Share

บทที่ 9

Author: คุณชายสายฝน
คำพูดที่ดูเหมือนจะปกป้องของเวิงอี๋ ในสายตาของเจียงซู่ มันเป็นเพียงการยั่วยุเท่านั้น ราวกับว่าเธอใจกว้างและเห็นอกเห็นใจมากแค่ไหน

ตัวเจียงซู่เองยังไม่ได้พูดอะไร แต่ไต้ซานเหอกลับรู้สึกคลื่นไส้กับท่าทางที่เสแสร้งของเธอ

เธอกำลังจะอ้าปาก แต่ถูกเจียงซู่ดึงไว้ก่อน “ผู้ช่วยเวิง ฉันจำได้ว่าบัวขาวไม่ได้เติบโตในเรือนกระจกนะ”

เวิงอี๋ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้างงงัน “พี่เจียง พี่หมายความว่ายังไงคะ?”

เจียงซู่พูดว่า “ในเมื่อคุณอยากเลี้ยงดอกไม้นี้ ทำไมไม่ศึกษาลักษณะนิสัยล่วงหน้าล่ะคะ สุดท้ายอย่าให้มันตายล่ะ”

ชัดเจนว่าดอกไม้ที่ว่าไม่ใช่ดอกไม้จริง ๆ แต่เธอกำลังพูดในเชิงเปรียบเทียบ

คนอื่น ๆ ที่อยู่ในที่นั้นก็ไม่ใช่คนโง่ ย่อมเข้าใจว่าเจียงซู่กำลังว่าเธอเป็นดอกบัวขาว(ผู้หญิงเจ้าเล่ห์)

เวิงอี๋ทำหน้าน้อยอกน้อยใจ “พี่เจียง พี่มีอคติอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ?”

เจียงซู่โยนคำถามกลับไป “ทำไมฉันถึงต้องมีอคติกับเธอด้วยล่ะ?”

เวิงอี๋ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่กลับหันไปมองโจวซือเหย่ “พี่ซือเหย่ พี่เจียงดูเหมือนจะเข้าใจฉันผิดไปแล้วนะ”

คิ้วของโจวซือเหย่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “เจียงซู่ คุณเลิกงี่เง่าได้ไหม?”

มันน่าสนุกตรงไหน?

จริง ๆ แล้วเจียงซู่ชอบฟังเขาเรียกชื่อเธอมาก เพราะเมื่อคำสองคำนี้ออกมาจากปากเขา เธอก็จะรู้สึกใกล้ชิดราวกับว่าเขาอมเธอไว้ในปาก

แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินอีกครั้ง กลับเหลือเพียงแค่การข่มขู่

ความสนิทสนมที่เธอคิดเองเออเอง ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการหลอกตัวเองเท่านั้น

เจียงซู่มองไปที่เขา สัมผัสได้ถึงคำเตือน ก็รู้สึกหมดแรง

การที่เธอประชดประชันแบบนี้มีความหมายอะไร ก็แค่การข่มขู่ด้วยวาจาเท่านั้น แถมยังทำให้เวิงอี๋หัวเราะเยาะเธออีกด้วย

เจียงซู่ซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดในใจ เปลี่ยนเรื่องพูด “ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ คืนนี้กลับบ้านเร็ว ๆ หน่อยนะ”

เธอรู้ว่าตอนนี้เธอไม่สามารถเรียกเขากลับมาได้ และก็เธอไม่จำเป็นต้องขายหน้าอีกต่อไป

พูดจบ เธอก็พาไต้ซานเหอเดินจากไปก่อน

ขณะที่เวิงอี๋จ้องมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเธอ แววตาก็ฉายแววแห่งความได้ใจ แต่พออ้าปากอีกครั้งกลับเป็นดอกบัวขาวที่อ่อนแอ

“พี่ซือเหย่ ในเมื่อพี่เจียงมีเรื่องจะคุยกับพี่ งั้นพี่ก็กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันเรียกแท็กซี่หาพี่สาวเองได้”

ดูเหมือนคำว่าพี่สาวจะกระตุ้นเส้นประสาทบางเส้นของโจวซือเหย่ เขากะพริบตาและพูดอีกครั้งว่า “พี่จะไปกับเธอด้วย”

ได้ยินดังนั้น เวิงอี๋ก็แอบแสยะยิ้มที่มุมปาก

หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ขึ้นรถของไต้ซานเหอ

เนื่องจากอัดอั้นมาตลอดทาง ในที่สุดไต้ซานเหอก็ระเบิดอารมณ์สบถด่าออกมา “อี๋ นังดอกบัวขาวจริง ๆ ยาเร่งอาเจียนยังไม่มีฤทธิ์เท่ามันเลย ถ้าฉันไม่มารยาทดี ฉันคงอ้วกใส่หน้ามันไปแล้ว”

“โชคดีที่ฉันยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง ไม่อย่างนั้นฉันต้องให้มันจ่ายค่าอาหารให้ฉันแน่! ด้วงขี้ควายใส่หน้ากากจริง ๆ หน้าไม่อายเลย! ฉันว่าตาของโจวซือเหย่คงถูกอุจจาระบังไว้แน่ ๆ สงสัยเป็นพวกเดียวกัน กลิ่นเหม็นเหมือนกัน...”

ปากเล็ก ๆ ของไต้ซานเหอพูดพล่ามไม่หยุด ราวกับปืนกลที่กระสุนเต็มแม็ก ยิงกราดไปทั่ว

แต่พอด่าได้ครึ่งทางก็หุบปากกะทันหัน แล้วหันไปมองเจียงซู่ “เอ่อ โจวซือเหย่ก็ไม่ได้เป็นอุจจาระไปซะทั้งหมดหรอกนะ...”

เพราะยังไงโจวซือเหย่ก็ยังเป็นผู้ชายของเพื่อนสนิทเธอ

ถ้าเขาเป็นอุจจาระ แล้วเจียงซู่ล่ะเป็นอะไร?

เจียงซู่ไม่ได้ปกป้องเขาเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ “แกวิจารณ์ได้ถูกต้องแล้ว”

โจวซือเหย่คืออุจจาระ แต่เธอไม่ต้องการเป็นสุนัขอีกต่อไปแล้ว

ไต้ซานเหอ “...”

เจียงซู่รับฟังอย่างใจเย็นจนเธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

เจียงซู่ถามว่า “แกช่วยพิมพ์ข้อตกลงหย่าให้ฉันอีกชุดได้ไหม?”

ไต้ซานเหอไม่ได้ถามเหตุผล แต่พยักหน้าทันที “ได้เลย”

เจียงซู่ไปที่สำนักงานทนายความพร้อมกับเธอ แล้วกลับบ้านพร้อมกับข้อตกลงหย่าชุดใหม่

เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอจะเรียกเขากลับมาได้ตอนที่โรงพยาบาลได้ จึงให้เวลาเขาได้ตั้งหลักบ้าง แต่โจวซือเหย่กลับไม่ไว้หน้าเธอเลย

เธอรอตั้งแต่เช้าจนค่ำ ในช่วงเวลานี้ แม้ว่าร่างกายจะอ่อนแอมากและอยากพักผ่อนแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ยังคงอดทนรอ

เธอคิดว่าโจวซือเหย่รู้ว่าเธอมีเรื่องจะคุยด้วย น่าจะกลับบ้านเร็ว แต่ความรอคอยของเธอถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องผิดหวังอย่างแน่นอน

เจียงซู่ไม่เพียงแต่รอโจวซือเหย่ที่ไม่กลับมาตลอดทั้งคืน และยังได้รับภาพกอดกันอย่างอบอุ่นของเขากับเวิงอี๋อีกด้วย

รูปภาพนั้นถูกส่งมาจากเวิงอี๋

เวิงอี๋ตาแดงก่ำซบอยู่ในอ้อมกอดของโจวซือเหย่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมุมกล้องหรือเปล่า เจียงซู่พบว่าโจวซือเหย่เองก็ดูเหมือนจะมีน้ำตาซึม

มองดูภาพถ่ายที่ทั้งสองคนแนบชิดกัน เจียงซู่ก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงอกเหมือนกล้ามเนื้อกระตุก ลำคอแน่น และรู้สึกหายใจไม่ออก

เขารักเธอมากขนาดนั้นเลยเหรอ?

แล้วภรรยาอย่างเธอเป็นอะไรกันแน่?

ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมีข้อความเข้ามา และยังคงเป็นเวิงอี๋

[ขโมย! ถ้ามียางอาย ก็รีบหย่ากับซือเหย่ซะ!]

คำว่าขโมย ดูเหมือนจะปักลงกลางใจของเจียงซู่ และฝังรากลึก

เจียงซู่รู้สึกขมขื่นในใจ ที่จริงแล้วเธอรู้ดีว่าการแต่งงานห้าปีนี้ของเธอเป็นการขโมยมา

ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ เธอคงไม่มีทางได้แต่งงานกับโจวซือเหย่ที่อยู่ห่างไกลเกินเอื้อม พวกเขาไม่ใช่คนในโลกเดียวกันด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี้เหมือนฝันสลาย ตอนนี้ได้เวลาที่ทุกสิ่งอย่างจะกลับคืนสู่เจ้าของเดิมแล้ว

นาฬิกาดังติ๊กต๊อก ๆ เวลาผ่านไปทีละนาที เจียงซู่ยังคงไม่ได้ยินเสียงรถที่คุ้นเคยดังมาจากชั้นล่าง ร่างกายที่นั่งอยู่นานก็เริ่มชา

เมื่อมองดูข้อตกลงการหย่าบนโต๊ะกาแฟ เธอก็อดไม่ได้ที่จะโทรไปเร่งรัด

โทรศัพท์ดังอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนรับ จนกระทั่งเจียงซู่คิดว่าไม่มีใครรับแล้ว ในที่สุดก็มีคนรับสาย

เจียงซู่อ้าปากถามว่า “อีกนานแค่ไหนคุณจะ...”

แต่คำว่ากลับบ้านกลับจุกอยู่ในคอทันที เพราะเธอได้ยินเสียงผู้หญิงที่ฟังดูชวนให้คิดลึก

“ซือเหย่ ฉันเจ็บ...”

เสียงกรอบแกรบดังเคล้ากับเสียงปลอบโยนของโจวซือเหย่ “อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็เสร็จ...”

โครม! ในหูมีเสียงดังอื้อ เลือดในร่างกายของเจียงซู่แข็งตัวในทันที ใบหน้าซีดเผือดแทบไร้สีเลือด

ชายหญิงอยู่กันสองต่อสองกลางดึกดื่น เมื่อนึกถึงความเร่าร้อนของโจวซือเหย่บนเตียงในยามปกติ เธอยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีก

“อดทนหน่อยนะ...”

คำคำนี้เหมือนกับคาถาพันธนาการวนเวียนอยู่ในหูของเจียงซู่ไม่หยุด ดวงตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมา แล้วก็หายไปในความมืดมิดในยามค่ำคืนอย่างรวดเร็ว

เธอคิดว่าเธอพร้อมที่จะถอนตัวแล้ว แต่เธอก็ยังประเมินหัวใจตัวเองต่ำไป
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 433

    โจวซือเหย่กุมมือเธอไว้แน่น ประคองไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนจัด “มีผมอยู่ทั้งคน ผมจะปกป้องคุณกับลูกเอง”สัมผัสจากเขานั้นอุ่นวาบ ทว่าเจียงซู่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ ราวกับถูกงูพิษเย็นชืดเลื้อยผ่าน ผิวหนังที่ถูกเขาแตะต้องเริ่มร้อนรุ่มและเจ็บแปลบ คล้ายกำลังถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนไหม้เกรียมเจียงซู่สะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างแรง เธอถอยกรูดราวกับเห็นสัตว์มีพิษร้ายตัวฉกาจโจวซือเหย่น่ากลัวเกินไป ทั้งความแข็งกร้าว ความอำมหิต ความลำเอียง หรือแม้แต่ความใส่ใจที่เขาหยิบยื่นให้ในตอนนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลย แต่มันขึ้นอยู่กับกระแสอารมณ์ที่แปรปรวนของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครที่มีค่าพอสำหรับเขาจริง ๆ ในวินาทีนั้นเอง เจียงซู่เพิ่งตระหนักชัดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครเลย คนเดียวที่เขารักมาตลอด คือ ตัวเขาเอง ใครก็ตามที่กล้าทำลายสิ่งที่เขากำลังให้ค่า เขาจะกวาดล้างทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้นเจียงซู่เอนกายถอยห่างเพื่อสร้างระยะพ้นภัยจากเขาด้วยท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง “โจวซือเหย่ คุณอยู่ห่าง ๆ จากฉันเถอะ นั่นแหละคือการปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว”

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 432

    “ผมแนะนำให้คุณรับเงินนี่ไว้ดีกว่าครับ ธุรกิจของพ่อคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เงินก้อนนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจก็ได้ครับ”สิ้นประโยคที่แสนเย็นชาพอกับสายตาของหลู่เหยียนนั้น เขาหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะรั้งรอแม้แต่วินาทีเดียวไช่หลานปรี่เข้าไปหาลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก “เสี่ยวอี๋ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมลูกถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้?”เวิงอี๋หน้าซีดเผือด ทว่าดวงตากลับแดงก่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยกก่อนจะโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ “ลูกของหนูไม่อยู่แล้ว! เขาพรากลูกไปจากหนูแล้ว!”คำบอกเล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ไช่หลานหน้าถอดสี ร่างทั้งร่างชาวาบในทันทีทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?ท่ามกลางความโศกเศร้า เปลวไฟแห่งความเคียดแค้นเริ่มสุมทรวงเวิงอี๋ เธอเกลียดความไร้เยื่อใยของโจวซือเหย่สุดหัวใจที่ผ่านมาเขาเคยพะเน้าพะนอตามใจเธอมากยิ่งกว่าใครไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมมาวันนี้ถึงได้สวมวิญญาณคนใจดำอำมหิตเช่นนี้? ก็แค่เด็กเพียงคนเดียว ทำไมเขาถึงปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาดูโลกไม่ได้?เพียงเพราะเจียงซู่ก็กำลังตั้งครรภ์อย่าง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 431

    “อะไรนะ?!”เวิงอี๋เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เลย เธอถึงขั้นคิดสงสัยว่าตนอาจจะหูฝาดไปหรือเปล่าหลู่เหยียนไม่ได้แยแสกับปฏิกิริยาของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปกำชับกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหมอเตรียมการได้เลยครับ”เมื่อได้ยินคำสั่งการที่หลุดออกมาจากปากของหลู่เหยียนเมื่อครู่ ราวกับเป็นการดึงสติที่พร่าเลือนของเธอกลับมาสู่ความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดว่า เธอไม่ได้หูฝาด ใบหน้าของเวิงอี๋พลันเปลี่ยนสีในฉับพลัน “กล้าดียังไงมาแตะต้องฉัน พี่ซือเหย่ไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่” หลู่เหยียนมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับกำลังมองคนโง่เขลาคนหนึ่งที่ยังจมปลักอยู่กับความเพ้อฝัน “คุณคิดว่าถ้าประธานโจวไม่สั่ง ผมจะขยันถึงขั้นยอมสละเวลามาที่นี่กับคุณงั้นเหรอครับ?”เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เธอสำคัญตัวเองผิดไปว่าเขาจะยอมเสียเวลามาปรนนิบัติเธอด้วยความเต็มใจอย่างนั้นหรือสิ้นประโยคนั้นของเขา ใบหน้าของเวิงอี๋ก็ซีดเผือดลงทันที เธอได้แต่พึมพำอย่างไม่ยอมรับความจริงที่รับรู้ “ไม่มีทาง! พี่ซือเหย่ไม่มีวันทำแบบนี้กับฉัน! พี่ซือเหย่ตกลงแล้วว่าจะให้ฉันเก็บเด็กไว้ นายโกหก พี่ซือเหย่ไม่ม

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 430

    ลูกหลานตระกูลโจวทุกคนล้วนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เธอเคยบอกไว้ตั้งนานแล้วว่าเธอจะไม่ไป และพวกเขาก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูดเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขนตาของเวิงอี๋สั่นระริกพลางเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “พี่ซือเหย่พูดเพราะกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า?”“ไม่ใช่ค่ะ”ถ้ามันเป็นแค่คำพูดประชดประชันก็คงดี แต่นี่เห็นชัด ๆ ว่าพี่ชายเธอเอาจริง!นัยน์ตาของเวิงอี๋หม่นแสงลง เจียงซู่มีความสำคัญในใจของโจวซือเหย่ขนาดนี้เลยหรือ? กระทั่งโจวหว่านซินที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ยังต้องถอยไปอยู่อันดับหลังเธอ!ขนาดโจวหว่านซินยังถูกเนรเทศไปไกลขนาดนั้น แล้วหมากในมือเธอตัวนี้ก็คงต้องเสียเปล่า ดูท่าเธอคงต้องหาโอกาสลงมือกับเจียงซู่ใหม่อีกครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เวิงอี๋ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่วงนี้ไม่มีเรื่องไหนราบรื่นเลยจริง ๆพอนึกถึงชะตากรรมของโจวหว่านซิน เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่า ในเมื่อเขาโกรธเคืองน้องสาวแท้ ๆ ได้ขนาดนั้น เขาจะสงสัยไหมว่าเธอเป็นคนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง?เพราะเรื่องที่เธอไปพบกับโจวหว่านซินนั้น แค่สืบดูก็รู้ความจริงแล้วทว่าความคิดที่วูบไหวขึ้นมานั้นก็ถูกกด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 429

    ถ้าไม่มีอะไร อยู่ดี ๆ เธอคงไม่ไปที่จิ่งหยวน และคงไม่ไปหาเจียงซู่ด้วยโจวหว่านซินสบเข้ากับดวงตาที่แผ่กลิ่นอายกดดันของโจวซือเหย่ เธอพยายามปลุกปลอบขวัญตัวเองพลางเอ่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ “เรื่องวันนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ขาหนูเองก็เจ็บจนเดินกะเผลกแล้ว พี่จะมาดุด่าอะไรหนูนักหนา?”ทว่าโจวซือเหย่ในยามนี้กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนดังวันวาน เขาเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ที่ขาพิการนั่นไม่ใช่ว่าเธอทำตัวเองหรอกเหรอ?”“พี่คะ—”โจวหว่านซินคราวนี้ไม่ได้แสร้งบีบน้ำตา แต่เธอเสียใจจริง ๆ พี่ชายพูดกับเธอแบบนี้ได้อย่างไร?โจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้ม “อย่ามาพูดไร้สาระกับพี่!”“...”โจวหว่านซินใจสั่นวูบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจวซือเหย่ที่กำลังเดือดจัด เธอก็อดที่จะหวาดกลัวไม่ได้“พูดมา!”เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า โจวหว่านซินก็ยื่นปากออกมาอย่างแง่งอนก่อนจะโพล่งว่า “หนูก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่น! แค่เพราะยัยนั่นท้อง ทุกคนก็เอาแต่รุมล้อมเอาใจยัยนั่นจนเมินหนูไปหมด หนูอิจฉานี่!”สิ้นเสียงนั้น โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เวินเหยาฉินก็เอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาวพลาง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 428

    สิ้นคำพูดนั้น โจวหว่านซินก็เหมือนถูกจี้เข้าที่จุดตาย สีหน้าของเธอในตอนนี้เกินกว่าจะใช้คำว่าดูไม่ได้มาบรรยายแล้ว ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับว่าน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีถัดไปยามที่โจวซือเหย่ตามใจ เธอจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อเขาเริ่มใช้อำนาจสยบ เธอก็ไม่มีปัญญาจะขัดขืนได้เลยโจวหว่านซินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเตียงของเจียงซู่ด้วยความอัปยศอดสู ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับซ่อนเร้นความเกลียดชังที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้เจียงซู่สัมผัสถึงความเกลียดชังนั้นได้อย่างชัดเจน เธอจึงเอ่ยกับโจวซือเหย่ตรง ๆ ว่า “คุณจะเล่นละครหรืออยากจะสั่งสอนกันจริง ๆ ก็ตาม ไม่ต้องมาทำโชว์ต่อหน้าฉันหรอก ฉันไม่รับมุกนี้”อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจวางแผนไว้ เธอย่อมดูออกโจวหว่านซินคิดว่าการยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงจะช่วยให้พ้นจากข้อสงสัยได้งั้นเหรอ? เธออาจจะเป็นคนโง่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะโง่ตามไปด้วยเจียงซู่แค่นหัวเราะพลางกล่าวต่อ “คุณไม่ต้องมาทำเป็นแสนดีเสแสร้งแบบนี้หรอก ฉันไม่แจ้งความ และคุณก็ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาลากตัวเธอไป อีกอย่าง ต่อให้ฉันแจ้งความจริง ๆ มีคุณอยู่ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status