Share

บทที่ 3.3

last update Last Updated: 2026-03-11 07:05:43

“ข้ากลับไปวันนี้ได้บอกลาท่านแม่แล้ว นางกำชับมาว่าเจ้าไม่ต้องรีบกลับก็ได้ จัดการเรื่องที่นี่ให้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงเรื่องที่จวนตระกูลเว่ย”

เขากล่าวเช่นนี้หมายความว่าจะออกเดินทางจากจวนตระกูลกู้เลย?

“ข้านำม้าของข้ามาแล้ว ต้องเร่งเดินทางไม่อาจนำสิ่งใดติดตัวไปด้วย” เขากล่าวจบก็พลิกกายนอนตะแคงมาหานาง “เจ้าอยู่ที่นี่ดูแลตัวเอง ดูแลท่านแม่และช่วยข้าดูแลจวนตระกูลเว่ยด้วย”

“เจ้าค่ะ” นางรับคำเสียงเบารับรู้ว่ามือของเขายื่นออกมากุมมือของนางเอาไว้

“เยว่เอ๋อร์”

“เจ้าคะ”

“ข้ารู้ว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนสิ่งที่ข้าได้ทำลงไป แต่ข้ายังจะพูดอยู่ดี ข้าขอโทษ”

ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเข้าใจว่าเขาหมายถึงเรื่องใด นางเพียงเงียบฟังเขาพูดต่อไป

“ข้าทำผิดต่อเจ้า ดังนั้นจะไม่แก้ตัวในการกระทำวันนั้น ข้าสมควรให้เกียรติ สมควรบอกเจ้าให้รู้เพื่อให้เจ้าได้มีเวลาตัดสินใจ”

นางขอบตาร้อนผ่าว ลึกๆ ไม่คิดว่าเขาจะกล่าวถึงเรื่องนี้ ยิ่งไม่คาดว่าเขาจะกล่าวคำขอโทษ

บุรุษส่วนใหญ่มักคิดเสมอว่าการกระทำของตนถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม ยิ่งเป็นเรื่องการรับอนุเข้าจวน แม้ไม่รับการยินยอมจากฮูหยินถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังรับพวกนางเข้าไปอยู่ดี

เว่ยเสวียนนั่งมองใบหน้าหลับใหลบนเตียงนิ่ง ในที่สุดนางก็ผล็อยหลับไปในขณะที่เขาไม่อาจข่มตาลง เขาปัดปอยผมออกจากใบหน้าของนาง จากนั้นจ้องมองเช่นนั้นกระทั่งด้านนอกมีเสียงฝีเท้า

นั่นคือคนของเขาที่เตรียมออกเดินทาง ชายหนุ่มเหน็บชายผ้าห่มให้กู้ชิงเยว่ ไม่รู้เพราะอะไรจึงรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมา

อาจเพราะสงสาร เห็นใจ เพราะนางต้องเผชิญเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง แม้เขาสามารถช่วยแบ่งเบาในเรื่องต่างๆ แต่เพราะความห่างเหินทำให้เขาไม่อาจเป็นที่พึ่งพิงทางใจให้นางได้ ดังนั้นลึกๆ จึงมีใจห่วงใยหญิงสาวขึ้นมา

ถึงอย่างนั้นหน้าที่ต่อบ้านเมืองทำให้เขาตัดใจลุกขึ้น เขารู้ว่านางเข้มแข็งและจะผ่านมันไปได้ นางทำให้เขาเห็นมาแล้วว่าไม่มีสิ่งใดให้ห่วง แม้ว่าเขาจะยังกังวลก็ตาม

ชายหนุ่มค่อยๆ คว้าเสื้อและรองเท้าก่อนเดินออกมาสวมด้านนอก เขาไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน สวมชุดตัวในออกมาแต่งตัวนอกห้องเพียงเพราะเกรงว่าคนในห้องจะตื่น...

ต้าซื่อ ต้าเซียงมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ทันทีที่เห็นผู้เป็นนายออกมาแต่งตัวด้านนอก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ถามเพียงส่งกระบี่ที่เตรียมเอาไว้ให้

“รอข้าครู่หนึ่ง ข้าจะไปที่ห้องหนังสือเขียนจดหมาย” เขายังต้องเขียนจดหมายฝากฝังไปให้องครักษ์สวี

“ขอรับ” คนของเขารับคำจากนั้นเดินไปรอที่หน้าห้องหนังสือ

เว่ยเสวียนเขียนจดหมายเอาไว้สองฉบับ ฉบับแรกเป็นจดหมายฝากฝัง ฉบับที่สองเขียนบอกกู้ชิงเยว่ว่าเขาจากไปตอนที่นางหลับเพราะอยากให้นางได้นอนพักผ่อนอีกหน่อย เขาไม่ได้ต้องการให้ผู้ใดไปส่ง ดังนั้นจึงไม่ได้ปลุกนาง

เมื่อเขียนเสร็จก็นำกลับเข้าไปวางบนโต๊ะในห้องนอน มองนางที่นอนหลับสนิทจากนั้นจึงออกมาจากจวนตระกูลกู้ ตอนที่จากไปยังกำชับพ่อบ้านให้ดูแลจวนและดูแลกู้ชิงเยว่ให้ดี

กู้ชิงเยว่อ่านจดหมายที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้น รับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่เขาส่งผ่านตัวอักษร กระทั่งอยู่ๆ ก็ได้สติขึ้นมา

...เขาอาจเพียงสงสารนางเท่านั้น นางจะปล่อยให้ความห่วงใยหวังดีเหล่านี้ทำให้ตัวเองหวั่นไหวไม่ได้ ในเมื่อนางเลือกที่จะอยู่อย่างสันติ ไม่ได้หมายอยากจะช่วงชิงกับผู้ใด

เขาไม่มีใจ นางเองก็ไม่ได้รัก

เช่นนี้ต่างฝ่ายล้วนพึ่งพาและอยู่ร่วมกัน

นางไม่เจ็บปวด เขาเองก็สมหวัง

หัวใจของเขามีสตรีอื่นเป็นผู้ที่ครอบครองอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งสตรีผู้นั้นกำลังจะมีทายาทให้เขาในอีกเร็ววัน ทายาทที่มิใช่เกิดจากฮูหยินเอกเช่นนาง และพวกเขาก็เลือกให้มันเป็นเช่นนั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.4

    ข่าวลือเรื่องการแพ้สงครามมีมาให้ได้ยินทุกวัน กู้ชิงเยว่ทางหนึ่งต้องสงบเยือกเย็นปลอบโยนมารดาของสามี ทางหนึ่งต้องคอยระงับอารมณ์หลังได้ยินเสียงกรีดร้องโวยวายตบตีสาวใช้ของหลี่จื่อเว่ยหลังวันที่เว่ยเสวียนกลับชายแดน นางจัดการเรื่องราวในจวนต่ออีกสองวันก็กลับมายังจวนตระกูลเว่ยเว่ยฮูหยินไม่ได้กล่าวอะไร เพียงปลอบโยนนาง จากนั้นบอกให้นางรักษาสุขภาพก่อนกลับเรื่อนมาพักผ่อน สถานการณ์ที่ชายแดนยังคงมีการศึกติดพันไม่หยุดหย่อน ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนเพราะกังขาในการปกป้องชายแดนเหนือของตระกูลเว่ย หลังจากที่ต้าฉินสูญเสียแม่ทัพกู้คนสุดท้ายไปสินค้าต่างๆ ล้วนขึ้นราคาเพราะสงครามทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างยากยิ่ง แม้ทางการพยายามจัดการแต่เพราะผู้คนหวาดกลัวและกักตุนข้าวของจำเป็น ดังนั้นหลายๆ อย่างจึงเริ่มขาดแคลน จวนใหญ่ๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่ชาวบ้านกลับเริ่มอยู่อย่างอัตคัดชั่วพริบตาวันเวลาก็ผ่านไปสามเดือน จดหมายที่ถูกส่งไปยังชายแดนไม่มีตอบกลับมา กู้ชิงเยว่ในใจรู้สึกกังวลแทนผู้ที่ออกศึกอยู่แนวหน้า นางไปปรึกษากับเว่ยฮูหยินจากนั้นออกไปพบองครักษ์สวีเพื่อถามข่าวคราวจากชายแดนเหนือ“ข้าบอกอะไรมากไม่ได้ บอกได้เพียงแม่ทัพเว

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.3

    “ข้ากลับไปวันนี้ได้บอกลาท่านแม่แล้ว นางกำชับมาว่าเจ้าไม่ต้องรีบกลับก็ได้ จัดการเรื่องที่นี่ให้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงเรื่องที่จวนตระกูลเว่ย”เขากล่าวเช่นนี้หมายความว่าจะออกเดินทางจากจวนตระกูลกู้เลย?“ข้านำม้าของข้ามาแล้ว ต้องเร่งเดินทางไม่อาจนำสิ่งใดติดตัวไปด้วย” เขากล่าวจบก็พลิกกายนอนตะแคงมาหานาง “เจ้าอยู่ที่นี่ดูแลตัวเอง ดูแลท่านแม่และช่วยข้าดูแลจวนตระกูลเว่ยด้วย”“เจ้าค่ะ” นางรับคำเสียงเบารับรู้ว่ามือของเขายื่นออกมากุมมือของนางเอาไว้“เยว่เอ๋อร์”“เจ้าคะ”“ข้ารู้ว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนสิ่งที่ข้าได้ทำลงไป แต่ข้ายังจะพูดอยู่ดี ข้าขอโทษ”ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเข้าใจว่าเขาหมายถึงเรื่องใด นางเพียงเงียบฟังเขาพูดต่อไป“ข้าทำผิดต่อเจ้า ดังนั้นจะไม่แก้ตัวในการกระทำวันนั้น ข้าสมควรให้เกียรติ สมควรบอกเจ้าให้รู้เพื่อให้เจ้าได้มีเวลาตัดสินใจ”นางขอบตาร้อนผ่าว ลึกๆ ไม่คิดว่าเขาจะกล่าวถึงเรื่องนี้ ยิ่งไม่คาดว่าเขาจะกล่าวคำขอโทษบุรุษส่วนใหญ่มักคิดเสมอว่าการกระทำของตนถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม ยิ่งเป็นเรื่องการรับอนุเข้าจวน แม้ไม่รับการยินยอมจากฮูหยินถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังรับพวกนางเข้าไปอยู่ดีเว่ย

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.2

    กู้ชิงเยว่นึกขึ้นได้จึงเงยหน้าขึ้นมองชั้นตำราของบิดา นางลุกขึ้นบิดเต่ากระเบื้องตัวหนึ่งปรากฏให้เห็นช่องลับที่มีกล่องไม้ซ่อนอยู่ ในนั้นคือโฉนดที่ดินมากมายที่ตระกูลกู้เคยได้รับพระราชทานมา“อย่าได้จัดการด้วยตัวเอง ทางที่ดีมอบคืนให้ทางการแต่ระบุให้ชัดเจนว่าที่ดินทั้งหมด เจ้าต้องการแบ่งให้กับครอบครัวทหารที่สละชีวิตในสนามรบเท่านั้น หลังมอบให้ทางการแล้วย่อมมีคนตรวจสอบเองว่าการแบ่งสรรปันส่วนเป็นไปอย่างยุติธรรมหรือไม่ นี่เป็นการหลีกเลี่ยงคำครหา ทั้งยังเป็นการส่งคืนของพระราชทานให้ทางการอย่างแนบเนียน”กู้ชิงเยว่รีบแยกโฉนดเหล่านั้นออกมาทันที จากนั้นนางครุ่นคิดคล้ายลังเลที่จะปรึกษาชายหนุ่ม เว่ยเสวียนเพียงรอให้นางเป็นฝ่ายตัดสินใจ กระทั่งในที่สุดนางก็กล่าวออกมา“ยังมีที่ดินที่อยู่นอกเมืองหลวง เป็นที่รกร้างหลายแปลง ที่ดินเหล่านี้เป็นของท่านแม่ ข้ากำลังคิดจะแบ่งให้เหล่าองครักษ์ที่ดูแลจวน จะอย่างไรที่นี่ก็ต้องมีการคุ้มกันบ้าง ข้าคิดจะให้พวกเขาใช้สร้างบ้าน จากนั้นให้พวกเขาผลัดกันมาคุ้มกันจวนสลับกับวันหยุด”เว่ยเสวียนพยักหน้า “เขียนสัญญาให้เรียบร้อยว่าพวกเขาต้องทำงานกี่ปี ลงรายละเอียดว่าจะหักจากค่าแรงที่

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.1

    เมื่อกลับไปถึงจวนตระกูลกู้ ปรากฏว่ามีรถม้าจากจวนตระกูลเว่ยจอดอยู่ กู้ชิงเยว่เดาได้ไม่ยากว่าเป็นผู้ใด หลายวันมานี้เว่ยเสวียนรั้งอยู่ที่จวนตระกูลกู้มาโดยตลอด ดีแค่ไหนแล้วที่หลี่จื่อเว่ยไม่บุกเข้ามาในงานศพเพื่อชิงตัวคน นางจึงคิดว่าอีกฝ่ายนับว่ารู้สิ่งใดควรไม่ควรอยู่บ้าง“พี่เสวียน” หลี่จื่อเว่ยเดินเข้ามาชายหนุ่มที่กำลังช่วยพยุงกู้ชิงเยว่ลงจากรถม้า เขาขมวดคิ้วมองอนุของตนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่ามาที่นี่ จวนตระกูลกู้กำลังไว้ทุกข์”“แต่ท่านไม่ยอมกลับไปหาข้า ข้าจึงได้แต่มาหาท่านที่นี่”“เว่ยเว่ย” เว่ยเสวียนเสียงต่ำลง “เจ้ามิใช่เด็กแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นมารดาคน สมควรรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร ตระกูลเว่ยเองก็เป็นตระกูลแม่ทัพ เจ้าสมควรตระหนักว่าการจากไปของแม่ทัพผู้กล้า มิใช่เรื่องที่จะทำแบบขอไปที ข้าเป็นบุตรเขยของตระกูลกู้ ต้องรั้งอยู่ช่วยงานศพและจัดการเรื่องในจวนจนเสร็จสิ้น เจ้ากลับไปเถิด”กู้ชิงเยว่ถอนใจออกมา “ท่านกลับไปกับนางเถิด หลายวันมานี้เราล้วนเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ ท่านเองก็สมควรได้กลับไปพัก”เว่ยเสวียนขมวดคิ้ว เห็นหญิงสาวหน้าตาอิดโรยกับหลี่จื่อเว่ยที่เกาะแขนของตนไ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.4

    “พี่ใหญ่ ป่านนี้ท่านคงได้พบกับท่านพ่อ ท่านแม่ รวมไปถึงบรรพชนตระกูลกู้แล้ว” นางถอนหายใจเบาๆ “ท่านว่า...ข้าควรทำเช่นไรต่อไปดี”นางมองไปยังดวงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนคล้อยออกจากหมู่เมฆแสงจันทร์เริ่มสาดส่องลงมา ทำให้มองเห็นกู้ชิงเยว่ชัดเจนขึ้น นางสวมชุดไว้ทุกข์ใบหน้าเศร้าหมอง ถึงอย่างนั้นในยามที่กล่าวถึงพี่ชาย รอยยิ้มของนางกลับงดงามราวโฉมสะคราญแห่งดวงจันทร์เว่ยเสวียนจ้องหญิงสาวอยู่เช่นนั้นอย่างลืมตัว กระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆเขานิ่งงันยืนตัวแข็งทื่อ หลายวันนับจากวันที่พากู้จิ้งกลับมา กู้ชิงเยว่เพียงน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ นางไม่ได้ร้องไห้อีกเลยนับจากวันแรก ทุกคนที่มาร่วมงานแม้มองเห็นเพียงความเศร้าสร้อย แต่กลับไม่มีใครได้เห็นนางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างสิ้นหวังเช่นนี้เขาเผลอก้าวตัวไปข้างหน้า ความโดดเดี่ยวที่ทำให้รับรู้ได้ของนาง ทำให้เขาลืมตัวจนห้ามตัวเองไม่อยู่ กระทั่งทำให้กู้ชิงเยว่ตกใจ นางลุกพรวดขึ้นจากนั้นถอยหลังไปอย่างหวาดระแวง“ข้าเอง” เขามองนางนิ่งไม่ได้ก้าวเข้าไปอีกนางรีบเช็ดน้ำตาออกจากนั้นมองเขา “ท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อไร”“ครู่หนึ่งแล้ว ทุกคนตามหาเจ้ากันทั่ว บ่าวไพร่เริ่มกังวลแล้ว”ก

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.3

    เมื่อกลับออกมาจากเรือนของเว่ยฮูหยิน หลี่จื่อเว่ยมีท่าทีอ่อนลงมาก แม้ใบหน้าและดวงตาไม่ยินยอม แต่ท่าทีก็ไม่นับว่าเลวร้ายเช่นเมื่อก่อนกู้ชิงเยว่มิใช่คนใจแคบ นางเพียงเดินออกมากับเสี่ยวซูไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะกลับเรือนหรือไปที่ใดอีก ทั้งยังไม่ได้กล่าววาจาเหยียบย่ำอีกฝ่าย“คุณหนู” เสี่ยวซูรินชาร้อนให้ผู้เป็นนาย ชาผู่เอ๋อของแม่ทัพเว่ยเป็นชาชั้นยอดดังนั้นกลิ่นหอมจึงลอยอวลทั่วห้อง “ทำเช่นนี้มิเท่ากับล่วงเกินเว่ยฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ไม่หรอก เว่ยฮูหยินเองก็เกิดในตระกูลชนชั้นสูง นางเป็นนายหญิงของจวนตระกูลเว่ย สมควรตระหนักดีว่าสิ่งที่ข้ากล่าวล้วนอาจส่งผลต่ออนาคตของจวนตระกูลเว่ยทั้งสิ้น”หรือหากอีกฝ่ายไม่เข้าใจ นางจะได้วางแผนชีวิตต่อไปในอนาคต เพราะลึกๆ นางก็เริ่มมองออกแล้วว่าชีวิตในจวนตระกูลเว่ยหลังจากนี้ นางคงพบกับความสงบสุขได้ยากยิ่งแล้วผ่านไปอีกสิบวันกู้ชิงเยว่เริ่มปรับตัวเข้ากับจวนตระกูลเว่ยได้บ้างแล้ว ทุกๆ เช้านางจะแต่งตัวไปคารวะแม่สามี อยู่กินมื้อเช้า พูดคุยเป็นเพื่อน กระทั่งพบว่าหลี่จื่อเว่ยเองเมื่อเห็นนางทำอีกฝ่ายก็ทำบ้างเห็นอีกฝ่ายยอบกายให้แม้ไม่เต็มใจ หญิงสาวพยักหน้าให้จากนั้นบอกให้อีกฝ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status