เข้าสู่ระบบเมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน
“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”
“...”
ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย
“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ
“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”
สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว
“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”
“อะไรทองๆนะ”
เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ
“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงานในไร่ในสวนก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว กลับบ้านมายังมาช่วยหนูดูแลลูกอีก ถึงนายหัวจะเลี้ยงลูกไม่เก่งแต่ทุกอย่างมันค่อยๆเป็นค่อยๆไปได้ค่ะ ตอนนี้เลี้ยงลูกไม่เก่งไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะเลี้ยงเก่งกว่าหนูก็ได้ใครจะไปรู้”
สิ้นคำพูดร่ายยาวของภรรยาตัวน้อยก็ทำเอาจอมทัพซึ้งใจจนแทบน้ำตาไหล เพราะเด็กสาวเมื่อหกปีก่อนตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยทีเดียว มีเหตุผลไม่งี่เง่า กลับเป็นเขาเสียอีกที่แก่ขึ้นทุกวันแต่กลับทำตัวงี่เง่าไร้สาระอย่างที่เธอว่าเข้าไปทุกที
“ขอบคุณนะยัยหนูที่ยอมเหนื่อยเพื่อฉันกับลูกขนาดนี้ ขอบคุณที่หนูยอมเสียสละความสุขในวัยที่ควรจะได้เต็มที่กับชีวิตแต่ก็ต้องมานั่งเลี้ยงลูกให้ฉัน ขอบคุณนะครับที่ทำเพื่อฉันกับลูกขนาดนี้”
“เสียสละอะไรกันคะ ลูกนายหัวก็ลูกหนูเหมือนกัน แล้วนายหัวก็คือสามีที่หนูรักมาก หนูทำเพื่อคนที่หนูรักไม่นับเป็นการเสียสละ มันคือความเต็มใจต่างหากค่ะ”
“ยัยหนูของฉัน น่ารักอะไรอย่างนี้นะ” เมื่อทนมองความน่ารักของภรรยาเฉยๆไม่ไหว จอมทัพจึงเลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับกุมดวงหน้าเล็กเอาไว้อย่างทะนุถนอม แล้วโน้มใบหน้าลงไปกดหอมแก้มนุ่มนิ่มของภรรยาข้างละหนึ่งฟอดเต็มๆปอดอย่างชื่นใจ
ฟอด~ ฟอด~
ก่อนจะได้ยินเสียงหวานพูดต่อ...
“นายหัวไม่เรียกหนูว่ายัยหนูแล้วได้ไหมคะ ตอนนี้หนูเป็นแม่คนแล้ว เรียกยัยหนูมันดูเด็กไปค่ะ”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ฉันว่าน่ารักดีออก อีกอย่างฉันก็เรียกของฉันแบบนี้มาตลอดจนชินแล้ว แต่ถ้ายัยหนูจะให้เปลี่ยนคำเรียกใหม่ก็ได้อยู่นะครับ แต่มีข้อแม้...” คนเจ้าเล่ห์มักจะมีลูกเล่นอยู่เสมอ
“ข้อแม้อะไรคะ”
“ยัยหนูก็ต้องเรียกฉันใหม่เหมือนกัน”
“ได้ค่ะ แล้วนายหัวอยากให้หนูเรียกนายหัวว่าอะไรล่ะคะ”
สิ้นเสียงหวาน มุมปากหนาก็กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยตอบเธอไป
“พี่ทัพ”
“พี่เหรอคะ” ถ้าจะให้เรียกพี่มันก็ได้อยู่แล้ว แต่มันก็เกิดคำถามขึ้นในหัวของเธอ อายุของเขากับเธอห่างกันราวพ่อลูก เรียกเขาว่าพี่มันเหมาะสมงั้นเหรอ ทว่าอีกคนดันรู้ทันความคิดของเธอเข้า
“ทำไม ยัยหนูคิดว่าฉันแก่เกินไปใช่ไหม เรียกพี่มันคงกระดากปากสินะ”
“ไม่ใช่นะคะ หนูยังไม่ได้พูดอะไรซะหน่อย”
“ไม่พูดแต่คิดนานเชียวนะ”
ของขวัญเม็มปากแน่น ไม่ใช่ว่าเถียงไม่ออกแต่เพราะไม่รู้จะเถียงยังไงมากกว่า ก็เขาดันรู้ทันเธอไปหมดแบบนี้แล้วเธอจะไปทางไหนได้ ไม่นานก็ได้ยินเขาพูดต่อ
“ไหนลองเรียกพี่ทัพให้พี่ฟังหน่อยสิ”
ใช้ให้เธอเรียกพี่อีกทั้งยังแทนตัวเองว่าพี่กับเธออีก ก็ทำเอาเธอเขินขึ้นมาทันทีจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่
“ยัยหนูยิ้มอะไรครับ หรือว่ากำลังล้อฉันอยู่ในใจ” เขาไม่ถามเปล่า ยังมองเธอด้วยสีหน้าจับผิดอีก
“เปล่าค่ะเปล่า ใครจะกล้าล้อนายหัวล่ะคะ” ของขวัญรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเร็ว
“งั้นเรียกพี่ให้ฟังหน่อยเร็ว“
สิ้นคำขอของอีกคน ของขวัญก็ยืนยิ้มขณะบิดกายไปมาเล็กน้อยด้วยความเขินอายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียกเขาอย่างที่เขาอยากให้เรียก
“พี่ทัพ”
“แบบนี้สิ น่ารักมากเลยเมียพี่” ไม่ชมเปล่า มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบแก้มนุ่มนิ่มของภรรยาตัวน้อยไปมาเบาๆด้วยความเอ็นดูและหมั่นเขี้ยวในความนารักของเธอ ก่อนจะได้ยินเสียงหวานพูดต่อ
“งั้นพี่ทัพลองเรียกหนูใหม่บ้างสิคะ”
สิ้นเสียงหวาน จอมทัพจึงไม่รอช้าจัดให้เธอตามคำขอทันที
“หนูขวัญ”
“หนูขวัญเหรอ นี่เรียกใหม่แล้วเหรอคะ”
“ใช่ครับ ก็ปกติพี่เรียกยัยหนู แต่นี่เปลี่ยนเป็นเรียกหนูขวัญแทนไงครับ หนูไม่โอเคเหรอ”
“ไม่ใช่ไม่โอเคค่ะ แต่ปกติบางทีนายหัว ไม่สิ พี่ทัพก็เรียกหนูว่าหนูขวัญอยู่บ่อยๆเหมือนกันหนิคะ ไม่เห็นจะเรียกใหม่ตรงไหนเลย” แม้จะไม่ชินกับการเรียกเขาว่าพี่ แต่ในเมื่อเขาอยากให้เรียกเธอก็ต้องฝึกเรียกให้ชิน หากเรียกจนติดปากก็คงชินไปเอง
“เอาเถอะเรียกแบบนี้แหละพี่ชอบ น่ารักดีออก”
“งั้นก็ได้ค่ะ แล้วแต่พี่เลย อยากเรียกอะไรก็เรียกหนูได้หมดแหละ”
“น่ารักมากครับเมียพี่ แต่ได้หมดจริงเหรอ หื้ม” ไม่ถามเปล่า มือใหญ่ข้างหนึ่งคืบคลานลงไปขย้ำก้นกลมมนเบาๆเพื่อหยอกเย้าเจ้าของมัน ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งกับสัมผัสของมือใหญ่ เธอจึงบ่นเขาทันที
“นี่มันคนละเรื่องแล้วค่ะ พี่ชอบโยงไปเรื่องใต้หว่างขาตลอดเลย คนลามก” แม่ปากจะต่อว่าสามี แต่ก็ยังยืนนิ่งยอมให้สามีลูบคลำร่างกายได้อย่างตามใจเขา ไม่เห็นจะต่อต้านเหมือนปากเลย
“พี่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ หนูขวัญต่างหากที่ลามกคิดทะลึ่งไปเอง”
“ใครคิดทะลึ่งคะ หนูเปล่า”
“เหรอครับ”
“ใช่ค่ะ อย่ามาทำเป็นจับผิดหนูนะ หนูไม่ได้คิดอะไรเลย~”
“หึ เสียงสูงซะด้วย ไม่คิดก็ไม่คิดครับ”
“ชิ ไม่พูดกับพี่แล้ว ปล่อยหนูได้แล้วค่ะหนูจะไปอาบน้ำนอนแล้ว” ขณะที่ยืนหยอกเย้ากันเขาก็กอดเธอเอาไว้ไม่ปล่อย ถ้าเขาไม่ปล่อยเธอก็ไปไหนไม่ได้ ทางด้านจอมทัพจึงยอมปล่อยภรรยาตัวน้อย ก่อนจะเอ่ยถามเธอต่อ
“แล้วลูกล่ะครับ หลับแล้วเหรอ”
“ยังไม่หลับค่ะอยู่กับแม่ คืนนี้แม่เอาเจ้าขุนไปนอนด้วย”
“งั้นคืนนี้ก็ทางสะดวกสิ”
“ใช่ค่ะ แต่ถ้าตามหนูไม่ทันก็อดนะ”
ฟึบ!
พูดจบของขวัญก็รีบหันหลังสับขาวิ่งเข้าบ้านไปทันที ทิ้งให้อีกคนได้แต่ยืนยิ้มด้วยความหมั่นเขี้ยวกับความซนของเธอ
“หึ ตัวแสบคิดเหรอว่าจะหนีพี่พ้น คืนนี้หนูไม่รอดแน่ พี่จะไม่ให้นอนทั้งคืนเลยคอยดู” พูดกับตัวเองจบก็รีบเดินเร็วๆก้าวขายาวๆตามไปจัดการภรรยาตัวน้อยทันที...
.....
เวลาล่วงเลยหลังจากนั้นไปอีกหนึ่งปี ทั้งคู่ก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวอีกหนึ่งคน โดยตั้งชื่อว่า เจ้าขา อายุห่างกับพี่เจ้าขุนสองปีกว่า และแน่นอนงานนี้มีลูกรักของพ่อและลูกรักของแม่ ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ว่าใครเป็นลูกรักของใคร แน่นอนว่าลูกสาวตัวน้อยที่ถอดแบบแม่มาทุกระเบียบนิ้ว ตั้งแต่หน้าตายันสีผิวได้แม่หมด เหมือนกับมีของขวัญตัวน้อยอีกคน จนคนเป็นพ่อแทบจะไม่ออกไปทำงานทำการเลย วันๆเฝ้าแต่ลูก ส่วนคนเป็นแม่ที่เห็นว่าคนเป็นพ่อเอียงไปทางลูกสาว เธอจึงเอียงมาทางลูกชายเพราะอยากให้ลูกได้รับความรักที่เท่าเทียมกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความรักที่ทั้งสองคนมีให้ลูกชายและลูกสาวก็ไม่ได้รักใครไปมากกว่าใครเลย ซื้ออะไรให้ก็ซื้อให้ทั้งคู่ ไม่มีซื้อให้คนนั้นแต่ไม่ซื้อให้คนนี้ แค่บางทีคนเป็นพ่ออาจจะทะนุถนอมลูกสาวมากกว่าลูกชายเพราะเห็นว่าอีกคนเป็นพี่อีกทั้งยังเป็นผู้ชาย หากเลี้ยงทะนุถนอมดั่งลูกสาวก็คงไม่ได้ พวกเขาแค่เลี้ยงดูลูกๆทั้งสองคนไปตามความเหมาะสม ตามเห็นสมควรเท่านั้น ซึ่งคำว่ารักลูกลำเอียงจะไม่ให้เกิดแก่บ้านนี้เด็ดขาด
แต่ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ คนเป็นแม่ก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจของคนเป็นพ่อเสมอ แม้จะมีเบบี๋ตัวน้อยที่ถอดแบบแม่มาเป๊ะ ก็ยังสู้แม่ไม่ได้อยู่ดี...
...จบบริบูรณ์... #ขอบคุณนักอ่านผู้น่ารักทุกคนที่ติดตามผลงานของไรท์ ไรท์จะตั้งใจทำผลงานเรื่องต่อๆไปของไรท์ให้ดีที่สุดครับ#ฝากนามปากกา อิมอิน ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะครับ
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







