LOGINเวลาล่วงเลยผ่านไปสักพัก หลังจากที่นั่งดื่มกันได้ไม่นาน ทางด้านนายใหญ่ศรที่อายุมากแล้วจึงไม่อยากดื่มเยอะและอยากให้หนุ่มสาวได้สังสรรค์กัน หากมีคนแก่อย่างตนนั่งอยู่ด้วยคงไม่สนุกเท่าที่ควร นายใหญ่ศรจึงขอตัวไปหาภรรยาที่ได้เข้าบ้านไปนอนสักพักแล้ว
“เดี๋ยวพ่อขอตัวไปนอนก่อนนะ แก่แล้วขี้เกียจดื่มเยอะ”
หลังจากนั้นนายใหญ่ศรก็เดินเข้าบ้านไปนอน ในวงสังสรรค์จึงเหลือแค่หญิงชายสองคู่ ทางด้านราเชนทร์เมื่อเห็นโอกาสเหมาะที่จะพูดเรื่องสำคัญ เขาจึงไม่รอช้าที่จะพูดออกมา
“ไอ้ทัพ พรุ่งนี้มึงประกาศรับแม่บ้านใหม่เลยนะ เพราะกูจะพาเข็มมุกกับลูกไปอยู่ด้วย”
จอมทัพได้ยินเช่นนั้นหางคิ้วก็กระตุกทันที แต่ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกไปก็ได้ยินเสียงแม่ของเด็กสาวหันไปแว้ดใส่เพื่อนเขาที่นั่งข้างเธอ
“นี่นายบ้าไปแล้วหรือไง ฉันไปบอกนายตอนไหนว่าฉันจะไปอยู่กับนาย”
“ก็คนดีเป็นเมียผม ไปอยู่กับผมก็ถูกแล้วหนิครับ”
“โอ้ย! แล้วก็เลิกเรียกฉันแบบนี้สักทีได้ไหม ลูกอยู่นายไม่อายลูกบ้างหรือไง”
“ไม่เห็นต้องอายเลย ลูกเห็นพ่อแม่หวานกันรักกันก็ต้องมีความสุขอยู่แล้ว ใช่ไหมครับคนสวยของพ่อ” เมียพูดมาขนาดนี้แต่ราเชนทร์ก็ไม่มีสลด หนำซ้ำยังหันไปขอความเห็นด้วยจากลูกอีก ขณะใบหน้ายิ้มทะเล้นตามสไตล์คนเช่นเขา
“ใช่ค่ะ พ่อกับแม่โชว์หวานกันไปเลยค่ะไม่ต้องอายหนูหรอก”
สิ้นคำเออออเห็นด้วยของลูกสาว ราเชนทร์ก็ระบายยิ้มกว้างกว่าเดิมด้วยความพึงพอใจที่มีลูกสาวรู้งานขนาดนี้ ก่อนจะหันไปพูดกับเมียต่อ
“เห็นไหมคนดี ลูกเรายังเข้าใจพวกเราเลย”
“เฮ้อ~ แล้วแต่นายละกัน ฉันเหนื่อยที่จะพูดกับคนอย่างนายแล้ว” เมื่อเหนื่อยที่จะต่อล้อต่อเถียงกับอีกคน เข็มมุกจึงเลือกที่จะไม่สนใจอีก ก่อนจะได้ยินลูกสาวพูดขึ้น
“ถ้าพ่อจะพาแม่ไปอยู่ด้วยหนูก็ว่าดีนะคะ คนรักกันอยู่ด้วยกันก็ถูกแล้วค่ะ”
ราเชนทร์นั่งยิ้มไม่หุบด้วยความพอใจในตัวของลูกสาวที่ช่างเข้าอกเข้าใจพ่ออย่างเขาดีเสียจริง แต่ทว่าคำพูดต่อมาของลูกสาว ทำเอาเขาหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“แต่ว่าหนูไม่ไปอยู่ด้วยนะคะ”
สิ้นคำบอกกล่าวของเด็กสาว คนเป็นพ่อถึงกับรู้สึกผิดหวังทันทีที่ลูกไม่อยากไปอยู่กับตน ผิดกับอีกคนที่ดีใจจนเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ ก่อนที่คนเป็นพ่อจะเอ่ยถามออกไปว่าเพราะเหตุใดลูกถึงปฏิเสธที่จะอยู่กับเขา
“บอกพ่อได้ไหมว่าทำไม”
“ก็หนูรักนายหัว หนูก็ต้องอยู่กับคนที่หนูรักไงคะ” ของขวัญไม่พูดเปล่า เธอหันไปกอดแขนแกร่งของคนตัวโตข้างๆ ก่อนจะเกยคางบนแขนแกร่งของเขาอย่างออดอ้อน ไม่วายทำตาปริบๆใส่เขาอีก จนอีกคนยิ้มตามด้วยความเอ็นดูกับความน่ารักของเธอ กระทั่งทนมองความน่ารักของเธอเฉยๆไม่ไหว เขาจึงเลื่อนมือใหญ่อีกข้างมาบีบแก้มนุ่มไปมาเบาๆให้พอหายหมั่นเขี้ยวเด็กน่ารักคนนี้ ก่อนจะได้ยินเพื่อนพูดขึ้น เขาจึงละสายตาจากเด็กสาวหันไปมองเพื่อน
“ได้ไงลูก นี่หนูเห็นผู้ชายดีกว่าพ่อกับแม่เหรอถึงได้เลือกอยู่กับมัน”
ด้านของขวัญได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปพูดโต้แย้งคนเป็นพ่อทันทีด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่ผู้ชายที่พ่อว่าคือผู้ชายที่หนูรักนะคะ”
“แล้วหนูไม่รักพ่อกับแม่เหรอลูกถึงได้เลือกมัน” ถามลูกจบราเชนทร์ก็ชำเลืองมองเพื่อนทันทีด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเพื่อนดันเป็นคนที่ลูกสาวรัก จึงได้แต่นึกเจ็บใจอยู่แบบนี้ แต่พอได้ยินลูกสาวเอ่ยตอบเขาจึงละสายตาจากเพื่อนหันมามองลูกสาวทันที
“รักสิคะ พ่อกับแม่คือชีวิตของหนูหนูต้องรักอยู่แล้วค่ะ”
คำตอบของลูกสาวทำให้ราเชนทร์พอใจเป็นอย่างมาก เขาจึงหันไปยิ้มเยาะเย้ยใส่เพื่อนอย่างผู้ชนะ หนำซ้ำยังยักคิ้วกวนๆใส่เพื่อนไปหนึ่งที แต่ทว่าคำพูดต่อมาของลูกสาวทำเอาเขาต้องหุบยิ้มทันที
“แต่นายหัวคือหัวใจของหนู หนูทิ้งไม่ได้ค่ะ”
สิ้นคำพูดของเด็กสาว จอมทัพก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจเป็นที่สุด อยากจะจับเด็กสาวมาหอมให้ชื่นใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะเย้ยใส่เพื่อนกลับอย่างผู้ชนะเหมือนที่เพื่อนทำใส่เขาเมื่อครู่ นี่สินะที่เขาว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า ซึ่งในคราแรกเขาคิดว่าหากวันนี้มาถึงคงต้องเหนื่อยกับเรื่องนี้ไม่น้อย แต่ไม่คิดว่าเขาแทบจะไม่ต้องพูดอะไรเลย เพราะเด็กสาวออกหน้าแทนเขาหมดแล้ว ช่างเป็นเด็กที่รู้ความ น่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง เขาจึงวางใจปล่อยให้เด็กสาวพูดไป ส่วนเขามีหน้าที่คอยซัพพอร์ตเธออยู่ตรงนี้
ด้านราเชนทร์ที่ทำอะไรเพื่อนไม่ได้จึงได้แต่กัดฟัดข่มความไม่พอใจเอาไว้ แต่ก็เก็บไม่อยู่เพราะแสดงออกมาทางสีหน้าชัดเจน จึงเลือกหันหน้าหนีเมื่อทนมองคนที่มาแย่งความรักจากลูกสาวไม่ได้
ส่วนคนเป็นแม่ก็แทบจะยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะคำพูดคำจาของลูกสาวช่างหวานเลี่ยนได้พ่อมาเต็มๆ ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามลูกสาวไป
“ขวัญแน่ใจแล้วใช่ไหมลูก ถ้าสมมุติแม่ไปอยู่กับพ่อหนูขึ้นมาจริงๆ หนูจะอยู่กับนายหัวโดยไม่มีแม่อยู่ด้วยได้ใช่ไหมลูก”
“แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูรักนายหัวหนูอยู่กับนายหัวได้แน่นอนค่ะ อีกอย่างเรื่องนี้หนูก็คุยกับนายหัวไว้แล้วด้วย จริงอยู่ที่พ่อกับแม่คือครอบครัวของหนู แต่นายหัวก็คือครอบครัวในอนาคตของหนูเหมือนกัน หนูมั่นใจว่านายหัวดูแลหนูได้ดีไม่แพ้ที่แม่เลี้ยงหนูมาเลย แม่ให้โอกาสพวกเราอยู่ด้วยกันได้ไหมคะ” ขณะที่ของขวัญพูดกับคนเป็นแม่ แขนเรียวเล็กทั้งสองข้างของเธอก็กอดแขนแกร่งของอีกคนไม่ยอมปล่อย พลางหันไปมองเขาเป็นระยะ ก่อนจะได้ยินคนเป็นแม่เอ่ยตอบ เธอจึงหยุดสายตาไว้ที่แม่
“ได้ แม่เชื่อมั่นในการตัดสินใจของลูก”
“ขอบคุณนะคะแม่” ของขวัญปล่อยแขนแกร่งแล้วยกมือไหว้ขอบคุณคนเป็นแม่ที่ให้โอกาสนี้ ก่อนจะได้ยินคนเป็นพ่อพูดกับแม่
“เข็ม นี่แสดงว่าคุณจะไปอยู่กับผมจริงๆใช่ไหม”
“นายนี่ต้องให้ฉันพูดตลอดเลยนะ คิดเองไม่เป็นหรือไง”
“คิดเป็น แต่ถ้าคุณพูดออกมาผมจะได้มั่นใจไง”
“อือ ถ้านายจะให้ฉันไปอยู่ด้วยฉันก็โอเคแหละ แต่พ่อแม่นายรู้เรื่องนี้แล้วเหรอถึงได้กล้าพาฉันไปอยู่ด้วย” เนื่องจากโตๆเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว จึงไม่อยากปิดกั้นความรู้สึกหรือความต้องการของตัวเอง รักกันอยู่ด้วยกันคือจบ แต่ก็ติดอยู่ที่พ่อแม่ของอีกคน หากพวกเขาไม่ยอมรับเธอกับลูก เธอก็คงต้องถอยกลับมาอยู่ในที่ของเธอ
“รู้หมดแล้วครับ ที่จริงตั้งแต่วันที่ผมรู้ว่าของขวัญเป็นลูกผม พอผมกลับบ้านผมก็รีบเล่าให้พ่อแม่ผมฟังเลย พอพวกท่านรู้ว่ามีหลานก็ดีใจกันมากเลยนะ อยากจะมาดูหลานด้วยซ้ำ แต่ผมห้ามไว้กลัวจะทำลูกเราตกใจ แล้วที่ผมกลับมาครั้งนี้ผมตั้งใจจะพาลูกกับคุณกลับไปด้วยกัน แต่ในเมื่อลูกไม่อยากอยู่กับผมก็ไม่เป็นไร ผมยอมรับการตัดสินใจของลูก”
สิ้นคำพูดร่ายยาวของคนเป็นพ่อ ด้านของขวัญที่นั่งฟังอยู่จึงยกมือไหว้ขอบคุณคนเป็นพ่อทันที
“ขอบคุณนะคะพ่อที่เข้าใจหนู” ในขณะที่คนเป็นแม่เลือกที่จะมองนิ่งๆโดยไม่คิดจะพูดอะไรออกมา ก่อนที่คนเป็นพ่อจะเอ่ยพูดกับเธอ
“แต่พรุ่งนี้หนูไปหาคุณปู่คุณย่ากับพ่อได้ไหม พ่อบอกพวกท่านแล้วว่าจะพาหลานไปหา”
“ได้สิคะ”
“กูไปด้วย”
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







