Masuk"เห็นใครก็อยากให้มาเป็นพ่อซะหมด ยัยหนูคิดว่าตัวเองทำแบบนี้มันเหมาะสมแล้วเหรอ"
สองพ่อลูกได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปมองทางเจ้าของเสียงที่กำลังเดินมาทางพวกเขา ก่อนที่ราเชนทร์จะเอ่ยพูดขึ้น
"ไอ้ทัพ นี่มึงแอบฟังกูกับหนูของขวัญคุยกันเหรอวะ เป็นถึงนายหัวมาแอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน ไม่มีมารยาทเลยนะมึง"
จอมทัพนั่งลงข้างเด็กสาวอีกฝั่ง ไม่คิดจะพูดตอบโต้อะไรกลับไปเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ดันบังเอิญเดินมาได้ยินเข้าพอดี แต่ได้ยินไม่ทั้งหมด เขาบังเอิญมาได้ยินแค่ช่วงท้ายๆเท่านั้น พอจะจับใจความได้ว่าทั้งคู่คิดจะทำอะไร
"งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะคุณอา ส่วนเค้กพวกนี้หนูเอาไปแช่ไว้ในตูเย็นนะคะ"
"ครับไปเถอะ"
สิ้นเสียงของราเชนท์ ของขวัญก็รีบเก็บขนมเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะทั้งหมดใส่ในถุงให้เรียบร้อย ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปพร้อมกับถุงขนมเค้กในมือ โดยไม่คิดจะสนใจคนที่มาใหม่เลยด้วยซ้ำ
จอมทัพมองตามหลังเด็กสาวที่เดินหายเข้าไปทางหลังบ้านด้วยความรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของเธอ เพราะเมื่อครู่เขาพูดกับเธอ แต่เธอทำเมินใส่เขาเหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูด อย่างน้อยก็น่าจะยิ้มให้กันสักนิด พูดกันสักหน่อย ไม่ใช่พอเขามาเธอก็ไป ราวกับกำลังหลบหน้าเขาอยู่
ราเชนทร์ที่นั่งมองเพื่อนที่กำลังมองตามหลังลูกสาวของตนไม่วางตา จึงเอ่ยพูดขึ้นกึ่งประชด
"มองขนาดนั้นมึงไม่ตามไปเลยล่ะ"
"มึงพูดอะไรเรื่องกูให้ยัยหนูฟังรึเปล่า ทำไมยัยหนูไม่พูดกับกู"
"กูจะไปรู้มึงเหรอวะ กูไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับมึงเลยนะเว้ย"
สิ้นเสียงของราเชนทร์ จอมทัพก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ จากนั้นก็ดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินกลับขึ้นห้องตัวเองไป
"อะไรของมันวะไอ้แก่นี่ เด็กไม่พูดด้วยเป็นเอามากขนาดนี้เลย" คล้อยหลังเพื่อนราเชนทร์ก็บ่นพึมพำออกมาคนเดียว พลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆให้กับเพื่อนที่ดูท่าอาการหนัก แค่ลูกสาวเขาไม่พูดด้วยก็หน้าหงอยเป็นหมาเฝ้าวัด แล้วถ้าลูกสาวเขาไม่รักจะอาการหนักขนาดไหน...
...
ช่วงหัวค่ำของขวัญเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์หน้าบ้าน ทว่าขณะนั้นเองก็ได้ยินคำเรียกคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
"ยัยหนู" เธอจึงหันหลังไปมองก็เห็นคนตัวโตเดินเข้ามาใกล้ เธอจึงถอยออกห่างอัตโนมัติ ทำเอาอีกคนนึกแปลกใจเข้าไปใหญ่กับท่าทีระวังตัวของเธอ เห็นแบบนี้เขารู้ได้ทันทีว่ามันต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ หรือไม่เธอต้องไปได้ยินเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขามาอย่างแน่นอนถึงได้ระมัดระวังตัวกับเขาขนาดนี้ รอยยิ้มที่เขาเคยได้จากเธอตลอดบัดนี้กลับไม่มีแล้ว เมื่อทนเก็บความแคลงใจเอาไว้ไม่ไหวจึงตัดสินใจเอ่ยถามเธอไปตรงๆ
"ยัยหนูเป็นอะไรรึเปล่า หนูดูกลัวฉันนะ"
"หนูไม่ได้กลัวค่ะ" ของขวัญตอบกลับไปทันควันเพราะกลัวว่าอีกคนจะเข้าใจผิดแล้วคิดไปไกล
"ไม่ได้กลัวแล้วทำไมถึงดูแปลกไป หนูดูไม่อยากพูดกับฉันเลย เหมือนกำลังหลบหน้าฉันอยู่"
ของขวัญไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่กลับมองคนตัวโตตรงหน้าด้วยใบหน้างองำคล้ายกับกำลังงอน จอมทัพที่มองอยู่เห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ และเมื่อเห็นเด็กสาวไม่ตอบ เขาจึงเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู
"ยัยหนูเป็นอะไรครับ"
ทำเอาใจดวงน้อยอ่อนยวบลงทันที รู้สึกอ่อนไหวอย่างง่ายดายเมื่อโดนอีกคนพูดเพราะใส่ แต่ทว่าวินาทีต่อมาก็หลบสายตาเขา ก่อนจะพูดออกมาโดยที่ไม่มองหน้าเขา
"หนูไม่ได้เป็นอะไรค่ะ"
"แน่ใจ" จอมทัพเลิกคิ้วถามย้ำ เพราะอาการของเด็กสาวออกชัดเจนมากว่าเป็น หากบอกไม่ได้เป็นอะไรก็คงจะปากไม่ตรงกับใจ
ของขวัญจึงหันกลับมามองเขา มองโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ขณะที่เขาเองก็มองเธออยู่เช่นกัน แต่เมื่อทนเก็บความรู้สึกที่ค้างคาใจต่อไปเอาไว้ไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจถามออกไปตรงๆ
"ไหนนายหัวเคยบอกหนูว่ายังไม่มีเมียไงคะ แต่กลับเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้ นายหัวโกหก"
จอมทัพได้ยินเช่นนั้นคิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันทันที ก่อนจะคว้าแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างแล้วดึงรั้งเข้าหาตัว ทำเอาเด็กสาวตกใจแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยถามน้ำเสียงเข้ม ไม่ต่างจากใบหน้าเข้มดุ
"หนูไปรู้มาจากไหน ใครบอกหนู" เขาไม่ได้โกรธเด็กสาว แต่โกรธคนที่บอกเธอต่างหาก เพราะหากไม่มีคนบอกเธอก็คงไม่รู้
ด้านของขวัญจึงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบในภาพรวมออกไป เพราะกลัวจะทำน้าสาวของตัวเองเดือดร้อน
"วันนี้หนูไปตัดผม ผู้หญิงของนายหัวก็ไปที่ร้านด้วย แล้วคนในร้านเขาก็เมาท์กัน หนูได้ยินมากับหูค่ะ"
"แล้วเนตรได้พูดอะไรกับยัยหนูไหม"
"เนตร อ๋อ ผู้หญิงคนนั้นของนายหัวเธอชื่อเนตรเหรอคะ" ของขวัญถามอย่างคนไม่เต็มใจที่จะพูดเท่าไหร่ ขณะที่ใบหน้าก็ยังแสดงสีหน้ากระเง้ากระงอดใส่อีกคนอยู่ไม่หาย
จอมทัพจึงเงียบไปครู่หนึ่งขณะมองหน้าเด็กสาวไม่ละสายตา ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป
"ใช่"
"เธอจะมาพูดอะไรกับหนูล่ะคะ ไม่ได้รู้จักกันซะหน่อย"
"ดีแล้ว ดีแล้วล่ะ" เขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆเพราะรู้สึกโล่งใจที่อีกฝ่ายไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเด็กน้อยของเขา ทว่าตัวเด็กสาวกลับเข้าใจไปอีกแบบกับอาการดีใจของเขา
"ดีอะไรคะ นายหัวกลัวว่าหนูจะไปบอกผู้หญิงคนนั้นเหรอว่าลับหลังเธอนายหัวบอกคนอื่นว่ายังโสด"
"ไปกันใหญ่แล้วยัยหนู ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลย"
"แล้วคิดแบบไหนคะ" ของขวัญถามกลับทันควัน จ้องมองคนตัวโตตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองแสดงอาการไม่พอใจออกมาชัดเจนขนาดไหน
จอมทัพที่มองอยู่ก็มีงงกับอาการไม่พอใจของเด็กสาว แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอกำลังหึงตน แต่ทว่าก็เป็นความคิดที่เพ้อฝันเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยตอบเธอไป
"ฉันหมายถึงที่เนตรไม่มายุ่งกับยัยหนูน่ะดีแล้ว แล้วที่ฉันเคยบอกยัยหนูว่าฉันโสดยังไม่มีเมียฉันก็พูดความจริงทุกคำ ฉันไม่เคยโกหกยัยหนูเลยนะ สำหรับฉันเมียก็คือเมียตบเมียแต่งคือคนที่ฉันรัก ส่วนเนตรเป็นแค่ผู้หญิงที่ฉันเลี้ยงไว้คลายเหงา เธอไม่นับว่าเป็นเมีย แล้วตอนนี้ฉันกับเธอก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว ระหว่างฉันกับเธอมันก็แค่อดีต"
สิ้นคำอธิบายของคนตัวโต ของขวัญก็ไม่ได้พูดอะไร เธอเอาแต่มองเขาไม่ละสายตาขณะที่ในหัวกำลังทบทวนคำพูดของเขา ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มพูดต่อ
"หนูเข้าใจไหมยัยหนู ฉันก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยังโสด ฉันยังมีความต้องการเรื่องแบบนั้นอยู่ ที่ฉันเลี้ยงเนตรไว้ก็แค่คลายเหงาเท่านั้น แต่ตอนนี้ฉันเลิกแล้ว ฉันไม่มีใครทั้งนั้น"
สิ้นเสียงทุ้มของขวัญก็ยังเงียบอยู่ ขณะที่มองคนตัวโตตรงหน้าตาปริบๆไม่ละสายตา แต่ไม่นานเธอก็เอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไป
"แล้วทำไมนายหัวถึงเลิกได้ล่ะคะ นายหัวไม่มีความต้องการเรื่องแบบนั้นแล้วเหรอ"
คำถามซื่อๆตรงๆของเด็กสาวทำเอาจอมทัพหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู หากคำถามนี้หลุดจากปากคนอื่นเขาก็คงเฉยๆ แต่พอเป็นเด็กสาวถามมันก็ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน จึงเอ่ยตอบเธอไปน้ำเสียงอ่อนโยน
"มีสิ ถึงฉันจะแก่แต่ฉันก็ยังมีความต้องการอยู่นะ ฉันยังไม่หมดสมรรถภาพเรื่องบนเตียงซะหน่อย"
ของขวัญถึงกับใบหน้าเห่อร้อนเมื่อคิดไปไกลกับคำพูดของอีกคน เม็มปากแน่นด้วยความเขินอายอย่างคนทำตัวไม่ถูก ก่อนจะได้ยินอีกคนพูดต่อ
"ที่ฉันเลิกยุ่งเกี่ยวกับเนตรเพราะตอนนี้ฉันมีคนที่ฉันชอบแล้ว"
จากใบหน้าเขินอายในคราแรก พอได้ยินคนตัวโตพูดมาแบบนั้น ของขวัญก็มีใบหน้าที่เศร้าลงทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่แค่รู้สึกใจห่อเหี่ยวฉับพลันเมื่อได้ยินเขาบอกว่ามีคนที่ชอบแล้ว เธอจึงเอ่ยพูดออกไปน้ำเสียงสั่นๆ
"อ๋อ เพราะแบบนี้นี่เองนายหัวถึงเลิกยุ่งเกี่ยวกับคนชื่อเนตร เพราะนายหัวอยากจะโฟกัสและให้ความสำคัญแค่คนที่ตัวเองชอบใช่ไหมคะ"
"ถูกต้องครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบยืนยันจากปากอีกคน ใบหน้าน่ารักที่เศร้าอยู่แล้วยิ่งเศร้าลงกว่าเดิม รู้สึกเจ็บที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งยังนึกอิจฉาคนที่ถูกเขาชอบด้วย ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนี้ได้ แต่มันก็ห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้จริงๆ โดยที่หารู้ไม่ว่าคนที่เขาชอบนั้นคือตัวเธอเอง
"พรุ่งนี้หนูมีเรียนแต่เช้า งั้นหนูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ" เธอถอยออกห่างจากอีกคนก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเตรียมเดินเข้าบ้าน ทว่าก็ถูกมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้เสียก่อนพร้อมกับเสียงทุ้มพูดออกมา
"ฉันอธิบายไปหมดแล้ว ทำไมยัยหนูยังดูเหมือนโกรธฉันอยู่ล่ะ" เพราะสีหน้าของเด็กสาวมันบ่งบอกให้เขาคิดแบบนั้น จึงไม่อาจวางใจปล่อยเธอเข้าบ้านในสภาพนี้
"หนูจะโกรธอะไรนายหัวได้ล่ะคะ หนูก็แค่ง่วงนอนเฉยๆค่ะ"
"อย่างนั้นเหรอ"
"ค่ะ"
ในเมื่อเด็กสาวบอกมาแบบนั้น เขาจะถามอะไรได้อีก จึงไม่อยากให้มากความเพราะกลัวเด็กมันจะรำคาญเอา
"งั้นยัยหนูไปนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปส่งที่มหาลัยเหมือนเดิมนะ"
"ค่ะ" รับคำจบของขวัญก็เดินเข้าบ้านกลับเข้าห้องไปนอน ส่วนอีกคนก็มองตามหลังเธอจนเธอเดินพ้นสายตา เขาจึงเดินกลับขึ้นห้องตัวเองไปเช่นกัน
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







