Compartilhar

ตอนที่4

last update Data de publicação: 2026-08-30 17:10:33

“ท่านแม่ทัพ ฝูกงกงมาขอพบขอรับ”

ไป๋เฟิงห่าวหาได้ละสายตาจากสตรีตรงหน้าไม่ เพียงขยับเรียวปากเอ่ยเสียงเรียบ

“เข้ามา”

สิ้นคำ ขันทีอาวุโสในวังหลวงก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่ากิริยาอ่อนน้อม ก้าวมาหยุดยืนเบื้องหน้าแม่ทัพไป๋เฟิงห่าว แล้วประสานมือเอ่ยเสียงกังวานด้วยความเคารพ

“ท่านแม่ทัพไป๋ กระหม่อมได้รับบัญชาจากฝ่าบาท นำสุรามงคลสมรสพระราชทานมามอบแด่ท่านกับพระชายา”

ไป๋เฟิงห่าวขยับกายเล็กน้อย สายตาเย็นสงบทอดมองขันทีอาวุโส พลันเอื้อนวาจา

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ทันใดนั้น ขันทีน้อยก้าวออกมาพร้อมถาดทองบรรจุสุราสองจอก ก้าวมาค้อมกายลงยื่นให้อย่างนอบน้อม ไป๋เฟิงห่าวเหยียดมือหยิบขึ้นหนึ่งจอก อีกจอกขันทีส่งไปเบื้องหน้าให้แก่ฮันเม่ยหลิง นางเอื้อมมือเรียวหยิบขึ้นอย่างสงบ

แววตาทั้งสองสบกันก่อนจะยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดสิ้น ก่อนจะวางลงกลับที่เดิม

เมื่อขันทีอาวุโสเห็นว่าคู่บ่าวสาวดื่มสุราจนหมดจอกแล้ว จึงประสานมือเอ่ยเสียงนอบน้อม

“เช่นนั้น ข้าขอตัวกลับก่อนขอรับ”

ไป๋เฟิงห่าวพยักหน้ารับอย่างเย็นชา มิได้เอื้อนเอ่ยคำใด เหล่าขันทีหลวงถอยออกจากห้องไป เสียงบานประตูไม้ปิดลงแนบสนิท บรรยากาศในห้องหอพลันกลับมาเงียบสงัด

ไม่ทันอึดใจ ไป๋เฟิงห่าวกลับรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา โลหิตในกายพลันสูบฉีดอร่าร้อนจนเส้นเอ็นขมับปูดโปน เขาพึมพำเสียงต่ำ แววตาคมวาววับ

“สุราจอกนี้?”

เสียงดาบยาวหลุดล่วงกระทบพื้นดังกังวานสะท้อนทั่วทั้งห้อง ขณะร่างแกร่งหอบหายใจหนักพลันเหลียวไปเห็นฮันเม่ยหลิงที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้างามนั้นแดงซ่าน ดวงตาเอ่อคลอด้วยฤทธิ์ยาไม่ต่างจากเขา

ไป๋เฟิงห่าวหัวเราะหึในลำคอ ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน

“ฮึ… เช่นนี้นี่เอง นี่คงเป็นวิธีที่ตระกูลฮันถนัดนัก!”

ร่างสูงก้าวฉับไปหานางทันที แล้วทรุดกายนั่งลงบนเตียง มือใหญ่ตะครุบไหล่บางของนางแน่น สายตาคมนั้นฉายแววเร่าร้อนอย่างชัดเจนจ้องมองนาง พลันเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำ

“ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!”

ฮันเม่ยหลิงกำมือแน่นพยายามเก็บอาการร้อนรุ่มในกายที่บัดนี้แผ่ซ่านออกมาบนใบหน้างามอย่างชัดเจน นางเงยหน้ามองเขาด้วยแววตางุนงง พยายามฝืนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่น

“ท่าน… พูดอะไร ปล่อยข้า ข้าเจ็บ…”

คำพูดอ่อนแรงนั้นกลับยิ่งทำให้ไฟราคะในกายเขาลุกโชนยิ่งกว่าเดิม ไป๋เฟิงห่าวกระตุกยิ้มเย็นปนเหยียดหยัน พลางเอ่ยด้วยเสียงลุ่มลึก

“ยังคิดจักเสแสร้งไร้เดียงสาอีกหรือ… เจ้ามิใช่กำลังรอสิ่งนี้อยู่หรือ?”

สิ้นคำ มือใหญ่ก็เอื้อมคว้าสายรัดเอวนางแล้วกระตุกเพียงทีเดียวก็หลุดออก อาภรณ์ด้านนอกของนางถูกเขากระชากออกอย่างรวดเร็ว ร่างขาวนวลใต้ชั้นในบางเบาถูกเผยออก ผืนผ้าสีขาวมิอาจปกปิดทรวงอกอวบอิ่มเต่งตึงของนางได้มิด

เขาผลักร่างนางเอนลงกับพื้นเตียง ร่างบางของนางอ่อนแรงเกินจะต่อต้านได้ ร่างสูงใหญ่ตามทาบทับลงมาในทันที ความร้อนจากตัวเขากับร่างนางประสานกันจนลมหายใจนางเริ่มติดขัด

ริมฝีปากหยักโน้มลงประทับกับกลีบปากนุ่มของนางอย่างรุ่นแรงและดูดดื่ม เขากดจูบลึกดั่งกลืนลมหายใจของนางไปทั้งสิ้น ฮันเม่ยหลิงยังงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่พิษยาปลุกกำหนัดในกายนั้นยิ่งเร้าให้นางร้อนรุ่มเกินห้าม ร่างกายตอบสนองโดยไม่ทันคิด

ปลายนิ้วนางจิกต้นแขนเขาแน่น หัวใจเต้นแรงจนแน่นอก ซ่อนเสียงหอบครางไม่อยู่ ริมฝีปากแดงพยายามเอื้อนเอ่ยทั้งที่เสียงสั่นระคนหอบ

“… ไม่…”

แม้ปากเอื้อนเอ่ยคำขัด แต่ร่างกายนางกลับไม่ผลักไส

สายฝนซัดกระหน่ำหลังคาเรือนหอ เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังราวกลองรัวกลางค่ำคืน ไอเย็นของสายฝนมิอาจต้านทานความร้อนรุ่มในกายจากฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดของพวกเขาได้

ฮันเม่ยหลิงยังพยายามคัดค้านเขา แต่ฤทธิ์ยายิ่งโหมกระหน่ำ ทำให้ความรู้สึกหวิวหวั่นปนความเสียวจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

ไป๋เฟิงห่าวกัดริมฝีปากนุ่มนั้นแผ่วเบา ราวอยากลงโทษนาง ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากหยักลงมาตามซอกคอขาว ดูดซับผิวกายหอมเย้ายวนของนางอย่างหลงใหลปล่อยใจไปตามความต้องการของฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดในกาย

มือใหญ่หยาบเลื่อนขึ้นมาขยำสองเต้าอวบอิ่มใต้ผ้าแพรบางเบาอย่างเร่าร้อน ก่อนจะกระชากผ้าชั้นในบางสีขาวออกอย่างง่ายดาย ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนื้ออุ่นทำเอานางสะท้าน มือเล็กจิกไหล่กว้างจนร่างสั่นสะท้าน เสียงครางแผ่วหลุดออกจากริมฝีปากบาง ร่างบางแอ่นกายตอบสนองต่อสัมผัสอย่างไม่อาจต้าน

ริมฝีปากหยักของเขาเลื่อนลงมางับยอดอกที่แข็งชูชันของนาง แล้วดูดดื่มพร้อมมืออีกข้างที่บีบคลึงอย่างหิวกระหาย

ไม่นาน มือหยาบกร้านนั้นลูบลงตามยังสะโพกมนแล้วลูบไล้เรียวขางามใต้กางเกงขาวบาง ก่อนจะรูดกางเกงบางเบานั้นลงจากสะโพกมนของนางอย่างรวดเร็ว เผยร่างเปลือยเปล่านั้นเต็มตา

ฮันเม่ยหลิงสะท้านด้วยแรงปรารถนา ร่างเล็กดิ้นพล่าน ใจสับสนระหว่างความเจ็บและร้อนรุ่มที่กำลังแผ่ออกมาอย่างมิอาจต้าน

ไป๋เฟิงห่าวเงยหน้าจ้องมองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังสั่นระริกด้วยแรงปรารถนาใต้ร่างตนด้วยดวงตาเหยียดหยัน ก่อนจะเร่งปลดอาภรณ์ของตนออกจนหมด ร่างแกร่งเปลือยเปล่าตั้งชัน แก่นกายที่ขยายใหญ่เต็มแรงปรารถนาผงาดขึ้นตรงหน้า

ฮันเม่ยหลิงร้อนรุ่มด้วยฤทธิ์ยา ครวญครางเว้าวอน ร่างเล็กบิดเร่า สองมือกำผ้าปูเตียงแน่นพยายามฝืนแรงปรารถนาที่กำลังแผ่ออกมา

ไป๋เฟิงห่าวจับขาเรียวนางแยกออกทันที จ่อแก่นกายเข้ากับกลีบเนื้อที่สั่นระริกและฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำรัก ปลายหัวหยักนั้นถูกกดเข้าลึกอย่างเต็มแรง ฮันเม่ยหลิงสะดุ้งด้วยความเจ็บรีบถอยหนี แต่มือใหญ่กลับรั้งสะโพกแน่น แล้วดันแก่นกายเข้าอย่างไม่สนใจเสียงคัดค้าน

“เจ้าต้องการมันไม่ใช่หรือ?”

เขาเอ่ยเสียงเยาะเย้ย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเหยื่อ

“อือ… เจ็บ… อื้อ…”

นางครวญคราง ร่างเล็กพยายามถอยหนี แต่ถูกรั้งไว้นแน่น เขากดแก่นกายใหญ่เข้าจนลึกสุด

“อาส์…”

เสียงครางต่ำแผ่วก้องกังวานในห้องหอ เขาโน้มกายลงดูดเม้มผิวนวลบนซอกคอขาวหอมกรุ่น แล้วขยับสะโพกอย่างเชื่องช้าและมั่นคง แรงสอดใส่ทุกครั้งทำให้ฮันเม่ยหลิงสะดุ้งเฮือก หลุดเสียงครางจากลำคอแผ่วเบา มือกำผ้าปูเตียงแน่น ความเจ็บปนเสียวแล่นซ่านไปทั่วกาย

ร่างเล็กดิ้นพล่าน แม้จะพยายามฝืนฤทธิ์ยา แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขา เสียงครางแผ่วหลุดออกจากริมฝีปากบางอย่างไม่อาจห้ามใจได้ ใจสับสนระหว่าง ความเจ็บ ความเสียว และความต้องการที่กำลังถาโถมเข้ามา

ริมฝีปากหยักของเขาเลื่อนลงมาดูดเม้มพร้อมกับมือหยาบที่กำลังบีบคลึงเต้าอวบที่กำลังสั่นไหวนั้นอย่างเร่าร้อน มือใหญ่ขยำบีบคลึงทุกจังหวะ เร่งจังหวะกระแทกอย่างหิวหาย ทุกแรงสอดใส่ทำให้ร่างเล็กสั่นสะท้าน เสียงครางแผ่วของนางสลับกับเสียงฝนราวดังดนตรีที่ร้อนแรง

ใบหน้างามบัดนี้แดงฉานจากความเร่าร้อน เส้นผมกระจัดกระจาย น้ำตาผสมหยาดเหงื่อ

ไป๋เฟิงห่าวโอบรั้งร่างนางแน่น ส่งแรงสอดใส่ทุกครั้งลึกสุดลำ เขาโน้มกายจูบซอกคอขาวพร้อมขยับสะโพกอย่างมั่นคงและร้อนแรง แรงสอดใส่แต่ละครากระตุ้นความเสียวและเจ็บปนกันในกายของนาง

ร่างเล็กเกร็งสะท้าน มือกำผ้าปูแน่น ร่างบิดเร่าอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ เสียงครางแผ่วหลุดออกจากริมฝีปากทุกครั้งที่แรงสอดใส่กระแทกลึกสุด

ร่างสูงใหญ่เกร็งสะท้าน กดแน่นเข้าหานาง เร่งจังหวะถี่ขึ้น และเร็วขึ้น เสียงครวญครางดังผสมผสานกันในสายฝนที่กำลังสาดลงมาด้านนอกอย่างยากจะแยก

ฮันเม่ยหลิงเกร็งสะท้าน ร่างบิดเร่ มือเล็กกำผ้าปูเตียงแน่น เสียงครางดังสุดขีด หยาดน้ำตาไหลรินจากหางตามาผสมผสานกับหยาดเหงื่อ

ไป๋เฟิงห่าวเองก็เกร็งร่าง ส่งแรงสอดใส่สุดตัว เสียงครางต่ำดังขึ้นพร้อมกับร่างแกร่งที่สั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านและความพอใจ น้ำอุ่น ๆ ในกายถูกปลดปล่อยพร้อมกับฤทธิ์ยาที่ค่อย ๆ เลือนหายไป

ไป๋เฟิงห่าวผละกายออกจากนางอย่างไร้เยื่อใย แล้วลุกขึ้นยืนอย่างสงบนิ่ง ก่อนหยิบอาภรณ์มาสวมทีละชิ้น สีหน้าไร้อารมณ์ มิได้เหลียวมองสตรีที่นอนระทดอยู่บนเตียงแม้เพียงนิด สายตาคมเพียงกวาดผ่านอาภรณ์บางของนางที่กองอยู่กับพื้นหากกลับไร้ซึ่งความใส่ใจ ริมฝีปากหยักขยับเอื้อนเอ่ยวาจาเย็นเยียบ

“อย่าได้คิดว่าจะอยู่ที่นี่อย่างสุขสบาย ต่อไปเจ้าอยู่ที่นี่เป็นเพียงบ่าวที่ข้าต้องการ”

มือใหญ่จัดอาภรณ์ในกายตนเรียบร้อยเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าไม่มีวันรักเจ้า และอย่าหวังจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข สิ่งที่บิดาเจ้าทำ กรรมนั้นเจ้าต้องเป็นผู้ชดใช้อย่างสาสม”

กล่าวจบเขาก็ก้าวออกจากไปสองก้าวออกจากห้องโดยปราศจากเยื่อใย

ฮันเม่ยหลิงนอนแน่นิ่ง ลมหายใจติดขัด ร่างกายค่อย ๆ คลายจากฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด มือเล็กกำผ้าปูเตียงแน่น ความเจ็บลามไปทั้งกาย หยาดน้ำตาไหลรินโดยไม่อาจฝืนกลั้น

“คุณหนู! คุณหนูเจ้าค่ะ!”

เสียงซุนฮวาดังขึ้นลนลาน นางผลักบานประตูเข้ามาเพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงัก ดวงตากวาดมองร่างของคุณหนูของตนที่เต็มไปด้วยร่องรอยบนกายขาว นางกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียงสะอื้นก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว

“คุณหนู…”

ฮันเม่ยหลิงมิได้ตอบ เพียงใช้หลังมือปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว ก่อนคว้าผ้าห่มสีชาดมาคลุมกาย แล้วยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง เอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ

“ไปเตรียมน้ำให้ข้า”

ซุนฮวายกมือปาดน้ำตา รีบโค้งรับคำ

“เจ้าค่ะ”

นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนกายเดินออกจากห้องไป

ฮันเม่ยหลิงทอดสายตามองตามแผ่นหลังของสาวใช้คนสนิทไปชั่ววูบ แล้วจึงยกมือเล็กขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงอีกระลอก หยาดน้ำตารินไหลโดยมิอาจห้าม

…..

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่40

    ตอนที่ 40วันสุดท้ายหมู่บ้านผานชานยามค่ำคืนปกคลุมทั่วลานเรือน สายลมหนาวพัดผ่านมาอย่างแผ่วเบา ไป๋เฟิงห่าวขยับกายลุกขึ้น จากเตียงอย่างเงียบ ๆ ก่อนก้าวไปเปิดประตูออกสายตาคมของเขากวาดมองรอบเรือนหลังเล็กอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบเงาร่างบางที่เขาตามหาอยู่ ความเงียบของลานเรือนยิ่งทำให้หัวใจเขาไม่สงบ ทว่าแสงตะเกียงที่ส่องไหวจากเรือนครัวปลายลานเรือนกลับดึงสายตาของเขาทันทีไป๋เฟิงห่าวรีบก้าวเท้าเข้าไปยังเรือนครัว เมื่อผลักประตูเข้าไป ก็พบ ฮันเม่ยหลิง นั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ ร่างบางสั่นเล็กน้อยเพราะลมเย็นที่พัดลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดค้างไว้เขามองภาพตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้นางอย่างนุ่มนวล จากนางจึงช้อนร่างของนางขึ้นในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมอ่อนจากเรือนผมนางลอยแตะปลายจมูก กลิ่นหอมอันคุ้นเคยทำให้ริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขร่างสูงก้าวออกจากเรือนครัวอย่างเงียบงัน ลมหนาวยังโชยมาสัมผัสผิว แต่เขากลับรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขามุ่งหน้าไปยังห้องนอนร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องนอนที่ส่องสว่างด้วยตะเกียงอุ่น ๆ เขาอุ้มร่างบอบบางในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ก่อนจะค่อย

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่39

    “ไปเราต้องไปจากที่นี่”ฮันเม่ยหลิงพยักหน้าตอบ ประคองร่างชราของท่านย่าค่อย ๆ ก้าวออกจากเรือนที่เปลวไฟกำลังแผดเผาทันใดนั้น เสียงตะโกนจากด้านนอกดังขึ้น“คุณหนู! คุณหนูขอรับ!”พร้อมร่าง องครักษ์ในอาภรณ์สีดำสนิท สองนายที่กำลังจะวิ่งเข้ามา ฮันเม่ยหลิงเงยหน้ามองพวกเขา ก่อนจะรีบประคองท่านย่าก้าวตรงไปหา พวกเขา แต่เพลิงและโครงสร้างไม้เก่ากลับไม่ยอมให้ผ่านไปได้ทัน คานไม้ใหญ่หล่นลงมา ท่านย่าพลันผลักร่างบางของ ฮันเม่ยหลิงให้ล้มลง“อาก ๆ!”ท่อนไม้ที่ลุกลามด้วยเปลวเพลิงพุ่งลงทับร่างของหญิงชราจนล้มลงกองกับพื้น ฮันเม่ยหลิงเบิกตากว้างใจสลาย รีบวิ่งเข้าหา ท่านย่ามือเล็กพยายามดึงร่างของท่านย่าออกจากท่อนไม้ใหญ่ เสียงหายใจแผ่วราวลมหอบแรง เผลอสำลักควันหนาจนแทบสิ้นแรง ท่านย่าโดนท่อนไม้ทับจนไร้เรี่ยวแรง นางเอื้อมมือสั่น ๆ ส่งหยกชิ้นเล็กให้ฮันเม่ยหลิง“หมู่บ้านผานชาน… ที่นั่นมีแต่ความสงบสุข… บ้านข้า… อยู่ที่… นั่น…”น้ำเสียงแผ่วพลันขาดหาย ก่อนหญิงชราสิ้นใจลง“ท่านย่า!!”ฮันเม่ยหลิงร้องคร่ำครวญด้วยความเสียใจ น้ำตาไหลรินจนเปียกทั้งใบหน้า ดวงตาพร่ามัว หอบหายใจเหนื่อยดวงตานางเห็นเพียง องครักษ์ทั้งสองที่คุ้นเคยพลั

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่38

    ตอนที่ 38หัวใจอุ่นอีกครั้งหมู่บ้านผานชานใต้ชายคาเรือนเล็กกลางหมู่บ้านผานชาน สายลมหนาวพัดลอดเข้ามาแทรกผ่านช่องหน้าต่าง ม่านบางพลิ้วไหวตามแรงลมฮันเม่ยหลิงพยายามประคองร่างสูงใหญ่ของไป๋เฟิงห่าวตรงไปยังเตียง นางออกแรงทั้งหมดที่มีพลิกร่างเขาลงนอนอย่างระมัดระวัง เสียงหายใจแผ่วของเขาทำให้นางชะงัก มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะใบหน้าเย็นเฉียบของเขา“อย่า… อย่าตายต่อหน้าข้าอีกคน…”เสียงสั่นพร่าเหมือนหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยง ๆฮันเม่ยหลิงรีบลุกขึ้น คว้าถังน้ำอุ่น ผ้าสะอาด และกล่องสมุนไพร ก่อนกลับมานั่งข้างเตียง นางมือสั่นจนแทบเปิดกล่องไม่ออก แต่ก็ฝืนทำต่อไป นางเอื้อมมือไปปลดชุดเกาะและอาภรณ์ท่อนบนของเขาออกเมื่อเสื้อถูกเปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลมากมายบนตัวเขา นางถึงกับชะงัก หัวใจนางราวถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออกน้ำตารินไหลไม่หยุด นางยกผ้าขึ้นเช็ดเลือดรอบรอยแผลออกอย่างแผ่วเบา แล้วทายาลงบนแผลเขาอย่างระมัดระวังราวกับกลัวจะทำเขาเจ็บไปมากกว่านี้……แสงอรุณแรกแห่งยามเฉินทอประกายลอดช่องหน้าต่างไม้ สายลมหนาวพัดโชยเข้ามาต้องม่านบางให้ปลิวไหว ลมหนาวโชยมาแตะใบหน้าคมของ ไป๋เฟิงห่าวที่นอนอยู่บนเตียง เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เป

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่37

    ตอนที่ 37ชีวิตที่ตายไปแล้วหนึ่งปีต่อมา ไป๋เฟิงห่าวขอราชโองการไปป้องกันชายแดนเหนือลมเหนือหวีดหวิวราวเสียงปีศาจคร่ำครวญ พัดพาหิมะขาวโพลนให้ฟุ้งกระจายปกคลุมผืนดินจนไม่อาจเห็นสีอื่น นอกจากสีขาว… และสีแดงฉานที่โปรยปรายอยู่ทั่วสนามรบท้องฟ้าเหนือศีรษะหม่นทึบราวถูกหมึกดำสาดใส่ เสียงโล่กระทบอาวุธ เสียงม้าร้องโหยหวนและเสียงครวญของเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บดังระงมทัพชายแดนเหนือของ ไป๋เฟิงห่าว กำลังตรึงแนวรบไว้เบื้องหน้าภูผาสูงชัน สายลมเย็นจัดบาดผิวราวคมมีด แม้กระทั่งลมหายใจยังกลายเป็นไอสีขาวที่หายวับไปก่อนจะก่อตัวได้หมด แต่ความทุกข์นี้หรือจะเทียบเท่ากับความคิดถึงที่มีต่อนาง เขาเลือกมาสละชีพที่นี่ และหวังจะได้พบนางอีกครั้งในชาติหน้าไป๋เฟิงห่าวในชุดเกาะเหล็กที่เปื้อนเลือดทั้งของตนเองและศัตรู เขาควบมานำทัพ ดวงตาคมราวเหยี่ยวฝ่าเม็ดหิมะที่ซัดหน้าอย่างไม่ยี่หระ“ดึงแนวปีกซ้ายขึ้น! อย่าให้พวกมันโอบเรา!!”เสียงคำรามของเขาตะโกนฝ่าพายุหิมะ เหล่าทหารติดตามที่ได้ยินต่างชูหอกดาบฟาดฟันอย่างสุดกำลังศัตรูจากแดนเหนือกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ชุดหนังขนสัตว์ของพวกมันปลิวสะบัดลู่ลม เสียงโห่ร้องชวนให้เลือดในอกเ

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่36

    ตอนที่ 36โอกาสจวนแม่ทัพไป๋เฟิงห่าวแสงแดดอ่อนในยามสายลอดผ่านหลังคาสูงของจวนแม่ทัพไป๋ สายลมเย็นพัดต้องชายอาภรณ์ของมู่ถิงถิงเบา ๆ นางก้าวช้า ๆ ตามทางเดินศิลาเรียบ โดยมีอารั่วสาวใช้คนสนิทย่างเท้าอยู่เคียงข้างเมื่อถึงหน้าประตูเรือนใหญ่ มู่ถิงถิงหยุดยืน แววตาคมของนางทอดมองลอดเข้าไปภายในห้องโถงที่เงียบสงบ กลิ่นสุราปนลมอุ่นลอยออกมาจาง ๆ ไป๋เฟิงห่าวนั่งเดียวดายมือใหญ่จับขวดสุราเงินเย็นชืด ดวงตาคมแดงก่ำจ้องมองไปยังฝาขวด ริมฝีปากเม้มแน่น พลางกลืนสุราลงคอด้วยความโหยหาร่างสูงโน้มตัวพิงพนักเก้าอี้ มืออีกข้างยกแก้วขึ้นเทเหล้าใส่คอครั้งแล้วครั้งเล่า“เม่ยหลิง… ข้า…”เสียงทุ้มของเขาสั่นพร่า คล้ายคำเรียกจากหัวใจที่แตกสลายเขาก้มหน้าก้มตาดื่ม น้ำตาไหลเล็ดลอดลงแก้ม มือใหญ่ขยำขวดสุราแน่น ในความมึนเมา ภาพของฮันเม่ยหลิงผุดขึ้นในใจ รอยยิ้ม ใบหน้าขาวนวล กลิ่นอายของนางชัดเจนจนใจเขาสั่น“เจ้า… เจ้าอยู่ที่ใด… เม่ยหลิง…”เสียงเรียกพร่าเลือน ความปวดร้าวแล่นขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ไป๋เฟิงห่าวล้มตัวลงกับเก้าอี้ ขวดสุราหล่นกระแทกพื้น น้ำสุราไหลริน เขาพิงตัว เงยหน้าขึ้นมองเพดาน แววตาแดงก่ำสะท้อนเพียงภาพของภรรยาอันเป

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่35

    ตอนที่ 35ข่าวร้ายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง ลานหน้าวังหลวงยังคงคลาคล่ำด้วยเหล่าทหารและขุนนาง แต่สำหรับไป๋เฟิงห่าวแล้ว ทุกเสียงทุกผู้คนกลับเรือนหาย เขามุ่งหน้าไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งของแม่ทัพผู้เย็นชา ทว่าแววตากลับแฝงความสุขใจเมื่อคิดถึงใบหน้าของภรรยาที่รอเขาอยู่ รอยยิ้มหวานนั้นยังคงฝังอยู่ในใจเขาขณะที่เขายกเท้าขึ้นหมายจะก้าวขึ้นรถม้า เสียงฝีเท้าม้าเร็วดังฝ่าความวุ่นวายเข้ามา ก่อนที่เสียงตะโกนสั่นเครือจะดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ!!”ไป๋เฟิงห่าวขมวดคิ้ว หันกลับไปมอง เห็นทหารผู้น้อยที่คุ้นตา กระโดดลงจากหลังม้าแทบไม่ทัน พอเท้าแตะพื้นก็ทรุดตัวคุกเข่าลงทันที ในมือยังจับสายบังเหียนแน่น ร่างสั่นเทา หน้าแดงก่ำเพราะควบม้าด้วยความเร่งรีบและบกพร่องต่อหน้าที่จนเกิดเรื่องร้าย เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดห้วง แฝงความหวาดหวั่นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง“ไฟ… ไฟไหม้เรือนไผ่ขอรับ!”หัวใจของไป๋เฟิงห่าวกระตุกวูบ เสียงสั่นของทหารเอ่ยต่ออย่างสั่นระรัว“ฮูหยิน… กับ ท่านหมอเทวดา… สิ้นใจในกองเพลิงแล้วขอรับ!”วินาทีนั้น เหมือนโลกทั้งใบของเขาหยุดหมุน ร่างกายสูงใหญ่กลับยืนนิ่งราวถูกคมดาบปักกลางอก ลมหายใจของเขาขา

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status