Mag-log inนางโวยวายไปตลอดทาง ทั้งยังบอกเขาอยู่หลายหนว่าหลี่หมิงฮวนสั่งให้นางอยู่ภายในเรือน แต่องครักษ์ไม่ยอมที่จะฟังนาง ก่อนที่เฟยจูจะถูกโยนทิ้งที่หน้าเรือนพัก อาสือก็วิ่งเข้ามาอย่างร้อนใจ
“ทำอันใดของเจ้าปล่อยแม่นางจูประเดี๋ยวนี้!!!”
องครักษ์ตกใจเสียงของอาสือจึงรีบปล่อยมือออกจากเฟยจู อาสือนึกถึงหลี่หมิงฮวนที่นั่งพูดคุยเรื่องงานกับที่ปรึกษาและขุนนางอีกสองสามคน อยู่ดีๆ เขาก็หงายหลังล้มลงจากเก้าอี้ ก่อนจะตะโกนก้องเรียกชื่อของ อู่เฟยจูออกมา ทั้งยังสั่งให้อาสือรีบไปพาตัวนางมาพบที่ห้องตำรา แม้จะไม่เข้าใจ ทั้งที่ล้มลงไปเองแท้ๆ แต่กลับนึกถึงสาวใช้ตัวน้อยที่อยู่ภายในจวน
พออาสือเร่งรีบมาที่เรือนพักก็เห็นว่าเฟยจูกำลังถูกฉุดกระชากลากถูกอยู่ เขามิใช่คนโง่จึงพอจะมองออกว่า ทั้งสองต้องมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่คิดได้ในใจไม่ควรจะเอ่ยถามออกท่านอ๋องออกมา หากยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ
ความร้อนใจทำให้อาสือถีบองครักษ์ที่รังแกเฟยจูไปเต็มแรง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตั้งใจที่จะลากเฟยจูให้เจ็บตัวไปด้วยกันหรือไม่ องครักษ์นายนั้นจึงทิ้งน้ำหนักตัวมาทางเฟยจูและล้มกลิ้งไปกองอยู่กับพื้นอีกครั้ง
“โอ๊ยยย เจ็บ...ท่านช่วยข้าหรือช่วยรังแกข้ากันแน่” เฟยจูดันตัวองครักษ์ออกอย่างยากเย็น นางยังถลึงตาใส่อาสืออีกด้วย
“ไปกับข้า ท่านอ๋องเรียกหาเจ้า”
“ท่านควรจะบอกองครักษ์และบ่าวในเรือนพัก ว่าท่านอ๋องยอมให้ข้าอยู่ในเรือน มิเช่นนั้นครั้งหน้าข้าก็ต้องถูกรังแกอีก” เฟยจูนวดก้นและแขนที่ปวดหนึบของนาง
เกิดแต่กับนางอย่างแท้จริง แผลเดิมยังไม่ทันหาย ก้นของนางก็ช้ำเพิ่มอีกแล้ว เฟยจูรอให้อาสือสั่งความองครักษ์ในเรือนก่อนจะเดินไปที่ห้องตำราพร้อมเขา
เมื่อไปถึงก็เห็นที่ปรึกษาและขุนนางสามคนกำลังคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่ที่พื้น นางจึงไม่กล้าเดินเข้าไปได้แต่หลบอยู่ด้านหลังของอาสือ
หลี่หมิงฮวนเห็นเฟยจูนางมาถึงแล้ว สภาพของนางยังดูเหมือนไปทะเลาะกับพื้นดินมาด้วย ก็ปรายตามองนางอย่างคาดโทษ เขาเอ่ยเสียงเย็นขู่ที่ปรึกษาและขุนนางที่เห็นเรื่องน่าอายของตนเมื่อครู่ ก่อนจะปล่อยให้กลับออกไป
“ประเสริฐยิ่ง เจ้าจะหาเรื่องเจ็บตัวตลอดเวลาให้ได้เลยใช่หรือไม่” เขามองนางอย่างเย็นชา
“บ่าวอยากจะหาเรื่องเจ็บตัวเสียที่ไหนเล่าเพคะ องครักษ์เฝ้าเรือนต่างหากที่ไม่รู้ว่าท่านอ๋องให้บ่าวอยู่ในเรือนได้” นางฟ้องเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้สนใจเลยว่าหลี่หมิงฮวนอยากจะฟังหรือไม่
องครักษ์ที่เฝ้าห้องตำราและคนสนิทข้างกายหลี่หมิงฮวนอีกสองคนได้แต่อ้าปากค้าง ด้วยไม่คิดว่าสาวใช้นางนี้จะใจกล้าต่อปากต่อคำกับท่านอ๋องได้อย่างหน้าซื่อตาใส
“ว่าแต่...มิใช่ว่าเมื่อครู่ ท่านอ๋องเองก็ล้มเช่นเดียวกับบ่าวหรอกนะเพคะ” นางยื่นหน้าไปถามใกล้ๆ
“บังอาจ!!!” ไม่ต้องรอให้หลี่หมิงฮวนตอบคำถามนาง อาซานหัวหน้าองครักษ์อีกคนก็ตวาดนางเสียงดัง มีหรือที่เฟยจูจะกลัว ชินอ๋องผู้เป็นนายยังทำอะไรนางไม่ได้ องครักษ์เช่นเขาจะทำร้ายนางได้หรือ
แต่เพียงแค่นี้นางก็รู้แล้วว่าเมื่อครู่ หลี่หมิงฮวนคงล้มลงเช่นเดียวกับนาง เฟยจูก้มหน้าลงกลั้นขำจนตัวสั่นไปทั้งตัว อาซานคิดว่านางกลัวจนร้องไห้ จึงเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ
“หากเจ้ายังหัวเราะอีกชั่วอึดใจ เชื่อหรือไม่ว่าเปิ่นหวางจะส่งเจ้าไปอยู่ในคุกใต้ดิน”
เฟยจูสะอึกทันที นางปรับอารมณ์และก้มหน้าลงอย่างสงบเสงี่ยม ส่วนอาซานเบิกตากว้างตกใจ เขาไม่อยากจะเชื่อว่านางจะกล้าหัวเราะเรื่องที่ท่านอ๋องหงายหลังล้มลง แต่ว่า...นางรู้ได้อย่างไรว่าท่านอ๋องล้ม
“ไปนั่งอยู่มุมห้องเงียบๆ หากเจ้าส่งเสียงรบกวนเปิ่นหวางทำงาน เปิ่นหวางมีวิธีลงโทษที่เจ้าไม่ต้องเจ็บตัวหลายร้อยวิธี”
“เพคะ” เฟยจูรับคำเสียงเบา ก่อนจะหามุมที่ลับสายตาของเขา แล้วนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม
อาสือเห็นว่าอาซานและอาลิ่วกำลังจะเอ่ยถามสิ่งใดกับหลี่หมิงฮวน ก็รีบลากทั้งสองออกจากห้องตำราไป ปล่อยให้เฟยจูและหลี่หมิงฮวนอยู่กันตามลำพัง
เฟยจูชะโงกหน้ามองหลี่หมิงฮวนที่ยังคงจดจ่ออยู่กับแผ่นกระดาษบนโต๊ะไม่มีทีท่าว่าจะเรียกใช้นาง นางจึงเอนตัวพิงชั้นหนังสือแล้วหลับไปทันที
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด หลี่หมิงฮวนเงยหน้าขึ้นมาจากแผนที่ของแคว้นต้าหลี่ เขามองไปทางเฟยจู ก็เห็นหลับสนิทไปเสียแล้ว หลี่หมิงฮวนมองนางอย่างครุ่นคิด จนตอนนี้เขายังไม่อาจหาเหตุผลมาหักล้างได้ว่า เหตุใดพอนางเจ็บตัวเขาถึงได้เจ็บตัวไปด้วย อยู่ๆ ก็มีความคิดประหลาดขึ้นมา เขามองไปที่มีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอว แล้วหยิบขึ้นมาหมุนเล่นอยู่ในมือ
สายตาของยังคงจ้องมองไปทางเฟยจูอย่างเย็นชา ก่อนจะกดมีดลงบนฝ่ามือเพื่อทดสอบบางอย่าง
“กรี๊ดดดดด” เฟยจูสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวด นางกรีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อเห็นฝ่ามือเลือดไหลออกมาไม่น้อยเลย
องครักษ์ด้านนอกคิดว่าเฟยจูนางยั่วโทสะหลี่หมิงฮวนอีกแล้ว ถึงได้ถูกลงโทษรุนแรงเช่นนี้ อาสือร้องถามอยู่หน้าห้องตำรา ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน เมื่อทั้งสามคนเข้ามาก็ต้องตกใจ เมื่อฝ่ามือของหลี่หมิงฮวนมีเลือดไหลออกมาจนหยดเปื้อนโต๊ะทำงาน
“ท่านอ๋อง!!! จับตัวนางไว้ นางลอบทำร้ายท่านอ๋อง” อาซานสั่งให้อาสือไปจับกุมตัวเฟยจู แต่เมื่อทั้งสามเห็นเฟยจูนั่งกุมมือที่เต็มไปด้วยเลือดอยู่กับพื้น ก็ต้องหยุดชะงักทันที
“ข้าใช่คนร้ายเสียที่ไหน!!! ท่านอ๋องต่างหากที่ทำร้ายตนเอง ข้าเป็นผู้เคราะห์ร้าย ฮืออออ” นางร้องออกมาเสียงดัง อยากจะด่าหลี่หมิงฮวนที่ทำร้ายตนเองจนนางต้องเจ็บตัวตามไปด้วย
ทั้งสามมองเฟยจูที่ร้องไห้จนน่าเกลียดและมองหลี่หมิงฮวนที่ขมวดคิ้วเคร่งเครียดอย่างไม่เข้าใจ
“ทำแผลให้นาง พวกเจ้าจำเอาไว้ ความตายของเปิ่นหวางขึ้นอยู่กับนาง หน้าที่ของพวกเจ้า...นอกจากคุ้มครองเปิ่นหวางแล้ว ยังต้องดูแลนางด้วย”
ทั้งสามมองไปที่เฟยจูอย่างไม่อยากจะเชื่อ แม้อาสือจะพอเดาได้อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่า...เรื่องมันจะร้ายแรงเพียงนี้ ถึงว่า...นางได้มั่นใจ ว่านางไม่มีทางตายด้วยน้ำมือของหลี่หมิงฮวน
ทั้งสามต่างก็รีบหาอุปกรณ์ทำแผลมาจัดการบาดแผลให้กับเฟยจูและหลี่หมิงฮวน อาสือนั่งลงตรงหน้าของเฟยจูแล้วมองนางราวกับว่าอยากจะถามสิ่งใด
“ท่านคงอยากรู้กระมังว่าเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นความซวยอันใดของข้ากันแน่”
หลี่หมิงฮวนมีหรือจะไม่ได้ยินที่นางพูดกับอาสือ คิ้วของเขากระตุกไม่หยุด นางบอกว่านางซวย...มิใช่เขาหรือที่ซวยไปกับนางด้วย แต่อย่างน้อย หากนางเจ็บตัว ร่องรอยบนตัวกลับไปปรากฏที่ตัวของหลี่หมิงฮวน ต่างจากนาง หากเขาเจ็บตัว นางจะเจ็บหนักจนเห็นได้ชัด เช่นที่เขาลองใช้มีดสั้นกรีดที่ฝ่ามือของตนเอง มือของนางก็เกิดแผลฉกรรจ์ขึ้นมา
“เออใช่...ท่านอยู่ที่นี่ แล้วผู้ใดไปจัดการเรื่องของครอบครัวข้าเล่า” เฟยจูเหมือนเพิ่งจะนึกถึงเรื่องครอบครัวตนเองขึ้นมาได้
“ข้าให้คนไปจัดการให้เจ้าแล้ว ได้เรื่องแล้วข้าจะบอกเจ้า”
“ขอบคุณท่านมาก”
แม้ทั้งสองจะพูดคุยกันเสียงเบา แต่บุรุษอีกสามคนที่อยู่ในห้องตำราก็ได้ยิน
หลี่หมิงฮวนเองเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเขาเคยพูดเช่นนี้เอาไว้จริงๆ อดจะภูมิใจไม่ได้ที่บุตรของตนยังไม่ทันออกมาก็เชื่อฟังเสียแล้ว มัวแต่ฝันหวานเรื่องของบุตรอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องของเฟยจูก็ดัง“ท่านอ๋อง!!! อย่าพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเถาดึงรั้งตัวหลี่หมิงฮวนเอาไว้ เมื่อหลี่หมิงฮวนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องคลอดหมอตำแยทั้งสามได้รู้ฐานะของหลี่หมิงฮวนก็ตกใจจนมือไม้สั่นไปหมด จนหมอหลวงต้องตวาดเรียกสติพวกนางกลับมา“หากพระชายากับเด็กในท้องเป็นอันใดขึ้นมา ชีวิตของพวกเจ้าก็ต้องทิ้งเอาไว้ที่นี่ด้วย” หมอตำแยทั้งสามถึงได้มีสติรีบช่วยเฟยจูเบ่งทันทีหมอหลวงตรวจอาการให้เฟยจู ทั้งจัดยาเร่งคลอดให้นางก็รีบออกมา พอดื่มยาเร่งคลอด เสียงร้องของนางยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม“เจ้าออกมาทำไม เหตุใดไม่อยู่กับนางข้างใน” หลี่หมิงฮวนดึงคอเสื้อของหมอหลวง“ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นบุรุษ จะอยู่ได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หมิงฮวนดูเหมือนจะได้สติกลับมา เขาจึงได้ปล่อยคอเสื้อของหมอหลวงออก อาซานที่เห็นหลี่หมิงฮวนคุมควบอารมณ์ไม่ได้ก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนหน้าตามไล่สังหารชนเผ่านอกด่านกับลงโทษคนตระกูลเซี่ย ท่านอ๋องขอ
เมื่อเจ้าเมืองเดินทางมาถึง แม้จะเป็นคนของหลี่หมิงฮวนเขาเองก็ถูกลงโทษด้วยการโบยถึงยี่สิบไม้ ด้วยไม่คัดเลือกสาวใช้ให้ดี ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวน ยกเว้นเฟยจูที่หลานหลานปกปิดนางเอาไว้ ไม่ให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสาวใช้ใจกล้าย่อมเก็บเอาไว้ไม่ได้ หลังจากที่เจ้าเมืองลั่วซีสั่งโบยนางเสียเกือบตาย นางก็ถูกลงเข้าหอนางโลมชั้นต่ำ ให้สมกับที่นางอยากทอดกายใต้ล่างของบุรุษหลี่หมิงฮวนไม่สนใจว่าสาวใช้นางนั้นจะเป็นเช่นใด เขาเดินกลับไปหาเฟยจูเพื่อกินมื้อเย็นร่วมกับนางเช่นทุกวัน“ในท้องเจ้ามีเด็กมากกว่าสองคน กินให้มากอีกหน่อยเถิด” หลี่หมิงฮวนคีบอาหารใส่ในชามเฟยจู เมื่อนางวางตะเกียบหลังจากกินไปได้เพียงครึ่งชาม“ไม่กินแล้ว หากกินมากเกินไปข้าจะคลอดลำบาก กินเพียงให้อิ่มท้องก็พอ” นางไม่เคยปล่อยให้ตนเองหิวเลย หลานหลานมักจะหาของอร่อยมายั่วน้ำลายของนางเสมอ แต่เฟยจูก็ยังเชื่อคำพูดของหมอและหมอตำแยที่ให้นางกินน้อยลง ให้กินหลายๆ มื้อแทน“อืม เช่นนั้น ข้าจะสั่งห้องครัวให้เตรียมมื้อดึกให้เจ้า ข้าจะต้องเดินทางไปโจวเป่ยสักรอบ แต่จะรีบกลับมาก่อนที่เจ้าจะคลอด”“เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ” นางอดตกใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าเ
อาซานไม่รู้ว่าภายในรถม้าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่พอได้ยินว่าต้องรีบไปโรงหมอด่วน เขาก็มุ่งหน้าไปเตรียมหมอไว้ก่อนแล้ว“หมอดีที่สุดในเมืองแล้วหรือ” หลี่หมิงฮวนหันไปเอ่ยถามอาซาน เมื่อหมอตรงหน้าจับชีพจรอยู่นานแล้วก็ยังไม่อาจตอบได้ว่าเฟยจูนางเป็นอันใด“อะแฮ่ม ถึงข้าจะไม่ใช่หมอที่เก่งกาจ แต่เจ้ามัวแต่นั่งจ้องหน้าข้าเหมือนอยากจะสังหารข้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมอเก่งเพียงใดก็ตรวจไม่ออกหรอก หึ” เขาแค่นเสียงอย่างไม่พอใจเดิมชีพจรของเฟยจูก็ไม่ได้ตรวจยากอะไร แต่พอเจอไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่หมิงฮวน สมาธิก็กระเจิงหมดแล้ว“พูดมาก ภรรยาข้านางเป็นอันใด”“นางตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว ทางที่ดี...ทานเว้นเรื่องบนเตียงไปสามเดือนก่อน มิเช่นนั้น...” หมอยังไม่ทันพูดจบหลี่หมิงฮวนก็ลุกขึ้นพุ่งไปดึงคอเสื้อหมอแล้ว“เจ้าว่า...ฮูหยินข้านางตั้งครรภ์หรือ”“ชะ ใช่ นะ นางตั้งครรภ์แล้ว” หมออดจะหวาดกลัวกับท่าทางของหลี่หมิงฮวนไม่ได้เขานิ่งอึ้งไปครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ตกรางวัล อาซานเจ้าให้องครักษ์ของเปิ่นหวางพาหมอเข้าวังหลวง หาตำแหน่งในสำนักหมอหลวงให้เขาสักตำแหน่ง อ้อ...อย่าลืมแจ้งข่าวกับเสด็จพี่และฮองเฮาด
ภายในห้องของไต้ซือเกา เขาดูไม่แปลกใจที่เห็นหลี่หมิงฮวนติดตามเฟยจูมาด้วย “สีกาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ท่านอ๋องเล่า ต้องการไปด้วยกันกับนางหรือไม่” เขายิ้มมองหลี่หมิงฮวนอย่างแฝงไปด้วยความหมาย“ย่อมต้องไป” ต่อให้นางต้องกลับภพภูมิเดิมเขาก็พร้อมที่จะไปกับนางด้วย“เช่นนั้น...ท่านทั้งสองหลับตาลง”ไต้ซือเกาให้ทั้งสองนั่งหลับตาเข้าสมาธิตรงหน้า หลี่หมิงฮวนกุมมือเฟยจูเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่านางจะหายไปตอนที่เขาหลับตาลง เสียงบทสวดของไต้ซือเกาดังก้องไปทั่วห้อง ทั้งสองเหมือนถูกบางสิ่งดึงดูดร่างกาย“ท่านทั้งสองมีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ก่อนที่จะต้องกลับคืนสู่ร่างเดิม”สิ้นเสียงของไต้ซือเกา หลี่หมิงฮวนและเฟยจูลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในบ้านของเฟยจูที่ยุคปัจจุบันแล้ว หลี่หมิงฮวนมองสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจ ข้าวของทุกสิ่งเขาล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเฟยจูกำลังมองบิดาที่กำลังกอดปลอบใจมารดาอยู่ที่โซฟาในห้องโถงรับแขก “พ่อคะ แม่คะ หนูกลับมาแล้ว” เสียงของนางที่ร้องเรียกคนทั้งสองปนสะอื้นอย่างน่าสงสารพ่อกับแม่ของเฟยจูเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ข้างบุรุษแปลกหน้าในชุดโบราณ ร่างของท
อาสือไปนำรถม้าของโรงเตี๊ยมพาเฟยจูและหลานหลานออกเดินทางไปวัดนอกเมือง ชาวบ้านมารอเข้าพบไต้ซือไม่น้อยเลยเฟยจูที่เห็นคนมากมายก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้เข้าพบ นางจึงไปจุดธูปขอพรพระในวิหารแทน ตอนที่ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะลุกขึ้นไปปักธูป เณรน้อยที่ยืนรออยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกนางทันที“สีกา ไต้ซือให้ข้ามาเชิญท่านไปพบที่ขอรับ”“เจ้าคะ? อ้อ...ได้เจ้าค่ะ” นางปักธูปเสร็จก็เดินตามเณรน้อยไปอย่างมึนงงคนที่ยินดีเห็นจะเป็นหลานหลาน ด้วยชื่อเสียงของไต้ซือเกา มิใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบก็ได้ ต้องเป็นผู้ที่ไต้ซือต้องการพบจริงๆชาวบ้านที่ต่อแถวรออยู่ด้านหน้ามองผู้มาเยือนใหม่อย่างสงสัย ยิ่งเห็นเณรน้อยเดินนำหน้าหญิงสาวใบหน้างดงามเข้าไปด้านในห้องที่ไต้ซือนั่งสมาธิอยู่ ก็พอจะรู้แล้วว่าวันนี้พวกตนไม่มีโอกาสได้เข้าพบ บางคนจึงเดินออกไปจากวัดทันทีภายในห้อง กลิ่นธูปลอยส่งกลิ่นหอมผ่อนคลาย อาสือกับหลานหลานถูกสามเณรน้อยขวางเอาไว้อยู่ด้านหน้าไม่ยอมให้ติดตามเข้าไปด้วย“อาสือ หลานหลาน พวกเจ้ารออยู่ด้านนอกเถิด”สองพี่สองมองตามแผ่นหลังของเฟยจูไปอย่างไม่สบายใจ อาสือทันได้เห็นภายในห้องอยู่ชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่ามีเพียงไต้ซื
รุ่งเช้าก่อนจะออกจากห้องพักได้ หลี่หมิงฮวนต้องช่วยนวดเอวให้เฟยจูอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่นางจะดีขึ้น“ไหนท่านบอกว่าห้ารอบไง เลยไปรอบที่หกได้อย่างไร” นางมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ“ข้าถามเจ้าแล้ว เจ้าจำไม่ได้เอง ข้าผิดเองคืนนี้จะไม่รังแกเจ้าดีหรือไม่ ลุกได้แล้ว ประเดี๋ยวจะต้องรีบออกเดินทาง”“ท่านพูดแล้วนะ” เฟยจูมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหลี่หมิงฮวนเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะช่วยประคองนางออกไปจากห้อง ด้านล่างอาหารถูกสั่งขึ้นโต๊ะรอไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีหลานหลานนั่งรออยู่ด้วย พอหลี่หมิงฮวนเห็นนางก็หรี่ตามองอย่างมุ่งร้ายทันที“นายท่าน ข้าน้อยขอติดตามท่านและฮูหยินในฐานะสาวใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยอยากอยู่ใกล้พี่ชาย ไม่อยากแยกห่างอีกแล้วเจ้าค่ะ” หลานหลานคุกเข่าลงเสียงดังหากเพิ่มสตรีเข้ามาร่วมเดินทางเพิ่มมีแต่จะสร้างความยุ่งยาก หลี่หมิงฮวนคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อถูกมือน้อยๆ ของเฟยจูแกว่งอย่างออดอ้อน เขาก็ไม่เอ่ยพูดสิ่งใด แล้วไปนั่งลงเพื่อกินข้าวทันทีอาสือเห็นท่าทางของผู้เป็นนายก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงได้รีบให้หลานหลานโขกหัวขอบคุณหลี่หมิงฮวนและเฟยจู“ลุกไปนั่งกินข้าวได้แล้ว หากช้า...เจ้าจะถูกทิ้งไว้ที่นี่” เฟ
ก่อนที่จะออกจากพระราชวัง เฟยจูหันกลับมามองอีกครั้ง “จูจู เจ้าอยู่ที่ใด เมื่อใดเจ้าจะกลับมา” เธอรีบหันซ้ายหันขวาไปมองรอบตัว เมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาที่เหมือนลอยมาตามสายลม เธอคิดจะวิ่งกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง เพื่อตามหาที่มาของเสียง แต่ถูกเพื่อนร่วมงานร้องเรียกเอาไว้เสียก่อน“จูจู เร็วเข้า รถจะออกแล้ว
เสียงกรีดร้องของพระสนมและองค์หญิงดังไปทั่วห้องโถง“หากไม่หุบปาก ข้าจะฆ่าให้หมด!!!” หลี่ฮุ่ยหลางตวาดออกมาอย่างรำคาญใจดาบในมือของเว่ยกุ้ยเฟยโชกไปด้วยเลือด นางหันไปมองทางฮองเฮา ก่อนจะเดินไปตรงหน้าช้าๆ“ซูฮองเฮา เจ้าเพียงแค่โชคดีกว่าข้าที่ได้เข้าตำหนักบูรพาก่อนก็เท่านั้น หากข้าได้เข้ามาก่อนหน้าเจ้ามีห
เสียงฝีเท้าม้าของคนกลุ่มใหญ่ที่เร่งเข้ามา ทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นตัวเตรียมตั้งมือรับ แต่เมื่อเห็นป้ายแสดงตัวที่อาลิ่วมุ่งหน้าไปแสดงตัวก่อน ก็รีบเปิดทางให้ทันที พร้อมทั้งรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลี่หมิงฮวนฟังอย่างละเอียด“ท่านอ๋อง เมื่อสองคืนก่อนมีกลุ่มโจรบุกเข้ามาในหมู่บ้านพ่ะย่ะค่ะ”แต่สิ่งที่น่าปร
หมอมาตรวจดูอาการของหลี่หมิงฮวนให้เพียงยาแก้ปวดก็ไม่อาจบอกได้ว่าเขาเป็นอันใด ด้วยเพิ่งเดินทางออกมาได้ไม่ถึงสิบวัน หลี่หมิงฮวนจึงสั่งให้องครักษ์ย้อนกลับไปสอบถามเฟยจูที่หมู่บ้านชนบทของนางภายหลังเขามารู้ว่าที่ปวดท้องหนักเพียงนี้ คือนางเป็นระดูครั้งแรก และเขายังต้องอดทนปวดเช่นนี้ไปทุกเดือน เฟยจูที่คิดไ







