Share

ตอนที่7

last update publish date: 2026-08-31 18:11:02

ตอนที่ 7ชมสวน

จวนแม่ทัพไป๋เฟิงห่าว

ภายในเรือนพักของมู่ถิงถิง

ภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรอ่อน ๆ

มู่ถิงถิงเอนกายนอนบนเตียงไม้ ผืนผ้าแพรสีขาวคลุมร่างบางไว้ ใบหน้างามหม่นหมอง ดูอ่อนแรงยิ่งนัก

หมอถังลี่ตรวจชีพจรอยู่ครู่ใหญ่ ครั้นตรวจอาการเสร็จแล้วจึงลุกขึ้น ก้าวถอยออกมายืนเบื้องหน้าแม่ทัพหนุ่มไป๋เฟิงห่าวที่ยืนรออยู่ด้านข้าง

เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้น

“อาการนางเป็นเช่นไร”

หมอถังลี่ผงกศีรษะเล็กน้อย สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ

“เรียนท่านแม่ทัพ อาการแม่นางมู่ดีขึ้นมาก เพียงแต่ช่วงนี้ควรออกไปรัสายลมและแสงแดดนอกเรือนบ้าง เลือดลมจะได้ไหลเวียนดีและฟื้นตัวเร็วขึ้นขอรับ”

ไป๋เฟิงห่าวพยักหน้าตอบรับโดยไม่ปริปากใด ๆ

หมอถังลี่หยิบใบสั่งยาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้แก่อารั่ว สาวใช้คนสนิทของมู่ถิงถิงที่ยืนรอคำสั่งอยู่เบื้องหลัง ก่อนเอ่ยกำชับเสียงเรียบ

“ยาตามรายชื่อเหล่านี้ ให้ต้มเช้าเย็นอย่าได้ขาด ไม่กี่วันนางก็จะหายดี”

อารั่วย่อกายรับใบสั่งยาอย่างนอบน้อม สีหน้าฉายชัดถึงความยินดี

“เจ้าค่ะ บ่าวจะไปจัดการให้เรียบร้อย”

กล่าวจบก็รีบหมุนกายออกจากห้องไปในทันที

หมอถังลี่หันกลับมากล่าวกับไป๋เฟิงห่าว พลางคารวะอย่างนอบน้อม

“หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนขอรับท่านแม่ทัพ”

ไป๋เฟิงห่าวพยักหน้าตอบ มิได้เปล่งคำใดออกมา

หมอถังลี่เก็บห่อเข็มและกล่องยา ใส่ลงในกล่องไม้ แล้วก้าวเท้าออกจากเรือนอย่างสงบ

ไป๋เฟิงห่าวก้าวย่างเข้าไปนั่งลงริมเตียงอย่างสงบนิ่ง แววตาคมทอดมองสตรีตรงหน้าอย่างเอ็นดูดังน้องสาว ก่อนเอื้อนเอ่ยอย่างห่วงใย

“ถิงถิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือไม่”

มู่ถิงถิงยิ้มบาง นางยันกายขึ้นพิงหัวเตียงอย่างเชื่องช้า แล้วเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุน

“ข้าดีขึ้นมากแล้ว ยาของหมอในเมืองหลวงช่างดียิ่งนัก”

ไป๋เฟิงห่าวพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยขึ้น

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เจ้าก็นอนพักเถิด”

มู่ถิงถิงสบตาเขาพลันส่ายหน้าเบา ๆ อย่างดื้อรั้น มิยอมเอนกายนอนตามคำสั่งเขา นางยื่นมือเล็กไปคว้ามือใหญ่ของเขาไว้ เอื้อนเอ่ยอย่างออดอ้อน

“พี่ ท่านพาข้าไปเดินชมสวนได้หรือไม่ ตั้งแต่ท่านกลับมาจากชายแดน ข้ายังมิได้พบท่านเลย…”

สุ้มเสียงออดอ้อนนุ่มนวลนั้น ทำให้ไป๋เฟิงห่าวชะงักเล็กน้อย ก่อนริมฝีปากหยักจะคลี่ยิ้มบางเอ่ยตอบ

“ได้”

มือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะนางแผ่วเบาอย่างเอ็นดูพลันหวนนึกถึงคำฝากฝังของลุงใหญ่ ผู้ฝากฝังให้เขาดูแลนางประหนึ่งน้องสาวแท้ ๆ ในวาระสุดท้ายของลมหายใจ

ไป๋เฟิงห่าวยื่นมือประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากเตียง หยิบผ้าคลุมหนามาโอบร่างเล็กไว้แน่น

ขณะนั้น อารั่วสาวใช้ย่างกายเข้ามาภายในห้อง ในมือยกถาดไม้ที่วางถ้วยยาร้อนอบอวลกลิ่นสมุนไพร นางค่อย ๆ ก้าวตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของทั้งสองแล้วโค้งกายเล็กน้อยเอ่ยเสียงอ่อนน้อม

“ยาเจ้าค่ะคุณหนู”

มู่ถิงถิงเหลือบตาขึ้นพยักหน้ารับมือเรียวยกขึ้นรับถ้วยยาจากถาดที่สาวใช้ยื่นมา จากนั้นแนบริมฝีปากชดรวดเดียวจนหมด มิได้งอแงอย่างสตรีเจ็บไข้ทั่วไป ครั้นดื่มจนหมดก็ส่งถ้วยคืนไปโดยไม่กล่าวคำใด

อารั่วรับถ้วยนั้นด้วยสองมือ ก่อนจะหมุนกายไปวางลงบนโต๊ะกลมทางมุมห้องอย่างระมัดระวัง จากนั้นรีบก้าวกลับเข้ามาประคองต้นแขนคุณหนูของตนไว้ด้วยท่าทางนอบน้อม

ไป๋เฟิงห่าวยืนอยู่ด้านข้าง เหลือบมองเพียงนิดก่อนจะก้าวนำออกจากห้อง โดยมีอารั่วและมู่ถิงถิงก้าวตามเขาไป

…..

ภายในเรือนใหญ่เงียบสงัด เสียงลมหายใจของนางประหนึ่งสิ่งเดียวที่ขยับไหวอยู่ในห้อง ฮันเม่ยหลิงค่อย ๆ เขยิบกายจากคานไม้สูง มือเรียวเกาะแน่นด้วยแรงอันน้อยนิด นางก้มลงมองพื้นเบื้องล่าง ใจเต้นระส่ำแต่จำต้องกัดฟันปีนลงทีละช่วง

ทว่าเพราะเรี่ยวแรงโรยราลง ร่างบางพลันเสียหลักมือเล็กไถลจากคานไม้ เกือบตกฮวบลงทั้งตัวโชคยังดีที่ปลายนิ้วเกี่ยวปลายคานไม้ไว้ทันจนแขนสั่นระริก นางกัดริมฝีปากแน่นพยายามดึงกายเข้าหาระแนงเสาใหญ่ จากนั้นค่อยขยับตัวเลื่อนลงมาช้า ๆ

ลงมาได้เพียงครึ่งช่วง มือน้อยพลันลื่นจากเนื้อไม้ ฟึบ!! ร่างบางหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรงเสียงดังตุบ!

“โอ้ย…”

เสียงอุทานแผ่วเบาหลุดจากเรียวปากความเจ็บแล่นผ่านแผ่นหลัง แต่เพราะความสูงมิได้มากนักจึงไม่ถึงกับบาดเจ็บ นางยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า มือบางเผลอยกขึ้นกุมหน้าท้องที่ร้องประท้วงเพราะความหิว เพราะตั้งแต่ยามอรุณ ยังไม่ทันแตะอะไรเข้าสู่กะเพาะเลย ฮันเม่ยหลิงสูดลมหายใจแผ่ว ถอนใจหนึ่งครา ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังประตูห้อง

แสงตะวันยามบ่ายสอดผ่านชายคาเรือน เงาสว่างอ่อนส่องมากระทบกับพื้นเย็นของเรือน ฮันเม่ยหลิงเพิ่งก้าวออกจากประตูเรือน นางยกฝ่ามือขาวบางขึ้นกันแสง มิให้ต้องลืมตาฝืน

นางก้าวฝีเท้าช้า ๆ ตามทางเดิน สีหน้าอ่อนแรงด้วยความหิว แต่ยังคงกิริยาสงบนิ่ง

ซุนฮวา ซึ่งคอยอยู่ด้านข้างเสาใหญ่ริมศาลา เมื่อเห็นคุณหนูของตนก้าวออกมาก็รีบวิ่งเข้ามาประคองแขนทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย

“คุณหนู…”

เสียงนางสั่นเล็กน้อยด้วยความเห็นใจ

ฮันเม่ยหลิงเหลียวมองหน้าสาวใช้คนสนิท ดวงตาฉายชัดถึงความอ่อนแรง

ซุนฮวารีบควานหยิบห่อผ้าสีขาวสะอาดที่เตรียมไว้ ลนลานแกะออก เบื้องในคือซาลาเปาก้อนอุ่น นางชูขึ้นประคองสองมือ เอ่ยเสียงอ่อนน้อม

“ท่านคงจะหิวแล้วใช่หรือไม่ นี่เจ้าค่ะข้าเตรียมมาให้ท่าน รีบกินเถิดเจ้าค่ะ”

ฮันเม่ยหลิงพยักหน้าเบา ๆ มิกล่าวถ้อยคำ นางรับซาลาเปานั้นมากัดคำเล็ก กลิ่นแป้งหอมอ่อนชโลมลำคอที่แห้งผาก

ซุนฮวาถอนหายใจเฮือก พลางพึมพำด้วยความขุ่นข้อง

“ตั้งแต่ท่านเข้าไปในเรือนใหญ่ ท่านยังไม่ได้กินอะไรเลยใช่หรือไม่ ท่านแม่ทัพไป๋ช่างใจร้ายยิ่งนัก”

ฮันเม่ยหลิงชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น แล้วเพียงก้มหน้ากินต่ออย่างสงบ มิได้กล่าวโต้ตอบให้ยืดเยื้อ

ครั้นทั้งคู่เดินเลยมาถึงสระบัวใหญ่ที่กำลังบานสะพรั่ง ฮันเม่ยหลิงทอดสายตาชั่วครู่ก่อนเอื้อนเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“ซุนฮวา สระบัวด้านหน้างามนัก เราไปดูใกล้ ๆ กันเถิด”

“เจ้าค่ะ”

ซุนฮวารับคำอย่างนอบน้อม

สิ้นคำ ทั้งสองจึงก้าวขึ้นสะพานไม้ที่ทอดตัวพาดสู่ปากสระบัวที่เต็มไปด้วยกลีบดอกบัวชมพูสลับขาว

…..

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่40

    ตอนที่ 40วันสุดท้ายหมู่บ้านผานชานยามค่ำคืนปกคลุมทั่วลานเรือน สายลมหนาวพัดผ่านมาอย่างแผ่วเบา ไป๋เฟิงห่าวขยับกายลุกขึ้น จากเตียงอย่างเงียบ ๆ ก่อนก้าวไปเปิดประตูออกสายตาคมของเขากวาดมองรอบเรือนหลังเล็กอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบเงาร่างบางที่เขาตามหาอยู่ ความเงียบของลานเรือนยิ่งทำให้หัวใจเขาไม่สงบ ทว่าแสงตะเกียงที่ส่องไหวจากเรือนครัวปลายลานเรือนกลับดึงสายตาของเขาทันทีไป๋เฟิงห่าวรีบก้าวเท้าเข้าไปยังเรือนครัว เมื่อผลักประตูเข้าไป ก็พบ ฮันเม่ยหลิง นั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ ร่างบางสั่นเล็กน้อยเพราะลมเย็นที่พัดลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดค้างไว้เขามองภาพตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้นางอย่างนุ่มนวล จากนางจึงช้อนร่างของนางขึ้นในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมอ่อนจากเรือนผมนางลอยแตะปลายจมูก กลิ่นหอมอันคุ้นเคยทำให้ริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขร่างสูงก้าวออกจากเรือนครัวอย่างเงียบงัน ลมหนาวยังโชยมาสัมผัสผิว แต่เขากลับรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขามุ่งหน้าไปยังห้องนอนร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องนอนที่ส่องสว่างด้วยตะเกียงอุ่น ๆ เขาอุ้มร่างบอบบางในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ก่อนจะค่อย

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่39

    “ไปเราต้องไปจากที่นี่”ฮันเม่ยหลิงพยักหน้าตอบ ประคองร่างชราของท่านย่าค่อย ๆ ก้าวออกจากเรือนที่เปลวไฟกำลังแผดเผาทันใดนั้น เสียงตะโกนจากด้านนอกดังขึ้น“คุณหนู! คุณหนูขอรับ!”พร้อมร่าง องครักษ์ในอาภรณ์สีดำสนิท สองนายที่กำลังจะวิ่งเข้ามา ฮันเม่ยหลิงเงยหน้ามองพวกเขา ก่อนจะรีบประคองท่านย่าก้าวตรงไปหา พวกเขา แต่เพลิงและโครงสร้างไม้เก่ากลับไม่ยอมให้ผ่านไปได้ทัน คานไม้ใหญ่หล่นลงมา ท่านย่าพลันผลักร่างบางของ ฮันเม่ยหลิงให้ล้มลง“อาก ๆ!”ท่อนไม้ที่ลุกลามด้วยเปลวเพลิงพุ่งลงทับร่างของหญิงชราจนล้มลงกองกับพื้น ฮันเม่ยหลิงเบิกตากว้างใจสลาย รีบวิ่งเข้าหา ท่านย่ามือเล็กพยายามดึงร่างของท่านย่าออกจากท่อนไม้ใหญ่ เสียงหายใจแผ่วราวลมหอบแรง เผลอสำลักควันหนาจนแทบสิ้นแรง ท่านย่าโดนท่อนไม้ทับจนไร้เรี่ยวแรง นางเอื้อมมือสั่น ๆ ส่งหยกชิ้นเล็กให้ฮันเม่ยหลิง“หมู่บ้านผานชาน… ที่นั่นมีแต่ความสงบสุข… บ้านข้า… อยู่ที่… นั่น…”น้ำเสียงแผ่วพลันขาดหาย ก่อนหญิงชราสิ้นใจลง“ท่านย่า!!”ฮันเม่ยหลิงร้องคร่ำครวญด้วยความเสียใจ น้ำตาไหลรินจนเปียกทั้งใบหน้า ดวงตาพร่ามัว หอบหายใจเหนื่อยดวงตานางเห็นเพียง องครักษ์ทั้งสองที่คุ้นเคยพลั

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่38

    ตอนที่ 38หัวใจอุ่นอีกครั้งหมู่บ้านผานชานใต้ชายคาเรือนเล็กกลางหมู่บ้านผานชาน สายลมหนาวพัดลอดเข้ามาแทรกผ่านช่องหน้าต่าง ม่านบางพลิ้วไหวตามแรงลมฮันเม่ยหลิงพยายามประคองร่างสูงใหญ่ของไป๋เฟิงห่าวตรงไปยังเตียง นางออกแรงทั้งหมดที่มีพลิกร่างเขาลงนอนอย่างระมัดระวัง เสียงหายใจแผ่วของเขาทำให้นางชะงัก มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะใบหน้าเย็นเฉียบของเขา“อย่า… อย่าตายต่อหน้าข้าอีกคน…”เสียงสั่นพร่าเหมือนหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยง ๆฮันเม่ยหลิงรีบลุกขึ้น คว้าถังน้ำอุ่น ผ้าสะอาด และกล่องสมุนไพร ก่อนกลับมานั่งข้างเตียง นางมือสั่นจนแทบเปิดกล่องไม่ออก แต่ก็ฝืนทำต่อไป นางเอื้อมมือไปปลดชุดเกาะและอาภรณ์ท่อนบนของเขาออกเมื่อเสื้อถูกเปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลมากมายบนตัวเขา นางถึงกับชะงัก หัวใจนางราวถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออกน้ำตารินไหลไม่หยุด นางยกผ้าขึ้นเช็ดเลือดรอบรอยแผลออกอย่างแผ่วเบา แล้วทายาลงบนแผลเขาอย่างระมัดระวังราวกับกลัวจะทำเขาเจ็บไปมากกว่านี้……แสงอรุณแรกแห่งยามเฉินทอประกายลอดช่องหน้าต่างไม้ สายลมหนาวพัดโชยเข้ามาต้องม่านบางให้ปลิวไหว ลมหนาวโชยมาแตะใบหน้าคมของ ไป๋เฟิงห่าวที่นอนอยู่บนเตียง เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เป

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่37

    ตอนที่ 37ชีวิตที่ตายไปแล้วหนึ่งปีต่อมา ไป๋เฟิงห่าวขอราชโองการไปป้องกันชายแดนเหนือลมเหนือหวีดหวิวราวเสียงปีศาจคร่ำครวญ พัดพาหิมะขาวโพลนให้ฟุ้งกระจายปกคลุมผืนดินจนไม่อาจเห็นสีอื่น นอกจากสีขาว… และสีแดงฉานที่โปรยปรายอยู่ทั่วสนามรบท้องฟ้าเหนือศีรษะหม่นทึบราวถูกหมึกดำสาดใส่ เสียงโล่กระทบอาวุธ เสียงม้าร้องโหยหวนและเสียงครวญของเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บดังระงมทัพชายแดนเหนือของ ไป๋เฟิงห่าว กำลังตรึงแนวรบไว้เบื้องหน้าภูผาสูงชัน สายลมเย็นจัดบาดผิวราวคมมีด แม้กระทั่งลมหายใจยังกลายเป็นไอสีขาวที่หายวับไปก่อนจะก่อตัวได้หมด แต่ความทุกข์นี้หรือจะเทียบเท่ากับความคิดถึงที่มีต่อนาง เขาเลือกมาสละชีพที่นี่ และหวังจะได้พบนางอีกครั้งในชาติหน้าไป๋เฟิงห่าวในชุดเกาะเหล็กที่เปื้อนเลือดทั้งของตนเองและศัตรู เขาควบมานำทัพ ดวงตาคมราวเหยี่ยวฝ่าเม็ดหิมะที่ซัดหน้าอย่างไม่ยี่หระ“ดึงแนวปีกซ้ายขึ้น! อย่าให้พวกมันโอบเรา!!”เสียงคำรามของเขาตะโกนฝ่าพายุหิมะ เหล่าทหารติดตามที่ได้ยินต่างชูหอกดาบฟาดฟันอย่างสุดกำลังศัตรูจากแดนเหนือกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ชุดหนังขนสัตว์ของพวกมันปลิวสะบัดลู่ลม เสียงโห่ร้องชวนให้เลือดในอกเ

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่36

    ตอนที่ 36โอกาสจวนแม่ทัพไป๋เฟิงห่าวแสงแดดอ่อนในยามสายลอดผ่านหลังคาสูงของจวนแม่ทัพไป๋ สายลมเย็นพัดต้องชายอาภรณ์ของมู่ถิงถิงเบา ๆ นางก้าวช้า ๆ ตามทางเดินศิลาเรียบ โดยมีอารั่วสาวใช้คนสนิทย่างเท้าอยู่เคียงข้างเมื่อถึงหน้าประตูเรือนใหญ่ มู่ถิงถิงหยุดยืน แววตาคมของนางทอดมองลอดเข้าไปภายในห้องโถงที่เงียบสงบ กลิ่นสุราปนลมอุ่นลอยออกมาจาง ๆ ไป๋เฟิงห่าวนั่งเดียวดายมือใหญ่จับขวดสุราเงินเย็นชืด ดวงตาคมแดงก่ำจ้องมองไปยังฝาขวด ริมฝีปากเม้มแน่น พลางกลืนสุราลงคอด้วยความโหยหาร่างสูงโน้มตัวพิงพนักเก้าอี้ มืออีกข้างยกแก้วขึ้นเทเหล้าใส่คอครั้งแล้วครั้งเล่า“เม่ยหลิง… ข้า…”เสียงทุ้มของเขาสั่นพร่า คล้ายคำเรียกจากหัวใจที่แตกสลายเขาก้มหน้าก้มตาดื่ม น้ำตาไหลเล็ดลอดลงแก้ม มือใหญ่ขยำขวดสุราแน่น ในความมึนเมา ภาพของฮันเม่ยหลิงผุดขึ้นในใจ รอยยิ้ม ใบหน้าขาวนวล กลิ่นอายของนางชัดเจนจนใจเขาสั่น“เจ้า… เจ้าอยู่ที่ใด… เม่ยหลิง…”เสียงเรียกพร่าเลือน ความปวดร้าวแล่นขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ไป๋เฟิงห่าวล้มตัวลงกับเก้าอี้ ขวดสุราหล่นกระแทกพื้น น้ำสุราไหลริน เขาพิงตัว เงยหน้าขึ้นมองเพดาน แววตาแดงก่ำสะท้อนเพียงภาพของภรรยาอันเป

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่35

    ตอนที่ 35ข่าวร้ายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง ลานหน้าวังหลวงยังคงคลาคล่ำด้วยเหล่าทหารและขุนนาง แต่สำหรับไป๋เฟิงห่าวแล้ว ทุกเสียงทุกผู้คนกลับเรือนหาย เขามุ่งหน้าไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งของแม่ทัพผู้เย็นชา ทว่าแววตากลับแฝงความสุขใจเมื่อคิดถึงใบหน้าของภรรยาที่รอเขาอยู่ รอยยิ้มหวานนั้นยังคงฝังอยู่ในใจเขาขณะที่เขายกเท้าขึ้นหมายจะก้าวขึ้นรถม้า เสียงฝีเท้าม้าเร็วดังฝ่าความวุ่นวายเข้ามา ก่อนที่เสียงตะโกนสั่นเครือจะดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ!!”ไป๋เฟิงห่าวขมวดคิ้ว หันกลับไปมอง เห็นทหารผู้น้อยที่คุ้นตา กระโดดลงจากหลังม้าแทบไม่ทัน พอเท้าแตะพื้นก็ทรุดตัวคุกเข่าลงทันที ในมือยังจับสายบังเหียนแน่น ร่างสั่นเทา หน้าแดงก่ำเพราะควบม้าด้วยความเร่งรีบและบกพร่องต่อหน้าที่จนเกิดเรื่องร้าย เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดห้วง แฝงความหวาดหวั่นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง“ไฟ… ไฟไหม้เรือนไผ่ขอรับ!”หัวใจของไป๋เฟิงห่าวกระตุกวูบ เสียงสั่นของทหารเอ่ยต่ออย่างสั่นระรัว“ฮูหยิน… กับ ท่านหมอเทวดา… สิ้นใจในกองเพลิงแล้วขอรับ!”วินาทีนั้น เหมือนโลกทั้งใบของเขาหยุดหมุน ร่างกายสูงใหญ่กลับยืนนิ่งราวถูกคมดาบปักกลางอก ลมหายใจของเขาขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status