Masukเมื่อพิธีปฐมนิเทศเสร็จสิ้นลง นักศึกษาใหม่แต่ละคณะแต่ละเอกต่างทยอยเดินลงหอประชุมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนเอกญี่ปุ่นซึ่งนั่งด้านในสุดได้ออกเป็นลำดับสุดท้าย ระหว่างที่รอ เพื่อนคนอื่นที่รู้จักกันตั้งแต่วันมอบตัวก็คุยเล่นกันไป ส่วนฉันกับพรีมที่กลับก่อนก็เริ่มผูกมิตรกับเพื่อนในเอกเช่นกัน วิปดึงฉันกับพรีมเข้ากลุ่มไลน์ปี1 แล้วแหละ เพื่อนร่วมรุ่นของพวกเรามี 26 คน จากการส่องรวมถึงแอบสังเกตมาสักพัก รู้สึกได้ว่าทุกคนเป็นกันเอง น่าจะเข้ากันได้ดีแน่นอน
“น้องๆ ขา เดี๋ยวเราจะไปหน้าคณะกันก่อน ตามพวกพี่มาโลด” รุ่นพี่โบกไม้โบกมือให้สัญญาณด้วยรอยยิ้มใจดี พวกเราเด็กปี 1 ที่ใหม่กับทุกอย่างในมหาลัยแห่งนี้ก็เดินตามอย่างคึกคัก
แต่พอลงมาใต้หอประชุมเท่านั้นแหละ ความคึกคักของฉันเริ่มจางหายเมื่อผู้คนมองมาแถมซุบซิบกันราวกับว่าเจ้าใจคนนี้เป็นตัวอะไรสักอย่าง
“เอกไรคณะไรวะ น่ารักชิบหาย”
“เอกญี่ปุ่น กูถามเพื่อนมาละชื่อเจ้าใจ”
“น่ารักขนาดนี้กูยอมให้เป็นเจ้าของหัวใจกูเลย”
“มึงนี่ก็เสี่ยวใช่เล่น”
“เบื่อเหรอ จากยิ้มๆ หน้าเฉยซะงั้น” พรีมถามอย่างเข้าอกเข้าใจเพราะเจ้าตัวก็ถูกพูดถึงเหมือนกัน
“ก็นิดหน่อยแต่ช่างมันเถอะ” ฉันคลี่ยิ้ม อย่างน้อยแค่ถูกพูดถึง ไม่โดนคุกคามเหมือนเมื่อวานถือเป็นดีแล้วล่ะเนอะ
“อีเนส คนนั้นแซ่บมาก”
“อูย! เห็นละอยากมีมดลูก กูจะขอใช้มันตอนนี้เดี๋ยวนี้เลอ” เสียงวี้ดว้ายจากข้างหลังทำเอาฉันกับพรีมเปลี่ยนโหมดตลกในชั่ววินาที หันมองชาช่ากับเนสตี้ เพื่อนชายใจหญิงที่กำลังมองหนุ่มกลุ่มโน้นตาเป็นประกาย
“ขนาดนั้นเลยเหรอวะแก ฉันให้ยืมเอามั้ย” ฮาร์ทที่อยู่หลังชาช่ากับเนสตี้ถามขำๆ
“นี่เอาจริงนะ ผ่ามาให้ฉันเดี๋ยวนี้” เนสตี้พูดด้วยสีหน้าจริงจังทำเอาพวกเราขำในความตลกของเจ้าตัว
“อุ๊ยๆๆๆ! เค้ามองมาที่กูค่า มองไม่หยุดแถมกำลังเดินมา คนสวยอย่างกูขายออกแล้ว” ชาช่าใช้เสียงสอง สีหน้าดีใจแบบปิดไม่มิด ขยิบตาปริบๆ ส่งให้หนุ่มกลุ่มนั้นที่กำลังเดินตรงมาแต่ทว่ากลับเดินเลยไปที่บลูม เพื่อนคนสวยที่อยู่ข้างหลังฮาร์ทกับวิปอีกที
“เธอชื่อไรเหรอ เพื่อนเราอยากรู้จัก”
“แหกมั้ยล่ะ เค้าไม่ได้มองมึงค่า เค้ามองเพื่อนบลูม มึงยังขายไม่ออกเนอะอีสวยไม่เสร็จ” เนสตี้ลอยหน้าลอยตากระซิบใส่เพื่อนคู่หู พวกเรานี่ฮึบแทบไม่อยู่ จะหัวเราะก็กลัวเพื่อนเฟล
“อีปลวก” ชาช่าตวัดสายตาเคืองใส่เนสตี้ ด่าแบบไม่ออกเสียง
“ใครอนุญาตให้พวกคุณออกนอกแถว! ระเบียบวินัยมีมั้ย!” เสียงตะโกนจากทิศทางไหนไม่ทราบได้ทำให้ใต้หอประชุมแห่งนี้เงียบลงในพริบตา มองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนผู้ชายที่เข้ามาขอเบอร์บลูมถึงกับหน้าเสีย วิ่งกลับแถวแทบไม่ทัน
อืม! รู้สึกคุ้นเหมือนเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อนเลยแฮะ แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อฉันไม่รู้จักรุ่นพี่คณะอื่น ที่คิดว่าเป็นคณะอื่นเพราะผู้ชายที่เข้ามาคุยกับบลูมอยู่ต่างคณะแถมรีบวิ่งกลับแถว แสดงว่าเจ้าของเสียงอันน่าเกรงขามปนดุดันคงเป็นรุ่นพี่คณะนั้น
“เดินกลับคณะ ปฏิบัติ!” เสียงเข้มจัดดังขึ้นอีกครั้ง นักศึกษาชายหญิงจำนวนมากเริ่มเดินเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบในทันที
“คณะอะไรอ่ะแก น่ากลัวเกิ๊น” พรีมหันไปถามเนสตี้กับชาช่าด้วยสีหน้าสยดสยอง ฉันรีบพยักหน้าเห็นด้วย เอาจริงนะ! ถึงจะฟังดูคุ้นหูแต่น่ากลัวจนขนลุกอ่ะค่ะ โดนตะโกนใส่แบบนั้นคงขาสั่น ก้าวขาแทบบ่ออก
“วิศวะจ้ะ” รุ่นพี่ที่เดินมาจากหลังแถวให้คำตอบยิ้มๆ
“คือเป็นปกติของคณะนี้เหรอคะ ดุดันมาก” วิปหยีตาถามทำให้รุ่นพี่หลุดหัวเราะ
“จะว่าปกติก็ใช่จ้ะ พี่ว้ากวิศวะคือเสียงดัง เด็ดขาด ดุดัน ว่าง่ายๆ คือน่ากลัวที่สุดใน ม.” รุ่นพี่บอกเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปแต่ทำเอาฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอ โชคดีที่ไม่ได้เรียนคณะนั้น ไม่งั้นคงเรียนไปหลอนไป... หลอนที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะโดนตะคอกใส่จนหัวหดน่ะสิ! บรึ๊ย!
“หนูได้ข่าวมาหนุ่มวิศวะ ม.เรางานดีมาก จริงมั้ยคะพี่” ชาช่าถามรุ่นพี่ด้วยแววตาเป็นประกาย
“ถ้าปีที่แล้วถือว่าเรื่องจริงจ้ะ หนุ่มหล่อเยอะมาก พี่กับเพื่อนตามหวีดไม่หยุด” พี่อีกคนบอกอย่างอารมณ์ดีทำเอาพวกเพื่อนๆ หูผึ่ง
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เพื่อนๆ โพล่งถามแทบจะพร้อมกันทำเอารุ่นพี่หลุดหัวเราะ
“หนุ่มฮอตอันดับ 1 ของ ม. เราเรียนวิศวะ เบ้าหน้าดีมาก หล่อพรีเมียมกว่าดาราไอดอลหลายสเต็ป แค่มองหน้าเค้าแว๊บเดียว โลกสามารถหยุดหมุนได้เลยนะเอาจริง”
“ว้าว!” พวกเพื่อนๆ ถึงกับหวีดเสียงเดียวกัน
“ว้าย! งั้นส่องวิศวะคณะแรก แฟนโยธาขารอน้องเนสตี้ก่อน” เนสตี้บีบเสียงให้เล็กลงห้าระดับ กะพริบตาปริบๆ ทำเอาพวกเราและรุ่นพี่หลุดขำ
“พวกแก! เร็กซ์กับซานฟราน!” เสียงตื่นเต้นของรุ่นพี่ผู้หญิงเอกอื่นทำให้รุ่นพี่ผู้หญิงบริเวณนี้แตกตื่น พากันชะเง้อคอไปทางซ้าย รุ่นพี่ที่ยืนใกล้พวกเราก็เหลียวมองตาม ก่อนจะหันมาบอกรุ่นน้องว่า
“นั่นไง หนุ่มหล่อโลกหยุดหมุนอยู่ซ้าย อีกคนก็ตัวท็อปวิศวะอยู่ฝั่งขวา”
“ไหนคะ ไหนๆ” ฮาร์ทกับวิปถามประโยคเดียวกันแทบพร้อมกันทำเอาฉันกับพรีมยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ผู้ชายตัวสูงสองคนเดินรั้งท้ายแถว” รุ่นพี่ชี้ไปทางโน้น พวกเพื่อนๆ ยืดคอมองตาม
“แกเห็นมั้ยเจ้า ฉันไม่เห็นเลยอ่ะ” พรีมหันมาถามทำให้ฉันชะเง้อคอมองบ้าง แล้วก็เห็นแค่แผ่นหลังของผู้ชายตัวสูงใหญ่สองคนที่เดินข้างกัน หือ! ทรงผมสีผมแบบนั้นเหมือนเคยเห็น ดูคุ้นอย่างบอกไม่ถูก แต่จะเป็น ไปได้ไงในเมื่อฉันไม่เคยเจอรุ่นพี่คณะวิศวะมาก่อน
“ว้า! เห็นแค่ด้านหลัง” ชาช่าว่าด้วยสีหน้าเสียดาย
“อดเลย” เนสตี้บ่นพึมพำด้วยสีหน้าไม่ต่าง
“ยังไงสักวันก็ได้เห็น ถ้าเห็นแล้วอย่าช็อกล่ะ หล่อเป็นแก้วเป็นแก้วเป็นแสง หล่อเกินจริงไปมาก” รุ่นพี่อมยิ้มทำให้พวกนี้ตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ ถามเรื่องหนุ่มหล่อแต่ละคณะไม่หยุด รุ่นพี่ก็ใจดีเล่าให้ฟังไปตามทาง
“พี่คะ ทำไมตรงนี้มีดอกไม้วางเยอะเลย” เพื่อนชื่อปลาถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจเมื่อพวกเรากำลังเดินผ่านรูปปั้นผู้หญิงสีขาว หน้าตาเหมือนนางฟ้าใจดีตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องสมุดกลาง
เออ! นั่นสิ ทำไมมีดอกกุหลาบสีขาววางหน้ารูปปั้น เพราะความสวยงามเลยพากันเอามาวางไว้งี้เหรอ
“เค้ามาขอแฟนจ้ะ ส่วนมากเด็กใน ม.มามูเรื่องความรักกันที่นี่ ใครอยากมีแฟนให้นำดอกไม้สีขาวมาขอกับเทพธิดาตรงนี้”
“หูว!” ฉันกับพรีมร้องออกมาแทบพร้อมกัน คนอื่นต้องไปขอพระแม่เรื่องความรัก ส่วนเด็กใน ม.เราขอเทพธิดา... พีคไม่ไหว
“แล้วขอได้มั้ยคะ” ชาช่ากับเนสตี้ยกมือถือถามพร้อมกันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเกินปกติ ทำเอาคนอื่นขำในท่าทางล้นๆ ของทั้งคู่
“บางคนได้ บางคนไม่ได้ แต่พี่อีฟขอแล้วได้นะ” ว่าแล้วพี่ชาร์มที่เดินนำหน้าแถวก็ผายมือไปทางพี่อีฟคนสวย “เนี่ย! ขอจนได้แฟนเรียนหมออ่ะค่ะ”
“ว้าย!” สาวๆ ร้องอย่างตื่นเต้น หันไปถามพี่อีฟกันให้พรึ่บว่าต้องมูวิธีไหนถึงได้ผู้
“ใจเย็นค่ะน้องๆ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จพี่บอกทุกอย่าง” พี่อีฟให้สัญญาเมื่อเริ่มตอบคำถามไม่ทัน
“แล้วมีตำนานด้วยนะ”
“ฮ้าว!” เสียงหาวยกใหญ่ของรุ่นพี่ที่เดินคุมข้างแถวทำให้ฉันละความสนใจจากรุ่นพี่หัวแถวในชั่ววินาที
“อะไรมึง นอนไม่พอ”
“อื้อ กว่ากูจะกลับถึงหอก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน กว่าจะทำอะไรเสร็จแถมแลกเปลี่ยนคลิปกับเพื่อนติ่งจนถึงตี 4 นี่ถ้าไม่ได้กาแฟไปกูหลับไปละนะ”
“มึงพูดเหมือนคิดผิดที่ไปคอน” พี่อีกคนถามเพื่อนติดขำ
เดี๋ยวนะ! คอนงั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าคอนเดียวกัน?
“กูคิดถูกยิ่งกว่าถูกอีกค่า เอเธนส์หล่อมากกกก หล่อเป็นแก้วเป็นแสง หล่อจนกูกับเพื่อนติ่งแทบร้องขอชีวิต”
“เมื่อวานพี่ก็ไปคอนเอเธนส์เหรอคะ” ฉันหลุดปากถามเมื่อพี่เค้าชมมายเมนไม่หยุด
รุ่นพี่หันขวับมาคลี่ยิ้มกว้างและถามกัน “น้องก็ไป”
“ค่ะ” ฉันยิ้มจนตาหยีพยักหน้ารัวๆ แบบไม่กลัวหลุดจากบ่า ดีใจที่ในเอกมีคนชอบเอเธนส์เช่นกัน
“หล่อเนอะ หล่อมากกก พี่มองตามไม่หยุด เซอร์วิซแฟนฉ่ำ”
“หล่อเหมือนไม่มีอยู่จริง รอยยิ้มนี่ก็เล่นกับใจแรงมาก ละคือร้องสดทุกเพลง พลังเยอะไปไหนก่อน หนูนี่ร้องตามจนเสียงแทบหาย เป็นคอนที่สนุกจนไม่อยากให้จบ สนุกจนไม่อยากออกจากราชมัง หนูยกให้เป็นคอนที่ดีที่สุดในใจเลย” ฉันพูดไปยิ้มไปแบบไม่หายใจหายคอ รุ่นพี่ก็ยิ้มหวานพยักหน้าเห็นด้วยไม่ต่าง
“เนอะ สนุกแบบโคตรของโคตรสนุก สนุกจนลืมทุกอย่าง รู้เลยทำไมเมนถึงขึ้นไปจุดสูงสุดได้ขนาดนั้น ทั้งคาริสมาทั้งออร่ามาเต็มสูบ เสียดายกดบัตรได้แค่วันเดียว ไม่งั้นมีซ้ำ”
“แหม่! เวลาติ่งเจอกันเป็นแบบนี้เอง เข้าขากันดีเหลื๊อเกิน” พี่อีกคนแซวขำขึ้นเสียงสูงตบท้าย ฉันกับรุ่นพี่ที่มีเมนคนเดียวกันมองหน้ากันแล้วหัวเราะ คอเดียวกันก็งี้ เพิ่งเจอกันครั้งแรกก็เม้าท์ฉ่ำแบบไร้ความเขินอาย
“เมนคนเดียวกัน ก็ต้องเข้าใจกันดีดิ” รุ่นพี่ยักคิ้วรัวๆ ใส่เพื่อน
“ว้าย!” เสียงหวีดร้องของเพื่อนแทบทั้งเอกทำเอาฉันกับรุ่นพี่ทั้งสองมองรอบตัวด้วยความงง เค้าคุยไรกัน นี่มัวแต่เม้าท์ถึงเมนจนลืมฟังเลย
“กูมีมิชชั่นละ” ชาช่าพูดด้วยสีหน้าหมายมั่นปั้นมือ
“หยุดค่ะ สติ! วันแรกมึงส่องผู้งานดีครบทุกคณะละเหรอ เกิดหน้าดีแต่นิสัยแย่ทำไง อยากได้ผู้ต้องรู้จักสกรีนด้วยย่ะ” เนสตี้บ่นยาวเหยียดทำให้ชาช่าพ่นลมหายใจเหมือนเสียดายอะไรทำนองนั้น
“นั่นดิ นี่ว่ามันขึ้นอยู่กับโชคชะตา ของแบบนี้ถ้าจัดฉากไม่น่าเวิร์ค” ฮาร์ทออกความเห็นด้วยแววตาวิ้งวับ แล้วอะไรคือจัดฉากคะ?
“ถูก!” พรีมพยักหน้ารัวๆ “ก็อย่างที่พี่ชาร์มบอก ตั้งแต่อดีตมีแค่คู่เดียว มันต้องสวรรค์สร้างเท่านั้นเว้ยถึงลงล็อคทุกสิ่งอย่าง”
“จริง” วิปยกนิ้วไปทางพรีมเหมือนเห็นด้วย หันไปบอกชาช่าอย่างให้กำลังใจ “เอาน่า ถึงวันนี้ยังไม่ลงล็อค แกสามารถขอแฟนจากเทพธิดาได้ จะเฟลเพื่อ?”
“เออ! ก็จริงนะ คนสวยยังมีความหวังกับท่านเทพธิดา ฮี่ๆ ก่อนจบปีสี่ฉันต้องได้ผู้สักคนล่ะวะ” ชาช่าหัวเราะคิกคักก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตามุ่งมาดในตอนหลัง
สรุปคุยเรื่องผู้ชาย งั้นไม่ทันเพื่อนไม่เป็นไร เพราะสำหรับเจ้าใจรักไม่ยุ่งมุ่งแค่อวยเมน! ฮิ้ววว!
“พี่นึกว่าเราชอบเพื่อนพี่ ไม่งั้นเราจะกรีดร้องที่ผู้หญิงไปขอไลน์เพื่อนพี่เหรอ” น้ำเสียงของพี่เร็กซ์กลับ มานิ่งเหมือนเดิม ความเย็นชานั้นหายไปราวกับสับสวิตซ์ แต่ก็ดีแล้วล่ะ โหมดเย็นชาของพี่เค้าทำเอาฉันกลัวอย่างบอกไม่ถูก“ที่หนูกรีดร้องเพราะหนูต้องไปขอไลน์รุ่นพี่วิศวะเพื่อแลกกับลายเซ็นค่ะ หนูกลัวไม่ได้ไลน์แบบเพื่อนนิเทศต่างหากเล่า” ฉันบอกเสียงหงอย กลัวทำมิชชั่นไม่ผ่าน อยากยกมือยอมแพ้แต่ก็แพ้ไม่ได้อีก กลัวต้องไปตะโกนบอกรักผู้ชาย แง!“ต้องไปขอใคร”“หนูยังไม่รู้เลยค่ะว่าใคร เพื่อนกำลังไปถามๆ ให้อยู่ ลองถามรุ่นพี่ในเอกก็ไม่ยอมบอกเพราะรุ่นพี่ที่มอบมิชชั่นสั่งห้ามไว้” ฉันถอนหายใจพลางเก็บมือถือเข้ากระเป๋า มองวิวนอกกระจกเผื่อความกังวลจะหายไปบ้าง ได้แต่หวังว่าเจ้าใจคนนี้จะทำสำเร็จน่ะนะ“เราดูกังวล”อูย! พี่เค้ามองออกด้วย สายตาแหลมคมมาก“ก็ประมาณนึงค่ะ” ฉันเผลอใช้เสียงหงอยออกไปซะได้ “ถ้าทำไม่สำเร็จ หนูอาจต้องไปตะโกนบอกชอบผู้ชายเหมือนเพื่อนในเอกที่โดนไปแล้ว” พูดเรื่องนี้แล้วเป็นเศร้า ถ้าให้ไปตะโกนบอกชอบเอเธนส์ฉันสู้ตายค่ะ แต่ต้องไปตะโกนบอกคนอื่นนั้น... แง! ทำใจไม่ได้อ่ะ“ถ้าอยากให้ช่วยบอกได้”ฉันหั
“เปิดเทอมมาสักพักปรับตัวได้ยัง”เออ! ฉันก็คิดว่าพี่เร็กซ์เป็นคนนิ่งๆ ที่ไหนได้แอบอัธยาศัยดีเบาๆ“ก็เริ่มได้แล้วค่ะ แอบรู้สึกว่ากิจกรรมแน่น ทั้งขอลายเซ็น ทั้งเข้าเชียร์ โน่นนี่นั่นหลายสิ่ง แต่พอปล่อยจอยก็ขำๆ ฮาๆ ดี”จริงสิ! พูดถึงลายเซ็นพี่เร็กซ์ก็เรียนวิศวะนี่ พี่เค้าจะรู้จักตัวซีเครทรึเปล่า? ลองถามดูดีมั้ย แต่ความเป็นไปได้ที่พี่เร็กซ์จะสนเรื่องกอสซิปดูเป็นศูนย์ป่ะ อีกอย่างชาช่ากับเนสตี้รับปากว่าจะสืบให้ รอสองคนนั้นดีกว่าติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!เสียงไลน์เข้ารัวๆ ไม่หยุดทำให้ฉันรีบหยิบมือถือออกจากกระเป๋า กดปิดเสียงเพราะกลัวรบกวนสมาธิคนขับ พอแอบเหล่มองก็เห็นพี่เร็กซ์หน้านิ่ง ไม่ได้หงุดหงิดอะไร ขออนุญาตสักหน่อยดีกว่า ขณะที่เจ้าของรถกำลังตั้งใจขับ ฉันที่อาศัยมาด้วยยังแชทหน้าตาเฉย... ดูไม่มีมารยาทเอาซะเลย“หนูขออ่านไลน์นะคะ” ฉันเอ่ยปากขอพลางค้อมหัวลง พี่เร็กซ์หันมองกัน บอกอย่างง่ายๆ“ไม่ต้องขอหรอก แค่นั้นเอง”“ขอบคุณค่ะ” ฉันคลี่ยิ้มแล้วก้มมองจอ เปิดไลน์กลุ่มของพวกเราเอกญี่ปุ่นปี 1 ส้มส่งคลิปมา บอกว่าเด็กนิเทศปีเดียวกับพวกเรา เน็ตไอดอลชื่อดังเข้าไปขอไลน์รุ่นพี่วิศวะตัวท็อป พวกเพื่อนๆ นี่แส
“เป็นแฟนคลับเอเธนส์ เราคงไม่ชอบเดซี่” คำถามของพี่เร็กซ์ทำเอาฉันตาโต หันมองใบหน้าหล่อโลกหยุดหมุนของคนถาม หมายความว่าพี่เค้าก็รู้เรื่องไอดอลเหมือนกัน... ไม่น่าเชื่อ“พี่เร็กซ์รู้จักเดซี่ด้วยเหรอคะ” “ก็พอรู้บ้าง เคยเห็นเป็นข่าวดังอยู่ช่วงนึง”นั่นสินะ... เมื่อสามปีก่อนข่าวของเอเธนส์กับเดซี่ดังมาก สื่อทั้งไทยและเทศทำข่าวทั้งสองคนแบบไม่พักประดุจเป็นวาระของโลก กลบทุกข่าวที่มีในช่วงนั้นแบบมิดเลย แฟนคลับส่วนนึงไม่พอใจที่เอเธนส์เลิกโสด ออกมาต่อต้านความรักของทั้งคู่ เดซี่ถึงขั้นโดนแฟนคลับหัวรุนแรงของเอเธนส์ทำร้าย ได้รับบาดเจ็บจนเข้าโรงบาล... โคตรน่าสงสารเลย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ฝ่าฟันผ่านมาได้จนถึงบัดนี้ เป็นคู่รักที่สมกันทุกประการ ฮิ้ว!“ถึงหนูจะเป็นแฟนคลับเอเธนส์แต่หนูรับได้ที่เมนมีแฟนค่ะ สำหรับหนู... ไอดอลมีความรักได้ไม่ใช่เรื่องผิด จะบังคับให้เค้ามีแค่แฟนคลับอย่างเดียวก็โหดเกิ๊น หนูชอบเอเธนส์ที่หน้าตาของเค้า ชอบที่ผลงานของเค้า แต่เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตเค้า อีกอย่างหนูคิดว่าเดซี่เหมาะสมกับเอเธนส์ด้วยแหละ ถ้าไม่ได้เดซี่เปิดเผยความจริงตอนเอเธนส์ถูกแบล็คเมล์ บางทีเมนของหนูอาจหลุดจากวงการไปนานแล้ว
“คะ คือว่า รบกวนจอดให้หนูลงข้างหน้านี้ได้มั้ยคะ” ฉันพยายามเรียบเรียงคำพูด ชี้เข้าที่ข้างฟุตบาท คือถ้าพูดไม่เข้าหูอีกฝ่ายก็กลัวโดนว้ากไงเล่า!“...............” พี่เร็กซ์เงียบ หันมามองกันนิ่งๆ นิ่งจนฉันรู้สึกขนลุก จะไม่เสียงดังใส่กันเหมือนตอนว้ากรุ่นน้องใช่มั้ย!“คือ... หนูเกรงใจค่ะ” ฉันใช้เสียงละห้อย กลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว เจ้าของรถหันไปตั้งใจขับรถต่อ“พี่จะไปที่นั่นพอดี ไปด้วยกันได้” พี่เร็กซ์บอกง่ายๆ แต่ทำเอาฉันหน้าตื่น“พี่ไปเดินเล่นห้างเปิดใหม่เหรอคะ” พอถามแล้วก็รู้สึกตัวเองโง่มาก คนอย่างพี่เร็กซ์จะไปตามเมนเหมือนเธอเหรอเจ้าใจ มองจากดาวอังคารลงมาก็รู้ว่าไม่ใช่ป่ะ พี่เค้าคงมีนัดกับเพื่อน หาไรกิน โน่นนี่นั่นเหมือนวัยรุ่นทั่วไปนั่นละเนอะ“ไปทำธุระนิดหน่อย”“..............” คำว่าทำธุระนิดหน่อยทำให้ฉันแอบลอบสังเกต พี่เร็กซ์ใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินกางเกงขายาวสีขาว ดูกึ่งๆ ทางการ ไม่เหมือนวัยรุ่นที่แต่งตัวเดินห้าง ดูเหมือนทายาทหมื่นล้านไปทำธุระยังไงยังงั้น ถ้าสาวๆ ใน ม. มาเห็นพี่เค้าในพาร์ทนี้คงหวีดคอแทบพัง ใส่ชุดนักศึกษาว่าหล่อมากแล้ว ชุดนี้ยิ่งดูดีเข้าไปใหญ่ สมละที่ใครต่อใครต่างเรียกว่
“พี่ไวท์ เจ้ายังไม่ถึงไหนเลย แท็กซี่ไม่ยอมรับสักคันอ่ะ” ฉันต่อสายหาพี่ไวท์เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมงยังอยู่ที่เดิม แถมพอบอกว่าไปห้างใหม่แท็กซี่ไม่ยอมรับอีก ฮือ!(ไม่เป็นไร ยังเหลือเวลาอีกเยอะ เดี๋ยวพี่เดินห้างชิวๆ รอ)“โอเคค่ะ เจ้าจะรีบไปให้เร็วที่สุด พี่ไม่โกรธเจ้าใช่มั้ย”(ไม่โกรธๆ พี่จะโกรธน้องสาวคนสวยลงได้ไง บ่ดีกึดนัก เดี๋ยวเฮาจะงามสู้แฟนคลับคนอื่นบ่ได้) พี่ไวท์พูดเหนือขำๆ เล่นเอาฉันที่กำลังเฟลหลุดหัวเราะ“อ๊ะ แท็กซี่มาแล้ว เจ้าวางก่อนนะ” ฉันยกมือโบกแท็กซี่ที่ขึ้นป้ายว่างอย่างไม่รอช้า พอกดวางสาย แท็กซี่ก็ขับมาเทียบตรงหน้า“ไปห้าง MM ค่ะ” ฉันบอกจุดหมายปลายทางเมื่อกระจกรถเลื่อนลงมา“โทษทีหนู แถวนั้นรถติดมาก ลุงกลัวส่งรถไม่ทัน” อีกแล้วเหรอ คันที่ 5 แล้วนะที่พูดแบบนี้ ฮือ!“โอเคค่ะ หนูเข้าใจ” ฉันเฝดตัวออกมายืนข้างฟุตบาทตามเดิมปัง!เสียงปิดประตูรถทำให้ฉันหันมอง เห็นผู้หญิงคนนึงขึ้นรถคันที่เพิ่งปฏิเสธฉันไปก็อดเบะปากด้วยอารมณ์งอแงไม่ไหว คนอื่นยังรับเลย ทีฉันทำไมไม่รับเล่า ฮือ! จะเปลี่ยนกลับขึ้นรถไฟฟ้าก็ยังเสียอยู่ เปิดในแอคดูคนที่ยังอยู่บนบีทีเอสบ่นกันระงม จะไปด้วยรถเมล์ก็ไม่เคยนั่งอีก ไม
วันเสาร์เป็นเพราะตื่นเช้ามาทั้งสัปดาห์ วันนี้ฉันเลยตื่นสายกว่าที่ตั้งใจไว้ หลังเข้ามหาลัยมาได้สองอาทิตย์ ฉันค้นพบว่าการเป็นเด็กปี 1 มีอะไรต้องทำกว่าเด็กมัธยมหลายสิ่งอย่าง กิจกรรมค่อนข้างแน่น แต่ไม่ได้หนักขนาดเหนื่อยสายตัวแทบขาด มีบ้างที่เบื่อต้องเข้าเชียร์ แต่พอจบเทอมหนึ่งกิจกรรมส่วนนี้ก็จบลงเพราะงั้นเจ้าใจยังไหวค่ะล่าลายเซ็นก็เป็นอะไรที่ใหม่มาก ฉันกับเพื่อนได้ทำอะไรบ้าๆ บอๆ หลายครั้ง ทั้งทำหน้าตาตลก ทั้งแสดงบทบาทสมมุติในซีรียเรื่องดัง ทั้งเต้นต่อหน้ารุ่นพี่ ทั้งตะโกนบูม ทั้งร้องเพลงหน้าโรงอาหาร นี่ว่าถ้าจบภารกิจคงผอมลงไม่ต่ำกว่า 3 กิโล ร่างกายได้ขยับเขยื้อนตลอด แต่เอาจริงถ้าปล่อยจอยมันก็ฮาๆ ขำๆ ดีนะ ยกเว้นต้องไปขอไลน์รุ่นพี่วิศวะตัวซีเครทนั่นล่ะ... นี่ยังไม่ได้เริ่มเลย รอให้ชาช่ากับเนสตี้ไปสืบมาก่อน รู้ว่ารุ่นพี่คนนั้นเป็นใครค่อยเฉียดไปคณะที่รุ่นพี่ดุดันที่สุดใน ม.!ส่วนเรื่องเรียนฉันคิดว่าโอเคกว่าตอน ม. ปลายเยอะเลย ถึงมหาลัยจะมีคาบเรียนที่นานกว่าแต่วิชาเรียนมีน้อยกว่าแถมมุ่งตรงกับสิ่งที่เราถนัด ไม่ต้องเรียนหมดทุกสิ่งอย่างซึ่งถือว่าเลิศเรื่องเพื่อนเรื่องสังคมก็ถือว่าดีมาก ฉันกับพร
![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






