LOGINสองเดือนต่อมา
หลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้ว
ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอ
ทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการคอยกันพวกเด็กหนุ่มเหล่านั้นอยู่เรื่อย แต่เขาก็ไม่เคยหวั่น ต่อให้มีมาอีกเป็นร้อยเป็นพันคนเขาก็จะคอยกีดกันออกไปให้หมด จะไม่ให้ใครหน้าไหนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเมียเด็กของเขาได้
ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จอมทัพก็จะเข้าสวนเป็นปกติอยู่แล้ว แต่หากเมียเด็กของเขาไม่มีเรียนเธอก็จะขอตามไปด้วยตลอด ซึ่งถ้าวันไหนอากาศดีเขาก็จะพาเธอเข้าสวนไปด้วย แต่ถ้าวันไหนแดดแรงหรือมีฝนปรอยต่อให้เธออ้อนยังไงเขาก็ไม่พาไป เพราะคำนึงถึงสุขภาพของเธอเป็นหลัก เพราะหากพาเธอไปลำบากจนไม่สบายขึ้นมาเขาเองนี่แหละที่จะปวดใจ สู้ให้เธออยู่บ้านสบายๆดีกว่าเขาจะได้สบายใจ
แต่ทว่าวันนี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใสอีกทั้งแดดก็ไม่แรง เขาจึงพาเด็กสาวเข้าสวนมาด้วย ซึ่งวันนี้เขาเข้ามาดูสวนปาล์ม จึงพาเด็กสาวไปนั่งรอเขาที่บ้านพักหลังสวนปาล์มที่เดิมที่เขาเคยพาเธอมาหลายครั้งแล้วในคราวที่เธอขอตามมาด้วย โดยเตรียมเสบียงขนมนมเนยไว้ให้เธอพร้อม หากเธอหิวจะได้กินเลย หากเธอง่วงก็แค่เดินเข้าไปนอนข้างในบ้านที่มีเตียงนอนนุ่มๆไว้ให้เธอนอน มีผ้าห่มผืนหนาไว้ให้เธอห่ม มีห้องน้ำอยู่ในตัวคอยให้อำนวยความสะดวกในยามที่เธอปวดหนักปวดเบา อยู่สบายเทียบเท่าบ้านหลังหนึ่ง ส่วนตัวเขาก็เข้าสวนไปดูคนงานที่มาถางวัชพืชที่ต้องกำจัดออก
ทางด้านของขวัญที่อยู่บนบ้านพักคนเดียวรอให้อีกคนทำงานเสร็จ เธอก็เดินเล่นสำรวจภายในบ้านไปทั่วขณะที่มือถือขนมหยิบป้อนเข้าปากไปด้วย แม้ว่าจะมาที่นี่หลายครั้งแล้วแต่ก็มองสำรวจซ้ำๆไม่มีเบื่อ ตามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อสายตาไปสะดุดกับรูปถ่ายรูปเดิมที่ในตอนเห็นมันครั้งแรกก็ได้แต่นึกสงสัย ว่าผู้ชายอีกคนในรูปที่ถ่ายกับคนรักของเธอเป็นใครทำไมเธอถึงได้รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ในตอนนั้นก็ไม่เคยเจอกันมาก่อน ทว่าในตอนนี้เธอได้กระจ่างแล้วว่าความรู้สึกคุ้นเคยที่เกิดกับผู้ชายคนดังกล่าวเป็นเพราะอะไร นั่นก็เพราะเขาคนนั้นคือพ่อผู้ให้กำเนิดเธอนั่นเอง จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกเช่นนั้น มันเป็นเพราะความผูกพันทางสายเลือดที่เชื่อมโยงความรู้สึกพ่อลูกเอาไว้
โดยที่ตอนนี้มีรูปถ่ายอีกหลายใบเพิ่มขึ้นมา เป็นรูปของเธอกับคนรักในอิริยาบถต่างๆที่เธอแค่ถ่ายเก็บไว้ในโทรศัพท์เล่นๆ ทว่าอีกคนดันเอาไปอัดรูปใส่กรอบอย่างดีแล้วเอามาแขวนไว้ที่นี่ อีกทั้งในห้องนอนที่บ้านก็มีอีกหลายรูป รวมถึงภายในบ้านตอนนี้แทบจะเต็มไปด้วยรูปของเธอกับเขาที่ถ่ายคู่กัน จนเธอไม่นึกเลยว่าคนที่อายุใกล้จะสี่สิบอย่างเขาจะคลั่งรักได้มากขนาดนี้ ราวกับคนหนุ่มสาวที่ไฟในตัวเรื่องความรักลุกโชนตลอดเวลา แม้อายุเขาจะมากแล้วแต่ดูท่าคงไม่หมดไฟเรื่องคลั่งรักง่ายๆ แต่ทว่ามันก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งเวลาที่เขาทำอะไรแบบนี้ ยิ่งเขาแสดงออกด้วยการกระทำว่ารักเธอมากเท่าไหร่ เธอเองก็ยิ่งรักเขามากขึ้นไม่ต่างกันเลย
และเมื่อมองชื่นชมรูปถ่ายภายในบ้านพักจนพอใจแล้ว เธอก็เดินชิลๆไปนั่งกินขนมตรงปลายเตียง กระทั่งผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆ ในระหว่างนั้นเธอที่นั่งๆนอนๆโดยมีขนมกินไม่ขาดปากก็วนลูปกลับมานั่งกินขนมตรงปลายเตียงเช่นเดิม ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยของอีกคนดังมาจากด้านนอก
“ยัยหนูฉันกลับมาแล้ว”
“หนูอยู่ข้างในค่า~” เธอตอบกลับไปน้ำเสียงใสแจ๋วขณะยังคงนั่งกินขนมชิลๆอยู่ที่เดิม ก่อนจะเห็นร่างสูงใหญ่ของคนรักเดินเข้ามาในบ้าน เธอจึงฉีกยิ้มหวานให้เขาจนตาเป็นสระอิ จนอีกคนทนมองความน่ารักของเธอเฉยๆไม่ไหว เขาจึงรีบเดินเข้ามาหาเธอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มนุ่มนิ่มของเธอข้างละหนึ่งฟอดเต็มๆปอดอย่างชื่นใจ
ฟอด~ ฟอด~
จากนั้นจอมทัพก็ผละใบหน้าออกแล้วย่อตัวนั่งลงข้างเด็กสาว แต่พอเห็นเธอเอาแต่กินขนมซองไม่หยุดปาก ตั้งแต่ตอนมาจนถึงตอนนี้ก็ยังเห็นเธอกินมันอยู่ เขาจึงดันตัวลุกขึ้นเดินไปดูซากถุงขนมในถังขยะที่วางอยู่หน้าห้องน้ำว่าเธอกินไปเยอะประมาณไหน พอเห็นว่าซากถุงขนมเกือบเต็มถังอีกทั้งซากขวดน้ำอัดลมขวดเล็กขนาดสามร้อยสามสิบเอ็มแอลอีกสี่ขวดก็ทำเอาอดห่วงไม่ได้ จึงเดินกลับไปนั่งข้างเด็กสาวที่ยังนั่งกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะบ่นเธอไปในขณะที่คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“ยัยหนูกินขนมเยอะอีกแล้วนะ หนูกินแต่ขนมข้าวไม่ค่อยกินเดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก”
“ก็ข้าวมันไม่อร่อยเท่าขนมหนิคะ”
เมื่อเด็กสาวเถียงกลับมาทันควัน เขาก็อยากจะดุเธอทันที ไม่ก็จับมาตีสักทีสองทีแต่ก็กลัวเธอจะน้อยใจจนร้องไห้งอแงอีก จึงได้แต่คิดแต่ไม่กล้าทำ เพราะมีเมียเด็กอีกทั้งขี้แยเป็นที่หนึ่งจึงต้องทำใจ ทว่าก็ยังอดบ่นต่อไม่ได้อยู่ดี
“แต่หนูกินเยอะทุกวันแบบนี้มันไม่ดีต่อร่างกายนะ”
“ก็ขนมมันอร่อยหนูเลิกกินไม่ได้ค่ะ”
เด็กสาวก็ยังคงเถียงกลับหน้าซื่อตาใส เพราะแบบนี้เขาถึงใจอ่อนทุกที แต่ทว่าเรื่องนี้มันส่งผลถึงสุขภาพของเธอ เขาจึงต้องใจแข็งเข้าไว้
“ฉันไม่ได้ให้หนูเลิกกิน แต่ให้กินน้อยลงหน่อยได้ไหม โดยเฉพาะน้ำอัดลมมันกัดกระเพาะหนูไม่ควรกินเยอะเกินไป”
“งั้นพรุ่งนี้หนูจะลดลงอีกขวดค่ะ แบบนี้ได้ไหมคะ”
“เฮ้อ~ แล้วแต่ยัยหนูละกัน ฉันพูดไปยัยหนูก็ไม่ฟังอยู่ดี งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ” พูดจบเขาก็ดันตัวลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินออกไปทันที เพราะเหนื่อยที่จะพูดกับเด็กดื้อแล้ว สำหรับเขาต่อให้เธอลดน้ำอัดลมลงอีกขวดมันก็ยังเยอะอยู่ดีถ้าเทียบกับที่เธอกินอยู่ทุกวัน แม้จะเป็นห่วงเธอมากแค่ไหนแต่หากเจ้าตัวไม่ฟังกันแบบนี้พูดไปก็ไร้ประโยชน์ จึงทำได้แค่เฝ้าระวังเธออย่างห่วงๆอยู่แบบนี้
ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาบ่นเธอเรื่องขนม และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอรับปากบอกจะกินมันให้น้อยลงแต่เธอก็ไม่เคยทำได้สักที เขาก็ยังเห็นเธอกินเยอะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่สุดท้ายก็ผิดที่เขาอยู่ดีเพราะไม่ว่าจะยังไงเขาก็เป็นคนซื้อให้เธอกิน ไม่เคยใจแข็งได้สักที แค่โดนเธออ้อนนิดอ้อนหน่อยก็นอนตายราบอยู่ตรงนั้นแล้ว
แต่ทว่าไม่ทันที่เขาจะเดินพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงหวานพูดขึ้นน้ำเสียงน้อยใจจนเขารับรู้ได้ อีกทั้งยังฟังดูสั่นเครือ
“อยู่กับแม่แม่ไม่เห็นบังคับเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใจแกร่งก็กระตุกวูบทันที พร้อมกับความกลัววิ่งกรูเข้ามาเกาะกินใจแกร่ง เพราะคำพูดของเด็กสาวก็ไม่ต่างอยู่กับแม่ดีกว่าอยู่กับเขา แค่คิดว่าเธอไม่อยากอยู่ด้วยเขาก็แทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว จึงหันกลับไปมองเด็กสาวทันที ก็เห็นว่าเธอกำลังร้องไห้น้ำตาเต็มสองแก้ม แค่เพียงพริบตาเดียวที่เขาหันหลังให้เธอก็ร้องไห้แล้ว ช่างเป็นเด็กน้อยขี้แยเสียจริง เธอคงไม่รู้ว่าเวลาเขาเห็นน้ำตาของเธอเขาปวดใจมากแค่ไหนถึงได้ร้องไห้เป็นว่าเล่นแบบนี้ เอาน้ำตาเข้าสู้กับคนอย่างเขาบอกเลยว่าเธอชนะตั้งแต่น้ำตายังไม่ไหลด้วยซ้ำ เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาเด็กสาวแล้วย่อตัวนั่งลงข้างเธอ ก่อนจะอุ้มเธอมานั่งบนตักแกร่ง โอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ แล้วเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฉันไม่ได้อยากบังคับ ฉันแค่เป็นห่วงยัยหนู ถึงหนูยังเด็กร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่ แต่หากมีร่างกายดีๆแล้วไม่ดูแลมันก็พังได้เหมือนกัน ที่ฉันคอยบ่นคอยดุเพราะฉันรักและเป็นห่วงยัยหนูมากนะครับ”
ด้านของขวัญได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทุกอย่างดี เธอรับรู้ถึงความรักและความห่วงใยที่อีกคนมีให้กัน ถ้าจะให้เธอลดขนมลงหน่อยก็ย่อมได้ แต่จะให้กินน้อยลงในคราวเดียวคงไม่ได้ มันต้องค่อยๆลดลงวันละนิดซึ่งเธอก็ทำอยู่ แต่เหมือนเขาจะไม่สังเกตเห็นถึงได้บ่นเธออยู่แบบนี้
“หนูรู้ว่านายหัวเป็นห่วงหนู แต่หนูก็กำลังลดอยู่นะคะ” ขณะที่เธอพูด มือใหญ่ของอีกคนก็เช็ดน้ำตาให้เธอไปพลาง
“งั้นเหรอ แต่ทำไมฉันเห็นยัยหนูยังกินเยอะเหมือนเดิมเลยล่ะ” ลดอยู่ที่ว่าของเธอคือลดยังไง ทำไมเขาถึงไม่เห็นความพยายามของเธอเลย
“หนูลดอยู่จริงๆนะคะ เมื่อวานหนูกินเป๊ปซี่ไปห้าขวด แต่วันนี้หนูกินแค่สี่ขวดเองค่ะ ขวดเล็กนะคะไม่ใช่ขวดใหญ่ซะหน่อย”
“ขืนกินขวดใหญ่เยอะขนาดนั้นมีหวังป่านนี้หนูคงนอนอยู่โรงพยาบาลแล้วล่ะ แล้วนี่มันยังกลางวันอยู่เลย อีกเดี๋ยวพอเย็นยัยหนูก็ชวนฉันออกไปซื้อขนมอีก”
“ไม่แล้วค่ะ หนูสัญญาว่าตั้งแต่วันนี้ไปหนูจะซื้อขนมวันละครั้งพอ แล้วแต่ละครั้งที่ซื้อหนูจะซื้อให้น้อยลงเรื่อยๆจนกว่านายหัวจะพอใจเลยค่ะ แต่อย่าให้หนูเลิกขาดก็พอ ได้ไหมคะ” ไม่พูดเปล่า สองแขนเรียวเล็กเลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนา ทำตาปริบๆตีหน้าเศร้าอ้อนอีกคน แต่เธอหารู้ไม่ว่าไม่ต้องอ้อนขนาดนี้เขาก็แพ้ตั้งแต่เสียงหวานๆของเธอแล้ว
“ได้ครับ แต่สัญญาแล้วต้องทำให้ได้ด้วย ถ้าหัดเป็นเด็กเลี้ยงแกะฉันจะลงโทษหนู” แต่จะลงโทษเธอด้วยวิธีใดนั่นก็สุดแล้วแต่ความพอใจของเขา
“ได้ค่ะหนูทำได้แน่นอน ถ้าหนูทำไม่ได้ตามที่สัญญาไว้นายหัวจะลงโทษหนูยังไงก็ได้เลยค่ะ”
“พูดแล้วนะ”
“ค่ะ”
“โอเค แล้วฉันจะคอยดูความพยายามของยัยหนูนะ”
“ครับผม”
สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยรับคำอย่างทะเล้นทั้งที่ก่อนหน้ายังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่เลย ปากหนาจึงยิ้มตามไม่หยุดกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กน้อยบนตั้ง จนไม่อาจทนมองเธอเฉยๆได้ จึงโน้มใบหน้าลงไปฟัดซอกคอหอมๆของเธออย่างหมั่นเขี้ยว จนเด็กสาวหัวเราะร่าออกมาไม่หยุดเพราะรู้สึกจั๊กจี้ที่เขาทำ อีกทั้งลามมาหอมแก้มซ้ายแก้มขวาของเธอจนแสบหน้าไปหมดเพราะระคายเคืองจากหนวดเคราของเขา กระทั่งเธอหัวเราะจนเหนื่อยกว่าที่เขาจะหยุดฟัดเธอ
“พอแล้วค่ะนายหัวหนูเหนื่อยแล้ว”
“หึ เด็กอะไรผิวบางซะจริง ดูสิฉันแหย่นิดเดียวหน้าแดงคอแดงหมดแล้ว” ไม่พูดเปล่า ยังบีบแก้มเธอที่แดงก่ำด้วยน้ำมือตัวเองอย่างหมั่นเขี้ยว ทว่าก็ไม่ได้บีบแรงเพราะกลัวแก้มเด็กสาวจะช้ำไปมากกว่าเดิม อุตส่าห์ทะนุถนอมสองแก้มนี้มาตั้งนาน แต่วันนี้มันอดใจไม่ไหวจริงๆ
“ก็หนวดนายหัวมันตำหนูหนิคะ”
“หึ เอาล่ะฉันไม่แกล้งแล้ว งั้นเรากลับบ้านกันดีกว่าครับ”
“ค่ะ”
เมื่อหยอกเย้ากันพอหอมปากหอมคอและเข้าใจกันดีแล้ว ทั้งคู่ก็พากันกลับบ้านทันที...
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







