INICIAR SESIÓNทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน
“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”
“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว“
“ฉันก็รักยัยหนูนะ”
“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู
“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”
หมับ!
สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ
“อื้อ!”
พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ
“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”
“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”
“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเปล่ามือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นมาจับปากตัวเองด้วยความเจ็บ ขณะมองอีกคนอย่างกระเง้ากระงอด ใบหน้าน่ารักยังคงงองำ เมื่อกี้เธอแค่พูดเล่นแต่เขาดันจริงจังไปเสียได้ ถึงกับต้องลงโทษเธอแบบนี้
“ฉันขอโทษ เจ็บมากเหรอครับ” มือใหญ่เลื่อนมาจับปากบางเบาๆ มองสำรวจมันด้วยสายตาที่เป็นห่วง เมื่อครู่เขาแค่ไม่พอใจที่เด็กสาวพูดเหมือนไม่เชื่อมั่นในความรักที่เขามีให้เธอ เขาจึงควบคุมตัวเองไม่อยู่ พอได้สติว่าทำเธอเจ็บก็รู้สึกผิดขึ้นมา
“ไม่มากค่ะ แต่ก็เจ็บ”
“ไหนขอฉันดูหน่อยว่าเป็นแผลไหม” นิ้วชี้ใหญ่เขี่ยริมฝีปากล่างของเด็กสาวให้ปลิ้นออกมาเล็กน้อยแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้าเล็กอีกนิดเพื่อมองสำรวจภายในริมฝีปากด้านในของเธอ พอเห็นว่าไม่ได้เป็นแผลอย่างที่กังวลก็เบาใจขึ้นมาทันที
“ดีนะที่ไม่เป็นแผล”
ขณะเดียวกันดวงตากลมโตคู่สวยของเด็กสาวก็เหลือบไปเห็นกล้วยหอมหวีใหญ่ที่สุกงอมสีเหลืองสวยอร่าม ซึ่งเป็นผลไม้โปรดของเธอ วางอยู่บนชั้นวางของข้างประตูห้อง เห็นเช่นนั้นก็ทำเอาตาลุกวาวทันทีกับความน่ากินของมัน
“โห~ กล้วยหวีใหญ่น่ากินจัง” ก่อนจะลากสายตากลับมามองคนตัวโตตรงหน้าที่กำลังมองเธออยู่ แล้วเอ่ยถามเขาไป
“กล้วยหอมตรงนั้นนายหัวซื้อมากจากไหนเหรอคะ” ขณะปากเอ่ยถาม นิ้วชี้เรียวเล็กก็ชี้ไปยังกล้วยหอมที่วางอยู่ ทว่าอีกคนไม่ได้มองตามเพราะเขาเป็นคนเอากล้วยหอมมาวางไว้เอง ก่อนจะเอ่ยตอบเธอไป
“ลุงแสงตัดมาให้จากสวนนะ ฉันเห็นยัยหนูชอบกินเลยแบ่งเก็บไว้ให้หนูหวีนึง”
“งั้นหนูกินนะ”
“กินเวลานี้ไม่กลัวอ้วนเหรอ”
“ปกติดึกๆเวลาหิวหนูก็ตื่นมากินออกจะบ่อย ถ้าอ้วนหนูคงอ้วนไปนานแล้วล่ะค่ะ”
สิ้นเสียงหวาน ปากหนาก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กกินเก่งตรงหน้า ที่กินเก่งไปเสียทุกอย่างยกเว้นข้าวที่ไม่ค่อยจะแตะเท่าไหร่ จากนั้นก็เอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน
“งั้นถ้าอยากกินก็กินเถอะครับ” พูดจบก็อุ้มเด็กสาวลงจากโต๊ะ เมื่อสองเท้าเล็กแตะพื้น เธอก็รีบเดินเร็วๆไปดึงกล้วยในหวีมาหนึ่งลูก ก่อนจะเดินกลับมาหาเขา เขาจึงช้อนอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนโต๊ะเช่นเดิม จากนั้นก็หยิบกล้วยในมือเล็กมาปอกเอง ก่อนจะยื่นมันกลับคืนให้เด็กสาว พอเธอรับกล้วยไปเขาก็ลากเก้าอี้ที่วางอยู่ข้างๆมานั่งตรงหน้าเธอ แล้วนั่งมองเธอกินกล้วยหอมลูกใหญ่ด้วยสายตาเอ็นดู ไม่ยอมละสายตาไปไหนเลยนอกจากมองเธอกิน
แต่ทว่าในขณะเดียวกันในหัวมันก็ดันเกิดจินตนาการวาบหวิวขึ้นมา ทั้งที่เธอแค่กินกล้วยแต่ทำไมถึงได้ดูเซ็กซี่ขนาดนี้ก็ไม่รู้ หากกล้วยที่เธอกำลังอ้าปากงับมันเข้าไปเปลี่ยนเป็นท่อนเอ็นของเขาแทนคงจะดีไม่น้อย อีกทั้งตั้งแต่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน เธอยังไม่เคยใช่ปากน้อยๆของเธอกลืนกินลูกชายของเขาเลย หากวันนี้ให้เธอลองจัดการมันด้วยปากน้อยๆของเธอคงจะเสียวมากน่าดู เมื่อคิดเช่นนั้นท่อนเอ็นที่อยู่ภายในเป้ากางเกงก็เริ่มแข็งตัวขึ้นมา กระทั่งมันแข่งตัวเต็มที่ก็ไม่อาจทนอยู่เฉยๆปล่อยให้มันสิ้นฤทธิ์ไปเองได้ จึงเอ่ยเรียกเด็กสาวน้ำเสียงกระเส่าเล็กน้อย
“ยัยหนูครับ”
“คะ” เด็กสาวก็ขานรับน้ำเสียงใสแจ๋ว ขณะที่เคี้ยวกล้วยในปากตุ่ยๆ ใบหน้าใสซื่อ ไม่ได้รู้ชะตากรรมตัวเองต่อจากนี้เลย
“หนูอมให้ฉันหน่อยได้ไหม”
“หมดแล้ว ลูกเดียวอิ่มเลยแฮะ”
ขณะที่เขาเอ่ยตอบ เด็กสาวก็ดันพูดขึ้นโดยไม่สนใจที่เขาพูดเลย เพราะเธอมัวแต่สนใจกล้วยหอมของเธอที่กินมันจนหมดลูกแล้ว แต่ก็ยังนั่งมองชื่นชมเปลืองมัน กล้วยหอมแค่ลูกเดียวดึงความสนใจของเธอไปหมดเลย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาได้สติขึ้นมาทันที หากเขาให้เด็กสาวทำตามความต้องการของเขาโดยที่เธอไม่ได้เป็นคนขอทำเอง อีกทั้งหากเธอรังเกียจที่จะใช้ปากกับส่วนนั้นของเขา มันก็จะเป็นการฝืนใจเธอเกินไป ซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
“เมื่อกี้นายหัวว่าอะไรนะคะ?”
“เปล่า ไม่มีอะไรครับ”
เมื่อเด็กสาวเอ่ยถาม เขาก็ไม่รอช้าที่จะตอบปฏิเสธออกไป ทว่าเด็กสาวก็ยังคงถามต่ออีก หนำซ้ำยังทำสีหน้าเหมือนแมวน้อยสงสัยจนน่าเอ็นดู
“แต่เมื่อกี้หนูได้ยินเหมือนนายหัวบอกว่าอมๆอะไรนะคะ?”
“ไม่มีอะไรจริงๆครับ ยัยหนูไปอาบน้ำดีกว่านะเราจะได้มานอนกัน”
“จะไม่มีได้ไงก็เมื่อกี้นายหัวพูดอยู่ หรือนายหัวมีเรื่องอะไรปิดบังหนูอยู่คะ”
ทว่าเด็กสาวก็ยังไม่หยุดสงสัย อีกทั้งยังคิดไปไกล เขาจึงรีบตอบปฏิเสธออกไปทันทีเพราะกลัวเธอจะเข้าใจเขาผิดไปกันใหญ่
“ไม่ใช่ครับ ฉันจะมีเรื่องอะไรปิดบังหนูได้ล่ะ”
“ก็แล้วเมื่อกี้นายหัวพูดอะไรล่ะคะ”
ในเมื่อปฏิเสธเท่าไหร่เด็กสาวก็ยังไม่หยุดถาม เขาจึงตัดสินใจเอ่ยตอบเธอไปตรงๆ
“ฉันแค่อยากให้ยัยหนูอมให้ฉัน แต่ฉันกลัวว่ายัยหนูจะรังเกียจมัน”
“อม? อมอะไรคะ?”
แม้จะพูดขนาดนี้แล้วแต่แมวน้อยขี้สงสัยก็ยังไม่เข้าใจ เขาจึงตอบออกไปอีกครั้งพร้อมกับเอามือลูบเป้าตัวเองเป็นภาพประกอบให้เธอดู คราวนี้ไม่เข้าใจอีกก็ให้รู้ไป
“ก็อมเจ้านี่ไงครับ”
ด้านเด็กสาวเห็นเช่นนั้นก็เหมือนจะตกใจไป ปากบางเม็มเข้าหากันแน่น ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว กลอกตาไปมาไม่กล้าสบตาอีกคนเพราะรู้สึกเขิน ทว่าท่าทีของเธอตอนนี้กลับทำให้เขาคิดตรงข้ามกัน ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยพูดออกมาขณะใบหน้าหล่อคมเข้มที่ห้อมล้อมไปด้วยหนวดเคราบางๆเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดคล้ายกับน้อยใจละคนผิดหวัง
“ไม่ได้ใช่ไหม ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ งั้นยัยหนูไปอาบน้ำเถอะ” ทว่าเด็กสาวก็พูดสวนกลับมาทันควัน
“หนูบอกตอนไหนว่าไม่ได้ ที่หนูเงียบเพราะหนูเขินต่างหาก อีกอย่างหนูก็ทำไม่เป็นด้วย”
จอมทัพได้ยินเช่นนั้นปากหนาก็ระบายยิ้มกว้างออกมาทันทีด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะเอ่ยพูดกับเด็กสาวขณะใบหน้าหล่อเข้มยังคงเปื้อนยิ้ม
“ไม่ยากเลยครับ แค่ยัยหนูเต็มใจเดี๋ยวฉันสอนเอง”
“หนูเต็มใจค่ะ"
พรึ่บ!
สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็อุ้มเด็กสาวลงมานั่งบนพื้นตรงหน้าเขา พร้อมกับเท้าใหญ่ดันพื้นให้เก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ถอยไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้เธอกับเขาอยู่ในระยะที่พอดีกับการทำกิจกรรมต่อจากนี้
จากนั้นเขาก็ไม่รอช้า จัดการปลดหัวเข็มขัดและกระดุมกางเกงยีนส์ที่สวมใส่อยู่ ก่อนจะรูดซิบลงแล้วควักเอาลูกชายที่มันแข็งตัวอยู่ในเป้ากางเกงออกมา แล้วชักสาวมันขึ้นลงเบาๆต่อหน้าเด็กสาวที่นั่งมองมาตาปริบๆ
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







