LOGINเวลาต่อมา
20:35 น.
“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ
“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ
“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน
“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”
“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น
“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”
“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ขณะคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันยุ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกจากกัน จนอีกคนเห็นแล้วก็ได้แต่นึกเอ็นดู
“หนูกินไปแล้วรึเปล่าแต่ลืมไง”
“ลืมเหรอคะ ไม่นาใช่นะคะ ถ้าหนูกินหนูก็ต้องจำได้สิ” มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น ไม่มีทางที่เธอกินเองแล้วจะจำไม่ได้
“ก็ถ้าจำได้จะมีคำว่าลืมเหรอ”
จริงดั่งเขาว่า หากจำได้ก็คงไม่ลืม ถ้าหากไม่ลืมก็คงจำได้ คำพูดเขาเหมือนจะดูกวนๆ แต่มันก็คือความจริง เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ก็ตัดใจเลิกคิดแล้วเลือกที่จะปล่อยผ่าน
“ช่างเถอะค่ะ เหลือห่อเดียวก็ห่อเดียว” พูดจบก็หันหลังหย่อนก้นนั้งลงบนขอบเตียง แล้วแกะขนมที่มีเหลืออยู่ห่อสุดท้ายนั่งกินไปอย่างชิลๆ แม้จะนึกสงสัยไม่หายแต่ก็ไม่อยากคิดอะไรมาก ในเมื่อหาไม่เจอก็ช่างมัน พรุ่งนี้ค่อยซื้อเอาใหม่ เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้ออกเงินซื้อเอง
“กินเสร็จแล้วอย่าลืมแปรงฟันด้วยนะครับ”
“ค่า~” สิ้นเสียงทุ้มของขวัญก็ตอบรับทันทีน้ำเสียงใสแจ๋ว โดยไม่ได้หันไปมองอีกคนที่ตอนนี้คนเจ้าเล่ห์กำลังแอบยิ้มอยู่ เพราะขนมสองห่อที่หายไปเขาเป็นคนแอบเอาไปทิ้งเอง ไม่ว่าวิธีใดที่ทำให้เด็กสาวกินขนมน้อยลง เขาก็จะทำมันทุกวิถีทางนั่นแหละ
หลังจากกินขนมเสร็จ ของขวัญก็ไปแปรงฟันใหม่ให้สะอาด จากนั้นก็ขึ้นไปนอนเล่นกับอีกคนที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง
ขณะเดียวกันทางด้านจอมทัพที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่พอเห็นเด็กสาวขึ้นมานอนด้วยก็อ้าแขนโอบกอดเธอเข้ามาซบอก แล้วจูบซับศีรษะเล็กเบาๆ ก่อนจะหันไปอ่านหนังสือต่อ ไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานของคนที่นอนซบอกเอ่ยถาม
“นายหัวอ่านอะไรเหรอคะหนูเห็นอ่านอยู่ตั้งนานแล้ว” ขณะที่ถามอีกคน นิ้วเรียวเล็กก็เขี่ยโทรศัพท์ในมือตัวเองเล่นไปด้วย นอนพิงซบอกเขาอย่างสบาย ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยตอบ
“หนังสือเกี่ยวกับการทำไร่ทำสวนทั่วไปนี่แหละ”
“นายหัวเก่งอยู่แล้วยังต้องอ่านอีกเหรอคะ”
“อ่านเสริมความรู้ไงครับ เก่งอยู่แล้วจะได้เก่งขึ้นอีก”
“เก่งไม่พอยังขยันอีก นายหัวของหนูสุดยอดไปเลยค่ะ” ไม่ชมปากเปล่า ยังยกนิ้วโป้งให้อีกคนด้วย ขณะใบหน้าน่ารักเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ก่อนจะกลับมาสนใจเล่นมือถือต่อ จนอีกคนที่มองอยู่อดเอ็นดูไม่ได้กับความน่ารักของเธอ เขาจึงโน้มใบหน้าลงมาจูบซับหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยคำถามหนึ่งที่อยากถามเธอมานานแล้ว แต่เพิ่งจะได้นึกถามเอาตอนนี้
“ยัยหนู ฉันถามอะไรหน่อยสิ”
“ว่ามาเลยค่ะ” ขณะที่พูดกับอีกคน ของขวัญก็เขี่ยมือถือเล่นไปเรื่อย ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาเลย ก่อนจะได้ยินอีกคนถามมา
“ยัยหนูเริ่มชอบฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ”
สิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยถาม ของขวัญจึงเงยหน้ามองอีกคนแล้วถามกลับทันทีแทนที่จะตอบคำถามของเขา
“ทำไมจู่ๆนายหัวถึงถามเรื่องนี้ล่ะคะ”
“ฉันแค่อยากรู้ ตอบมาเร็วครับ” ขณะที่คาดคั้นเอาคำตอบจากเด็กสาว มือใหญ่ข้างที่โอบกอดเธออยู่ก็คอยลูบศีรษะเล็กไปด้วยตลอดเวลา ในบางทีก็คอยเกลี่ยผมดำสลวยของเธอเล่นอย่างหลงใหล ก่อนจะได้ยินเสียงหวานเอ่ยตอบ
“เหมือนจะเป็นตอนที่หนูฝันมั้งคะ”
“ฝันงั้นเหรอ? ฝันว่าอะไรครับ?”
“ตอนนั้นเหมือนหนูจะเป็นไข้ แล้วหนูก็ฝันว่าหนูจูบนายหัวค่ะ” เธอตอบออกไปตามตรง เพราะมาถึงขั้นนี้ไม่จำเป็นต้องเขินหรือมีอะไรต้องปิด ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มพูดต่อ
“ใช่วันที่กลับมาจากกินเลี้ยงกับคนงานหรือเปล่า พอเช้ามาหนูก็ไม่สบาย”
“ใช่ค่ะ นายหัวรู้ได้ยังไงคะ?” ความสงสัยเกิดขึ้นในหัวทันที
“เพราะนั่นไม่ใช่ความฝันครับ แต่ยัยหนูจูบฉันจริงๆ”
“หา!” ของขวัญได้ยินเช่นนั้นก็นอนไม่ติด ดีดตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“หึ ตกใจอะไรครับ วันนั้นแม่หนูไปตลาดกับแม่ฉัน เลยขอให้ฉันไปดูหนูที่เป็นไข้ หนูคงเพ้อจากพิษไข้เลยจูบฉันน่ะ”
“จริงเหรอคะ หนูคิดว่ามันคือความฝันมาตลอดเลย ว่าแล้วทำไมถึงรู้สึกว่าฝันเหมือนจริงขนาดนั้น” พอรู้ความจริงก็ทำเอาเขินอายไม่น้อย แม้มันจะผ่านมานานหลายเดือนแล้วก็ตาม ก่อนจะได้ยินอีกคนถามต่อ เธอจึงตอบกลับไปตรงๆเพราะมาถึงขั้นนี้ไม่มีอะไรต้องเขินอายแล้ว
“แล้วเป็นไง หลังจากจูบฉันยัยหนูก็เริ่มชอบฉันงั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ หลังจากจูบนายหัวความรู้สึกหนูมันก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอนแรกหนูก็ไม่แน่ใจว่าชอบนายหัวหรือเปล่า จนวันที่นายหัวบอกว่ามีคนที่ชอบหนูก็ปวดใจมาก เพราะตอนนั้นหนูไม่รู้ว่าคนที่นายหัวชอบคือตัวหนูเอง หนูถึงได้มั่นใจว่าหนูชอบนายหัวก็ตอนนั้นแหละค่ะ”
พรึ่บ!
สิ้นเสียงหวานที่ตอบร่ายยาวออกมา จอมทัพก็อุ้มเด็กสาวขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งของเขาทันที ก่อนจะเอ่ยเรียกเธอออกไปน้ำเสียงเลื่อนลอยราวกับคนตกอยู่ในภวังค์ ขณะที่มือใหญ่ทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นมาจับกุมดวงหน้าเล็กเอาไว้อย่างทะนุถนอม
“ยัยหนู~”
“คะ?”
“อย่าน่ารักไปกว่านี้ได้ไหมครับ”
“ทำไมล่ะคะ หนูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
“ก็เพราะว่ายังไม่ได้ทำอะไรฉันก็รักยัยหนูจะตายอยู่แล้ว ถ้าเกิดทำตัวน่ารักกว่านี้มีหวังฉันคงได้สิ้นชีพเพราะรักหนูมากเกินไปแน่ๆ”
“หืม~ เลี่ยนมากค่ะนายหัว” คำพูดคำจาที่หวานบาดใจของอีกคนทำเอาของขวัญอดที่จะแซวเขาไม่ได้
“หนูอย่าเล่นสิฉันจริงจังนะ” ไม่พูดเปล่า นิ้วใหญ่ดีดเข้าที่หน้าผากมนเบาๆหนึ่งที ก่อนที่มือเล็กจะยกขึ้นมาลูบหน้าผากของตัวเองปอยๆ แล้วเอ่ยพูดกับเขาขณะใบหน้างองำเล็กน้อย
“แล้วใครว่าหนูเล่นล่ะคะหนูก็จริงจังอยู่”
ฟอด~ ฟอด~
สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็อดไม่ได้ที่จะฉกหอมแก้มนุ่มนิ่มของเด็กสาวฟอดใหญ่ข้างละหนึ่งฟอด เพราะหมั่นเขี้ยวในความน่ารักและความซุกซนของเธอ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น เช่นเดียวกับใบหน้า
“เป็นเมียฉันแล้วฉันไม่ให้ไปไหนแล้วนะ ถ้ายัยหนูคิดจะทิ้งฉันไปฉันจะล่ามโซ่ขังหนูไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย” นี่ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่หากเธอคิดจะทิ้งเขาไปเขาทำจริงแน่
“นายหัวไม่มีวันได้ทำแบบนั้นหรอกค่ะ เพราะว่าหนูไม่มีทางทิ้งนายหัวแน่นอน ผู้ชายดีๆแบบนายหัวทั้งหล่อทั้งรวย มีเงินให้หนูซื้อขนมไม่อั้น หนูทิ้งลงก็คงโง่มาก”
คำพูดของเด็กสาวแม้จะเป็นที่น่าพอใจ ทว่าจอมทัพก็ยังไม่คลายความกังวล จึงเอ่ยถามลองใจเธอ
“แล้วถ้าเกิดยัยหนูเจอผู้ชายที่หล่อกว่าฉันรวยกว่าฉัน ที่สำคัญเด็กกว่าฉันด้วย ยัยหนูจะทิ้งฉันไปหามันไหม” เด็กกว่านี่สิสำคัญ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองนั้นแก่แล้ว หากมีตัวเลือกที่ดีกว่าเขา ก็กลัวเด็กสาวจะหวั่นไหว
“ไม่ค่ะ เพราะเขาไม่ใช่นายหัว ต่อให้เป็นเทพบุตรถ้าไม่ใช่นายหัวหนูก็ไม่เอาค่ะ”
ทว่าคำตอบของเด็กสาวที่ตอบออกมาด้วยท่าทีจริงจังก็ทำให้เขามั่นใจว่าเธอจะรักเขาคนเดียว จึงมีเพียงประโยคเดียวที่เขาอยากจะบอกเธอในตอนนี้
“ยัยหนูของฉัน ฉันรักหนูนะ”
“หนูก็รักนายหัวค่ะ”
สิ้นประโยคบอกรักกลับของเด็กสาว จอมทัพก็จูบซับหน้าผากมนของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธออย่างมีความหมายลึกซึ้งอย่างที่เขาไม่เคยพูดมาก่อน
“ขอบคุณอะไรก็ได้ที่ส่งของขวัญชิ้นนี้มาให้ฉัน ฉันจะเก็บรักษามันไว้อย่างดี ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตฉันก็จะดูแลและปกป้องของขวัญของฉันให้ถึงที่สุด”
สิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาอย่างมีความหมาย ของขวัญรับรู้ได้ถึงความจริงใจของอีกคนที่มีให้กัน เธอไม่พูดอะไรกลับไป แต่เลือกที่จะถามคำถามหนึ่งกับเขาแทน
“นายหัวรู้ไหมคะว่าทำไมหนูถึงชื่อของขวัญ”
“ทำไมเหรอครับ”
“แม่บอกว่าหนูคือของขวัญที่ฟ้าส่งมาให้แม่ แม่ก็เลยตั้งชื่อหนูว่าของขวัญ แล้วถ้าวันนึงหนูมีคนรัก หนูก็คือของขวัญที่ฟ้าส่งมาให้เขา แล้วเขาคนนั้นก็คือนายหัว”
สิ้นเสียงหวาน ปากหนาก็ระบายยิ้มกว้างออกมาทันที บอกได้คำเดียวว่าตอนนี้เขาทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้ไม่ไหวแล้ว
“ขอบคุณนะยัยหนู ที่เกิดมาให้ฉันรัก”
“หนูก็ขอบคุณนายหัวนะคะที่รักหนู”
สิ้นเสียงหวาน ปากหนาก็ประทับจูบลงบนปากบางทันที ก่อนจะขบเม็มริมฝีปากบางบนล่างสลับกันอย่างละเมียดละไมแต่แฝงความเร่าร้อนอยู่ในที มือไม้ก็อยู่ไม่สุข เริ่มลูบคลำไปทั่วเรือนร่างเย้ายวนของเด็กสาว ขณะที่เด็กสาวก็จูบตอบอย่างเป็นงานขึ้น แม้จะยังคงเงอะงะอยู่บ้างแต่เธอก็จูบเก่งขึ้นมาก
จากบทจูบที่นุ่มนวลในคราแรกก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นบทจูบที่เร่าร้อนและดูดดื่ม กระทั่งทั้งคู่ไม่อาจหยุดไว้แค่จูบ เมื่อความต้องการกันและกันมันมีมากเกินจะฉุดรั้ง กิจกรรมเสียเหงื่อบนเตียงก็ได้เริ่มขึ้นในขั้นต่อไป แต่ทว่าบทรักในค่ำคืนนี้จะหยุดไว้ในรอบที่เท่าไหร่ หรือ จะสิ้นสุดเมื่อใดก็สุดแล้วแต่ความพอใจของคนทั้งคู่...
ยัง
มี
ตอน
พิ
เศษ
อย่า
เพิ่ง
ปายยยยย
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







