Share

บทที่ 8

Penulis: คุณชายสายฝน
เธอไม่ได้บอกโจวซือเหย่เรื่องที่เจียงซงหวาให้เธอพาเขากลับไปทานข้าวที่บ้าน

เมื่อขับรถกลับมาถึงบ้านตระกูลเจียง คนที่มาเปิดประตูให้คือ เจียงเจียเหวิน

เจียงเจียเหวินเป็นลูกสาวของเจียงซงหวากับภรรยาคนที่สอง เธออายุน้อยกว่าเจียงซู่สี่ปี

คนที่เคยยิ้มแย้มสดใส เมื่อเห็นว่าเจียงซู่มาคนเดียว ใบหน้าของเธอก็บูดบึ้งในทันที “ทำไมมีแค่พี่ล่ะ?”

“ลูกเขยกลับมาแล้ว”

เสียงของเจียงซงหวาดังมาจากในบ้าน

เมื่อเห็นเจียงซู่ ทั้งพ่อและลูกสาวมีสีหน้าเหมือนกัน

“ลูกเขยล่ะ?”

เจียงซู่ตอบว่า “เขามีงาน มาไม่ได้ค่ะ”

ได้ยินดังนั้น เจียงซงหวาก็มีสีหน้าผิดหวัง

แต่เจียงเจียเหวินกลับเบ้ปาก “ไม่ใช่ว่าพี่ไม่ได้บอกพี่เขยเลยด้วยซ้ำหรอกนะ”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สายตาของเจียงซงหวาก็เริ่มมองสำรวจทันที

เมื่อมองดูเจียงเจียเหวินที่แต่งตัวสวยหรู เจียงซู่ก็เข้าใจเหตุผลที่เธออาสามาเปิดประตู

น้องสาวคนนี้กำลังจ้องเขมือบพี่เขย

ปีนั้น ตอนที่เธอรู้ว่าเจียงซู่จะไปแต่งงานเพื่อแก้เคล็ด เธอยังหัวเราะเยาะอยู่นาน ต่อมาเมื่อเห็นว่าเจียงซู่ไม่ได้กลายเป็นหม้าย เธอก็เริ่มอิจฉา เพราะตระกูลโจวมีฐานะสูงส่งเกินไป

เจียงเจียเหวินตั้งใจที่จะแย่งชิงและเข้ามาแทนที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันสองวัน

เจียงซงหวาหน้าบึ้ง “อย่าลืมว่าแกเกิดมาจากที่ไหน! ถ้าตระกูลเจียงดี ฐานะของแกในตระกูลโจวก็จะสูงไปด้วย”

เธอไม่ได้เพิ่งได้ยินคำพูดที่ผูกมัดด้วยคุณธรรมสูงส่งแบบนี้เป็นครั้งแรก

เจียงซู่ยังคงทำตัวว่าง่ายเหมือนเดิม “พ่อคะ หนูไม่ใช่คนแบบนั้น”

เมื่อเห็นท่าทีที่นอบน้อมของเธอ เจียงซงหวาก็เลิกมองด้วยสายตาที่พินิจพิเคราะห์

จริงอยู่ ลูกบุญธรรมคนนี้ไม่ใช่คนกล้าหาญ

เมื่อตัวเอกของงานเลี้ยงไม่อยู่ การทานอาหารมื้อนี้ก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

เจียงซงหวายื่นแผนงานให้เจียงซู่พร้อมกับสั่งเธอราวกับหัวหน้าสั่งลูกน้องว่า “แกต้องให้ลูกเขยตอบตกลงโดยเร็วที่สุด”

พูดจบ เขาก็โบกมือไล่ให้เธอกลับไป

เจียงซู่ยืนอยู่ที่เดิมพร้อมถือแฟ้มแผนงานไว้ในมือ ในขณะพวกเขาสามคนในครอบครัวกำลังนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างมีความสุข

ส่วนเธอ เป็นแค่คนนอก

ภาพแบบนี้เป็นเรื่องปกติมาตั้งแต่เจียงซงหวาแต่งงานใหม่ ตอนเด็ก ๆ เพราะการถูกกีดกันแบบนี้ เธอเคยร้องไห้ เสียใจ และเคยถาม

แต่สิ่งที่ได้รับคือการรังแกและดูถูกจากเจียงเจียเหวิน สองแม่ลูก รวมถึงความเฉยเมยของเจียงซงหวา เมื่อเธอยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เธอจึงยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจว่าตัวเองมีค่าไม่เท่าสุนัขที่เจียงเจียเหวินเลี้ยงไว้

ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่า เธอคงถูกเจียงซงหวาไล่ออกจากบ้านไปพเนจรข้างนอกนานแล้ว

เจียงซู่หันหลังออกจากบ้านตระกูลเจียงท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของพวกเขา

เจียงเจียเหวินมองดูแผ่นหลังของเธอแล้วหัวเราะเยาะ “เสแสร้ง”

“พ่อคะ ตอนนั้นที่ตกลงแต่งงานกับตระกูลโจว พ่อควรให้หนูไปนะ ถ้าเป็นหนูที่แต่งงานกับโจวซือเหย่ ตระกูลของเราต้องมีฐานะสูงกว่านี้แน่นอน”

ในความคิดของเธอ เจียงซู่แย่งตำแหน่งคุณผู้หญิงโจวไปจากเธอ!

ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงซู่มีสถานะเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลเจียง เรื่องดี ๆ แบบนี้คงไม่มาถึงเธอหรอก

เจียงซงหวาพูดว่า “ตอนนั้นลูกอายุแค่สิบเก้าเอง”

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอายุที่ไม่เหมาะสม แต่ถึงแม้จะเหมาะสม ดวงของเธอก็ไม่ตรงกับความต้องการของตระกูลโจวอยู่แล้ว

ทำไมเขาจะไม่เคยคิดล่ะว่าลูกบุญธรรมของเขาจะโชคดีขนาดนี้ สามารถกระโดดข้ามรั้วมังกรได้

เจียงซงหวามองลูกสาวตัวเองและพูดอย่างมีนัยยะว่า “แต่ตอนนี้อายุของลูกเหมาะสมแล้ว”

ในโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ไม่เจ้าชู้

ถ้าเจียเหวินอ่อยโจวซือเหย่ได้สำเร็จจริง ๆ งั้นเขาก็จะเป็นพ่อตาตัวจริงเสียงจริง

ส่วนเจียงซู่... ท้ายที่สุดก็เป็นแค่คนนอก

เมื่อได้รับการยอมรับ เจียงเจียเหวินก็เผลอเชิดหน้าขึ้น และคิดว่าตัวเองทำได้!

การที่พ่อให้ลูกสาวแท้ ๆ ไปแย่งสามีของลูกบุญธรรมนั้น ก็ไม่ยากที่จะเห็นว่ารากเหง้าของตระกูลเจียงเน่าเฟะแค่ไหน

เจียงซู่ไม่รู้ความคิดของคนในตระกูลเจียงเลย แต่ถึงรู้ก็คงไม่แปลกใจ

ระหว่างทางที่ขับรถออกจากบ้านตระกูลเจียง เธอรู้สึกปวดท้องน้อยกะทันหัน จากนั้นก็รู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมาข้างล่างจนเปียกชุ่ม เมื่อก้มลงมอง เธอก็เห็นว่ากางเกงของเธอเปื้อนเป็นสี

อาการปวดท้องน้อยยังคงดำเนินต่อไป เจียงซู่จึงจอดรถข้างทาง แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาโจวซือเหย่เป็นคนแรก

ในเวลาเดียวกันนั้น โจวซือเหย่กำลังอยู่เป็นเพื่อนเวิงอี๋ที่โรงพยาบาล

เมื่อดูหน้าจอโทรศัพท์ โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้รับสาย ก็ถูกเสียงของเวิงอี๋ดึงดูดเสียก่อน

“พี่ซือเหย่ ฉันปวดหัว”

เสียงของเวิงอี๋ฟังดูอ่อนแรงมาก

ได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ก็พูดขึ้นว่า “พี่จะให้หมอมาดู”

พูดจบ เขาก็เตรียมจะเดินออกไปเรียกหมอ แต่เวิงอี๋กลับพูดว่า “อย่าไปคะ! ฉันกลัว”

เมื่อเห็นเธอมีท่าทางตื่นตระหนกตกใจ เขาจึงตัดสินใจอยู่ต่อ และใช้ออดข้างเตียงเรียกหมอ ส่วนสายจากเจียงซู่ก็ถูกตัดไปนานแล้วตั้งแต่ตอนที่เวิงอี๋ร้องปวดหัว

เวิงอี๋เหลือบมองโทรศัพท์ที่โจวซือเหย่เก็บไป แล้วแสยะยิ้มมุมปากอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อเจียงซู่ได้ยินเสียงสายว่าง ขนตาของเธอก็สั่นระริก และร่างกายก็หนาวเย็นลงกว่าเดิมเพราะเสียเลือด

เจียงซู่กัดฟันขับรถไปโรงพยาบาล ระหว่างทางเธอก็ได้ติดต่อไต้ซานเหอ เธอกลัวว่าจะช็อกตายเพราะเสียเลือดมาก แล้วจะไม่มีใครมาจัดการศพให้

โชคดีที่เธอดวงแข็ง ยังไม่ถึงขั้นช็อกตายเพราะเสียเลือดมาก

ส่วนสาเหตุที่เลือดออกกะทันหันนั้น เป็นเพราะเธอดื่มเหล้ามากเกินไปในช่วงที่แท้งลูก และยังถูกน้องสามีแกล้งให้แช่น้ำเย็น ทำให้ร่างกายบาดเจ็บและฟื้นตัวได้ไม่ดี

ไต้ซานเหอขมวดคิ้วพูดว่า “เรื่องที่แกแท้งลูก โจวซือเหย่รู้หรือเปล่า?”

ใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงซู่ซีดเผือด และดวงตาหม่นหมอง “เขาคงไม่สนใจที่จะรู้”

สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้คงไม่สำคัญ เพราะผู้หญิงที่สามารถให้กำเนิดลูกให้เขาได้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ตอนนี้ก็มีตัวเลือกที่ดีกว่าเธอแล้วไม่ใช่เหรอ

ไต้ซานเหอย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของเธอ และรู้สึกโกรธเคือง “ไอ้ผู้ชายสารเลว!”

หลังจากเฝ้าเจียงซู่ให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล พวกเธอก็ออกจากโรงพยาบาลพร้อมกัน

ที่โถงทางเข้าโรงพยาบาล

เมื่อสายตาของเจียงซู่กวาดมองไปยังจุดหนึ่ง เธอก็หยุดชะงักทันที

ทั้ง ๆ ที่โรงพยาบาลในเมืองเป่ยเฉิงมีตั้งมากมาย แต่เธอกลับโชคร้ายเจอโจวซือเหย่และเวิงอี๋ที่นี่

ตอนนี้เวิงอี๋เหมือนดอกบัวขาวที่อ่อนแอมาก ๆ โดยใช้โจวซือเหย่เป็นที่พึ่ง

มิน่าล่ะเขาถึงไม่รับสายเธอ ที่แท้ก็อยู่กับสาวสวยนี่เอง

“เป็นอะไรไป?” ไต้ซานเหอถามเมื่อเห็นเธอหยุดเดินกะทันหัน และเมื่อเห็นเธอมองไปยังจุดหนึ่งโดยไม่ขยับ เธอจึงมองตามไป

เมื่อเห็นเป้าหมาย ไต้ซานเหอก็หน้าบึ้งทันที

บ้าจริง! ซวยจริง ๆ!

อาจเป็นเพราะสายตาของพวกเธอมองแรงเกินไป จึงดึงดูดความสนใจของโจวซือเหย่

ทันทีที่เขาหันหน้ามาก็สบตากับเจียงซู่พอดี

คิ้วของโจวซือเหย่ขมวดเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น แล้วเดินเข้ามาหา แล้วเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นว่า

“คุณมาทำอะไรที่นี่?”

เมื่อเวิงอี๋เห็นเธอ ก็เดินเข้ามาทักทายก่อนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เจียงซู่ พี่มาเยี่ยมฉันเหรอคะ?”

“พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่? พี่ซือเหย่บอกพี่เหรอคะ?”

ประโยคหลังนี้ ดูเหมือนจะถามเจียงซู่ แต่จริง ๆ แล้วคือพูดให้โจวซือเหย่ฟัง

แต่เธอรู้ดีว่าโจวซือเหย่ไม่มีทางบอกแน่ ๆ ดังนั้นการที่เจียงซู่ปรากฏตัวที่นี่ก็แสดงว่าสะกดรอยตามน่ะสิ

เห็นได้ชัดว่าโจวซือเหย่ก็คิดแบบนั้นจริง ๆ

ถ้าสะกดรอยตามจริง เขาก็จะรู้สึกไม่พอใจ

เป็นสามีภรรยากันมาห้าปี จะบอกว่าเข้าใจโจวซือเหย่มากแค่ไหนก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เจียงซู่ก็ไม่ถึงกับตาบอดจนไม่เห็นอารมณ์ที่ชัดเจนของเขา

ยิ่งค้นพบความจริงนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจมากขึ้นเท่านั้น

ไม่ว่าจะยังไง ตอนนี้เธอก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา แต่เขาไม่คิดจะรักษาหน้าของเธอสักนิดเลยเหรอ?

“พี่ซือเหย่ ดูสิคะ ฉันถึงได้บอกว่าพี่เจียงซู่เป็นคนดี เรื่องเมื่อวานพี่เจียงซู่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายฉันแน่นอน”

เจียงซู่มองดูเวิงอี๋ที่คล้องแขนของโจวซือเหย่ เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงอื่นแตะต้องร่างกายต่อหน้าคนอื่น รวมถึงภรรยาอย่างเธอด้วย เธอกำลังรอให้โจวซือเหย่สะบัดมือออก แต่เขากลับไม่ขยับเลย

ที่แท้ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบ แต่แค่เธอไม่ได้รับอนุญาต
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 433

    โจวซือเหย่กุมมือเธอไว้แน่น ประคองไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนจัด “มีผมอยู่ทั้งคน ผมจะปกป้องคุณกับลูกเอง”สัมผัสจากเขานั้นอุ่นวาบ ทว่าเจียงซู่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ ราวกับถูกงูพิษเย็นชืดเลื้อยผ่าน ผิวหนังที่ถูกเขาแตะต้องเริ่มร้อนรุ่มและเจ็บแปลบ คล้ายกำลังถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนไหม้เกรียมเจียงซู่สะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างแรง เธอถอยกรูดราวกับเห็นสัตว์มีพิษร้ายตัวฉกาจโจวซือเหย่น่ากลัวเกินไป ทั้งความแข็งกร้าว ความอำมหิต ความลำเอียง หรือแม้แต่ความใส่ใจที่เขาหยิบยื่นให้ในตอนนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลย แต่มันขึ้นอยู่กับกระแสอารมณ์ที่แปรปรวนของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครที่มีค่าพอสำหรับเขาจริง ๆ ในวินาทีนั้นเอง เจียงซู่เพิ่งตระหนักชัดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครเลย คนเดียวที่เขารักมาตลอด คือ ตัวเขาเอง ใครก็ตามที่กล้าทำลายสิ่งที่เขากำลังให้ค่า เขาจะกวาดล้างทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้นเจียงซู่เอนกายถอยห่างเพื่อสร้างระยะพ้นภัยจากเขาด้วยท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง “โจวซือเหย่ คุณอยู่ห่าง ๆ จากฉันเถอะ นั่นแหละคือการปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว”

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 432

    “ผมแนะนำให้คุณรับเงินนี่ไว้ดีกว่าครับ ธุรกิจของพ่อคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เงินก้อนนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจก็ได้ครับ”สิ้นประโยคที่แสนเย็นชาพอกับสายตาของหลู่เหยียนนั้น เขาหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะรั้งรอแม้แต่วินาทีเดียวไช่หลานปรี่เข้าไปหาลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก “เสี่ยวอี๋ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมลูกถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้?”เวิงอี๋หน้าซีดเผือด ทว่าดวงตากลับแดงก่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยกก่อนจะโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ “ลูกของหนูไม่อยู่แล้ว! เขาพรากลูกไปจากหนูแล้ว!”คำบอกเล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ไช่หลานหน้าถอดสี ร่างทั้งร่างชาวาบในทันทีทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?ท่ามกลางความโศกเศร้า เปลวไฟแห่งความเคียดแค้นเริ่มสุมทรวงเวิงอี๋ เธอเกลียดความไร้เยื่อใยของโจวซือเหย่สุดหัวใจที่ผ่านมาเขาเคยพะเน้าพะนอตามใจเธอมากยิ่งกว่าใครไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมมาวันนี้ถึงได้สวมวิญญาณคนใจดำอำมหิตเช่นนี้? ก็แค่เด็กเพียงคนเดียว ทำไมเขาถึงปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาดูโลกไม่ได้?เพียงเพราะเจียงซู่ก็กำลังตั้งครรภ์อย่าง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 431

    “อะไรนะ?!”เวิงอี๋เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เลย เธอถึงขั้นคิดสงสัยว่าตนอาจจะหูฝาดไปหรือเปล่าหลู่เหยียนไม่ได้แยแสกับปฏิกิริยาของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปกำชับกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหมอเตรียมการได้เลยครับ”เมื่อได้ยินคำสั่งการที่หลุดออกมาจากปากของหลู่เหยียนเมื่อครู่ ราวกับเป็นการดึงสติที่พร่าเลือนของเธอกลับมาสู่ความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดว่า เธอไม่ได้หูฝาด ใบหน้าของเวิงอี๋พลันเปลี่ยนสีในฉับพลัน “กล้าดียังไงมาแตะต้องฉัน พี่ซือเหย่ไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่” หลู่เหยียนมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับกำลังมองคนโง่เขลาคนหนึ่งที่ยังจมปลักอยู่กับความเพ้อฝัน “คุณคิดว่าถ้าประธานโจวไม่สั่ง ผมจะขยันถึงขั้นยอมสละเวลามาที่นี่กับคุณงั้นเหรอครับ?”เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เธอสำคัญตัวเองผิดไปว่าเขาจะยอมเสียเวลามาปรนนิบัติเธอด้วยความเต็มใจอย่างนั้นหรือสิ้นประโยคนั้นของเขา ใบหน้าของเวิงอี๋ก็ซีดเผือดลงทันที เธอได้แต่พึมพำอย่างไม่ยอมรับความจริงที่รับรู้ “ไม่มีทาง! พี่ซือเหย่ไม่มีวันทำแบบนี้กับฉัน! พี่ซือเหย่ตกลงแล้วว่าจะให้ฉันเก็บเด็กไว้ นายโกหก พี่ซือเหย่ไม่ม

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 430

    ลูกหลานตระกูลโจวทุกคนล้วนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เธอเคยบอกไว้ตั้งนานแล้วว่าเธอจะไม่ไป และพวกเขาก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูดเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขนตาของเวิงอี๋สั่นระริกพลางเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “พี่ซือเหย่พูดเพราะกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า?”“ไม่ใช่ค่ะ”ถ้ามันเป็นแค่คำพูดประชดประชันก็คงดี แต่นี่เห็นชัด ๆ ว่าพี่ชายเธอเอาจริง!นัยน์ตาของเวิงอี๋หม่นแสงลง เจียงซู่มีความสำคัญในใจของโจวซือเหย่ขนาดนี้เลยหรือ? กระทั่งโจวหว่านซินที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ยังต้องถอยไปอยู่อันดับหลังเธอ!ขนาดโจวหว่านซินยังถูกเนรเทศไปไกลขนาดนั้น แล้วหมากในมือเธอตัวนี้ก็คงต้องเสียเปล่า ดูท่าเธอคงต้องหาโอกาสลงมือกับเจียงซู่ใหม่อีกครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เวิงอี๋ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่วงนี้ไม่มีเรื่องไหนราบรื่นเลยจริง ๆพอนึกถึงชะตากรรมของโจวหว่านซิน เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่า ในเมื่อเขาโกรธเคืองน้องสาวแท้ ๆ ได้ขนาดนั้น เขาจะสงสัยไหมว่าเธอเป็นคนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง?เพราะเรื่องที่เธอไปพบกับโจวหว่านซินนั้น แค่สืบดูก็รู้ความจริงแล้วทว่าความคิดที่วูบไหวขึ้นมานั้นก็ถูกกด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 429

    ถ้าไม่มีอะไร อยู่ดี ๆ เธอคงไม่ไปที่จิ่งหยวน และคงไม่ไปหาเจียงซู่ด้วยโจวหว่านซินสบเข้ากับดวงตาที่แผ่กลิ่นอายกดดันของโจวซือเหย่ เธอพยายามปลุกปลอบขวัญตัวเองพลางเอ่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ “เรื่องวันนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ขาหนูเองก็เจ็บจนเดินกะเผลกแล้ว พี่จะมาดุด่าอะไรหนูนักหนา?”ทว่าโจวซือเหย่ในยามนี้กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนดังวันวาน เขาเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ที่ขาพิการนั่นไม่ใช่ว่าเธอทำตัวเองหรอกเหรอ?”“พี่คะ—”โจวหว่านซินคราวนี้ไม่ได้แสร้งบีบน้ำตา แต่เธอเสียใจจริง ๆ พี่ชายพูดกับเธอแบบนี้ได้อย่างไร?โจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้ม “อย่ามาพูดไร้สาระกับพี่!”“...”โจวหว่านซินใจสั่นวูบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจวซือเหย่ที่กำลังเดือดจัด เธอก็อดที่จะหวาดกลัวไม่ได้“พูดมา!”เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า โจวหว่านซินก็ยื่นปากออกมาอย่างแง่งอนก่อนจะโพล่งว่า “หนูก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่น! แค่เพราะยัยนั่นท้อง ทุกคนก็เอาแต่รุมล้อมเอาใจยัยนั่นจนเมินหนูไปหมด หนูอิจฉานี่!”สิ้นเสียงนั้น โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เวินเหยาฉินก็เอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาวพลาง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 428

    สิ้นคำพูดนั้น โจวหว่านซินก็เหมือนถูกจี้เข้าที่จุดตาย สีหน้าของเธอในตอนนี้เกินกว่าจะใช้คำว่าดูไม่ได้มาบรรยายแล้ว ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับว่าน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีถัดไปยามที่โจวซือเหย่ตามใจ เธอจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อเขาเริ่มใช้อำนาจสยบ เธอก็ไม่มีปัญญาจะขัดขืนได้เลยโจวหว่านซินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเตียงของเจียงซู่ด้วยความอัปยศอดสู ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับซ่อนเร้นความเกลียดชังที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้เจียงซู่สัมผัสถึงความเกลียดชังนั้นได้อย่างชัดเจน เธอจึงเอ่ยกับโจวซือเหย่ตรง ๆ ว่า “คุณจะเล่นละครหรืออยากจะสั่งสอนกันจริง ๆ ก็ตาม ไม่ต้องมาทำโชว์ต่อหน้าฉันหรอก ฉันไม่รับมุกนี้”อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจวางแผนไว้ เธอย่อมดูออกโจวหว่านซินคิดว่าการยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงจะช่วยให้พ้นจากข้อสงสัยได้งั้นเหรอ? เธออาจจะเป็นคนโง่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะโง่ตามไปด้วยเจียงซู่แค่นหัวเราะพลางกล่าวต่อ “คุณไม่ต้องมาทำเป็นแสนดีเสแสร้งแบบนี้หรอก ฉันไม่แจ้งความ และคุณก็ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาลากตัวเธอไป อีกอย่าง ต่อให้ฉันแจ้งความจริง ๆ มีคุณอยู่ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status