Share

บทที่ 8

Penulis: คุณชายสายฝน
เธอไม่ได้บอกโจวซือเหย่เรื่องที่เจียงซงหวาให้เธอพาเขากลับไปทานข้าวที่บ้าน

เมื่อขับรถกลับมาถึงบ้านตระกูลเจียง คนที่มาเปิดประตูให้คือ เจียงเจียเหวิน

เจียงเจียเหวินเป็นลูกสาวของเจียงซงหวากับภรรยาคนที่สอง เธออายุน้อยกว่าเจียงซู่สี่ปี

คนที่เคยยิ้มแย้มสดใส เมื่อเห็นว่าเจียงซู่มาคนเดียว ใบหน้าของเธอก็บูดบึ้งในทันที “ทำไมมีแค่พี่ล่ะ?”

“ลูกเขยกลับมาแล้ว”

เสียงของเจียงซงหวาดังมาจากในบ้าน

เมื่อเห็นเจียงซู่ ทั้งพ่อและลูกสาวมีสีหน้าเหมือนกัน

“ลูกเขยล่ะ?”

เจียงซู่ตอบว่า “เขามีงาน มาไม่ได้ค่ะ”

ได้ยินดังนั้น เจียงซงหวาก็มีสีหน้าผิดหวัง

แต่เจียงเจียเหวินกลับเบ้ปาก “ไม่ใช่ว่าพี่ไม่ได้บอกพี่เขยเลยด้วยซ้ำหรอกนะ”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สายตาของเจียงซงหวาก็เริ่มมองสำรวจทันที

เมื่อมองดูเจียงเจียเหวินที่แต่งตัวสวยหรู เจียงซู่ก็เข้าใจเหตุผลที่เธออาสามาเปิดประตู

น้องสาวคนนี้กำลังจ้องเขมือบพี่เขย

ปีนั้น ตอนที่เธอรู้ว่าเจียงซู่จะไปแต่งงานเพื่อแก้เคล็ด เธอยังหัวเราะเยาะอยู่นาน ต่อมาเมื่อเห็นว่าเจียงซู่ไม่ได้กลายเป็นหม้าย เธอก็เริ่มอิจฉา เพราะตระกูลโจวมีฐานะสูงส่งเกินไป

เจียงเจียเหวินตั้งใจที่จะแย่งชิงและเข้ามาแทนที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันสองวัน

เจียงซงหวาหน้าบึ้ง “อย่าลืมว่าแกเกิดมาจากที่ไหน! ถ้าตระกูลเจียงดี ฐานะของแกในตระกูลโจวก็จะสูงไปด้วย”

เธอไม่ได้เพิ่งได้ยินคำพูดที่ผูกมัดด้วยคุณธรรมสูงส่งแบบนี้เป็นครั้งแรก

เจียงซู่ยังคงทำตัวว่าง่ายเหมือนเดิม “พ่อคะ หนูไม่ใช่คนแบบนั้น”

เมื่อเห็นท่าทีที่นอบน้อมของเธอ เจียงซงหวาก็เลิกมองด้วยสายตาที่พินิจพิเคราะห์

จริงอยู่ ลูกบุญธรรมคนนี้ไม่ใช่คนกล้าหาญ

เมื่อตัวเอกของงานเลี้ยงไม่อยู่ การทานอาหารมื้อนี้ก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

เจียงซงหวายื่นแผนงานให้เจียงซู่พร้อมกับสั่งเธอราวกับหัวหน้าสั่งลูกน้องว่า “แกต้องให้ลูกเขยตอบตกลงโดยเร็วที่สุด”

พูดจบ เขาก็โบกมือไล่ให้เธอกลับไป

เจียงซู่ยืนอยู่ที่เดิมพร้อมถือแฟ้มแผนงานไว้ในมือ ในขณะพวกเขาสามคนในครอบครัวกำลังนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างมีความสุข

ส่วนเธอ เป็นแค่คนนอก

ภาพแบบนี้เป็นเรื่องปกติมาตั้งแต่เจียงซงหวาแต่งงานใหม่ ตอนเด็ก ๆ เพราะการถูกกีดกันแบบนี้ เธอเคยร้องไห้ เสียใจ และเคยถาม

แต่สิ่งที่ได้รับคือการรังแกและดูถูกจากเจียงเจียเหวิน สองแม่ลูก รวมถึงความเฉยเมยของเจียงซงหวา เมื่อเธอยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เธอจึงยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจว่าตัวเองมีค่าไม่เท่าสุนัขที่เจียงเจียเหวินเลี้ยงไว้

ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่า เธอคงถูกเจียงซงหวาไล่ออกจากบ้านไปพเนจรข้างนอกนานแล้ว

เจียงซู่หันหลังออกจากบ้านตระกูลเจียงท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของพวกเขา

เจียงเจียเหวินมองดูแผ่นหลังของเธอแล้วหัวเราะเยาะ “เสแสร้ง”

“พ่อคะ ตอนนั้นที่ตกลงแต่งงานกับตระกูลโจว พ่อควรให้หนูไปนะ ถ้าเป็นหนูที่แต่งงานกับโจวซือเหย่ ตระกูลของเราต้องมีฐานะสูงกว่านี้แน่นอน”

ในความคิดของเธอ เจียงซู่แย่งตำแหน่งคุณผู้หญิงโจวไปจากเธอ!

ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงซู่มีสถานะเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลเจียง เรื่องดี ๆ แบบนี้คงไม่มาถึงเธอหรอก

เจียงซงหวาพูดว่า “ตอนนั้นลูกอายุแค่สิบเก้าเอง”

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอายุที่ไม่เหมาะสม แต่ถึงแม้จะเหมาะสม ดวงของเธอก็ไม่ตรงกับความต้องการของตระกูลโจวอยู่แล้ว

ทำไมเขาจะไม่เคยคิดล่ะว่าลูกบุญธรรมของเขาจะโชคดีขนาดนี้ สามารถกระโดดข้ามรั้วมังกรได้

เจียงซงหวามองลูกสาวตัวเองและพูดอย่างมีนัยยะว่า “แต่ตอนนี้อายุของลูกเหมาะสมแล้ว”

ในโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ไม่เจ้าชู้

ถ้าเจียเหวินอ่อยโจวซือเหย่ได้สำเร็จจริง ๆ งั้นเขาก็จะเป็นพ่อตาตัวจริงเสียงจริง

ส่วนเจียงซู่... ท้ายที่สุดก็เป็นแค่คนนอก

เมื่อได้รับการยอมรับ เจียงเจียเหวินก็เผลอเชิดหน้าขึ้น และคิดว่าตัวเองทำได้!

การที่พ่อให้ลูกสาวแท้ ๆ ไปแย่งสามีของลูกบุญธรรมนั้น ก็ไม่ยากที่จะเห็นว่ารากเหง้าของตระกูลเจียงเน่าเฟะแค่ไหน

เจียงซู่ไม่รู้ความคิดของคนในตระกูลเจียงเลย แต่ถึงรู้ก็คงไม่แปลกใจ

ระหว่างทางที่ขับรถออกจากบ้านตระกูลเจียง เธอรู้สึกปวดท้องน้อยกะทันหัน จากนั้นก็รู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมาข้างล่างจนเปียกชุ่ม เมื่อก้มลงมอง เธอก็เห็นว่ากางเกงของเธอเปื้อนเป็นสี

อาการปวดท้องน้อยยังคงดำเนินต่อไป เจียงซู่จึงจอดรถข้างทาง แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาโจวซือเหย่เป็นคนแรก

ในเวลาเดียวกันนั้น โจวซือเหย่กำลังอยู่เป็นเพื่อนเวิงอี๋ที่โรงพยาบาล

เมื่อดูหน้าจอโทรศัพท์ โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้รับสาย ก็ถูกเสียงของเวิงอี๋ดึงดูดเสียก่อน

“พี่ซือเหย่ ฉันปวดหัว”

เสียงของเวิงอี๋ฟังดูอ่อนแรงมาก

ได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ก็พูดขึ้นว่า “พี่จะให้หมอมาดู”

พูดจบ เขาก็เตรียมจะเดินออกไปเรียกหมอ แต่เวิงอี๋กลับพูดว่า “อย่าไปคะ! ฉันกลัว”

เมื่อเห็นเธอมีท่าทางตื่นตระหนกตกใจ เขาจึงตัดสินใจอยู่ต่อ และใช้ออดข้างเตียงเรียกหมอ ส่วนสายจากเจียงซู่ก็ถูกตัดไปนานแล้วตั้งแต่ตอนที่เวิงอี๋ร้องปวดหัว

เวิงอี๋เหลือบมองโทรศัพท์ที่โจวซือเหย่เก็บไป แล้วแสยะยิ้มมุมปากอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อเจียงซู่ได้ยินเสียงสายว่าง ขนตาของเธอก็สั่นระริก และร่างกายก็หนาวเย็นลงกว่าเดิมเพราะเสียเลือด

เจียงซู่กัดฟันขับรถไปโรงพยาบาล ระหว่างทางเธอก็ได้ติดต่อไต้ซานเหอ เธอกลัวว่าจะช็อกตายเพราะเสียเลือดมาก แล้วจะไม่มีใครมาจัดการศพให้

โชคดีที่เธอดวงแข็ง ยังไม่ถึงขั้นช็อกตายเพราะเสียเลือดมาก

ส่วนสาเหตุที่เลือดออกกะทันหันนั้น เป็นเพราะเธอดื่มเหล้ามากเกินไปในช่วงที่แท้งลูก และยังถูกน้องสามีแกล้งให้แช่น้ำเย็น ทำให้ร่างกายบาดเจ็บและฟื้นตัวได้ไม่ดี

ไต้ซานเหอขมวดคิ้วพูดว่า “เรื่องที่แกแท้งลูก โจวซือเหย่รู้หรือเปล่า?”

ใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงซู่ซีดเผือด และดวงตาหม่นหมอง “เขาคงไม่สนใจที่จะรู้”

สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้คงไม่สำคัญ เพราะผู้หญิงที่สามารถให้กำเนิดลูกให้เขาได้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ตอนนี้ก็มีตัวเลือกที่ดีกว่าเธอแล้วไม่ใช่เหรอ

ไต้ซานเหอย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของเธอ และรู้สึกโกรธเคือง “ไอ้ผู้ชายสารเลว!”

หลังจากเฝ้าเจียงซู่ให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล พวกเธอก็ออกจากโรงพยาบาลพร้อมกัน

ที่โถงทางเข้าโรงพยาบาล

เมื่อสายตาของเจียงซู่กวาดมองไปยังจุดหนึ่ง เธอก็หยุดชะงักทันที

ทั้ง ๆ ที่โรงพยาบาลในเมืองเป่ยเฉิงมีตั้งมากมาย แต่เธอกลับโชคร้ายเจอโจวซือเหย่และเวิงอี๋ที่นี่

ตอนนี้เวิงอี๋เหมือนดอกบัวขาวที่อ่อนแอมาก ๆ โดยใช้โจวซือเหย่เป็นที่พึ่ง

มิน่าล่ะเขาถึงไม่รับสายเธอ ที่แท้ก็อยู่กับสาวสวยนี่เอง

“เป็นอะไรไป?” ไต้ซานเหอถามเมื่อเห็นเธอหยุดเดินกะทันหัน และเมื่อเห็นเธอมองไปยังจุดหนึ่งโดยไม่ขยับ เธอจึงมองตามไป

เมื่อเห็นเป้าหมาย ไต้ซานเหอก็หน้าบึ้งทันที

บ้าจริง! ซวยจริง ๆ!

อาจเป็นเพราะสายตาของพวกเธอมองแรงเกินไป จึงดึงดูดความสนใจของโจวซือเหย่

ทันทีที่เขาหันหน้ามาก็สบตากับเจียงซู่พอดี

คิ้วของโจวซือเหย่ขมวดเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น แล้วเดินเข้ามาหา แล้วเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นว่า

“คุณมาทำอะไรที่นี่?”

เมื่อเวิงอี๋เห็นเธอ ก็เดินเข้ามาทักทายก่อนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เจียงซู่ พี่มาเยี่ยมฉันเหรอคะ?”

“พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่? พี่ซือเหย่บอกพี่เหรอคะ?”

ประโยคหลังนี้ ดูเหมือนจะถามเจียงซู่ แต่จริง ๆ แล้วคือพูดให้โจวซือเหย่ฟัง

แต่เธอรู้ดีว่าโจวซือเหย่ไม่มีทางบอกแน่ ๆ ดังนั้นการที่เจียงซู่ปรากฏตัวที่นี่ก็แสดงว่าสะกดรอยตามน่ะสิ

เห็นได้ชัดว่าโจวซือเหย่ก็คิดแบบนั้นจริง ๆ

ถ้าสะกดรอยตามจริง เขาก็จะรู้สึกไม่พอใจ

เป็นสามีภรรยากันมาห้าปี จะบอกว่าเข้าใจโจวซือเหย่มากแค่ไหนก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เจียงซู่ก็ไม่ถึงกับตาบอดจนไม่เห็นอารมณ์ที่ชัดเจนของเขา

ยิ่งค้นพบความจริงนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจมากขึ้นเท่านั้น

ไม่ว่าจะยังไง ตอนนี้เธอก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา แต่เขาไม่คิดจะรักษาหน้าของเธอสักนิดเลยเหรอ?

“พี่ซือเหย่ ดูสิคะ ฉันถึงได้บอกว่าพี่เจียงซู่เป็นคนดี เรื่องเมื่อวานพี่เจียงซู่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายฉันแน่นอน”

เจียงซู่มองดูเวิงอี๋ที่คล้องแขนของโจวซือเหย่ เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงอื่นแตะต้องร่างกายต่อหน้าคนอื่น รวมถึงภรรยาอย่างเธอด้วย เธอกำลังรอให้โจวซือเหย่สะบัดมือออก แต่เขากลับไม่ขยับเลย

ที่แท้ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบ แต่แค่เธอไม่ได้รับอนุญาต

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 630

    แรงเหวี่ยงของโจวซือเหย่ในครั้งนี้ไร้ซึ่งการออมแรง มันคือการระบายโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างป่าเถื่อน ส่งผลให้เซียวซูอี้เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทว่าเธอยังไม่ทันจะหายจากอาการมึนงง เสียงประตูก็ถูกปิดกระแทกใส่หน้าดัง ปัง โจวซือเหย่ตัดขาดเธอออกไปจากโลกของเขาอย่างเลือดเย็นและไร้เยื่อใยร่างของเซียวซูอี้กองอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดทางกายเปรียบไม่ได้เลยกับแผลลึกในใจที่กำลังถาโถมม่านน้ำตาที่เอ่อล้นบดบังทัศนียภาพ ก่อนจะร่วงหล่นลงสัมผัสพื้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ป้าเฉินที่เร่งรุดมาตามเสียงเอะอะ จึงทันได้เห็นภาพความน่าเวทนาของหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนเธอเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท พลางนึกเสียดายที่ในเวลานี้ไม่มีใครอยู่ชื่นชมบทละครนารีหยาดน้ำตานี้เลยสักคนเดียวในขณะที่คนอื่นกำลังดิ้นรนอยู่กับพายุอารมณ์ที่ถาโถม โจวซือเหย่กลับนิ่งงันดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกเซตระบบให้แสดงออกมาเพียงสีหน้าเดียว นั่นก็คือใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกชุยจี้เหิงมองสภาพกึ่งซากศพของคนตรงหน้าด้วยความระอา หนวดเคราที่ปล่อยให้รกรุงรังบวกกับเสื้อผ้ายับยู่ยี่จนดูเหมือนผ้าขี้ริ้วเช็ดก้นครัว ทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วมุ่

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 629

    แค่คืนเดียว ขอแค่เธอทนอีกเพียงคืนเดียวเขาก็จะจัดการทุกอย่างให้จบสิ้น เขาตั้งมั่นว่าพอรุ่งสางจะรีบไปรับเธอออกมาสู่อิสรภาพ และนับจากนี้เขาจะเป็นดั่งเกราะกำบังให้เธอ จะไม่มีใครหน้าไหนบังอาจมารังแกเธอได้อีกต่อไปทว่าเขากลับพลาดไปเพียงก้าวเดียว เพียงก้าวเดียวที่ทำให้เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์คำพร่ำเพ้อที่เปี่ยมไปด้วยความรักสุดอาลัยที่ดังวนเวียนอยู่ข้างหูนั้น คอยทิ่มแทงหัวใจของเซียวซูอี้ทีละนิดจนร้าวรานไปหมด ปลายจมูกของเธอร้อนผ่าวจนยากจะกลั้นหยาดน้ำตามือที่เคยขยุ้มแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ค่อย ๆ คลายออกและโอบรับอ้อมกอดที่ไม่ได้เป็นของเธออย่างเชื่องช้า“เสี่ยวซู่ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน คุณกลับมาหาผมได้ไหม?”“เสี่ยวซู่...”เซียวซูอี้ลอบกลืนก้อนความขมขื่นลงลำคอที่ตีบตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อาเหย่ นี่ฉันเอง ซูอี้...”เธอไม่ใช่เจียงซู่เสียงกระซิบที่เคยอ่อนหวานพลันเงียบกริบลงในวินาทีนั้น และวินาทีต่อมา ร่างบอบบางกลับถูกผลักออกอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานีโจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาที่เคยอาวรณ์พลันกลายเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ “คุณมาทำอะไรที่นี่? ออก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 628

    เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ใบหน้าของโจวซือเหย่กลับไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา หลงเหลือเพียงความหม่นทึมที่เกาะกินหัวใจจนยากจะสลัดพ้นเขาละทิ้งการงานและหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์จิ่งหยวน เพราะพื้นที่แห่งนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาได้สัมผัสถึงตัวตนของเจียงซู่ตราบใดที่ยังได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เคยใช้ร่วมกัน ได้สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่เธอเคยหยิบจับ กลิ่นอายจาง ๆ ที่ยังอบอวลอยู่เหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังไม่จากไปไหนหากแต่กลิ่นอายเหล่านั้นกลับเริ่มเจือจางลงทุกวัน มันค่อย ๆ เลือนหายไปจนเขาแทบจะไขว่คว้าไว้ไม่ได้อีกแล้ว...“ป้าเฉิน? ป้าเฉิน!”โจวซือเหย่ตะโกนเสียงดังลั่นพลางกอดขวดเหล้าไว้แนบอกป้าเฉินรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดมาทันทีด้วยความตระหนก “ค่ะ คุณผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นคะ?”โจวซือเหย่ถลาเข้าไปเอ่ยถามคาดคั้นเสียงเข้ม “ป้าเปลี่ยนปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอนใช่ไหม?!”ป้าเฉินเหลือบมองผ้าปูที่นอนที่เริ่มมีรอยยับย่นและไม่เคยได้รับการซักมานานร่วมครึ่งเดือนพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัว “ป้าไม่ได้แตะเลยค่ะคุณผู้ชาย”นับตั้งแต่เจียงซู่เกิดเรื่อง ข้าวของทุกอย่างที่เธอเคยสัมผัส ป้าเฉิ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 627

    สำหรับคุณปู่โจว เมื่อชีวิตดับสูญสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ควรกำจัดให้สิ้นซาก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหาก คือสิ่งที่หลานชายของเขาควรทำ!ทว่าเขากลับประเมินค่าความคลั่งของโจวซือเหย่ต่ำไป เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าบังอาจแตะต้องข้าวของของเจียงซู่แม้เพียงปรายนิ้ว เขาพร้อมจะพุ่งเข้าทำร้ายร่างกายอย่างไม่ไว้หน้าราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่งเนื่องจากคนที่คุณปู่โจวส่งมาล้วนไม่กล้าลงมือโต้กลับ จึงทำได้เพียงหลบหลีกและยอมเป็นกระสอบทรายให้เขาซัดด้วยความจำยอมโจวซือเหย่คำรามสั่งให้คนของเขาเข้าไปล็อกตัวคุณปู่โจวไว้ ก่อนจะจัดการลากตัวออกไปนอกคฤหาสน์ทันทีอย่างเหี้ยมเกริมเมื่อไร้หัวโจกคอยสั่งการ เหล่าบริวารที่เหลือจำต้องถอยร่นออกไปตาม ๆ กันการถูกหลานชายแท้ ๆ ไล่ตะเพิดออกจากบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้คุณปู่โจวโกรธจัดจนหน้าเขียวหน้าแดง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอยจนด่าทอออกมาไม่เป็นภาษาหลู่เหยียนลอบปาดเหงื่อพลางมองตามแผ่นหลังของผู้อาวุโสที่กำลังระเบิดเพลิงโทสะอย่างรุนแรงราวกับลาวาที่พวยพุ่งและไหลบ่าพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นบอสเสียสติ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 626

    สุดท้าย โลกก็ต้องโคจรตามเขา พิธีศพของเจียงซู่ก็ถูกรื้อถอนจนสิ้นซากตามความประสงค์ของโจวซือเหย่ เขาประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่าเจียงซู่ยังมีชีวิตอยู่ความดื้อรั้นป่าเถื่อนของเขาราวกับกำแพงหนาที่ก่อตัวเพื่อปิดกั้นเสียงของคนทั้งโลก เขามุดตัวอยู่ในโลกอันมืดมิดและเลือกเชื่อเพียงสิ่งที่ใจปรารถนาจะให้เป็นเท่านั้นเมื่อต้องเผชิญกับลูกชายที่สติแตกกระเจิงไปแล้วเช่นนี้ เวินเหยาฉินในฐานะแม่แท้ ๆ ก็หมดปัญญาจะฉุดรั้ง ไม่ว่าเธอจะตบตีหรือด่าทออย่างไรก็ไม่สามารถเรียกสติเขากลับมาได้แม้แต่เศษเสี้ยวโจวซือเหย่ประคองรูปถ่ายของเจียงซู่กลับมายังคฤหาสน์จิ่งหยวน ราวกับเป็นการจูงมือเธอกลับบ้านทันทีที่ป้าเฉินเห็นรูปตั้งหน้าศพในอ้อมกอดของเขา ขอบตาที่เพิ่งแห้งผากก็กลับมาเปียกชื้นอีกครั้งข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของเจียงซู่ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนเคว้งจนเธอคิดว่าตัวเองหูฝาดไป เหตุใดถึงด่วนจากไปเช่นนี้?คุณผู้หญิงแสนดีที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกลเช่นนั้น ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายพรากเธอไปก่อนเวลาอันควรเช่นนี้เมื่อนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนดวงนั้น ก้อนเนื้อในอกพลันบีบรัดจนรู้สึกปวดร้าว

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 625

    “เจียงซู่ยังไม่ตาย ใครอนุญาตให้จัดงานศพให้?”ท่ามกลางซากความพินาศของงานศพ ความจริงประจักษ์แก่สายตาทุกคนในวินาทีนั้นว่า เขาไม่ได้เกลียดเธอจนตามมาทำลายงาน แต่นี่คืออาการของคนหัวใจสลายที่ยอมรับความตายของเธอไม่ได้เลยต่างหากสภาพของโจวซือเหย่ที่ตัวสั่นเทิ้มในชุดผู้ป่วยซีดเซียวเป็นสิ่งที่ฟ้องชัดแก่ผู้คน ณ ที่แห่งนี้ว่า เขายอมรับความจริงไม่ได้จนเริ่มเสียสติไปแล้วทว่าอาการคลุ้มคลั่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า กลับไม่ได้ทำให้หลู่เหยียนรู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยเขารู้จักเจ้านายคนนี้ดีกว่าใคร สำหรับคนอย่างโจวซือเหย่ ถ้าไม่คลุ้มคลั่งขนาดนี้สิ ถึงจะเรียกว่าผิดปกติโจวซือเหย่โอบกอดรูปถ่ายหน้าศพไว้แนบอก ปลายนิ้วสั่นเทาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวในรูปอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังอันนุ่มนวลของคนที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ แววตาของเขาฉายชัดถึงความรักอันลึกซึ้งที่บิดเบี้ยวจนเกินเยียวยา “หลู่เหยียน รื้อทุกอย่างที่นี่ทิ้งให้หมด!”เขาไม่ต้องการให้เจียงซู่ต้องมาแปดเปื้อนกับสิ่งของอัปมงคลพวกนี้แม้แต่นิดเดียวหลู่เหยียนทำเพียงนิ่งรับคำสั่ง งานกู้ซากที่ไม่มีวันจบสิ้นแบบนี้กลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว ทุกวันนี้การทำงานข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 294

    ตลอดทั้งกระบวนการที่แสนรุนแรงนั้น เจียงซู่ไม่รับรู้เลยว่าโจวซือเหย่จะรู้สึกอิ่มเอมใจเพียงใด แต่ที่แน่ ๆ คือเธอไม่ได้รับรู้ถึงความสุขสมเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่เธอสัมผัสได้คือความเจ็บปวดร้าวรานไปทั้งกายและใจทว่าเมื่อความใคร่ถูกเติมเต็มจนพึงพอใจแล้ว อารมณ์ของผู้ชายก็เริ่มผ่อนคลายลง ความรู้สึกผิ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 289

    “โจวซือเหย่——”เจียงซู่ตะโกนเรียกชื่อเขาสุดเสียงเพื่อให้ร่างที่กำลังเดินจากไปนั้นได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของเธอแผ่นหลังที่ดูเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยของชายหนุ่มที่กำลังเดินจากไปนั้น ราวกับถูกสลักลึกเข้าไปในความทรงจำและฝังรากลงในใจของเธออย่างเจ็บปวดสายตาของผู้คนรอบข้างที่เคยเต็มไปด้วยความอิจฉา พลันแป

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 261

    แน่ใจนะว่าพักผ่อน? ไม่ใช่ถูกกักบริเวณ?ในฐานะเพื่อน เฉียวฉีจึงเอ่ยเตือนว่า “เสี่ยวอี๋ ฉันว่าเธอตัดขาดกับลูกพี่ลูกน้องฉันไปเลยดีไหม?”เธออยากจะบอกว่า เธอพอดูออกว่าพี่ชายเธอแคร์เจียงซู่มาก และดูไม่มีทีท่าว่าจะหย่าขาดเลยสักนิด เสี่ยวอี๋จะยอมเป็นเมียน้อยไปตลอดชีวิตหรือไง?เวิงอี๋กลับขึ้นเสียงสูงทันคว

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 245

    เหลียงจินฮั่นราวกับกำลังเก็บสะสมไฟโทสะไว้ในใจ จงใจเอ่ยถามโจวซือเหย่ด้วยคำถามนี้ต่อหน้าเจียงซู่ “นายวางแผนจะรับเสี่ยวอี๋กลับมาเมื่อไหร่?”โจวซือเหย่กำลังจิบเหล้า ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “สภาพอากาศที่นั่นเหมาะกับการพักผ่อนของเธอ”เหลียงจินฮั่นเหลือบมองเจียงซู่ที่นั่งอยู่ข้างโจวซือเหย่ แล้วจงใจกล่าวต่อว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status