยับยู่ยี่ปะปนอยู่ด้วย ทั้งครอบครัวนั่งล้อมวงมองเงินกองนั้นแล้วช่วยกันนับ...ห้าสิบ...หกสิบ...แปดสิบ...เก้าสิบ... "หนึ่งร้อย...หนึ่งร้อยสามบาทกับอีกห้าสิบสตางค์!" สิงห์พูดสรุปด้วยเสียงเบาหวิวพลางจ้องเงินตรงหน้านิ่งราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง&nbs

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่6 พันธมิตรของปลากริม

    เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในบ้านไม้หลังเก่าของค่ายมวยสิงหราชดูเปลี่ยนไป ความเงียบเหงาและท้อแท้ที่เคยปกคลุมจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความกระตือรือร้นและความหวังที่ส่องประกายอยู่ในแววตาของทุกคนในครอบครัว เงินจำนวนห้าบาทห้าสิบสตางค์ที่ได้มาเมื่อวานอาจจะดูไม่มากสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันคือสมบัติล้ำค่าและเป็นทุนก้อนแรกที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง หลังจากมื้อเช้าแสนง่ายที่อิ่มหนำกว่าทุกวันด้วยห่อหมกที่เหลือจากเมื่อวานกับปลาทอดฝีมือแม่ เชฟปลากริมก็เรียกประชุมครอบครัวทันทีถึงเรื่องการทำขนมจากที่เมื่อวานเด็กหญิงได้พูดไว้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น "แม่จ๋า พ่อจ๋า...ตอนที่คุณยายกระถินมาหาหนูในฝัน ท่านบอกว่าท่านจะให้ของวิเศษหนูมาช่วยทำขนมให้ครอบครัวเราด้วยนะจ๊ะ"&n

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่8 ขายดิบขายดี

    หลังจากขนมของปลากริมผ่านการคิวซีจากแม่นางกวักเรียบร้อย เมื่อพ่อกับลูกสาวกลับถึงบ้านปลากริมก็ออกมาขายขนมกับแม่ โดยที่พ่อกับปั้นขลิบรับหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน สิงห์มองตามหลังภรรยาและลูกสาวคนโตที่หาบขนมเดินออกจากบ้านไปด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...ไม่มีอีกแล้วความท้อแท้สิ้นหวัง มีแต่กำลังใจที่อยากจะทำบ้านให้น่าอยู่เพื่อรอรับการกลับมาของ "ทัพหน้า" ของครอบครัว "เอาละปั้นขลิบ! มาช่วยพ่อขัดพื้นกัน!" เสียงทุ้มตะโกนบอกลูกชายตัวน้อยอย่างกระตือรือร้น เด็กชายพยักหน้าก่อนจะนำผ้ามาทำตามพ่ออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ซึ่งสิงห์มองว่ามันช่างน่ารัก น่าเอ็นดู ทางด้านสองแม่ลูกคนเป็นแม่ได้เดินตรงไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชน ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ปลากริมกับพ่อเพิ่งมาสักครู่นี่เอง "เราจะขายกันตรงนี้แหละจ้ะแม่" ปลากริมบอกพลางชี้ไปยังลานว่างเล็ก ๆ ใกล้กับศาลแม่นางกวักพอด

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่9 คัพเค้ก

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการประชุมครอบครัวฉบับจิ๋วเมื่อวานเรียบร้อย เชฟใหญ่ปลากริมก็เริ่มต้นปฏิบัติการทันที แผนการของเธอคือการใช้ กล้วยที่เป็นทรัพยากรหลักที่ได้มาฟรี ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกวันหนึ่ง และในวันนี้เธอตั้งใจจะสร้างสรรค์เมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม "เอาละ...แผนขนมหวานของเราวันนี้นะจ๊ะ" ปลากริมประกาศเสียงใส ขณะที่ทุกคนในครอบครัวล้อมวงกันอยู่หน้าเครือกล้วยน้ำว้าขนาดใหญ่ซึ่งปั้นขลิบก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆ พลางกินกล้วยสุกในมือเคี้ยวจนแก้มตุ่ย "อย่างแรกเลย...เราจะทำกล้วยบวชชี เนื่องจากเมื่อวานนี้ลูกค้าบ่นว่ามีน้อยเกินไป แต่วันนี้หนูจะทำให้มันแตกต่างจากเมื่อวานเล็กน้อยจ้ะ" การเริ่มต้นของเธอทำให้พ่อกับแม่รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก "นอกจากที่เราจะใช้พิมพ์วิเศษของคุณยายกดเป็นรูปดอกไม้สวย ๆ แล้ว เคล็ดลับที่จ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่7 ลูกค้า VIP นามแม่นางกวัก

    ลมหมุนนั้นพัดจากหลังบ้านของปลากริมผ่านตรอกซอกซอยมุ่งหน้าไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชนที่ซึ่งมีศาลไม้มงคลหลังเล็ก ๆ ทาสีแดงสดตั้งอยู่อย่างโดดเด่น...ศาลของ "แม่นางกวัก" เทพแห่งการค้าขายที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนับถือกันเป็นอย่างมาก เมื่อมาถึงหน้าศาลลมหมุนนั้นก็คืนร่างเป็นแม่นางตานีผู้งดงาม นางมองเข้าไปในศาลที่บัดนี้มีร่างทิพย์ของสตรีในชุดไทยสไบเฉียงสีแดงสดนั่งพับเพียบในท่ากวักมือเรียกทรัพย์อันเป็นเอกลักษณ์ "พี่นางกวักจ๋า...น้องมีเรื่องมาขอให้พี่ช่วยจ้ะ" แม่นางตานีเอ่ยทักทายสหายเก่าเสียงหวาน แม่นางกวักลืมตาขึ้น แววตาของนางดูเฉียบคมและเปี่ยมด้วยบารมี ต่างจากแววตาอ่อนโยนของแม่นางตานี "ว่ามาสิน้องตานี มีเรื่องอันใดรึถึงมาหาพี่ถึงที่นี่" แม่นางตานีจึงเล่าเรื่องของเด็ก

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่5 เงินก้อนแรกของปลากริมมาแล้ว

    "ทำห่อหมกครับป้า เอาไว้ผมจะเอาไปขายนะครับ" สิงห์ตะโกนตอบกลับไป "เออ เอาสิ กลิ่นหอมแบบนี้น่าจะอร่อยทีเดียว เสร็จแล้วเอามาให้ป้าลองสักห่อนะ!" เสียงป้าชื่นตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี คำพูดนั้นทำให้สิงห์ใจชื้นขึ้นมาอีกเป็นกอง เขามองลูกสาวตัวน้อยที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างเตาถ่านราวกับว่าห่อหมกเป็นสมบัติล้ำค่า ไม่นานนักห่อหมกทั้งหมดก็สุกได้ที่พอดี ปลากริมใช้ผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ จับฝาซึ้งที่ร้อนระอุออกอย่างระมัดระวัง ไอความร้อนที่หอมกรุ่นพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้า เนื้อห่อหมกในกระทงใบตองดูนุ่มฟู หัวกะทิที่หยอดไว้แตกมันสวยงามน่ากินเป็นที่สุด สมองของเชฟสาวในร่างเด็กเริ่มทำงานถึงราคาขาย (ปลาช่อนตัวใหญ่มาก ได้เนื้อปลาเยอะ เราทำออกมาได้ทั้งหมด 15 กระทงพอดี...ตั้งราค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status