LOGIN"เจ้าทำอันใดหรือเสี่ยวอี้" เสี่ยวอี้สาวใช้ข้างกายหันไปมองหน้าผู้เป็นนายก่อนจะยิ้มกว้างออกมา นางรีบเช็ดมือและเดินเข้าไปหาซุนฮวาที่นั่งตรงศาลาข้างตำหนักท้ายจวน
"พระชายาบ่าวเห็นพื้นดินมันว่าง บ่าวก็เลยจะปลูกดอกไม้ให้พระชายาเอาไว้ดูเล่นเพคะ" ซุนฮวาพยักหน้า นางหันไปเห็นพื้นดินที่สาวใช้พรวนดินเอาไว้ก็ยิ้มออกมา
"มาเถอะเรามาช่วยกันจะได้เสร็จเร็ว ๆ" ซุนฮวาเดินลงไปที่แปลงดอกไม้
พระชายากับสาวใช้ทำงานกันอย่างไม่เร่งรีบ ใบหน้างามถึงแม้จะไม่ได้ยิ้มแย้มเช่นคนมีความสุข ทว่าก็ไม่ได้อมทุกข์จนเกินไป นางแต่งเข้ามาอยู่ในจวนอ๋องร่วมเดือนแล้ว นอกจากใบหน้าสาวใช้ข้างกายที่ตามมาจากจวนสกุลกัวแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่ตำหนักท้ายจวนแห่งนี้อีก จ้าวฉงซานมิได้มอบสาวใช้ให้นางเพิ่มมีเพียงเสี่ยวอี้ผู้เดียวเท่านั้น แต่เพียงเท่านี้ก็เกินพอแล้ว และตั้งแต่จ้าวฉงซานไล่นางมาอยู่ท้ายจวนเขาก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาให้นางเห็นหน้าอีก ที่เขาประกาศกร้าวในวันเข้าหอก็คงจะเป็นเรื่องจริง เขาไม่ต้องการจะพบหน้านางอีกแล้ว ซุนฮวาก้มหน้าลงยิ้มขื่นในอกคล้ายกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดอย่างรุนแรง
เมื่อตอนอยู่ที่จวนสกุลกัวนางเองก็หาใช่คุณหนูในห้องหอที่หยิบจับอันใดไม่เป็น เพราะโชคชะตากลั่นแกล้งนางกำพร้ามารดาตั้งแต่อายุได้ขวบเศษ ต่อมาไม่นานบิดานางก็แต่งตั้งหลิวฮุ้ยจิ้งภรรยารองขึ้นมาแทนมารดาที่ล่วงลับของนาง ด้วยเพราะหลิวฮุ้ยจิ้งตั้งครรภ์กัวหลี่หนิง หลังจากนั้นชะตาชีวิตของนางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซุนฮวาถึงแม้จะเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเอกที่ล่วงลับ ทว่าบิดาก็หาได้สนใจนางเท่าที่ควร นางจึงต้องทำทุกอย่างในจวนไม่แพ้สาวใช้คนหนึ่ง ซึ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับนางไม่มีทางล่วงรู้ไปถึงหูของบิดาและฮูหยินผู้เฒ่าเลยสักครั้ง
"นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่หรือซุนเอ๋อร์" ซุนฮวาหันไปทางต้นทางของเสียง นางย่อกายทำความเคารพผู้มาใหม่อย่างนอบน้อม
"ถวายพระพรองค์ไท่จื่อเพคะ"
"เหตุใดต้องมากพิธีเช่นนั้นเล่าซุนเอ๋อร์มานี่เถอะ มานั่งกับข้าที่นี่" ซุนฮวาเดินเข้าไปนั่งที่ศาลาตามคำเชิญของจ้าวตี๋เฟย
มือบางยื่นไปยกกาน้ำชารินใส่ถ้วย และขยับไปตรงหน้าองค์ไท่จื่อ จ้าวตี๋เฟยมองใบหน้างามที่หวานล้ำราวเทพธิดาจุติลงมาจากสรวงสวรรค์ หากวันนั้นนางไม่ตกเป็นของจ้าวฉงซานน้องชายร่วมบิดามารดาของเขา ไม่แน่ว่าวันพิธีมงคลที่ผ่านมา คงจะเป็นเขาอย่างแน่นอนที่ต้องแต่งกับนาง จ้าวตี๋เฟยไม่ใช่ไม่รู้ว่าความจริงแล้วซุนฮวาจะแต่งเข้าวังหลังเป็นไท่จื่อเฟยของเขา ตามราชโองการของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ระบุไว้ว่า บุตรีของสกุลกัวคนแรกจะต้องเข้าพิธีมงคลสมรสมาเป็นไท่จื่อเฟยอย่างไม่มีข้อแม้ แต่แล้วทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไป ซุนฮวาจะไม่มีวันเป็นของเขาได้อีก เพราะต่อจากนี้ไปนางได้กลายเป็นน้องสะใภ้ของเขาไปเสียแล้ว
"เจ้ายังไม่ตอบข้าเลย ว่าเจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่" จ้าวตี๋เฟยเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง เพราะเห็นว่าซุนฮวายังไม่ตอบคำถามเขาเสียที
"หม่อมฉันกำลังพรวนดินอยู่เพคะที่ดินว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใด หากดัดแปลงมาเป็นแปลงดอกไม้คงจะน่าดูชมมากขึ้น องค์ไท่จื่อมาหาท่านอ๋องหรือเพคะ"
"หามิได้ ท่านแม่ให้ข้ามาเยี่ยม เจ้าอยู่กับน้องสามสุขสบายดีหรือไม่ เอ๊ะ!!! ดูสิใบหน้าของเจ้าดำไปหมดแล้ว" จ้าวตี๋เฟยหยิบผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บเอวขึ้นมาและยื่นไปเช็ดที่ใบหน้างามที่ดำไปด้วยคราบดินจากแปลงดอกไม้
กัวซุนฮวาผละออกก่อนจะยกมือขึ้นมาเช็ดเอง แก้มใสขึ้นสีแดงคล้ายผลอิงเถา ในอกจ้าวตี๋เฟยคล้ายจะเบิกบานแต่แล้วก็ฟีบลงเพราะรู้ดีว่าจะต้องตัดใจนางไม่ใช่ของเขาอีก
"องค์ไท่จื่อท่านว่างเสียเหลือเกินนะ งานราชการไม่มีทำหรือถึงได้เที่ยวเข้าจวนผู้อื่นเล่นเช่นนี้" ไม่ใช่เสียงของซุนฮวา แต่เป็นเสียงเข้มของจ้าวฉงซานที่เดินมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทันได้รู้ตัว
"ผู้อื่นที่ใดกันเล่า ข้ามาเยี่ยมน้องชายกับน้องสะใภ้ไม่ได้เลยหรือ"จ้าวตี๋เฟยหันไปยิ้มให้ผู้มาใหม่ เมื่อมองใบหน้าเข้มที่บึ้งตึงก็รู้สึกคล้ายกับไหน้ำส้มจ้าวฉงซานจะแตกออกเสียแล้ว
"ท่านว่าง?"จ้าวฉงซานถามออกไป
"ก็ไม่เท่าไร เสด็จแม่ให้ข้ามาเตือนเจ้า หลังแต่งงานเจ้าต้องพาพระชายากลับไปเยี่ยมบ้านเดิม ข้าขอเดาว่าเจ้าคงยังไม่ได้พาซุนเอ๋อร์ไปใช่หรือไม่" ดูจากสีหน้าของฉงซานก็พอจะรู้ว่าที่เขาพูดมาเป็นเรื่องจริง จ้าวฉงซานหาได้ใส่ใจเรื่องเช่นนี้ไม่
"ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็พาซุนเอ๋อร์ไปเยี่ยมบ้านเถิด แล้วอีกอย่างเสด็จพ่อมีรับสั่งให้เจ้าพาพระชายาเข้าวังอีกด้วย ซุนเอ๋อร์ข้าไม่ได้กินอาหารฝีมือเจ้ามานานแล้วใช่หรือไม่ ไม่รู้ว่าพอเจ้าออกเรือนมาแล้วจะยังทำอาหารให้ต้าเกอคนนี้กินได้อีกหรือไม่" เมื่อแจ้งธุระกับน้องชายเสร็จ เขาก็หันกลับมาคุยกับหญิงสาวที่นั่งเงียบตั้งแต่ที่น้องชายของเขาเดินเข้ามา ซุนฮวานั่งก้มหน้านิ่ง ดูก็รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่นเท่าไรนัก
"หากองค์ไท่จื่อต้องการหม่อมฉันก็ยินดีเพคะ" เสียงหวานตอบออกไปแผ่วเบานางยังคงนั่งก้มหน้าไม่กล้าเงย เพราะรับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่พอใจของผู้เป็นสามีที่นั่งอยู่ด้านข้าง
"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่ามากพิธี เราหาใช่คนอื่นไกลข้ายังคงเป็นต้าเกอคนเดิมของเจ้าเสมอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"
ซุนฮวาเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น ภาพวัยเยาว์ย้อนเข้ามาในความทรงจำเมื่อก่อนท่านอ๋องและองค์ไท่จื่อมักไปที่จวนนางบ่อยครั้ง ทั้งสองพระองค์ชอบมาเล่นกับนางเสมอ และทุกครั้งหลี่หนิงน้องสาวต่างมารดาก็จะไม่เคยพลาดนางมักจะพาตัวเองมาอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเช่นกัน สายตาหวานสบเข้ากับสายตาที่อ่อนโยนเหมือนเช่นวันวาน คำว่าต้าเกอที่เขาเอ่ยออกมาหวนให้คิดเช่นนั้น เขายังเป็นพี่ชายของนางเสมอ
"เฮอะ...หากยังมัวแต่จ้องตากันเช่นนี้ข้าก็ชักจะไม่แน่ใจว่าท่านและนางจะได้กินข้าวหรือกินกันเอง" เสียงเข้มดังขึ้นอย่างไม่พอใจ เขาหาได้มีความหึงหวงสตรีหน้าหนาเช่นซุนฮวาไม่ นางไม่คู่ควรกับใครทั้งนั้น ขนาดเขาที่เป็นสวามีนั่งอยู่นางยังคงกล้าส่งสายตาให้พี่ชายเขาได้อย่างหน้าไม่อาย ไม่คิดเลยว่าวันเวลาที่เปลี่ยนไปจากเด็กน้อยใสซื่อในวันวาน จะกลายมาเป็นสตรีหน้าหนาในวันนี้
ตอนที่ 41 ป้ายทองที่หายไป"หนิงเอ๋อร์เจ้าไปหยิบป้ายทองให้ข้าทีเถอะ ทางชายแดนด่านเหนือมีปัญหาอีกแล้ว เห็นทีข้าคงจะต้องส่งกองกำลังล่วงหน้าไปก่อน"พ่อบ้านเฉินเข็นรถเข็นจ้าวฉงซานเข้ามาอย่างหน้าเคร่งเครียด เมื่อสักครู่คนจากในวังเข้ามารายงานว่าสถานการณ์ชายแดนทางเหนือเกิดการเคลื่อนไหวบางสิ่ง กัวหลี่หนิงเบิกตากว้างนางรีบถลาลงไปนั่งคุกเข่าเกาะขาสวามีเอาไว้และเงยหน้าขึ้นมอง"ตายจริง แล้วท่านอ๋องจะไปด้วยได้อย่างไร ขาท่าน..." น้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใยและอ่อนโยนนั้นหากเป็นเมื่อก่อนท่านอ๋องผู้ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมสตรีคงต้องตกลงไปในหลุมพรางนั้นอย่างแน่นอน"ไม่เป็นอันใดหรอกข้าแค่นั่งบัญชาการอยู่ที่กระโจม ไม่ได้ออกไปรบด้านนอก เจ้าไปหยิบให้ข้าหน่อย เรียกเทียนเย่าเข้ามาหาข้าด้วย" มือหนายื่นลงไปลูบศีรษะอย่างอ่อนโยน เจือแววรักใคร่และเอ็นดูอย่างเหลือล้น"เพคะ"กัวหลี่หนิงพยักหน้าทั้งดวงตาหงส์ยังคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา แลดูน่าทะนุถนอมเสียเหลือเกิน นางผละตัวลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างรีบร้อนเมื่อพ้นหน้าสวามีสีหน้าแววตาสะใจก็เปิด
ตอนที่ 39 ท่านอ๋องจะเชื่อผู้ใดกันกัวหลี่หนิงแต่งเข้าจวนอ๋องมาก็ร่วมสามเดือนแล้ว จ้าวฉงซานก็ยังไม่ได้เข้าหอกับนางเลยสักครั้ง แต่เขากลับไปหลับนอนกับซุนฮวาที่ตำหนักท้ายจวนบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยที่จะนอนค้างจนสว่างเลยเช่นกัน กัวหลี่หนิงไม่มีปัญหาหรือติดใจอะไรกับการที่ไม่ได้เข้าหอกัน เพราะนางเองก็ไม่ได้พึงพอใจจ้าวฉงซานที่พิการขาเดินไม่ได้อยู่แล้ว สิ่งที่นางต้องการทำตอนนี้ก็คือการทำให้จ้าวฉงซานตายใจเหมือนเช่นที่ผ่านมา นางได้ข้อเสนอจากท่านตาหากสิ่งที่ท่านตาทำสำเร็จ นางจะได้เป็นพระมารดาของแผ่นดิน ยิ่งใหญ่กว่าคนทั้งปวงจะไม่มีผู้ใดกล้าวางอำนาจใส่นางได้อีก และคนที่นางจะกำจัดเป็นคนแรกก็คือซุนฮวาและองค์ฮองเฮาฟางหรงนั่นอย่างไร ต้องขอบคุณการดูหมิ่นเหยียดหยามนางในวันนั้นของฮองเฮา ไม่เช่นนั้นนางก็คงจะคิดไม่ได้ในวันนี้ หากวันหนึ่งนางขึ้นสูงสุดฟ้า ใครจะกล้ามีปัญหากับนางอีก กัวหลี่หนิงลอบยิ้มในใจ ทว่าเมื่อหันไปก็เห็นว่าจ้าวฉงซานกำลังถือบางสิ่งเอาไว้ แต่เมื่อเพ่งมองดี ๆ แล้วนางก็เห็นว่าของสิ่งนั้นคืออะไร ในใจก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้"ท่านอ๋องเพคะนั่นคือสิ่งใดหรือ" จ้าวฉงซ
ตอนที่ 40ขอพรจ้าวฉงซานกำมือแน่น เขาลุกขึ้นยืนกำลังจะก้าวออกจากรถเข็น ทว่าเทียนเย่ากลับบังอาจขวางหน้าเอาไว้เสียก่อน ท่านอ๋องหนุ่มหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังคาไปด้วยโทสะ ทิ้งให้เทียนเย่าต้องรีบเอารถเข็นเจ้าปัญหาหลบพระชายารองที่กำลังเดินออกมาหลายวันผ่านไปกัวหลี่หนิงใส่ใจสวามีมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าเช่นว่านางพูดสิ่งใดท่านอ๋องก็จะว่าตามนั้น ซุนฮวาเห็นว่าท่านอ๋องไม่ได้มาหาตนเองหลายวันแล้ว นางจึงยกยาไปให้ที่ห้องก็เห็นหลี่หนิงกำลังป้อนอาหาร เอาอกเอาใจไม่ห่าง จ้าวฉงซานมองนางเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น นางจึงเข้าใจว่าน้องสาวนางคงจะนำเรื่องไปเป่าหูของสวามีเช่นเดิม และหลังจากนั้นนางก็คงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ซุนฮวาจำได้ว่าฮองเฮาเคยบอกว่าจะหาตัวคนวางยานางกับท่านอ๋องให้ได้ และเมื่อรู้แน่ชัดว่านางหาได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือทำฮองเฮาจะให้นางเลือกว่า นางจะอยู่ที่จวนอ๋องนี่หรือไม่ เช่นนั้นตอนนี้นางสามารถถามฮองเฮาได้หรือไม่นะ ไม่รู้ป่านนี้ฮองเฮาจะหาคนร้ายเจอหรือยังนางไม่อยากมาทนเห็นภาพเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว หากจะว่านางใจแคบไม่อยากเห็นสว
ตอนที่ 38 ต่างก็มีสวามีคนเดียวกัน"คารวะพระชายารองเพคะ" กัวหลี่หนิงเดินกรีดกรายเข้ามายังตำหนักท้ายจวน มาถึงก็นั่งลงบนเก้าอี้วางมาดเหมือนกับว่าตนเองเป็นพระชายาที่ได้รับความรักจากสวามีแต่เพียงผู้เดียว"เจ้ามาหาข้าหรือ" ซุนฮวาพยักหน้าให้จิ้นผิงกับเสี่ยวอี้ยกสำรับไปให้จ้าวฉงซานที่ตำหนักก่อน เดี๋ยวนางจะตามไป เพราะเห็นว่าพระชายารองมาหาที่ตำหนักอาจจะมีธุระที่ต้องพูดคุยกับนางก็เป็นได้"เดี๋ยว!!! นั่นสำรับอาหารของท่านอ๋องหรือ"กัวหลี่หนิงยื่นแขนออกไปขวางจิ้นผิงกับเสี่ยวอี้เอาไว้ สาวใช้ทั้งสองหยุดลงและหันไปมองหน้าพระชายาตนเอง กัวหลี่หนิงลุกขึ้นยืนและเดินไปตรงหน้าทั้งสองนางเปิดสำรับอาหารดูทุกอย่าง ก่อนจะเคาะพัดลงบนฝ่ามือเหมือนกำลังใช้ความคิด"พี่หญิงท่านพ่อบอกหรือไม่ว่าให้ท่านดูแลข้าให้ดี อย่างไรเสียเราก็เป็นพี่น้องกัน หากเพราะไม่ใช่พี่หญิงวางแผนชั่วช้าในวันนั้น ป่านนี้ข้าก็คงจะได้เป็นพระชายาเอก ไม่ต้องเป็นรองใครท่านละอายบ้างหรือไม่"ซุนฮวาเชิดหน้าขึ้น นางมองน้องสาวต่างมารดาอย่างไม่พอใจเช่นกัน เห็นนางเงียบเช่นนี้ไม่ใช่เพราะนางกลัว นางแค่อยากอยู่อย่างสงบไม่ต้องการมีปัญหากับผู้ใด เพียงแค่นี้ก็ไม่
ตอนที่ 37 ท่านอ๋องขาของท่านซุนฮวานอนตัวเกร็งเมื่อมือหนาเลื่อนขึ้นมาจับที่หน้าอกกลม อาจเพราะนางเพิ่งตื่นนอนจึงตั้งตัวไม่ทัน นางไม่ได้ต่อต้านแต่ก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร"ข้าทำไม่นาน ได้หรือไม่" จ้าวฉงซานเหมือนจะรู้ว่าพระชายาไม่อยาก ทว่าเขาห้ามตัวเองไม่ได้แล้ว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดที่ลำคอระหง ซุนฮวาเชิดหน้าขึ้นและเอียงคอให้สวามีได้จูบไซ้ลงที่ซอกคอขาว"หม่อมฉัน...แล้วแต่ท่านอ๋องเพคะ...อ๊ะ..."ใบหน้าหวานก้มลงอย่างเขินอายเสียงหวานเอ่ยสะดุดเพราะนิ้วร้ายขยับลงไปที่กลางกาย"อ้าขาออกพระชายาของข้า" เหมือนมีมนตร์สะกดซุนฮวาอ้าขาออกกว้างตามที่จ้าวฉงซานสั่งอย่างไม่อาจขัดขืนท่านอ๋องหนุ่มปลดอาภรณ์ออกจากร่างอรชรจนหมดไปตอนไหนไม่ทราบ ซุนฮวายังไม่ทันได้หายมึนงง ก็ต้องเบิกตากว้าง นางชันตัวขึ้นใช้ข้อศอกแขนยันกับเตียง ก้มหน้าลงไปก็เห็นเพียงผมยาวของสวามีที่กำลังมุดหน้าลงที่กลีบบุปผา ลิ้นเย็นชื้นตวัดลงไปที่ติ่งไตสีหวาน"อ้าส์...ท่านอ๋อง...อย่าเพคะ...อย่าทำเช่นนี้...อื้ม..." ซุนฮวาทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียง หน้าอกแอ่น
ตอนที่ 36 แผนการสกุลหลิวไม่ทันได้มาตามนัดของหลานเขยผู้สูงศักดิ์ฮูหยินผู้เฒ่าของสกุลกัวก็นอนตายตาค้างอยู่ในห้องนอนตนเอง วันเดียวกันนั้นจ้าวฉงซานพาพระชายาทั้งสองกลับไปคำนับศพท่านย่าของนางเป็นครั้งสุดท้าย กัวหลี่หนิงรังเกียจที่จะต้องคอยเข็นรถของสวามีพิการ นางจึงผลักหน้าที่นี้ไปให้พระชายาเอกอย่างซุนฮวา จ้าวฉงซานไม่พูดสิ่งใดปล่อยให้กัวหลี่หนิงได้คิดว่าตนเองฉลาดล้ำอยู่แต่เพียงผู้เดียว"ท่านอ๋อง...พี่หญิง...หนิงเอ๋อร์ขอออกไปหาท่านแม่ได้หรือไม่เพคะ เห็นสาวใช้บอกว่าท่านแม่เป็นลมตั้งแต่เมื่อเช้าหนิงเอ๋อร์รู้สึกเป็นห่วงเป็นอย่างมาก" จ้าวฉงซานก้มหน้าลงไปมองใบหน้าที่อ่อนหวานของกัวหลี่หนิงที่นั่งเกาะขาเขาอยู่ตรงหน้ารถเข็น"ไปเถอะ เจ้าช่างกตัญญูนัก"ท่านอ๋องหนุ่มยกมือขึ้นไปลูบศีรษะของพระชายารองอย่างอ่อนโยน ซุนฮวาเสตามองไปทางอื่น เห็นเพียงแค่นี้นางก็ปวดใจแล้วหรือ ก่อนหน้านั้น ไม่ใช่ท่านย่าได้สอนนางแล้วไม่ใช่หรือ สตรีที่ดีต้องไม่มีความริษยา ยิ่งนางเป็นถึงพระชายาเอก จะต้องรู้จักแบ่งปันสามีกับภรรยารอง ช่วยกันดูแลสวามีและดูแลจวนให้ดี ไม่ให้สวามีได้หนักใ







