Masuk“กูไปด้วย” จอมทัพที่นั่งมองเงียบๆอยู่นานพูดขึ้นทันทีเมื่อเด็กสาวเอ่ยตอบพ่อของเธอไปเช่นนั้น ก่อนที่ราเชนทร์จะหันมาพูดกับเขาอย่างไม่พอใจ
“กูจะพาลูกกูไปเจอปู่กับย่า มึงเกี่ยวไรด้วย”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อตอนนี้กูนับเป็นหลานเขย รวมถึงเป็นลูกเขยมึงด้วย” จอมทัพตอบกลับไปทันทีอย่างไม่ยอม เพราะสถานะของเขาตอนนี้มีสิทธิ์ที่จะเกี่ยวพันกับเด็กสาวทุกด้าน แล้วเรื่องอะไรเขาจะปล่อยให้เธอไปคนเดียว อีกทั้งพ่อแม่ของเพื่อนก็ไม่ใช่คนอื่น เป็นคนที่เขานับถือเสมือนพ่อแม่ของเขาเอง ซึ่งไม่ต่างกับที่เพื่อนนับถือพ่อแม่ของเขาเลย แล้วมันจะมีเหตุผลอะไรอีกที่เขาจะไปด้วยไม่ได้
ด้านราเชนทร์ถึงกับเถียงไม่ออก เพราะที่เพื่อนพูดมามันคือความจริง เมื่อไม่รู้จะทำยังไงก็คงต้องแพ้ให้เพื่อนอีกเช่นเคย
“มึงนะมึง ชนะกูให้ได้ตลอดนะไอ้เพื่อนเวร”
ของขวัญที่นั่งฟังอยู่ พอได้ยินคนเป็นพ่อต่อว่าคนรักของเธอเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าตอนนี้อีกคนเป็นคนรักของเธอแล้ว เธอก็อยากจะให้คนเป็นพ่อให้เกียรติคนรักของเธอด้วย จึงพูดกับพ่อด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ ทว่าไม่ได้ดูก้าวร้าวแต่อย่างใดเพราะยังไงเธอก็เป็นเด็กดีรู้ความ แค่เห็นอะไรที่มันไม่สมควรก็ต้องมีแย้งขึ้นบ้าง
“พ่อพูดจากับนายหัวแรงไปรึเปล่าคะ”
“พ่อว่าหนูชักจะหลงไอ้แก่นี่มากเกินไปแล้วนะลูก”
ทว่าคำพูดของคนเป็นพ่อที่ได้กลับมายิ่งทำให้เธอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แม้อีกฝ่ายจะเป็นพ่อแต่แล้วไง ขึ้นชื่อว่าพ่อก็ไม่ได้ถูกเสมอไป เธอจึงเถียงกลับทันทีประหนึ่งปกป้องคนรักของเธอ
“นายหัวไม่ได้แก่ซะหน่อยทำไมพ่อต้องว่านายหัวด้วยคะ”
“มันจะสี่สิบอยู่แล้วไม่แก่ตรงไหน เห็นๆอยู่ว่ามันแก่”
“แต่นายหัวก็อายุเท่าพ่อนะคะ พ่อว่านายหัวก็เหมือนว่าตัวเองนั่นแหละ”
สิ้นประโยคนี้ของเด็กสาว ทำเอาจอมทัพกับเข็มมุกที่นั่งฟังสองพ่อลูกเถียงกันถึงกับหลุดขำออกมาทันที ส่วนราเชนทร์ก็ถึงกับชะงักนิ่งไป ลูกสาวพูดกับเขาเช่นนี้ทำเขารู้สึกหน้าชาราวกับโดนศอกหน้าเข้าเต็มๆ
ด้านของขวัญที่พูดไปด้วยความไร้เดียงสาเพราะแค่ต้องการจะปกป้องคนรักของเธอไม่ให้ถูกพ่อผู้ให้กำเนิดรังแกด้วยวาจาไม่สุภาพ เธอจึงไม่ได้คำนึงคิดว่าที่พูดออกไปไม่ต่างอะไรกับต่อว่าบุพการี ก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับคนรักของเธอ
“นายหัวคะหนูง่วงแล้วเราไปนอนกันเถอะค่ะ”
“เดี๋ยวสิลูก เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ”
ไม่ทันที่จอมทัพจะได้ตอบอะไรเด็กสาว ราเชนทร์ก็พูดแทรกขึ้นพร้อมกับดันตัวลุกขึ้นยืนมองลูกสาวตาละห้อย แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อได้ยินลูกสาวปฏิเสธกลับมาทั้งยังว่าเขาอีก
“หนูไม่อยากคุยกับพ่อแล้ว พ่อชอบบูลลี่คนอื่น พ่อไม่นารักเลย” จากนั้นของขวัญจึงหันมาพูดกับคนรักของเธออีกครั้ง
“เราไปนอนกันเถอะค่ะนายหัว”
“ครับ มาเดี๋ยวฉันอุ้มนะ” พูดจบก็ช้อนมือใหญ่ทั้งสองข้างสอดเข้าใต้รักแร้ของเด็กสาวแล้วอุ้มเธอขึ้นมากระเตงไว้ที่เอวสอบ ขาเรียวเล็กทั้งสองข้างจึงตวัดเกี่ยวเอวสอบอัตโนมัติ พร้อมกับสองแขนเรียวเล็กคล้องลำคอหนาเอาไว้ทันที ขณะเดียวกันแขนแกร่งก็กอดอุ้มร่างบางไว้มั่น ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยพูดกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไปนอนกันนะครับเด็กดี”
“ค่ะ”
เมื่อเด็กสาวพยักหน้าตอบ จอมทัพจึงหันไปกระตุกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยเพื่อนที่นั่งมองมาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ขณะที่เด็กสาวก็เห็นการกระทำของเขา แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ เพราะรักเขาหลงเขาจนหน้ามืดตามัวไปหมดแล้ว พอเขาหันกลับมามองกันเธอจึงฉีกยิ้มหวานให้เขาจนตาเป็นสระอิ จนเขาที่ทนมองความน่ารักของเธอเฉยๆแทบไม่ไหว สองขาแกร่งจึงรีบก้าวยาวๆอุ้มกระเตงเด็กสาวเข้าบ้าน จะได้รีบไปจัดการเธอให้สมกับที่ทำตัวน่ารักเกินไป แต่ทว่าเดินย่างกายเข้าประตูบ้านได้เพียงสองสามก้าว ก็ได้ยินเสียงเพื่อนเอ่ยรั้งเด็กสาวเอาไว้
“เดี๋ยวสิลูก แล้วตกลงหนูยังจะไปหาปู่ย่ากับพ่ออยู่ไหม”
“นายหัวหยุดก่อนค่ะ หนูขอคุยกับพ่อแป๊บนึงนะคะ”
“ได้ครับ” จอมทัพจึงหยุดนิ่งอยู่กับที่ทันทีเมื่อได้รับคำสั่งจากเมียเด็กตัวน้อย แต่ลึกๆก็รู้สึกเซ็งที่เพื่อนไม่ยอมปล่อยเขากับเด็กสาวไปสักที จะเรียกอะไรนักหนา ขัดขวางทางรักของคนอื่นเสียจริง ก่อนจะได้ยินเด็กสาวเอ่ยตอบพ่อของเธอไป
“หนูจะไปหาปู่กับย่าค่ะ แต่ต้องพานายหัวไปด้วย ไม่งั้นหนูก็ไม่ไปค่ะ”
สิ้นคำตอบของเด็กสาวที่เอ่ยตอบพ่อของเธอ จอมทัพก็ระบายยิ้มออกมาทันทีด้วยความพอใจเป็นที่สุดที่เด็กสาวมีใจนึกถึงกันขนาดนี้ แต่พ่อของเธอคงไม่ดีใจเช่นเขาเป็นแน่ ตอนนี้เขายืนหันหลังให้เพื่อนอยู่ ไม่เช่นนั้นคงได้เห็นสีหน้าไม่พอใจของเพื่อนในตอนนี้แล้ว แต่ขนาดไม่เห็นก็นึกสะใจไม่น้อย ความรู้สึกของการเป็นผู้ชนะที่เขาเคยได้สัมผัสมาตลอด ทว่าไม่เทียมเท่ากับครั้งนี้ที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลยแต่กลับชนะใจของเด็กสาวแล้ว ขนาดพ่อของเธอยังต้องแพ้ให้เขา แล้วแบบนี้ใครเลยจะมาสู้เขาได้
“ไปกันเถอะค่ะนายหัว”
“ครับ” ตอบกลับเด็กสาวไปทันที แต่ไม่วายหอมแก้มนุ่มนิ่มของเธอโชว์เพื่อนไปหนึ่งฟอดใหญ่ แค่นี้ก็พอให้เพื่อนเขาอิจฉาจนอกแตกตายแล้ว หลังจากนั้นก็อุ้มกระเตงเด็กสาวเดินขึ้นห้องไป ตอนนี้หน้าบ้านจึงเหลือแค่ราเชนทร์กับเข็มมุกสองคน
“เข็ม ไหนคุณบอกว่าลูกเราเป็นเด็กดีและกตัญญูไง แล้วนี้มันอะไร ลูกไม่สนใจครอบครัวแล้วยังติดผู้ชายอีก”
“นี่นายมาว่าลูกฉันทำไมเนี่ย ลูกฉันไม่สนใจครอบครัวตรงไหน ลูกแค่ไม่สนใจนายคนเดียวต่างหาก นายอยากปากไม่ดีไปว่าคนที่ลูกรักทำไมล่ะ ว่าคนอื่นแก่แต่ไม่ดูตัวเองก็สมควรแล้วที่ลูกไม่สนใจ ยังจะมีหน้ามาว่าลูกฉันอีก แล้วคืนนี้ก็กลับไปนอนห้องนายเลยนะ ฉันไม่ให้นอนด้วยแล้ว” เข็มมุกพูดออกไปเป็นชุดอย่างไม่พอใจอีกคนที่มาว่าลูกของเธอ ต่อให้เป็นพ่อของลูกแล้วยังไง สิทธิ์ว่าลูกเธอว่าได้คนเดียว คนอื่นอย่ามาแตะเชียว ไม่งั้นแม่จะฟาดให้ คิดได้เช่นนั้นก็ไม่รอช้า มือบางจึงฟาดลงบนแขนแกร่งของอีกคนทันทีอย่างแรง จนเขารู้สึกเจ็บจนไม่อาจเก็บเสียงโอดโอยเอาไว้ได้
เพียะ!
“โอ๊ยเจ็บ! คุณตีผมทำไมเนี่ยเข็ม” ขณะมืออีกข้างลูบแขนที่โดนตีด้วยความเจ็บ
“ก็นายอยากปากดีมาว่าลูกฉันทำไมละ ลูกฉันออกจะน่ารัก ถ้านายไม่ปากเสียก่อนคงไม่โดนลูกว่าแบบนี้หรอก ชิ! ไอ้ปากปีจอ” ว่าจบเข็มมุกก็สะบัดก้นเดินเข้าบ้านไปทันที ทิ้งให้อีกคนนั่งบ่นพึมพำเป็นหมาหัวเน่าอยู่หน้าบ้านคนเดียว
“อะไรวะเนี่ย ทั้งลูกทั้งเมียไม่มีใครเข้าข้างกูสักคน เฮ้อ~ ชีวิตหนอชีวิต"
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







