Share

บทที่ 3.4

last update Last Updated: 2026-03-11 07:05:47

ข่าวลือเรื่องการแพ้สงครามมีมาให้ได้ยินทุกวัน กู้ชิงเยว่ทางหนึ่งต้องสงบเยือกเย็นปลอบโยนมารดาของสามี ทางหนึ่งต้องคอยระงับอารมณ์หลังได้ยินเสียงกรีดร้องโวยวายตบตีสาวใช้ของหลี่จื่อเว่ย

หลังวันที่เว่ยเสวียนกลับชายแดน นางจัดการเรื่องราวในจวนต่ออีกสองวันก็กลับมายังจวนตระกูลเว่ย

เว่ยฮูหยินไม่ได้กล่าวอะไร เพียงปลอบโยนนาง จากนั้นบอกให้นางรักษาสุขภาพก่อนกลับเรื่อนมาพักผ่อน สถานการณ์ที่ชายแดนยังคงมีการศึกติดพันไม่หยุดหย่อน ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนเพราะกังขาในการปกป้องชายแดนเหนือของตระกูลเว่ย หลังจากที่ต้าฉินสูญเสียแม่ทัพกู้คนสุดท้ายไป

สินค้าต่างๆ ล้วนขึ้นราคาเพราะสงครามทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างยากยิ่ง แม้ทางการพยายามจัดการแต่เพราะผู้คนหวาดกลัวและกักตุนข้าวของจำเป็น ดังนั้นหลายๆ อย่างจึงเริ่มขาดแคลน จวนใหญ่ๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่ชาวบ้านกลับเริ่มอยู่อย่างอัตคัด

ชั่วพริบตาวันเวลาก็ผ่านไปสามเดือน จดหมายที่ถูกส่งไปยังชายแดนไม่มีตอบกลับมา กู้ชิงเยว่ในใจรู้สึกกังวลแทนผู้ที่ออกศึกอยู่แนวหน้า นางไปปรึกษากับเว่ยฮูหยินจากนั้นออกไปพบองครักษ์สวีเพื่อถามข่าวคราวจากชายแดนเหนือ

“ข้าบอกอะไรมากไม่ได้ บอกได้เพียงแม่ทัพเว่ยทั้งสองยังคงปลอดภัยดี”

นั่นเป็นคำตอบจากองครักษ์สวี แต่เพียงเท่านี้คนฟังก็นับว่าลดความห่วงกังวลลงมากแล้ว กระทั่ง...อยู่ๆ หวังกงกงก็ให้คนนำรถม้ามารับนางเข้าวังหลวงพร้อมกับเว่ยฮูหยิน

ไทเฮาทรงอยากพบนางเพราะคิดถึง เรื่องนี้ทำให้กู้ชิงเยว่สงสัย

จริงอยู่ท่านยายของนางเคยเป็นนางกำนัลของไทเฮา แต่เพราะขุนนางกับเชื้อพระวงศ์จำเป็นต้องรักษาระยะห่าง ดังนั้นน้อยครั้งนักที่ตระกูลกู้จะถูกเรียกตัวเข้าวัง นางเองก็เคยเข้าวังไม่กี่ครั้ง นับรวมกับหลังแต่งงานครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่ห้าเท่านั้น

เมื่อออกมายังห้องโถงเว่ยฮูหยินขมวดคิ้วเมื่อพบว่าหลี่จื่อเว่ยแต่งตัวงดงามออกมารออยู่ กู้ชิงเยว่พยุงเว่ยฮูหยินออกมา สายตามองไปยังหวังกงกงที่มีท่าทีไม่พอใจให้เห็น

“เจ้าออกมาทำไม” เว่ยฮูหยินเอ่ยถาม “กำลังท้องรีบกลับเจ้าไปพักผ่อนเร็วเข้า”

“ท่านแม่ มิใช่ว่าต้องเข้าวังหรอกหรือเจ้าคะ” หลี่จื่อเว่ยเคยติดตามเว่ยฮูหยินเข้าวังหลวงบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงอาจเข้าใจว่าตัวเองจะติดตามไปเมื่อไรก็ได้

“เว่ยฮูหยิน ตระกูลเว่ยเป็นถึงหนึ่งในสี่เหล่าทัพต้าฉิน นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีสตรีที่ไม่รู้อะไรควรไม่ควรอยู่ด้วย นับว่าวันนี้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว เรื่องในวันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็น ข้าจะไปรอด้านนอกอย่าลืมว่าไทเฮาทรงรอฮูหยินน้อยอยู่ ท่านก็สั่งสอนอนุของบุตรชายผู้นี้ให้ดีเถิด” หวังกงกงมองหลี่จื่อเว่ยด้วยสายตาตำหนิจากนั้นหมุนตัวไปรอนอกจวน

เว่ยฮูหยินใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย นางมองไปยังหลี่จื่อเว่ยจากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ “เว่ยเว่ย วังหลวงมิใช่สถานที่ที่เจ้านึกอยากจะไปก็ไปได้ ข้าเคยเตือนเจ้าหลายครั้งแล้วเหตุใดไม่จดจำ งานเลี้ยงพวกนั้นมีเทียบเชิญข้าพาเจ้าไปได้ไม่แปลกอะไร แต่นี่เป็นพระเสาวนีย์จากไทเฮาให้เยว่เอ๋อร์ไปเข้าเฝ้า เจ้าคิดอยากจะไปก็จะไปเช่นนั้นหรือ!”

“ท่านแม่...ขะ...ข้า”

“ล่วงเกินหวังกงกงเป็นเรื่องใหญ่เจ้ามิใช่ไม่รู้ เขาเป็นขันทีอาวุโสในวังหลวง แม้แต่ท่านแม่ทัพเองยังต้องให้เกียรติเขามากกว่าแปดส่วน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกล้าทำให้เขาไม่พอใจ กลับเข้าไปสำนึกผิดอยู่ในห้องอย่างสำรวม ไม่มีคำสั่งข้าเจ้าห้ามออกมาแม้แต่ก้าวเดียว”

“ท่านแม่!”

“ท่านพ่อบ้านให้คนพานางกลับไป!” เห็นชัดว่าเว่ยฮูหยินโกรธจริงๆ ดังนั้นหลี่จื่อเว่ยจึงไม่กล้ากล่าวอะไรอีก นางได้แต่หมุนตัวเดินจากไปด้วยท่าทีน้อยอกน้อยใจ

“ข้าทำผิดไปแล้วจริงๆ ข้าตามใจนางเกินไปจนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ” เว่ยฮูหยินถอนหายใจออกมา ช่วงสงครามกำลังคุกรุ่นทางที่ดีคืออย่าได้ล่วงเกินผู้ใดเพื่อสร้างความขุ่นเคือง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.4

    ข่าวลือเรื่องการแพ้สงครามมีมาให้ได้ยินทุกวัน กู้ชิงเยว่ทางหนึ่งต้องสงบเยือกเย็นปลอบโยนมารดาของสามี ทางหนึ่งต้องคอยระงับอารมณ์หลังได้ยินเสียงกรีดร้องโวยวายตบตีสาวใช้ของหลี่จื่อเว่ยหลังวันที่เว่ยเสวียนกลับชายแดน นางจัดการเรื่องราวในจวนต่ออีกสองวันก็กลับมายังจวนตระกูลเว่ยเว่ยฮูหยินไม่ได้กล่าวอะไร เพียงปลอบโยนนาง จากนั้นบอกให้นางรักษาสุขภาพก่อนกลับเรื่อนมาพักผ่อน สถานการณ์ที่ชายแดนยังคงมีการศึกติดพันไม่หยุดหย่อน ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนเพราะกังขาในการปกป้องชายแดนเหนือของตระกูลเว่ย หลังจากที่ต้าฉินสูญเสียแม่ทัพกู้คนสุดท้ายไปสินค้าต่างๆ ล้วนขึ้นราคาเพราะสงครามทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างยากยิ่ง แม้ทางการพยายามจัดการแต่เพราะผู้คนหวาดกลัวและกักตุนข้าวของจำเป็น ดังนั้นหลายๆ อย่างจึงเริ่มขาดแคลน จวนใหญ่ๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่ชาวบ้านกลับเริ่มอยู่อย่างอัตคัดชั่วพริบตาวันเวลาก็ผ่านไปสามเดือน จดหมายที่ถูกส่งไปยังชายแดนไม่มีตอบกลับมา กู้ชิงเยว่ในใจรู้สึกกังวลแทนผู้ที่ออกศึกอยู่แนวหน้า นางไปปรึกษากับเว่ยฮูหยินจากนั้นออกไปพบองครักษ์สวีเพื่อถามข่าวคราวจากชายแดนเหนือ“ข้าบอกอะไรมากไม่ได้ บอกได้เพียงแม่ทัพเว

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.3

    “ข้ากลับไปวันนี้ได้บอกลาท่านแม่แล้ว นางกำชับมาว่าเจ้าไม่ต้องรีบกลับก็ได้ จัดการเรื่องที่นี่ให้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงเรื่องที่จวนตระกูลเว่ย”เขากล่าวเช่นนี้หมายความว่าจะออกเดินทางจากจวนตระกูลกู้เลย?“ข้านำม้าของข้ามาแล้ว ต้องเร่งเดินทางไม่อาจนำสิ่งใดติดตัวไปด้วย” เขากล่าวจบก็พลิกกายนอนตะแคงมาหานาง “เจ้าอยู่ที่นี่ดูแลตัวเอง ดูแลท่านแม่และช่วยข้าดูแลจวนตระกูลเว่ยด้วย”“เจ้าค่ะ” นางรับคำเสียงเบารับรู้ว่ามือของเขายื่นออกมากุมมือของนางเอาไว้“เยว่เอ๋อร์”“เจ้าคะ”“ข้ารู้ว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนสิ่งที่ข้าได้ทำลงไป แต่ข้ายังจะพูดอยู่ดี ข้าขอโทษ”ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเข้าใจว่าเขาหมายถึงเรื่องใด นางเพียงเงียบฟังเขาพูดต่อไป“ข้าทำผิดต่อเจ้า ดังนั้นจะไม่แก้ตัวในการกระทำวันนั้น ข้าสมควรให้เกียรติ สมควรบอกเจ้าให้รู้เพื่อให้เจ้าได้มีเวลาตัดสินใจ”นางขอบตาร้อนผ่าว ลึกๆ ไม่คิดว่าเขาจะกล่าวถึงเรื่องนี้ ยิ่งไม่คาดว่าเขาจะกล่าวคำขอโทษบุรุษส่วนใหญ่มักคิดเสมอว่าการกระทำของตนถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม ยิ่งเป็นเรื่องการรับอนุเข้าจวน แม้ไม่รับการยินยอมจากฮูหยินถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังรับพวกนางเข้าไปอยู่ดีเว่ย

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.2

    กู้ชิงเยว่นึกขึ้นได้จึงเงยหน้าขึ้นมองชั้นตำราของบิดา นางลุกขึ้นบิดเต่ากระเบื้องตัวหนึ่งปรากฏให้เห็นช่องลับที่มีกล่องไม้ซ่อนอยู่ ในนั้นคือโฉนดที่ดินมากมายที่ตระกูลกู้เคยได้รับพระราชทานมา“อย่าได้จัดการด้วยตัวเอง ทางที่ดีมอบคืนให้ทางการแต่ระบุให้ชัดเจนว่าที่ดินทั้งหมด เจ้าต้องการแบ่งให้กับครอบครัวทหารที่สละชีวิตในสนามรบเท่านั้น หลังมอบให้ทางการแล้วย่อมมีคนตรวจสอบเองว่าการแบ่งสรรปันส่วนเป็นไปอย่างยุติธรรมหรือไม่ นี่เป็นการหลีกเลี่ยงคำครหา ทั้งยังเป็นการส่งคืนของพระราชทานให้ทางการอย่างแนบเนียน”กู้ชิงเยว่รีบแยกโฉนดเหล่านั้นออกมาทันที จากนั้นนางครุ่นคิดคล้ายลังเลที่จะปรึกษาชายหนุ่ม เว่ยเสวียนเพียงรอให้นางเป็นฝ่ายตัดสินใจ กระทั่งในที่สุดนางก็กล่าวออกมา“ยังมีที่ดินที่อยู่นอกเมืองหลวง เป็นที่รกร้างหลายแปลง ที่ดินเหล่านี้เป็นของท่านแม่ ข้ากำลังคิดจะแบ่งให้เหล่าองครักษ์ที่ดูแลจวน จะอย่างไรที่นี่ก็ต้องมีการคุ้มกันบ้าง ข้าคิดจะให้พวกเขาใช้สร้างบ้าน จากนั้นให้พวกเขาผลัดกันมาคุ้มกันจวนสลับกับวันหยุด”เว่ยเสวียนพยักหน้า “เขียนสัญญาให้เรียบร้อยว่าพวกเขาต้องทำงานกี่ปี ลงรายละเอียดว่าจะหักจากค่าแรงที่

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.1

    เมื่อกลับไปถึงจวนตระกูลกู้ ปรากฏว่ามีรถม้าจากจวนตระกูลเว่ยจอดอยู่ กู้ชิงเยว่เดาได้ไม่ยากว่าเป็นผู้ใด หลายวันมานี้เว่ยเสวียนรั้งอยู่ที่จวนตระกูลกู้มาโดยตลอด ดีแค่ไหนแล้วที่หลี่จื่อเว่ยไม่บุกเข้ามาในงานศพเพื่อชิงตัวคน นางจึงคิดว่าอีกฝ่ายนับว่ารู้สิ่งใดควรไม่ควรอยู่บ้าง“พี่เสวียน” หลี่จื่อเว่ยเดินเข้ามาชายหนุ่มที่กำลังช่วยพยุงกู้ชิงเยว่ลงจากรถม้า เขาขมวดคิ้วมองอนุของตนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่ามาที่นี่ จวนตระกูลกู้กำลังไว้ทุกข์”“แต่ท่านไม่ยอมกลับไปหาข้า ข้าจึงได้แต่มาหาท่านที่นี่”“เว่ยเว่ย” เว่ยเสวียนเสียงต่ำลง “เจ้ามิใช่เด็กแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นมารดาคน สมควรรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร ตระกูลเว่ยเองก็เป็นตระกูลแม่ทัพ เจ้าสมควรตระหนักว่าการจากไปของแม่ทัพผู้กล้า มิใช่เรื่องที่จะทำแบบขอไปที ข้าเป็นบุตรเขยของตระกูลกู้ ต้องรั้งอยู่ช่วยงานศพและจัดการเรื่องในจวนจนเสร็จสิ้น เจ้ากลับไปเถิด”กู้ชิงเยว่ถอนใจออกมา “ท่านกลับไปกับนางเถิด หลายวันมานี้เราล้วนเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ ท่านเองก็สมควรได้กลับไปพัก”เว่ยเสวียนขมวดคิ้ว เห็นหญิงสาวหน้าตาอิดโรยกับหลี่จื่อเว่ยที่เกาะแขนของตนไ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.4

    “พี่ใหญ่ ป่านนี้ท่านคงได้พบกับท่านพ่อ ท่านแม่ รวมไปถึงบรรพชนตระกูลกู้แล้ว” นางถอนหายใจเบาๆ “ท่านว่า...ข้าควรทำเช่นไรต่อไปดี”นางมองไปยังดวงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนคล้อยออกจากหมู่เมฆแสงจันทร์เริ่มสาดส่องลงมา ทำให้มองเห็นกู้ชิงเยว่ชัดเจนขึ้น นางสวมชุดไว้ทุกข์ใบหน้าเศร้าหมอง ถึงอย่างนั้นในยามที่กล่าวถึงพี่ชาย รอยยิ้มของนางกลับงดงามราวโฉมสะคราญแห่งดวงจันทร์เว่ยเสวียนจ้องหญิงสาวอยู่เช่นนั้นอย่างลืมตัว กระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆเขานิ่งงันยืนตัวแข็งทื่อ หลายวันนับจากวันที่พากู้จิ้งกลับมา กู้ชิงเยว่เพียงน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ นางไม่ได้ร้องไห้อีกเลยนับจากวันแรก ทุกคนที่มาร่วมงานแม้มองเห็นเพียงความเศร้าสร้อย แต่กลับไม่มีใครได้เห็นนางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างสิ้นหวังเช่นนี้เขาเผลอก้าวตัวไปข้างหน้า ความโดดเดี่ยวที่ทำให้รับรู้ได้ของนาง ทำให้เขาลืมตัวจนห้ามตัวเองไม่อยู่ กระทั่งทำให้กู้ชิงเยว่ตกใจ นางลุกพรวดขึ้นจากนั้นถอยหลังไปอย่างหวาดระแวง“ข้าเอง” เขามองนางนิ่งไม่ได้ก้าวเข้าไปอีกนางรีบเช็ดน้ำตาออกจากนั้นมองเขา “ท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อไร”“ครู่หนึ่งแล้ว ทุกคนตามหาเจ้ากันทั่ว บ่าวไพร่เริ่มกังวลแล้ว”ก

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.3

    เมื่อกลับออกมาจากเรือนของเว่ยฮูหยิน หลี่จื่อเว่ยมีท่าทีอ่อนลงมาก แม้ใบหน้าและดวงตาไม่ยินยอม แต่ท่าทีก็ไม่นับว่าเลวร้ายเช่นเมื่อก่อนกู้ชิงเยว่มิใช่คนใจแคบ นางเพียงเดินออกมากับเสี่ยวซูไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะกลับเรือนหรือไปที่ใดอีก ทั้งยังไม่ได้กล่าววาจาเหยียบย่ำอีกฝ่าย“คุณหนู” เสี่ยวซูรินชาร้อนให้ผู้เป็นนาย ชาผู่เอ๋อของแม่ทัพเว่ยเป็นชาชั้นยอดดังนั้นกลิ่นหอมจึงลอยอวลทั่วห้อง “ทำเช่นนี้มิเท่ากับล่วงเกินเว่ยฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ไม่หรอก เว่ยฮูหยินเองก็เกิดในตระกูลชนชั้นสูง นางเป็นนายหญิงของจวนตระกูลเว่ย สมควรตระหนักดีว่าสิ่งที่ข้ากล่าวล้วนอาจส่งผลต่ออนาคตของจวนตระกูลเว่ยทั้งสิ้น”หรือหากอีกฝ่ายไม่เข้าใจ นางจะได้วางแผนชีวิตต่อไปในอนาคต เพราะลึกๆ นางก็เริ่มมองออกแล้วว่าชีวิตในจวนตระกูลเว่ยหลังจากนี้ นางคงพบกับความสงบสุขได้ยากยิ่งแล้วผ่านไปอีกสิบวันกู้ชิงเยว่เริ่มปรับตัวเข้ากับจวนตระกูลเว่ยได้บ้างแล้ว ทุกๆ เช้านางจะแต่งตัวไปคารวะแม่สามี อยู่กินมื้อเช้า พูดคุยเป็นเพื่อน กระทั่งพบว่าหลี่จื่อเว่ยเองเมื่อเห็นนางทำอีกฝ่ายก็ทำบ้างเห็นอีกฝ่ายยอบกายให้แม้ไม่เต็มใจ หญิงสาวพยักหน้าให้จากนั้นบอกให้อีกฝ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status