Share

บทที่ 4 ตกน้ำ

last update Tanggal publikasi: 2025-05-04 15:11:25

สวีเหลียนฮวาคร้านจะต่อปากต่อคำกับเขาแล้ว นางจึงเงียบเสีย อวิ๋นซีเฉินที่เห็นว่านางสงบปากสงบคำแต่โดยดีก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ดวงตาคมจ้องมองนางอย่างล้ำลึก ยามนี้ที่เขาได้เพ่งมองนางให้ชัดเจนกว่าคราแรก เขากลับพบว่านางมีใบหน้าเหมือนกับสวีหลานฮวาจนแทบแยกไม่ออก เขาเคยแอบเข้าไปในจวนตระกูลสวี จึงสามารถจดจำลักษณะท่าทางของสวีหลานฮวาได้อย่างแม่นยำ แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่พวกนางแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนั่นก็คือ

สวีเหลียนฮวามีหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตราวกับภูเขามากกว่าสวีหลานฮวาเสียอีก 

อวิ๋นซีเฉินลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่!!! บัดซบยิ่งนัก นางกำลังใช้นมยั่วยวนข้า

ห้ามหลงกลนางเป็นอันขาด!!!

"พิธีเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าไสหัวกลับตำหนักไปเสีย!!!"

"รอฟังคำนี้มานานแล้วเพคะ หม่อมฉันขอทูลลา"

สวีเหลียนฮวารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ใครจะอยากอยู่ใกล้คนแบบนี้กัน น่าอึดอัดจะตายไป

"ฮองเฮาเพคะ จะทรงเสด็จกลับตำหนักเลยหรือไม่เพคะ"

หลิงเจียวเอ่ยถามสวีเหลียนฮวาพร้อมกับยื่นมือมาช่วยประคองนางให้เดินออกมาจากแท่นทำพิธีบูชาเทพสวรรค์ สวีเหลียนฮวาหันไปส่งยิ้มให้หลิงเจียวคราหนึ่ง หลิงเจียวที่ได้เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง!

แต่ไหนแต่ไรมาคุณหนูของนางแทบจะมิเคยยิ้มเช่นนี้เลยด้วยซ้ำ!!!

"หลิงเจียว ข้าอยากเดินเที่ยวชมรอบวังหลวงเสียหน่อย"

"จะดีหรือเพคะ อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ยามนี้หลิวหมัวมัวคงเตรียมน้ำเอาไว้ให้ทรงสรงแล้วนะเพคะ"

สวีเหลียนฮวาขมวดคิ้วมุ่น หลิวหมัวมัวหรือ? อ้อ แม่นมชราที่ทางวังหลวงส่งตัวมาคอยรับใช้นางตั้งแต่เข้ามาอยู่ในวังหลวงแห่งนี้

"ช่างเถิด! ข้าอยากจะเดินเล่นเสียก่อน อยากจะทำความคุ้นชินกับวังหลวงเสียหน่อย"

สวีเหลียนฮวาเอ่ยเพียงเท่านั้นแล้วจึงมุ่งหน้าเดินชมบรรยากาศโดยรอบในวังหลวงอย่างไม่รีบไม่ร้อน นางรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ภายในวังหลวงจะมีสระน้ำรายล้อมเสียส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมีดอกเหลียนฮวาชูช่อลอยเหนือผิวน้ำอย่างงดงาม นางเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อย ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างขึ้นเรียงรายให้ความร่มรื่นสบายตา ยามนี้ดอกจวี๋ฮวา (เก๊กฮวย) กำลังออกดอกชูช่อ ส่งกลิ่นหอมหวนชวนให้คนหลงใหล สวีเหลียนฮวารู้สึกชื่นชอบบรรยากาศเช่นนี้เป็นอย่างมาก 

"โอ๊ะ!!! ฤดูร้อนเช่นนี้ ดินก็ช่างแข็งเสียจริง!!!"

สวีเหลียนฮวาได้ยินเสียงคล้ายกับคนกำลังทำบางอย่างอยู่ไม่ไกลนัก นางจึงละสายตาจากต้นจวี๋ฮวาและมองตรงไปที่ด้านหน้า ก็พบว่าจวนจะถึงท้ายวังหลวงเสียแล้ว 

สวีเหลียนฮวาขมวดคิ้วมุ่น มองดูชายตรงหน้าที่กำลังถือจอบขุดดินอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก ใบหน้าชราเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ดูน่าเห็นใจไม่น้อย 

สวีเหลียนฮวารู้สึกสงสารชายชราผู้นั้นอย่างจับใจ ทำให้นางคิดถึงคุณปู่ขึ้นมาได้ คุณปู่ของนางก็ชอบทำสวนขุดดินเช่นนี้

เมื่อคิดได้เช่นนั้นสวีเหลียนฮวาจึงเดินตรงเข้าไปหาชายชราผู้นั้นทันที 

"ท่านลุง ทำอะไรอยู่หรือ?"

อวิ๋นหลัวละสายตาจากแปลงดินตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมอง 

สวีเหลียนฮวานี่นา? เขาจำนางได้ เมื่อคืนนางถูกอวิ๋นซีเฉินเล่นงานจนเกือบตาย เช้านี้นางลุกขึ้นมาเดินเหินได้แล้วหรือ?

"เอ่อ ข้ากำลังขุดแปลงปลูกผักน่ะ"

"ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ ข้าน่ะขุดดินเก่งเชียวละ"

"จะดีหรือ?"

"ดีเจ้าค่ะ"

สวีเหลียนฮวายื่นมือไปดึงจอบจากอวิ๋นหลัวมาถือไว้ในมือของตนเองอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเริ่มขุดดินอย่างคล่องแคล่ว เสื้อผ้าของนางค่อนข้างจะเกะกะน่ารำคาญไม่น้อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหาต่อการขุดดินของนางเท่าใดนัก

อวิ๋นหลัวจ้องมองสวีเหลียนฮวาด้วยแววตาที่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาเคยได้ยินมาว่าบุตรสาวฝาแฝดคนโตของแม่ทัพใหญ่สวีนั้นค่อนข้างอ่อนแอและเจ็บป่วยบ่อย อีกทั้งยังมิค่อยกล้าออกมาพบเจอผู้คนเท่าใดนัก

เห็นทีคงมิใช่เสียแล้วสาวน้อยตรงหน้าเขาดูแข็งแกร่งไม่เบาเลยทีเดียว!!! 

สวีเหลียนฮวาขุดดินไปพลางเอ่ยถามอวิ๋นหลัวไปพลางว่าเขาต้องการแปลงดินลึกเท่าใดนางจะได้ขุดตามที่เขาต้องการได้ นางจำได้ว่ายามว่างหลังจากเลิกเรียนนางจะไปช่วยคุณปู่ขุดดินทำสวนเช่นนี้เป็นประจำ 

เหล่านางกำนัลต่างก้มหน้างุดมิกล้าเอ่ยทัดทานสิ่งใด ในใจรู้สึกหวาดกลัวเสียแล้ว ฮองเฮามิทรงทราบหรือ ว่านั่นคือไท่ซังหวง (ฮ่องเต้ที่สละราชบัลลังก์โดยที่ยังมิสิ้นพระชนม์)

สวีเหลียนฮวาขุดดินจนเสร็จเรียบร้อย นางยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากของตนเองด้วยความเหน็ดเหนื่อย 

"ฤดูร้อนเช่นนี้ ทำให้หน้าดินแข็งเจ้าค่ะ แต่ข้าขุดให้แล้ว ท่านลุงก็ใช้เสียมพรวนดินเพิ่มเสียหน่อย ก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ"

"ขอบใจเจ้ามากนะ"

"เจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านลุงเป็นขันทีหรือเจ้าคะ?"

อวิ๋นหลัวเงยหน้าไปมองสวีเหลียนฮวาด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน 

ให้ตายเถิด!!! หน้าตาข้าเหมือนขันทีเช่นนั้นหรือ?

บัดซบ!!! ข้ายังไม่ได้ตัดส่วนนั้นทิ้งเสียหน่อย 

"ข้าสั่งให้เจ้าไสหัวกลับตำหนัก แล้วเจ้าเสนอหน้ามาทำอันใดที่ตำหนักท้ายวังหลวงของเสด็จพ่อข้า!!!"

ยังไม่ทันที่อวิ๋นหลัวจะเอ่ยสิ่งใด เสียงทรงอำนาจของอวิ๋นซีเฉินก็ดังกึกก้องขึ้นมาเสียก่อน สวีเหลียนฮวาลอบจิ๊ปากด้วยความเบื่อหน่าย 

ตามสิงทุกที่จริง ๆ!!!

"ถวายพระพรฝ่าบาท!"

"อย่าส่งสายตายั่วยวนข้า"

"หม่อมฉันมิได้ส่งสายตายั่วยวนเลยนะเพคะ"

"เจ้าส่ง!!! ข้าเห็น!!! ช่างเถิด ข้าจะถือซะว่าทำทานความหล่อให้สตรีต่ำช้าเช่นเจ้าได้มองเป็นบุญตาก็แล้วกัน"

สวีเหลียนฮวาอยากจะโก่งคออาเจียนเสียตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด เขาช่างหลงตนเองเสียจริง!!!

"อาเฉิน! นางมาช่วยพ่อขุดดินน่ะ"

"ขุดดิน? นางร่างกายห่อเหี่ยวราวกับผีเดินได้ขนาดนี้น่ะหรือจะช่วยเสด็จพ่อได้?"

"ช่วยได้สิ!!! เจ้าก็ว่านางเกินไป!!!"

สวีเหลียนฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น เมื่อครู่เขาเรียกท่านลุงว่าอะไรนะ? 

เสด็จพ่อ!

ซวยแล้ว!!!

สวีเหลียนฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้อวิ๋นหลัว แล้วจึงเดินเข้ามาทำความเคารพอวิ๋นหลัวด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ ใครจะไปรู้กันเล่า ก็คิดว่าเป็นขันทีทำสวนเสียอีก!!!

"ถวายพระพรเสด็จพ่อเพคะ"

"เอาเถอะ!!! ไม่ต้องมากพิธี ขอบใจเจ้ามากนะ เจ้าคงเหนื่อยแล้ว กลับตำหนักไปเถิด"

"เพคะ หม่อมฉันรู้สึกร้อนยิ่งนักเพคะ ป่านนี้หลิวหมัวมัวคงเตรียมน้ำเอาไว้รอแล้ว หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ"

สวีเหลียนฮวารีบหันหลังเตรียมเดินจากไป แต่ทว่าอวิ๋นซีเฉินกลับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากอย่างอำมหิต 

ไม่ต้องไปที่ตำหนักให้ยุ่งยากหรอก ข้าจะถีบเจ้าลงไปล้างตัวในสระน้ำเอง!!!

"เหลียนฮวา"

"เพคะ โอ๊ะ!!!"

ตู้ม!!!

"ฝ่าบาท!!!"

"อาเฉิน!!!"

อวิ๋นซีเฉินคิดจะถีบนางให้ร่วงตกสระน้ำ แต่ระหว่างที่เขากำลังพุ่งเข้ามาหานางเขาเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน เนื่องจากเมื่อคืนไม่ได้พักผ่อนเพราะต้องตรวจฎีกาตลอดทั้งคืน อีกทั้งสวีเหลียนฮวาก็เบี่ยงกายหลบเขาได้ทันเสียก่อน ทำให้เขาเสียหลักร่วงตกลงไปในสระน้ำเสียเอง 

สวีเหลียนฮวาที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบกระโดดน้ำลงไปช่วยเขาทันที แม้นางจะไม่ชอบเขาสักเท่าใดนัก แต่อย่างน้อยนางก็มิอาจทนเห็นเขาจมน้ำตายไปต่อหน้าได้ แต่ไหนแต่ไรนางก็เป็นคนเช่นนี้ 

"ช่วยข้ารับฝ่าบาทขึ้นไปที!!!"

สวีเหลียนฮวาเอ่ยเรียกขันทีให้มาช่วยรับอวิ๋นซีเฉินขึ้นไปบนฝั่ง เพราะเขาหมดสติทำให้จมน้ำและสำลักน้ำเข้าไปมาก 

"ตามหมอหลวงเร็วเข้า!!!"

"พ่ะย่ะค่ะไท่ซังหวง!!!'

สวีเหลียนฮวารีบตรงเข้าไปหาเขาทันที ยามนี้เสื้อผ้าของนางเปียกชุ่มทำให้เดินเหินลำบากไม่น้อย 

"ฝ่าบาทเพคะ!"

ไม่มีเสียงตอบรับจากอวิ๋นซีเฉิน สวีเหลียนฮวาจึงยื่นมือไปวางประสานกันที่ตรงหน้าอกของเขา ก่อนจะออกแรงกดหน้าอกของเขาขึ้นลงอย่างรวดเร็ว แล้วจึงโน้มใบหน้าเข้าไปหาเขาทันที ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง 

เอาเถิด!!! ถือว่าช่วยชีวิตคนก็แล้วกัน!

สวีเหลียนฮวาโน้มใบหน้าลงไปหาเขาและเป่าลมเข้าไปในปากของอวิ๋นซีเฉินสองครา ไม่นานนักหน้าอกของเขาก็กระเพื่อมขึ้นลงเหมือนกับหายใจสะดวกมากยิ่งขึ้นและสำลักน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก

เหล่านางกำนัลขันทีต่างก้มหน้างุด อวิ๋นหลัวที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ

ลูกสะใภ้ของข้าผู้นี้ดีเยี่ยมจริงเชียว!!!

สวีเหลียนฮวาโน้มใบหน้าลงไปผายปอดให้เขาอีกครา เป็นจังหวะเดียวกับที่อวิ๋นซีเฉินลืมตาขึ้นมาพอดี ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่อวิ๋นซีเฉินจะรู้สึกตัว เขาถลึงตามองนาง ก่อนจะผลักนางออกอย่างแรง จนนางกระเด็นล้มลงกระแทกกับพื้นดิน สวีเหลียนฮวารู้สึกปวดบั้นท้ายยิ่งนัก ให้ตายเถอะ!!! นางช่วยเขาแท้ ๆ แต่เขากลับผลักนางออกมาอย่างแรงเช่นนี้ 

"เจ้ากล้าแตะต้องข้าหรือ!!!"

"อาเฉินนางช่วยชีวิตเจ้า!!!"

"ช่วยชีวิตลูก!!!"

"ใช่แล้ว นางประกบปากของนางลงบนปากของเจ้า"

อวิ๋นซีเฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เขาหันไปมองสวีเหลียนฮวาตาขวาง ก่อนจะตรงเข้าไปกระชากแขนของนางให้เดินตามเขากลับไปที่ตำหนัก อวิ๋นซีเฉินมือหนักไม่เบา เขาออกแรงดึงนางอย่างไร้ความปรานี จนมาถึงตำหนักเฟิ่งหวงเขาก็ไล่นางกำนัลออกไปจนหมด ก่อนจะโยนนางลงไปที่พื้นอย่างไม่สนใจว่านางจะบอบช้ำหรือไม่ 

"ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว ว่าอย่าแตะต้องกายข้า!!!"

"หม่อมฉันก็ไม่อยากจะแตะต้องนักหรอกเพคะ แต่เห็นว่าทรงกำลังจะตายในน้ำจึงลงไปช่วย!!! หากรู้ว่าฟื้นแล้วจะปากสุนัขเช่นนี้ หม่อมฉันไม่ช่วยคงจะดีเสียกว่า!!!"

"สวีเหลียนฮวา!!! เจ้าจะกล้าเกินไปแล้ว คงคิดว่าเสด็จพ่อให้ท้ายเจ้าสินะ!!! หึ!!! เจ้าอยากได้ข้ามากนักหรือ!!! ฝันไปเถอะ!!!"

ยิ่งคิดถึงตอนที่นางจูบเขาก่อนหน้านี้ อวิ๋นซีเฉินก็ยิ่งเกลียดชังนางเข้าไปอีก!!! นั่นมันจูบแรกของเขาเชียวนะ!!!

เขารู้สึกอยากจะสับนางออกเป็นชิ้น ๆ แต่ทว่าสายตากลับจ้องมองเรือนร่างของนางอย่างไม่ลดละ 

ยามนี้เสื้อผ้าของนางเปียกชุ่มแนบชิดกับเรือนร่างบางระหง เผยให้เห็นสัดส่วนของสตรีที่งดงามชวนมอง เอวบางคอด หน้าอกอวบอิ่ม อีกทั้งผิวพรรณที่ขาวนวลเนียนราวหิมะของนาง มันช่างน่าดูเย้ายวนเสียจนเขามิอาจละสายตาจากนางไปได้เลย

ผัวะ!!!

"ฝ่าบาท!!! ทรงตบหน้าตนเองทำไมเพคะ!!!"

ผัวะ!!!

"ฝ่าบาท!!!"

ใบหน้าบัดซบ!!! หันมาอย่าไปมองนาง!!! มารดามันเถอะ หน้าข้าชาหมดแล้ว!!!

สวีเหลียนฮวารู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาเสียแล้ว คนปกติที่ไหนกันจะตบหน้าตนเองเช่นนี้!

อวิ๋นซีเฉินรู้สึกว่าเขาเริ่มจะไม่เป็นตัวของตัวเองเสียแล้วจึงสะบัดกายหนีออกไปจากตำหนักเฟิ่งหวงทันที ก่อนจะมุ่งหน้ามาที่ตำหนักมังกรสวรรค์ซึ่งเป็นที่ประทับของเขา ราชเลขาที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปทำความเคารพเขาด้วยความนอบน้อม 

"ฝ่าบาท!!!"

"ไสหัวไป!!! อย่าให้ใครมารบกวนข้า!!!"

ราชเลขาสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบสะบัดมือไล่เหล่าขันทีและนางกำนัลออกไปจนหมด แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังตำหนักโอสถเพื่อรับยาขับความเย็นมาให้ฝ่าบาททรงเสวยขับไล่ความหนาวเย็นในกายออก อวิ๋นซีเฉินที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ออกและโยนมันทิ้งลงไปบนพื้น ก่อนจะก้มลงไปมองลำแท่งเอ็นร้อนที่แข็งชูชันของตนเองด้วยแววตาที่ครุ่นคิด

มารดามันเถอะ!!! เขาไม่เคยคิดที่จะทำเช่นนี้เลยสักครา แม้มันจะแข็งทุกคืนแต่เขาก็พยายามอดทนอดกลั้นมาตลอด เขาต้องการมอบความบริสุทธิ์นี้ให้แก่สตรีที่เขารัก เพราะสตรีต่ำช้านางนั้นที่ทำให้เขาต้องเป็นเช่นนี้

 แต่ช่างเถิด!!! ชักสักครั้งจะเป็นไรไป 

"ซี้ดดดดด!!!"

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาจึงค่อย ๆ รูดชักลำแท่งเอ็นร้อนของตนเองขึ้นลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้ถี่เร่ามากยิ่งขึ้น เขารู้สึกราวกับว่ามันช่างสุขสมและเสียวซ่านเสียยิ่งนัก 

รู้เช่นนี้ข้าชักนานแล้ว!!! 

อวิ๋นซีเฉินยกขาข้างหนึ่งขึ้นไปเหยียบบนเก้าอี้ที่วางอยู่ริมหน้าต่าง และสาวชักลำแท่งแก่นกายอีกคราอย่างถี่ระรัว ในหัวพลันคิดถึงแต่ภาพเรือนร่างที่ชวนหลงใหลของสวีเหลียนฮวาอย่างหยุดยั้งไม่ได้

"โอววว อื้ออ!!! สตรีต่ำช้า อ๊าส์!!!"

น้ำกามสีขาวขุ่นพุ่งกระฉูดออกไปทางหน้าต่าง อวิ๋นซีเฉินรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวราวกับบินได้ เขาเดินกลับไปทิ้งกายลงนอนบนเตียง ก่อนจะผล็อยหลับไปทันที 

ขณะที่ราชเลขากำลังเดินกลับมาจากตำหนักโอสถ ลัดเลาะมาทางข้างตำหนักมังกรสวรรค์ซึ่งเป็นที่ประทับของอวิ๋นซีเฉิน ฉับพลันก็มีน้ำสีขาวขุ่นพุ่งลงมาหยดใส่จานรองถ้วยโอสถที่เขาถือกลับมาด้วย 

ราชเลขาขมวดคิ้วมุ่นพลางครุ่นคิด ให้ตายเถอะ!!! ใครมาถุยโจ๊กแถวนี้กันนะ ดูสิ!!! พุ่งออกมาซะเยอะ อย่าให้รู้เชียวข้าจะลงโทษให้หนัก!!!

ราชเลขายกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำที่เขาคิดว่าเป็นโจ๊กบนจานรองนั้นขึ้นมาดมด้วยกลัวว่าจะมียาพิษผสมเอาไว้แต่ทว่าเขากลับต้องขมวดคิ้วมุ่น!!!

เหตุใดโจ๊กจึงมีกลิ่นคาวเช่นนี้เล่า?

สงสัยเติมเนื้อสัตว์มากไป!!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักสองบุปผา   ตอนพิเศษ บทสรุปของชะตารักสองบุปผา

    สวีเหลียนฮวากลับมาถึงต้าเทียนได้หลายวันแล้ว ยามนี้ท่านแม่ทัพใหญ่สวีที่รู้สึกผิดต่อบุตรสาวก็พยายามมาขอพบนางที่ตำหนักเฟิ่งหวง แต่สวีเหลียนฮวากลับไม่ยอมให้เขาเข้าพบเลยสักครั้งนางมิใช่สวีเหลียนฮวาคนเก่า และนางรู้ดีว่านี่คือความตั้งใจของสวีเหลียนฮวาที่ตายไปแล้ว บิดาผู้นี้ไม่เคยเห็นนางเป็นบุตรสาว เพราะนางอ่อนแอ และสู้สวีหลานฮวาไม่ได้ อีกทั้งตอนที่นางหนีไปจากต้าเทียน หลิงเจียวได้เล่าให้นางฟังว่า แม่ทัพใหญ่สวีโกรธนางมาก ถึงกับมาทูลต่อไท่ซังหวงว่านางคือความอับอายของตระกูลสวี ไท่ซังหวงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงต่อว่าแม่ทัพใหญ่สวีไปเสียยกใหญ่ อีกทั้งยังบอกอีกด้วยว่า หากไม่เห็นนางเป็นบุตรสาว ก็ไม่เป็นไร พระองค์พึงใจสะใภ้ผู้นี้ ใครก็อย่าได้คิดมาต่อว่านางเป็นอันขาดเช่นนั้นนางเองก็จะไม่ขอพบเจอกับบิดาเช่นนี้อีก แม้จะไม่ได้เกลียด แต่การไม่พบกันย่อมจะเป็นเรื่องที่ดีเสียมากกว่าด้านจิ้งกุ้ยเฟยก็ได้ออกจากวังหลวงไปแต่งกับบัณฑิตตระกูลโจว ชีวิตของนางดูจะมีความสุขเป็นอย่างมาก มีหลายคราที่นางแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนสวีเหลียนฮวาถึงในวังหลวงอยู่หลายครั้ง อีกทั้งยังบอกอีกด้วยว่าสามียอดรักของนางนั้น 'ยาว' ถูกใจนางเพียงใ

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 26 ข้ายอมแล้ว

    ท้ายที่สุดสวีเหลียนฮวาก็ต้องปิดร้านบะหมี่ไปก่อน นางนั่งมองอวิ๋นซีเฉินที่เดินไปเก็บร้าน ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหานาง พร้อมกับจ้องมองนางด้วยแววตาที่ล้ำลึก สวีเหลียนฮวาที่เห็นเช่นนั้น จึงถลึงตามองเขาทันที "มองข้าทำไม?""เหลียนฮวา เจ้ายอมคืนดีกับข้าเถิดนะ""ไม่!!! เจ้ามันคนนิสัยไม่ดี ชอบข่มเหงจิตใจข้า!""ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ข้ายอมเจ้าแล้ว เอาเถิด ข้าจะรอจนกว่าเจ้าจะยอมใจอ่อนนะ""ไม่..."ยังไม่ทันที่สวีเหลียนฮวาจะเอ่ยสิ่งใดต่อ ดวงตาคู่สวยของนางก็เหลือบลงไปที่หว่างขาของอวิ๋นซีเฉิน คงเพราะเขาไม่ทันระวังตอนที่กระทืบชายผู้นั้น ทำให้เป้ากางเกงของเขาขาดออกเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นลำแท่งเอ็นร้อนขนาดใหญ่ที่โผล่ออกมาท้าทายสายตาของนาง สวีเหลียนฮวาลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ คล้าย ๆ กับว่ามันจะใหญ่ขึ้นใช่หรือไม่? นางไม่ได้กินมันมานานแล้วด้วย?ให้ตายเถอะ!!! นางคิดสิ่งใดอยู่กันแน่!!! "ข้าจะไปอาบน้ำแล้ว"สวีเหลียนฮวาเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินหนีเขาไปอาบน้ำทันที ยามค่ำคืนมาเยือน เพราะที่นี่คือแคว้นที่อยู่ในป่า จึงค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงจากสัตว์ป่าดังแว่วมาในบางคราเท่านั้น เหล่าชาวบ้านต่างเข้านอนกันหมดแ

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 25 ยอมนางแต่เพียงผู้เดียว

    ผู้นำแคว้นม่อเป่ยรีบวิ่งหนีไปทันทีอย่างไม่รีรอ อวิ๋นซีเฉินจึงหันไปมองเสิ่นเหยาและหานเยียนเล็กน้อย "เรียบร้อยดีหรือไม่?""อาเฉิน ทางนั้นเรียบร้อยดี เจ้าจะกลับต้าเทียนเมื่อใด?""ยังไม่มีกำหนด เจ้ากลับไปกราบทูลเสด็จพ่อเสียก่อน ว่าข้าจะพาเหลียนฮวากลับไปด้วย""นางยังมิยอมกลับหรือ?""ยัง แต่อีกไม่นานหรอก""ตกลง ข้าจะกลับไปรายงานไท่ซังหวงที่ต้าเทียนเสียก่อน แล้วจะกลับมาหาเจ้าอีกครา ส่วนศพของอวิ๋นเสวี่ยเฟยข้าโยนทิ้งเป็นอาหารสัตว์ป่าไปแล้ว""อืม ดีมาก! นำศีรษะมันไปเสียบประจานที่หน้าประตูเมืองต้าเทียนด้วย ส่วนเจ้าเสิ่นเหยา ข้าขอบใจเจ้ามาก""กระหม่อมมิกล้ารับพ่ะย่ะค่ะ เป็นเพราะความเมตตาของฝ่าบาท กระหม่อมจึงสามารถล้างแค้นให้ตระกูลเสิ่นได้"เมื่อเอ่ยวาจากันจนเข้าใจแล้ว เสิ่นเหยาและหานเยียนจึงขอตัวลากลับทันที อวิ๋นซีเฉินมุ่งหน้ากลับมาที่บ้านของสวีเหลียนฮวา ก่อนจะเอ่ยเรียกนาง "เหลียนฮวา""มีอะไร?""ข้านำอาหารมาเผื่อเจ้าด้วย เจ้าออกมากินเสียหน่อยเถิด""ไม่ ข้าจะนอนแล้ว"สวีเหลียนฮวาเอ่ยปฏิเสธเพียงเท่านั้น ก่อนจะดับแสงเทียนในห้องลงทันที อวิ๋นซีเฉินก้มหน้างุดด้วยความเหนื่อยล้า เขาเอนกายพิงที่เสาไม้ตร

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 24 ตามง้อภรรยา

    สวีเหลียนฮวาที่เห็นว่าหมดหน้าที่ของตนเองแล้ว จึงหันหลังเพื่อจะกลับไปที่แคว้นม่อเป่ยทันที "อาเฉิน""พวกเจ้าจัดการเก็บกวาดแคว้นฉินให้เรียบร้อย สังหารให้หมดสิ้น ส่วนชาวบ้านบริสุทธิ์ก็อย่าเข่นฆ่าให้พวกเขาหวาดกลัว""เจ้าจะไปที่ใด?""อาเยียน ข้าจะไปตามหัวใจของข้ากลับคืน"อวิ๋นซีเฉินเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะมุ่งหน้าติดตามสวีเหลียนฮวาไปทันที สวีเหลียนฮวาที่เห็นว่าเขาติดตามนางมาด้วยก็รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วมากกว่าเดิม นางไม่อยากเจอหน้าเขาอีก แต่ทว่าอีกใจหนึ่งนางก็แอบดีใจที่เห็นว่าเขาปลอดภัยดี "เหลียนฮวา""ตามมาทำไมเพคะ?""เหลียนฮวา อยู่ที่นี่ข้ามิใช่ฝ่าบาท แต่ข้าเป็นอาเฉินของเจ้า""ของหม่อมฉันหรือ?""อย่าเอ่ยวาจาห่างเหินกับข้าเช่นนี้เลย""ไม่พอใจก็ไสหัวไปเสีย!!! ข้าขอให้เจ้ามาตามข้าหรืออย่างไรกัน!!!"สวีเหลียนฮวาเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะสะบัดหน้าหนีเขาและเดินจากไปทันที อวิ๋นซีเฉินเองก็ไม่ยอมลดละ เขายังคงตามนางจนเข้าสู่แคว้นม่อเป่ย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มองดูแคว้นม่อเป่ยอย่างชัดเจน ที่นี่มีทั้งอากาศที่บริสุทธิ์ และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติที่จรรโลงใจ เดินตามนางมาได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะพบกับบ้

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 23 มุ่งหน้าสู่แคว้นฉิน

    อวิ๋นซีเฉินส่งคนออกไปตามหาสวีเหลียนฮวาอย่างไม่ยอมลดละ แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของนาง เขานึกโกรธเกลียดตนเองในใจเป็นอย่างยิ่ง ที่คืนนั้นเขาคลาดสายตาจากนางและยังพูดจากระทบกระเทือนจิตใจของนางอีก ยามนี้เขาเข้าใจแล้ว ว่าหากไม่มีนางคอยอยู่ข้างกาย เขาเองก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เรื่องของหัวใจก็ช่างหนักหนาสาหัส เรื่องของฉินอ๋องก็ประเดประดังเข้ามาอย่างรวดเร็ว อวิ๋นเสวี่ยเฟยส่งคนมาสอดแนมที่ต้าเทียน และให้ลอบสังหารเสิ่นเหยาเสีย เสิ่นเหยาคือผู้ที่จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ เนื่องจากมันล่วงรู้ความเป็นไปของแคว้นฉินเป็นอย่างดี อวิ๋นเสวี่ยเฟยรู้ว่าสวีเหลียนฮวาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก เช่นนี้ก็ดีแล้ว เขาจะได้สังหารอวิ๋นซีเฉินให้ตกตายไปเสีย และตามล่าหาตัวนางมาเป็นนางบำเรอของเขา เขาชื่นชอบนางเป็นอย่างมาก นางทั้งงดงามและเก่งกาจกว่าสตรีใดในใต้หล้า หากเขาได้นางมาครอบครอง ย่อมต้องเป็นเรื่องดีแต่ทว่าหน่วยสอดแนมของอวิ๋นเสวี่ยเฟยก็ถูกอวิ๋นซีเฉินจับได้ในเวลาต่อมา และถูกเขาสังหารทิ้งทันที พร้อมกับส่งหัวของหน่วยสอดแนมผู้นั้นกลับไปให้อวิ๋นเสวี่ยเฟยที่แคว้นฉิน อวิ๋นเสวี่ยเฟยโกรธแค้นเป็นอย

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 22 หนี

    ด้านเสิ่นเหยานั้น เขาต่อสู้กับฉินอ๋องอย่างเอาเป็นเอาตาย ด้วยเพราะเขาเก่งทั้งด้านบุ๋นและด้านบู๊ จึงสามารถรอดตายมาได้อย่างเหลือเชื่อ เขาพาร่างที่โชกเลือดโซซัดโซเซมาถึงต้าเทียนอย่างยากลำบาก เดิมทีเหล่าทหารที่เฝ้าเวรยามหน้าประตูไม่ยอมให้เขาเข้าไปในต้าเทียนได้ แต่ทว่าอวิ๋นซีเฉินและหานเยียนกลับมาถึงต้าเทียนพอดี จึงได้พบกับเสิ่นเหยา ก่อนจะพาเขาเข้ามารักษาตัวในวังหลวง สวีหลานฮวาที่ได้รู้ข่าวว่าเสิ่นเหยายังไม่ตาย นางจึงรีบวิ่งเข้ามาหาเขาที่ตำหนักมังกรสวรรค์ทันที ภาพที่นางเห็นคือเสิ่นเหยาบาดเจ็บสาหัส ร่างกายของเขาโชกไปด้วยเชือด สวีหลานฮวาทนไม่ไหวจนต้องปล่อยโฮออกมา "เสิ่นเหยา ท่านห้ามตายนะ ฮึก อย่าตายนะ""หลานฮวา""ข้าตั้งครรภ์ลูกของท่าน ข้าตั้งครรภ์แล้วเสิ่นเหยา"เสิ่นเหยาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเอื้อมมือไปจับใบหน้าของนางด้วยความยากลำบาก "หลาน ฮวา""ฮือออ ท่านต้องอยู่กับข้านะ!!!"อวิ๋นซีเฉินสั่งให้ตามหมอหลวงมารักษาเขาอย่างเร่งด่วน เสิ่นเหยาเจ็บหนักปางตาย แต่ยังดิ้นรนมาถึงต้าเทียนเพื่อพบกับคนรักของเขา อวิ๋นซีเฉินที่ได้เห็นเช่นนั้นก็อดชื่นชมไม่ได้ "เจ้าก็อยู่เฝ้าสามีเจ้

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 10 สามีควรใส่ใจภรรยา

    อวิ๋นซีเฉินรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนางคนเดียวที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนเช่นนี้!!!"ต่ำช้า!!! ข้าเกลียดเจ้านัก ซี้ดดดด!!!"ปากก็ก่นด่านางอย่างไม่หยุดหย่อน มือหยาบกร้านก็สาวชักรูดลำแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงอย่างถี่ระรัว เขาส่งเสียงครวญครางด้วยความสุขสม ไม่นานนักน้ำกามสีขาวขุ่นก็ไหลล้นทะลักออกมาจนเล

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 9 ความรู้สึกที่สับสน

    อวิ๋นซีเฉินรู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างมาก ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันมีทั้งความสับสนและกังวลอยู่ในคราเดียวกัน เขามิได้ชื่นชอบสวีเหลียนฮวา แต่ทว่าเขาเองกลับไม่ได้โหยหาที่จะพบเจอกับสวีหลานฮวาเหมือนเช่นแต่ก่อน นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นกับเขากันแน่!!!อวิ๋นซีเฉินครุ่นคิดเท่าใดก็คิดไม่ออก เขาจึงจัดการเปลี่ย

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 7 เสียพรหมจรรย์

    สวีเหลียนฮวาทั้งรู้สึกตื่นตระหนกและอับอายเป็นอย่างมาก นางไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว นางควรจะลุกขึ้นดีหรือไม่?แต่อีกใจหนึ่งก็อยากลอง!!!แต่เขานิสัยแย่เช่นนี้ นางทำใจร่วมรักกับเขาไม่ลงจริง ๆ แต่เขามีใบหน้าที่หล่อ นางควรให้อภัยเขาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ดีหรือไม่?อวิ๋นซีเฉินเริ่มทำสิ่งใดไม่ถูก มือไม้ของเขามันลนไ

  • ชะตารักสองบุปผา   บทที่ 6 พิธีสรงน้ำ

    รุ่งเช้าของวันต่อมา สวีเหลียนฮวาลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหนึบที่ศีรษะเป็นอย่างมาก นางคงดื่มเยอะไปสินะเมื่อคืนนี้ "ตื่นแล้วก็ปล่อยข้าเสียที!!!"สวีเหลียนฮวาที่ได้ยินเสียงของอวิ๋นซีเฉินก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง นางรีบเงยหน้าไปมองทันที ก่อนจะพบว่าเป็นอวิ๋นซีเฉินจริง ๆ"ฝ่าบาท!!!""ปล่อยมื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status