LOGINรุ่นพี่พาพวกเรามาถึงหน้าคณะแต่ปรากฏว่าเอกอื่นนั่งอยู่เต็มไปหมด เอกญี่ปุ่นเลยย้ายมาแถวสนามข้างคณะแทน ตรงนี้มีอัฒจันทร์ตั้งเรียงรายอยู่ มีร่มเงาของไม้ใหญ่ทำให้ไม่ร้อนแถมลมพัดผ่านตลอด ถือว่าโอเคเลย จากนั้นรุ่นพี่ปี 2 กับน้องปี 1 ก็ผลัดเปลี่ยนกันแนะนำตัว ชาช่ากับเนสตี้ขอออกไปพร้อมกัน ละคือท่าเดินสุดมาก สะบัดตูดจือปากราวกับอยู่บนแคทวอร์ก เรียกเสียงกรี๊ดเสียงหัวเราะเสียงเป่าปากอย่างสนุกสนาน
“ช่วยด้วย! ฉันหยุดขำไม่ได้ สองคนนี้ทำถึงมาก” พรีมพูดไปหัวเราะไปปรบมือไปไม่หยุด
“ทั้งท่าเดินทั้งจริต มีใครให้มากกว่านี้อีกมั้ย” ฉันก็มีสภาพไม่ต่างจากพรีม ขำจนปวดท้องอ่ะค่ะ
“ขอบคุณค่า” เนสตี้กับชาช่าไหว้ขอบคุณราวกับนางงามได้ตำแหน่ง เดินเข้ามานั่งที่เดิม
“มีใครสู้สองสาวมั้ย” พี่แบร์ป้องปากถามด้วยหน้าตาขำไม่ไหว
“ไม่สู้ค่า” พวกเรารุ่นน้องตอบอย่างพร้อมเพรียง ใบหน้าแต่ละคนคือเฮฮามาก
“ในเมื่อไม่มีใครสู้ คิวต่อไปเชิญค่า” พอพี่ชาร์มบอก พรีมก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เดินไปด้านหน้า หันหน้าเข้าหาทุกคน
“ชื่อพรีมค่ะ จบจาก...... จ.ขอนแก่น เหตุผลที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นที่นี่เพราะเรียนมาตั้งแต่ ม. ปลาย จากสภาพสมองตัวเองให้ย้ายไปเรียนอย่างอื่นคงไม่ไหว ขอบคุณค่า” พรีมพูดเอาฮาทำให้ทุกคนหัวเราะที่เจ้าตัวแซวตัวเอง
“เพิ่งรู้ว่าคนน่ารักแซวตัวเองก็เป็น” พี่ส้มโอยกนิ้วให้พรีมที่ยิ้มเขินเมื่อโดนชม
“ถึงหนูไม่แซวตัวเองแต่หนูก็สวยนะคะ” เนสตี้รีบยกมือบอก ทำท่าสะบัดบ๊อบทั้งที่ผมสั้น ฮ่าๆ
“สวยมาก สวยในโลกของหล่อนคนเดียวสิยะ” ชาช่าจิกกัดคู่หู เนสตี้จิ๊ปากใส่ คนอื่นก็หัวเราะกันไป
“เอาล่ะค่ะ มาถึงคิวสุดท้าย เชิญจ้า” พี่แบร์ผายมือไปด้านหน้า ฉันลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้ม เดินออกมาและหันหน้าเข้าอัฒจันทร์
“ชื่อเจ้าใจค่ะ จบจาก......... เชียงใหม่ เหตุผลที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นเพราะอยากรู้ว่าไอดอลที่ชอบพูดอะไรค่ะ” เหตุผลของฉันไม่แปลกสำหรับเอกเรา เพื่อนอีกหลายคนชอบอนิเมะ ชอบฟังเพลง ชอบดาราไอดอลต่างก็เป็นจุดเริ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่นกันทั้งนั้น
ช่วง ม.ต้น จะขึ้น ม.ปลาย ฉันลังเลพอสมควรว่าจะเลือกเรียนสายไหน สายวิทย์ก็ไม่ใช่ทาง สายศิลป์คำนวณก็ไม่ได้อีกเพราะเกลียดเลข สุดท้ายมาจบที่ศิลป์ภาษาซึ่งเข้ากับตัวเองมากที่สุด แต่คิดอยู่นานว่าจะเลือกภาษาอะไร ช่วงนั้นเอเธนส์เดบิวท์ที่ญี่ปุ่นพอดี เวลาออกรายการที่โน่นฉันไม่เข้าใจว่าเมนพูดอะไร ต้องรอให้แฟนคลับด้วยกันทำซับให้ถึงจะเก็ท นั่นล่ะ! เพราะงั้นเลยตัดสินใจเลือกภาษาญี่ปุ่น ถ้าเรียนเองก็ไม่ต้องรอใคร แปลซับเองไปเลย!
ใครว่าการเป็นติ่งเป็นเรื่องไร้สาระฉันว่าไม่เสมอไปนะคะ ถ้าเรารู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์มันก็มี อย่างนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วแวะมาคาเฟ่ของที่บ้าน ฉันสามารถรับออเดอร์รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้ด้วยน้า ลูกค้าประทับใจก็มาซ้ำแถมรีวิวคะแนน 5 ดาว นักท่องเที่ยวพอเห็นรีวิวดีก็มาตาม เม็ดเงินก็เข้าครอบครัวไม่หยุด ฉันก็ได้ค่าขนมเพิ่มขึ้น เย้!
“น้องเมนใครอ่ะเจ้าใจ” พี่อีฟคนสวยถามกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เอเธนส์ค่ะ” ฉันยิ้มหวานตอบ ภูมิใจในมายเมนสุดพลัง
“ว้าว!” ทั้งเพื่อนทั้งรุ่นพี่ต่างร้องว้าวออกมา อิๆๆ รู้น้า ว้าวในตัวเอเธนส์ใช่ป่ะ เป็นไอดอลไทยที่สร้างชื่อระดับโลก ออกซิงเกิลและอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นเข้าไปอีก เก่งใช้ม้าเมนหนูเองค่า ฮิ้ว!
“มึงเจอทายาทแล้วสิมิลค์” พี่แบร์หันไปถามพี่มิลค์ รุ่นพี่ที่มีเมนคนเดียวกับฉันนั่นล่ะ
“แน่นอน เมื่อวานเจ้าใจไปดูคอนเหมือนกัน” พี่มิลค์ตอบอย่างภาคภูมิใจพยักหน้ามาทางนี้ “หล่อมากเลยเนอะเมนเราสองคน”
ฉันพยักหน้ารัวๆ ยิ้มตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด “ที่สุดอ่ะค่ะ หล่อแบบไม่มีอยู่จริงยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
“เด็กเชียงใหม่นี่เอง มิน่า...” เชียงใหม่อะไร มิน่าอะไรคะ? เสียงที่เบาบางลงทำให้ฉันหันมองต้นเสียง เห็นรุ่นพี่ผู้ชายหน้าไม่คุ้นกำลังซุบซิบกัน แถมพี่อีฟคนสวยเดินไปอยู่ใกล้พี่สี่คนนั้นด้วย
“พี่หมอ น้องมองแล้วค่ะ สำรวมหน่อย” พี่ชาร์มพูดทำนองแซว รุ่นพี่หน้าไม่คุ้นเลิกซุบซิบ ก่อนที่พี่ชาร์มจะผายมือไปทางนั้น “น้องๆ ขา นี่รุ่นพี่คณะแพทย์ และหนุ่มหล่อคนนี้คือพี่อาร์มแฟนของพี่อีฟค่า”
“ฮิ้วววว!” พี่ปี 2 พร้อมใจกันโห่แซว พี่อาร์มที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าเดินเข้ามายืนข้างพี่อีฟ พวกเราปี 1 พากันยกมือทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ฉันเดินเข้ามานั่งข้างพรีมเหมือนเดิม
“แฟนพี่อีฟหล่อเนอะ” วิปหันมาป้องปากเม้าท์ ได้ยินกันแค่พวกเราสี่คน
“พี่อีฟก็สวย ยืนข้างกันแล้วสมกันเฟ่อร์” ฮาร์ทรีบบอก ฉันกับพรีมพยักหน้าเห็นด้วย คือพี่เค้าคุยกัน ยิ้มให้กันดูน่ารักดี เหมือนฉากในเอ็มวีของเอเธนส์ที่เล่นคู่กับเดซี่เลย อ๊าย!
“แค่มองหน้าแฟนพี่อีฟกูก็ฟอ รอ อิ นอ ฟริน...อยากมีผัวเป็นหมอต้องทำยังไง” สายตาของชาช่าจับจ้องที่พี่อาร์มไม่ไปไหน
“ใจเย็นแก นั่นแฟนรุ่นพี่” บลูมแซวขำทำให้พวกเราหลุดหัวเราะ ชาช่ารับมุกด้วยการทำปากจุ๊ๆ เหมือนกลัวพวกรุ่นพี่ได้ยิน แต่พวกเรารู้ดีว่าอีกฝ่ายแกล้งทำไปงั้น
“ถ้ากูไปมูจะได้หล่อแบบพี่อีฟป่ะวะ เอาแค่เพื่อนพี่อาร์มกูก็พอใจละ” เนสตี้กระซิบ บิดตัวไปมาเหมือนเขิน ตามองรุ่นพี่คณะแพทย์ที่มองมาทางนี้ไม่หยุด
“ก็ไม่แน่นะแก อะไรก็เกิดขึ้นได้ แฟนแกอาจหล่อมากก็ได้” ฉันให้กำลังใจไป
“เนอะ แฟนช้านอาจเป็นตัวท็อปคณะแพทย์ก็ได้ ว้าย! รอเห็นคุณแฟนไม่ไหวแล้วค่า” เนสตี้ยิ้มกว้างตีขาตัวเองเหมือนตื่นเต้น แต่หุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อโดนคู่หูดับฝัน
“ตัวท็อปทรงหน้าเถื่อนป่ะละ” ชาช่าแซวคู่หูจนโดนจิกตาเข้าใส่
“ปากมึงนะอีช่า กูขอให้มึงเจอเอง” พวกเราที่เหลือหัวเราะไม่หยุดเมื่อสองคนนี้ต่อปากต่อคำกันไปมา
พอรู้จักกันหมด รุ่นพี่ก็ให้คำแนะนำต่างๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องรับน้อง เรื่องเข้าเชียร์ เรื่องสายรหัส รวมถึงเรื่องขอลายเซ็นรุ่นพี่ทั้งเอกที่ต้องทำกันทุกคน จากนั้นรุ่นพี่ก็สอนบูมเอก เอาดีๆ ไม่คิดว่าการบูมต้องใช้พลังมากขนาดนี้ วิ่งไปวิ่งมา ก้มๆ เงยๆ ตะโกนอยู่นั่น กว่าจะพร้อมเพรียงใช้เวลาพักใหญ่แทบหน้ามืดอ่ะค่ะ
“เก่งมากจ้า เดี๋ยวตอนโชว์พี่ปี 3 กับปี 4 เอาให้พร้อมแบบนี้เลยน้า เอ้า! พักได้” พี่ชาร์มพูดชมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พี่คนอื่นก็ปรบมือร้องเย้ ตีกลองกันไป
“ค่า” พวกเรารับคำแบบเสียงเบาบาง คอแห้งอ่ะค่ะ ใช้เสียงแบบไม่พัก ฮือ!
“น้องๆ ใช้เสียงกันเยอะ มาจ้า เอาน้ำไปดื่ม” ว่าแล้วรุ่นพี่ก็ช่วยแจกน้ำเปล่าให้น้องๆ คนละขวด เมื่อพวกเราได้นั่งพักก็รีบเปิดน้ำดื่มก่อนที่จะหมดแรงของจริง หลังผ่านความทุกข์ยากลำบากจากบูม ความสามัคคีก็บังเกิด น้องปี 1 กล้าพูดกล้าคุยเล่นมากขึ้น สนิทสนมกันในเวลาไม่นาน
“ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะไม่รอดละ” หลังดูดน้ำไปอึกใหญ่ ฉันกับพรีมพูดแทบจะพร้อมกันทำเอาคนอื่นยิ้ม
“แกสองคนนิสัยคล้ายกันมาก ถ้าไม่รู้มาก่อน คิดว่าเป็นเพื่อนมาเรียนที่เดียวกัน” แอลเอสาวแว่นผิวสว่างจ้าออกความเห็น ฉันกับพรีมมองหน้ากันแล้วหัวเราะ ก็จริงนะ... ขนาดพูดยังเหมือนกันเลย
“แต่มีอยู่อย่างที่ไม่คล้าย” พรีมยักคิ้วทำให้ใบหน้าของเพื่อนดูแสบซนปนน่ารัก
“ยังไง คนนึงมีแฟน อีกคนโสดงี้เหรอ” ฮาร์ทถามทำนองแซวทำให้พวกเพื่อนหัวเราะ
“เราสองคนโสดทั้งคู่ ที่ไม่เหมือนคือเจ้าใจเป็นแฟนคลับไอดอล ส่วนฉันเป็นโอตาขุอ่านแต่นิยาย”
“ฮู้ว!” เสียงโห่ของรุ่นพี่คณะแพทย์ทำให้พวกเราหันมองแทบพร้อมกัน
“เก็บอาการหน่อยค่ะพี่หมอ” พี่อีฟพูดยิ้มๆ พวกพี่เค้าคงเม้าท์อะไรกันมั้ง พวกเราน้องปี 1 หันมาคุยกันต่อโดยมีคนสวยขาทั้งสองอย่างชาช่าและเนสตี้เรียกเสียงหัวเราะไม่หยุด
หลังทานข้าวกล่องแสนอร่อยที่รุ่นพี่แจกให้ พวกเราน้องปี 1 ก็เดินกลับคณะเพื่อเข้าเรียนคาบแรก คงเพราะวันนี้เพิ่งเปิดเทอมวันแรกเลยไม่มีอะไรมาก เซนเซย์เข้ามาทำความรู้จักนักศึกษา บอกขอบเขตการเรียนการสอนการสอบและเกณฑ์การให้คะแนน จากนั้นก็เลิกคลาส แต่พวกเรายังกลับไม่ได้อยู่ดี ต้องอยู่พบรุ่นพี่ปี 3 ปี 4 ที่จะว่างพร้อมกันช่วง 4 โมงเย็น
เมื่อมีเวลาว่างก็ชวนกันมานั่งเล่นที่คาเฟ่คณะรัฐศาสตร์ซึ่งอยู่ถัดจากคณะมนุษย์โดยมีหอสมุดกลางของมหาลัยคั่น พี่ปี 2 บอกว่าคาเฟ่คณะนี้เค้กอร่อยหลายเมนู เพราะงั้นสายหวานอย่างเจ้าใจจะพลาดไม่ได้ค่ะ!
“อร่อยมาก” ฉันตักดาร์กช็อกโกแลตโรลเข้าปาก นุ่มลิ้นหอมหวานกำลังดี เต็มสิบให้ร้อยอ่ะค่ะ
“ราคาก็ดีด้วย เลิฟเลอ” พรีมลิ้มรสชีสเค้กก็ชมไม่หยุดเช่นกัน
“ชอทเค้กสตอเบอรี่ของฉันก็ละมุน” วิปทานไปยิ้มไป
“เมล่อนเฟรปเป้ของฉันก็ฉ่ำมงลง ฮ้า!” ฮาร์ททำเสียงสดชื่นก่อนจะหันมองนอกกระจก “เค้าทำอะไรกันน่ะ”
ขวับ! พอหันมองตามก็เห็นผู้ชายสี่ห้าคนกำลังวิ่งไม่หยุด
“โดนลงโทษรึเปล่า” รสา เพื่อนอีกกลุ่มที่นั่งโต๊ะติดกันตั้งข้อสังเกต
“ลงโทษตั้งแต่เปิดเทอมเลยเหรอ ไม่หรอกมั้ง” บลูมเอียงคอพลางดูดน้ำไปด้วย
“ก็ไม่แน่นะแก พี่ส้มโอบอกว่าคณะวิศวะเริ่มรับน้องละ บางทีพวกเค้าอาจเรียนวิศวะและโดนลงโทษอยู่ก็ได้” รสากระซิบเบาๆ ฉันกับพรีมหันหน้าเข้าหากันพลางทำตาหยี
แค่ได้ยินว่าวิศวะ เหตุการณ์เมื่อช่วงสายก็ว๊าบเข้ามาในหัว เสียงดังดุดันไปไหนคะคุณพี่! น่ากลัวเกิ๊น!
“พวกแก๊! เมื่อกี้พวกฉันเจอเร็กซ์กับซานฟราน” รุ่นพี่ผู้หญิงสองคนวิ่งมาหาเพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างหน้าเรา ละล่ำละลักด้วยสีหน้าดีใจ รุ่นพี่ที่นั่งอยู่รวมถึงโต๊ะอื่นหันไปมองเป็นสายตาเดียว
ว่าแต่ชื่อนี้อีกแล้ว เมื่อเช้าก็ได้ยินรอบนึง ตอนนี้มาได้ยินอีก ท่าทางจะเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ ใน ม.จริงจัง
“ที่ไหน หน้าคณะ?”
“ลานเกียร์ กำลังว้ากน้องอยู่เลย เห็นละใจบางไปหมด อ๊าย!”
“เราไปดูกันมั้ย ฉันก็อยากเห็นเร็กซ์ว้ากเหมือนกัน คงกร้าวใจน่าดู”
พวกเราทั้งสองโต๊ะหันมาสบตา เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยอะไร ก็นั่นล่ะเนอะ ความชอบคนเราต่างกัน พวกพี่เค้าชอบความดุดันเห็นแล้วใจบาง แต่พวกเรากลัวจนหัวหด ใจแทบหล่นลงตาตุ่ม ดีไม่ช็อคไปก่อน!
“เอ้า! แคนนี่แหกแล้ว สรุปน้องเจ้าใจไม่ได้จน แถมเป็นถึงลูกเจ้าของคาเฟ่ดังเข้าไปอีก” เสียงซุบซิบรอบตัวทำให้ดาวมหาลัยเหวี่ยงยิ่งกว่าเดิม“ก็แค่คาเฟ่ที่ต้องเช่าหน้าร้านในโรงแรมดัง จะมีเงินเท่าไหร่กันเชียว ที่ต้องมาเสิร์ฟเองก็เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องคนงานน่ะสิ”“ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิดใหญ่โต” พี่เร็กซ์แค่นหัวเราะ พี่บิ๊กเบนกับพี่ซานฟรานก็ยิ้มมุมปาก“เร็กซ์หมายความว่าไง” พี่แคนนี่ถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“บ้านเจ้าใจไม่ได้เปิดแค่คาเฟ่อย่างเดียว แต่โรงแรมดังที่เธอพูดถึงรวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอีกหลายแห่งในเชียงใหม่เป็นธุรกิจครอบครัวน้อง” ฉันตาโตทันที พี่เร็กซ์รู้เรื่องนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยบอกใครนอกจากพรีม วิปและฮาร์ท หรือว่า… ฉันหันมองเพื่อนสนิท สามคนนี้ส่ายหน้าอย่างไว“โหว เป็นลูกเจ้าของโรงแรมหลายแห่งก็รวยมากน่ะสิ”“ก็ต้องรวยแล้วมั้ย สร้างโรงแรมแห่งนึงใช้เงินตั้งเท่าไหร่ นี่มีหลายแห่งเม็ดเงินจะขนาดไหน” เสียงซุบซิบรอบข้างทำให้ฉันหันมาทางพี่เร็กซ์อีกครั้ง เกิดคำถามในหัวไม่หยุด… พี่เร็กซ์รู้มาจากไหน? จู่ๆ ดาวมหาลัยก็ยิ้มแย้ม“เร็กซ์คงโดนเด็กนี่หลอกแล้วล่ะ เด็กนี่วางแผนมาอย่างดี บอกเร็กซ์ว่าเป
“พีคในพีค” ฮาร์ทตาโต หันไปทางพี่เร็กซ์ด้วยสายตาตะลึง“แล้วแกไม่บอกฉันสักนิด” “แฮร่ ก็พี่เร็กซ์ไม่ให้บอกใครรวมถึงแกด้วย ตอนแรกก็สงสัยทำไมพี่เค้าถึงบอกฉัน แต่ตอนนี้รู้เหตุผลทั้งหมดแล้ว”“สรุปพี่เร็กซ์มาเหนือค่า มองขาดกว่าทุกคน” วิปกระซิบด้วยสีหน้าทึ่งจัด พวกเราที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วยพลางหันไปทางพี่เร็กซ์กับพี่แคนนี่ที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ “หลักฐานขนาดนี้ จะแก้ตัวอะไรอีก” พี่เร็กซ์ยื่นมือถือคืนให้พรีม ฉันใช้โอกาสนี้ค้อมหัวขอบคุณพี่เค้า พี่เร็กซ์ยักคิ้วให้กันก่อนจะหันไปทำหน้านิ่งใส่กลุ่มพี่แคนนี่อีกครั้ง ขณะเดียวกันนักศึกษาที่เดินผ่านสนามบอลกลางก็พากันแวะหยุดดู“อธิการมหาลัยเราเข้มงวดแค่ไหนก็รู้กันดี ถ้าคลิปถึงมือพวกเธอคงรอดยาก” พี่บิ๊กเบนพูดทำนองขู่ แน่นอนว่าคนนอกที่เพิ่งมาถึงก็เริ่มกระซิบว่าอะไรคือรอดยาก เค้ามีเรื่องอะไรกัน บลาๆๆ“เห็นแก่ที่เราเป็นเพื่อนร่วมมหาลัย ร่วมชั้นปีให้จบแค่นี้ได้มั้ย” พี่แคนนี่ถามเสียงเบาพลางมองไปรอบๆ ด้วยแววตาไร้ความมั่นใจ ก็คงกลัวเสียชื่อเสียภาพลักษณ์ดาวมหาลัยนั่นแหละถ้าผู้คนรู้เรื่องเข้า“อ้าว! แล้วตอนทำไม่เห็นแก่น้องเจ้าใจบ้างล่ะคร้าบ น้องก็เป็นรุ่นน้อง
“เอ้า! แคนนี่แหกแล้ว สรุปน้องเจ้าใจไม่ได้จน แถมเป็นถึงลูกเจ้าของคาเฟ่ดังเข้าไปอีก” เสียงซุบซิบรอบตัวทำให้ดาวมหาลัยเหวี่ยงยิ่งกว่าเดิม“ก็แค่คาเฟ่ที่ต้องเช่าหน้าร้านในโรงแรมดัง จะมีเงินเท่าไหร่กันเชียว ที่ต้องมาเสิร์ฟเองก็เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องคนงานน่ะสิ”“ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิดใหญ่โต” พี่เร็กซ์แค่นหัวเราะ พี่บิ๊กเบนกับพี่ซานฟรานก็ยิ้มมุมปาก“เร็กซ์หมายความว่าไง” พี่แคนนี่ถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“บ้านเจ้าใจไม่ได้เปิดแค่คาเฟ่อย่างเดียว แต่โรงแรมดังที่เธอพูดถึงรวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอีกหลายแห่งในเชียงใหม่เป็นธุรกิจครอบครัวน้อง” ฉันตาโตทันที พี่เร็กซ์รู้เรื่องนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยบอกใครนอกจากพรีม วิปและฮาร์ท หรือว่า… ฉันหันมองเพื่อนสนิท สามคนนี้ส่ายหน้าอย่างไว“โหว เป็นลูกเจ้าของโรงแรมหลายแห่งก็รวยมากน่ะสิ”“ก็ต้องรวยแล้วมั้ย สร้างโรงแรมแห่งนึงใช้เงินตั้งเท่าไหร่ นี่มีหลายแห่งเม็ดเงินจะขนาดไหน” เสียงซุบซิบรอบข้างทำให้ฉันหันมาทางพี่เร็กซ์อีกครั้ง เกิดคำถามในหัวไม่หยุด… พี่เร็กซ์รู้มาจากไหน? จู่ๆ ดาวมหาลัยก็ยิ้มแย้ม“เร็กซ์คงโดนเด็กนี่หลอกแล้วล่ะ เด็กนี่วางแผนมาอย่างดี บอกเร็กซ์ว่าเป
“ใครเป็นคนสั่งมานี่ให้หมด!” เสียงตะโกนดังลั่นของพี่เร็กซ์ทำให้ฉันกับเพื่อนสะดุ้ง เรามองกันเลิ่กลั่ก วิญญาณพี่ว้ากเข้าสิงพี่เค้าเหรอ!!แต่ยังไม่ได้พูดอะไร พวกพี่แคนนี่ก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากล้าๆกลัวๆ โดยมีพี่ซานฟรานและพี่บิ๊กเบนรวมถึงพวกเพื่อนๆ เดินตามหลัง“พวกฉันสามคนถามนายกนักศึกษามาแล้ว ไม่มีการจัดงานแข่งกีฬาระดับประเทศอะไรทั้งนั้น ใครเป็นคนต้นคิดเรื่องแกล้งน้องในวันนี้” พี่เร็กซ์ถามเสียงต่ำ หน้าตาดุจนรู้สึกได้สรุปคือกุเรื่องขึ้นมาเพื่อแกล้งฉันจริงๆ ไม่กลัวความผิดเลยเหรอถึงกล้าทำขนาดนี้“คือว่า… คือว่า” พออยู่หน้าพี่เร็กซ์ เพื่อนพี่แคนนี่ไร้พิษสงอย่างเห็นได้ชัด ปากคอสั่น แตกต่างจากตอนสั่งการให้ฉันทำนู่นโน่นนั่นอย่างสิ้นเชิง ส่วนพี่แคนนี่ยังทำหน้าเฉยเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด“เอ้า ไอ้เร็กซ์ถามก็ตอบดิคร้าบ ตอบให้ดังเหมือนตอนสั่งน้องเจ้าใจสิ” พี่บิ๊กเบนว่า“เราเอง” พี่แคนนี่ตอบเสียงนิ่ง ไม่ได้แสดงความกลัวแม้แต่น้อย“โดนจับได้นี่ไม่รู้สึกผิดเลย” พี่ซานฟราน
เนสตี้อ้าปากจะเถียง แต่ฉันส่งสายตาให้เพื่อนหยุด เนสตี้พ่นลมหายใจและยอมหยุดแต่โดยดี ฉันค้อมหัวขอบคุณเพื่อน ก่อนจะเดินเข้าสนามและทำตามที่พี่แคนนี่สอน พอวนครบหนึ่งรอบก็ได้ยินเสียงตะโกนเข้ามาว่า“ไม่ได้เรื่อง เชิดหน้าขึ้นเยอะๆ ขาเดินเป็นจังหวะ”ฉันเชิดหน้าขึ้นอีกตามที่รุ่นพี่บอก ได้ยินเสียงบ่นขัดใจของเพื่อนๆ ไล่หลัง แต่พอวนมาอีกรอบก็โดนคอมเพลนจากรุ่นพี่อีกคน“มีปากก็ยิ้มสิคะ หน้าแข็งขนาดนั้นใช้ได้ที่ไหน”ฉันฉีกยิ้มเหมือนคนบ้า เดินเชิดหน้าไม่หยุด เพิ่งรู้วันนี้นี่แหละว่าการถือป้ายมันยากยิ่งกว่าออกรบ พอวนรอบที่ 3 ก็โดนรุ่นพี่อีกคนคอมเพลน “ถือไม้สูงๆ หน่อยสิคะ เค้าจะได้เห็นป้ายชื่อมหาลัยชัดๆ” ฉันชูป้ายที่ค่อนข้างหนักสูงขึ้นอีกนิด ทั้งยิ้ม ทั้งเดินเป็นจังหวะ“กินน้ำหน่อยเจ้าใจ อากาศร้อนมาก เดี๋ยวจะไม่ไหว” วิปที่ยืนข้างรั้วตะโกนเข้ามาพร้อมยื่นขวดน้ำให้เห็น“เอาๆ” ฉันพยักหน้ารับ“จะมากินน้ำอะไรกันตอนนี้คะ เดินแค่สามรอบ เหงื่อยังไม่ทันออกด้วยซ้ำ หัดมีความ
“คนที่เดือดร้อนคือแกต่างหากเจ้า แกกำลังจะโดนรุ่นพี่พวกนั้นแกล้ง” พรีมบอกอย่างเป็นห่วงทำให้ฉันคลี่ยิ้มในความน่ารักของเพื่อน“ถ้าเค้าจะแกล้งก็ปล่อยให้แกล้งฉันแค่คนเดียว พี่ชายฉันเคยมีเรื่องชกต่อย ฝั่งตรงข้ามทำอะไรพี่ฉันไม่ได้ก็เลยไปทำกับเพื่อนพี่แทน ฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ไม่อยากเห็นพวกแกโดนหางเลขเพราะงั้นฉันจะอดทนให้ถึงที่สุด พวกแกก็อย่าออกหน้ารับแทนกัน…โอเคนะ” ฉันบอกสิ่งที่อยู่ในใจไปตามตรงทำให้ทุกคนตาโตและเป็นบลูมที่โพล่งถามกัน“เพราะงั้นแกเลยตัดปัญหาด้วยการยอมรุ่นพี่พวกนั้น!”“ก็ไม่ทั้งหมด” ฉันตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “อย่าลืมสิว่าอธิการบดีต้องการให้ฉันทำ ฉันที่เป็นแค่นักศึกษาใหม่ตัวเล็กๆ จะกล้าปฏิเสธได้ยังไง”“ฉันพอจะเข้าใจเหตุผลของแกนะ แล้วถ้าไม่ใช่คำสั่งอธิการล่ะ แต่รุ่นพี่พวกนั้นโกหก…” ยังไม่ทันที่พรีมจะพูดจบก็มีเสียงตะโกนลอดเข้าหู“มาถึงแล้วก็เดินมาทางนี้สิคะน้องเจ้าใจ จะไปยืนหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ทำไม”พอหันไปมองก็เห็นรุ่นพี่ทั







